ตอนที่ 9 เซี่ยซูเซียวแต่งงาน
ในที่สุดวันแต่งงานของเซี่ยซูเซียวก็มาถึง วันนี้คนบ้านซูทุกคนล้วนไปช่วยงานที่บ้านลุงใหญ่ ยกเว้นแต่พี่ใหญ่และพี่รองของถิงถิง ที่ต้องไปรดน้ำต้นไม้ที่สวนทั้ง 5 แห่ง หลังจากนั้นถึงจะไปร่วมงานแต่งงานที่บ้านท่านลุงได้ ถิงถิงกับแม่เซี่ยช่วยงานอยู่ในห้องครัว พ่อเซี่ยช่วยลุงใหญ่ต้อนรับแขก
งานแต่งงานไม่ได้จัดใหญ่โตอะไรนัก แขกเหรื่อที่มาร่วมงานก็มีแค่คนในหมู่บ้านที่มีความสัมพันธ์อันดีต่อกันกับตระกูลเซี่ย และเหล่าบรรดาสหายของเจ้าบ่าว แต่ถึงจะบอกว่ามีแค่คนที่สนิทชิดเชื้อกันมาร่วมงานแต่ก็ยังนับว่ามากอยู่ดี ด้วยลุงใหญ่เองก็ถือได้ว่าเป็นคนที่มีมิตรสหายมากคนหนึ่ง งานแต่งงานที่ตั้งใจจัดงานเล็ก ๆ จึงไม่เล็กตามที่ตั้งใจเอาไว้
คนที่จะต้องไปรับเจ้าสาวเป็นเพื่อนของซูเซียวมี ท่านลุงใหญ่ พี่ใหญ่ พี่รองของบ้านถิงถิง วันนี้จ้าวมู่หรงคู่หมั้นของเซี่ยเยว่ผิงก็มาร่วมงานแต่งงานด้วยเช่นเดียวกัน และเดือนหน้าก็จะเป็นงานแต่งงานของเขากับเยว่ผิงถิงถิงเองได้มีการพูดคุยเรื่องงานที่ร้านในตำบล หลังจากที่เยว่ผิงแต่งเข้าบ้านจ้าวแล้วเมื่อร้านค้าเปิดทำการทั้งคู่จะต้องย้ายเข้าไปอยู่ในร้านค้าที่ตำบลทันที เรื่องนี้คนบ้านจ้าวเองก็รู้สึกดีใจกับลูกชายของตัวเองไม่ได้
หลังจากงานแต่งงานที่แสนอบอุ่นของเซี่ยซูเซียวลูกชายคนเดียวของลุงใหญ่เซี่ย เวลาก็ผ่านมาแล้วนับครึ่งเดือน ตอนนี้ผักที่ปลูกเอาไว้สามารถตัดขายได้แล้ว ผักที่ผ่านการรดน้ำจากบ่อน้ำโบราณที่ได้รับมาจากระบบทำให้ผักเติบโตได้ดี มีขนาดเท่ากัน ไม่มีหนอนหรือแมลงศัตรูพืช รสชาติหวาน
ผักกาดขาวหัวใหญ่แล้วแล้วหัวเล่าถูกตัดออกมาจากแปลงผัก ส่วนใบผักที่เหลือจากการตัดแต่งนำไปเป็นอาหารของหมูสวรรค์ที่ตอนนี้กำลังตั้งท้องใกล้จะคลอดแล้ว อีกไม่นานเมื่อหมูสวรรค์ให้ลูกหมูชุดแรกออกมาและเลี้ยงไปอีกสักพัก ลูกหมูชุดที่สองก็คงจะมีตามมา ส่วนแพะที่เลี้ยงเอาไว้เติบโตเป็นอย่างดี ไม่แน่ว่าปีใหม่ที่จะมาถึงนี้ จะสามารถเชือดแพะขายได้แล้ว
นอกจากผักกาดขาวที่ปลูกเอาไว้จะให้ผลผลิตที่ดี องุ่นที่ปลูกเอาไว้ ก็เติบโตได้ดีเช่นเดียวกัน การที่ผักผลไม้ที่ปลูกเอาไว้เจริญเติบโตได้เร็วกว่าปกติคนบ้านเซี่ยเองไม่มีใครสงสัยอะไร ทุกคนคิดว่าน่าจะเป็นเพราะผักผลไม้ที่ปลูกเอาไว้ได้รับการดูแลเอาใจใส่เป็นอย่างดี ใส่ปุ๋ยรดน้ำอีกทั้งดิน มีความอุดมสมบูรณ์ จึงทำให้ปลูกอะไรก็งามได้ผลผลิตสูง
ที่สวนผักว่าคึกคักแล้ว ที่สวนองุ่นและสตรอว์เบอร์รีเองก็คึกคักเช่นเดียวกัน เพราะตอนนี้สตรอว์เบอร์รีที่ปลูกเอาไว้เหมือนจะมีบางต้น ติดดอกแล้ว อีกไม่นานคาดว่าจะมีสตรอว์เบอร์รีออกมาให้เก็บเกี่ยวแล้ว
เจ้าสาวป้ายแดงเจียงอันผิงภรรยาของเซี่ยซูเซียวเองก็มาช่วยงาน ที่สวนด้วยเช่นเดียวกัน ถิงถิงตัดผักกาดขาว ถอนหัวไชเท้า ตัดผักกาดหอม อีกหลายเข่ง พรุ่งนี้จะเอาผักที่ตัดวันนี้ไปขายที่ร้านในตัวตำบล ถิงถิงคิดว่าจะจับปลาในบ่อน้ำใหญ่ไปขายด้วย นอกจากผักแล้ว จับปลาเพิ่มสักหน่อย ไก่ที่เลี้ยงเอาไว้ก็ออกไข่แล้วไข่ที่เก็บได้แต่ละวันมีไม่น้อย แตงโมที่ปลูกเอาไว้ก็กำลังจะสุกแล้วเช่นเดียวกัน
“ไม่คิดเลยว่าจะมีวันนี้ วันที่พวกเราพี่น้องได้อยู่ช่วยกันทำงานด้วยกัน ดูผลผลิตพวกนี้สินอกจากจะมีรสชาติอร่อยแล้วยังดูดีอีก แบบนี้ต้องขายดีแน่นอนเลย ที่พวกเรามีวันนี้ได้เป็นเพราะถิงถิงเลย ขอบใจน้องสาวมากนะ” เซี่ยซูเซียวที่มาช่วยบ้านรองตัดผักพูดขึ้นมาด้วยความดีใจ
“พี่น้องกัน พวกเราครอบครัวเดียวกัน พี่จะมาขอบใจทำไมเนี่ย หนูไม่ซึ้งหรอก หนูไม่ใช่พี่สะใภ้เสียหน่อย” ถิงถิงหยอกเย้าญาติผู้พี่
จากนั้นทั้งสองครอบครัวก็มีแต่เสียงหัวเราะด้วยความสุข เหล่าบรรดาหญิงสาวกลับบ้านไปเตรียมอาหาร เหล่าบรรดาชายหนุ่มก็ช่วยกันจับปลา ใส่ถังน้ำเพื่อที่จะเอาไปขายในร้านค้าในตำบล คนที่รับหน้าที่ไปขายผักและขายปลาจะเป็นเซี่ยซูเซียวกับภรรยา เมื่อเยว่ผิงแต่งงานแล้วถึงจะส่งหน้าที่ดูแลและขายของที่ร้านให้กับเยว่ผิงและสามี
ปลาที่ถูกเลี้ยงดูด้วยน้ำจากบ่อน้ำโบราณที่ได้มาจากระบบ นอกจากจะตัวใหญ่แล้วยังแข็งแรงมีชีวิตชีวามาก นอกจากปลาแล้วยังมีกุ้งก้ามกรามตัวใหญ่อีกหลายสิบตัว ส่วนพ่อเซี่ยกับลุงใหญ่นั้นกลับบ้านไปนั่งจิบชา โขกหมากรุกกับหัวหน้าหมู่บ้าน ป้าสะใภ้ใหญ่กับแม่เซี่ยรวมถึงภรรยาของ ซูเซียวเข้าครัวทำอาหาร
ถิงถิงกับเยว่ผิงทั้งสองคนทำหน้าที่รดน้ำแปลงผักที่สวนหลังบ้าน หลังจากรดน้ำเสร็จถิงถิงเก็บผักให้เยว่ผิงเอาไปให้บ้านว่าที่สามีที่หมู่บ้าน สกุลจ้าว ถิงถิงค่อนข้างพอใจกับคู่หมั้นของเยว่ผิง จ้าวมู่หรงเป็นคนดีคนหนึ่ง หน้าตาดูดี นิสัยซื่อสัตย์ ที่สำคัญพ่อแม่ของจ้าวมู่หลงถือว่าเป็นพ่อแม่สามีที่ดี ไม่กดขี่ลูกสะใภ้ การปฏิบัติตัวต่อลูกสะใภ้นับว่าดีมาก
“เยว่ผิงเดี๋ยวเธอเอาผักพวกนี้ไปให้บ้านว่าที่สามีของเธอนะ ผักพวกนี้ปลูกเอาไว้กินเอง แต่เหมือนมันจะมากไปหน่อย”
“ถิงถิง จะให้เอาไปยังไงเธอตัดมาเยอะแยะขนาดนี้ จักรยานจะเอาไปหมดได้ยังไง”
“ไม่เห็นจะยาก เดี๋ยวฉันขับรถสามล้อไปส่งเธอเอง”
“เอาอย่างนั้นก็ได้ เธอไม่กลัวว่าจะมีคนเอาพวกเราไปนินทาเหรอ ยังไม่ทันแต่งก็วิ่งไปบ้านฝ่ายชายแล้ว”
“โอ้ย เยว่ผิง ใครจะว่าอะไรช่างคนเขาสิ ดีกว่าพวกที่นอกจากจะยังไม่ทันแต่งก็ท้องป่องแล้ว แถมยังหาพ่อของเด็กในท้องไม่ได้อีก เธออย่าเอาคำพูดคนมาใส่ใจมากเลย เราทำตัวของเราให้ดีก็พอ อีกอย่างไปบ้านคู่หมั้นตัวเองแล้วจะทำไม เดือนหน้าก็ต้องแต่งงานกันแล้วนี่ มันจะทำไมล่ะ”
“เอาเถอะ ๆ อย่าโมโหไปเลยน่า เธอจะโมโหทำไมเนี่ย ว่าแต่ว่าเมื่อไหร่เธอจะแต่งงานเหรอถิงถิง”
“ไม่รู้สิ เนื้อคู่ของฉันยังไม่เกิดมั้ง เรื่องของฉันเถอะน่า ตอนนี้ฉันยังไม่คิดเรื่องแต่งงานหรอก พี่ชายสองคนยังไม่แต่งงานเลย ฉันไม่จำเป็นต้อง รีบร้อนหรอก”
“ผู้หญิงในเมืองหลวงคิดเหมือนเธอทุกคนหรือเปล่า”
“ทำไมถามแบบนั้นล่ะ ฉันไม่ใช่ผู้หญิงในเมืองหลวงสักหน่อย ก็แค่เคยอยู่ที่เมืองหลวงเท่านั้น”
“ก็ที่ฉันถามก็เพราะเธอเคยอยู่ที่เมืองหลวงยังไงล่ะ ฉันแค่อยากรู้ว่าจะมีความคิดแตกต่างจากพวกเราหรือเปล่า”
“ต่างสิ มันต้องต่างอยู่แล้ว แล้วคนประเภทดูถูกดูแคลนคนอื่น มีมากมายเลยล่ะ”
“อ่อ”
“ไป ๆ ขนผักขึ้นรถ จะได้รีบไปรีบกลับ”
ทั้งสองสาวช่วยกันขนตะกร้าผักขึ้นวางบนรถสามล้อ จากนั้นถิงถิง ขับรถมุ่งหน้าไปยังหนองน้ำที่เหล่าบรรดาพี่ชายจับปลากันอยู่ ถิงถิงลงไปจับปลาเฉาขนาดใหญ่มาสองตัว ใส่ลงไปในถังน้ำที่เตรียมมาด้วย หลังจากได้ปลาแล้วก็ขับรถสามล้อมุ่งหน้าไปยังหมู่บ้านสกุลจ้าวที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกลมากนัก
ใช้เวลาขับรถสามล้อ 15 นาที ก็มาถึงหมู่บ้านสกุลจ้าว ถิงถิงไม่เคยมาหมู่บ้านสกุลจ้าวนี่เป็นครั้งแรกที่มา เยว่ผิงจึงคอยทำหน้าที่บอกทาง ใช้เวลาไม่นานก็ขับรถมาถึงบ้านของจ้าวมู่หรงที่อยู่ท้ายหมู่บ้านพอดี บ้านอิฐหลังใหญ่หลังคามุงกระเบื้อง นับว่าดีไม่น้อย
สองสาวมาถึงในตอนที่คนบ้านจ้าวกำลังจะกินมื้อกลางวันพอดี เมื่อได้ยินเสียงรถสามล้อมาจอดที่หน้าประตูบ้านก็อดที่จะสงสัยไม่ได้ ว่าเป็นใครที่มาบ้านจ้าวในตอนนี้ พวกเขาไม่เคยมีคนรู้จักที่มีรถสามล้อมาก่อนแต่พอพ่อจ้าวเปิดประตูออกมาพบว่าเป็นว่าที่ลูกสะใภ้ที่จะตบแต่งเข้าบ้านมาในเดือนหน้ามากับเด็กสาวอีกคนที่เขาไม่รู้จัก
“สวัสดีค่ะคุณลุง นี่ถิงถิงลูกสาวของอารองค่ะ”
“สวัสดีค่ะคุณลุง” ถิงถิงทักทาย
“มากันสองคนหรือ มีเรื่องด่วนอะไรหรือเปล่าเข้ามาก่อน เดี๋ยวเจ้าเล็กก็กลับมาแล้วล่ะ”
“พอดีที่บ้านตัดผักแล้วก็จับปลาในบ่อก็เลยเอามาให้เท่านั้นค่ะ ไม่ได้มีธุระด่วนอะไร” เยว่ผิงพูดด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มอยู่ตลอด
“ใครมาหรือตาเฒ่า ออกไปเปิดประตูเสียนาน”
“ลูกสะใภ้มาน่ะสิ คู่หมั้นเจ้าเล็กมา”
“เยว่ผิงมาเหรอ เข้ามาก่อน พอดีเลยยังไม่ได้กินมื้อเที่ยงใช่ไหมมากินด้วยกันก่อนค่อยกลับนะลูก”แม่จ้าว
“ไม่ดีกว่าค่ะ พอดีว่าที่บ้านรอกินมื้อกลางวันอยู่ พอดีที่บ้านตัดผักและจับปลาก็เลยเอามาแบ่งให้คุณป้าเอาไว้ทำอาหาร เอาไว้โอกาสหน้า ฉันค่อยมากินข้าวด้วยนะคะคุณป้า”
“เอาแบบนั้นก็ได้ นั่นเจ้าเล็กมาพอดี เจ้าเล็กแม่หนูเยว่ผิงเอาผักมาให้ มาช่วยเอาเข้าไปในบ้านที”
“ครับคุณแม่ สวัสดีน้องถิงถิง ขอบคุณนะที่ขับรถพาเยว่ผิงมา"
“ไม่เป็นไรค่ะ เรื่องเล็กน้อยเท่านั้น นี่เป็นผักที่บ้านเราปลูกเอง แล้วก็ปลาจากบ่อน้ำของบ้านเรา พี่มู่หรงยกไปได้เลยค่ะ”
“ขอบใจอีกครั้งนะ เอาไว้พี่จะไปช่วยเก็บแตงโมนะ”
“ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ”
“พี่มู่หรงฉันกับถิงถิงกลับก่อนนะคะ ที่บ้านรอกินข้าวอยู่”
“อื้ม กลับดี ๆ นะ ขอบใจเยว่ผิงที่นึกถึงครอบครัวพี่ตลอดเลย”
“เรื่องเล็กน้อยเท่านั้นค่ะ”
ถิงถิงขับรถออกจากหมู่บ้านตระกูลจ้าวด้วยความรวดเร็วและไม่วายพูดจาหยอกเย้าญาติสาวของตัวเองด้วย เยว่ผิงได้แต่ถลึงตามองลูกพี่ลูกน้องหน้าแดงหูแดงไปหมด ใครจะไปรู้ว่าถิงถิงที่ทุกคนเห็นว่าไร้เดียงสาแต่ไม่ใช่เลย ยังคงเป็นถิงถิงเด็กแสบเหมือนเมื่อครั้งยังเด็กไม่เปลี่ยนไปเลยสักนิด
“อะไรนะ ขอบใจเยว่ผิงนะที่คิดถึงครอบครัวของพี่ตลอด จะบอกว่าคิดถึงพี่ตลอดก็ไม่มีใครว่าหรอก จะพูดโยกโย้ไปทำไม เธอว่าไหมเยว่ผิง”
“พูดอะไรของเธอถิงถิง พี่มู่หรงก็พูดถูกแล้ว เธออย่ามากวนน้ำ ให้ขุ่นนะ”
“ฉันพูดความจริง กวนน้ำให้ขุ่นตรงไหนกัน เหอะ ยังไม่ทันแต่งเข้าบ้านเลยออกหน้ารับแทนแล้ว ปกป้องกันแล้ว”
“ฉันไม่พูดกับเธอแล้ว ไปกันใหญ่แล้ว รีบ ๆ กลับบ้านเถอะ ไม่ใช่บอกว่าหิวข้าวหรือยังไงยังจะมาล้อเล่นอะไรอีก”
