บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 10 เปิดร้านวันแรก

วันนี้เป็นวันเปิดร้านวันแรกหลังจากที่ขนผักที่ตัดเอาไว้เมื่อวานมาเก็บเอาไว้ที่ร้าน เซี่ยซูเซียวกับภรรยาเองก็เก็บของเข้ามานอนค้างที่ร้านด้วยเช่นเดียวกัน นอกจากจะมีผักจากที่สวนแล้ว ยังมีปลาและกุ้งอีกจำนวนหนึ่ง ที่จับขึ้นมาจากบ่อน้ำในไร่ กุ้งและปลาที่ถูกเลี้ยงด้วยบ่อน้ำโบราณ ทำให้มีขนาดใหญ่มองดูแล้วมีชีวิตชีวามาก

ชาวบ้านที่ออกมาจับจ่ายใช้สอยเมื่อเห็นว่ามีร้านค้ามาเปิดใหม่จึงเข้าไปดูด้วยความสนใจ แต่เมื่อเดินเข้าไปใกล้ ๆ ก็พบว่าผักที่วางขายอยู่ในร้าน มีขนาดใหญ่กว่าผักที่ขายในตลาด อีกทั้งแลดูอวบอิ่มน่าอร่อยเป็นอย่างมาก ถึงแม้ว่าราคาจะแพงกว่าเจ้าอื่นในตลาด แต่คนที่ซื้อกลับมองว่าคุ้มค่ากับเงินที่เสียไป

นอกจากผักที่ดูดีกว่าร้านอื่นแล้ว ปลาและกุ้งเองก็ดูเหมือนว่าจะมีขนาดใหญ่กว่าปลาที่พบเห็นในตลาด และที่สำคัญปลาทุกตัวล้วนแล้วแต่ยังมีชีวิตอีกด้วย ปลาที่ยังสดอยู่จะมีราคามากกว่าปลาที่ตายแล้วอยู่ครึ่งต่อครึ่ง จากลูกค้าคนแรกเดินออกจากร้านไปพร้อมกับตะกร้าที่ใส่ของเอาไว้จนเต็ม ก็มีลูกค้าเข้ามาเรื่อย ๆ ผักที่ตัดมาเก็บขายออกไปจะหมดแล้ว ซูเซียวไม่คิดเลยว่าน้องสาวลูกพี่ลูกน้องอย่างถิงถิง ตั้งราคาผักเอาไว้สูงเสียขนาดนี้ยังขายได้อีก ที่สำคัญปลาที่พวกเขาจับมาก็ราคาแพงกว่าท้องตลาดอยู่ไม่น้อย ยังสามารถขายออกไปได้หลายสิบตัว

“ไม่คิดเลยว่าผักที่น้องสาวปลูกจะขายดีขนาดนี้” ซูเซียว

“พี่เซียวพูดอะไรกัน ไม่ใช่แค่ผักนะ ปลาก็ได้ ไข่ไก่ยังขายได้มากพอสมควร ฉันคิดว่าน้องสาวถิงถิงมาถูกทางแล้วล่ะ” เจียงอันผิงตอบสามี

“นั่นมันก็ใช่ ตั้งแต่เด็กจนโตพวกเราพี่น้องมักตามความคิดของน้องสาวผู้นี้ไม่ทันอยู่เสมอ เธออย่าเห็นว่าเจ้าใหญ่กับเจ้ารองของบ้านอารองฉลาดมีเล่ห์เหลี่ยม แต่คนที่มีสายตากว้างไกลนับว่าเป็นน้องสาวคนนี้ ทั้งเรียนเก่งกว่าพวกเราพี่น้องมาก”

“ใช่ค่ะ น้องสาวถิงถิง ทั้งสวยทั้งฉลาด ฉันจะคอยดูว่าใครจะแต่งเธอไปเป็นภรรยา ผู้ชายคนนั้นคงโชคดีมากนะคะ”

“ก็ต้องดูว่ามีความสามารถหรือไม่ หากไม่สามารถดูแลน้องสาวและไม่สามารถเลี้ยงดูให้สุขสบายได้ พี่คิดว่าอารองกับอาสะใภ้รวมถึงเจ้าใหญ่กับเจ้ารองคงไม่ยอมให้น้องสาวแต่งออกไปเป็นแน่”

“เรื่องนี้มันแน่นอนอยู่แล้วล่ะค่ะ พี่คิดว่าอารองจะทำใจเห็นลูกสาวที่ตัวเองประคบประหงมมาลำบากได้หรือคะ”

“อารองไม่มีทางทนได้อยู่แล้ว ตอนนี้ไม่มีลูกค้าแล้วเธอเหนื่อย หรือเปล่า ถ้าเหนื่อยก็เข้าไปพักก่อน พี่ดูร้านคนเดียวได้ เธอเสียใจหรือเปล่า อีกหน่อยพอเยว่ผิงแต่งงานแล้ว ตำแหน่งงานขายที่ร้านนี้จะตกเป็นของเยว่ผิงกับสามี”

“ทำไมพี่ถามแบบนี้ล่ะคะ ฉันจะไปเสียใจทำไมคะ นี่มันเป็นงาน ที่กำหนดเอาไว้แล้ว อีกอย่างพี่อย่าลืมสิฉันเป็นสะใภ้คนโตและคนเดียว ในบ้าน หน้าที่คือดูแลครอบครัวและกตัญญูต่อพ่อแม่สามี จะมามัวคิดเล็ก คิดน้อยกับเรื่องนี้ไปทำไม ไม่ใช่ว่าพวกเราไม่มีงานทำเสียเมื่อไหร่ งานในไร่ ในสวนอีกตั้งมากมาย ตราบใดที่เราไม่ขี้เกียจขยันทำงานค่าตอบแทนที่ได้มา ก็นับว่ามากโขอยู่ ว่าแต่พี่เถอะทำไมถึงถามฉันแบบนี้ล่ะ”

“ได้ยินเธอพูดแบบนี้พี่ก็สบายใจ ครอบครัวของเราไม่เคยอิจฉา ริษยากันและไม่เคยมีความคิดแบบนั้น พวกเราบ้านใหญ่บ้านรองแยกบ้านกันชัดเจนแต่พวกเรายังยินดีช่วยเหลือซึ่งกันและกัน คุณพ่อกับอารองเป็นพี่น้องที่รักกันมากไม่เคยมีปัญหาอิจฉาริษยา มีแต่ให้ด้วยความยินดีและเต็มใจเท่านั้น”

“ใช่น่ะสิคะ ถ้าครอบครัวของพี่ไม่ใช่คนดีฉันไม่แต่งงานกับพี่หรอกค่ะ ใครจะอยากเข้าไปอยู่ในครอบครัวที่มีความคิดชั่วร้ายแบบนั้นกัน แม่สามีลูกสะใภ้จ้องจะทะเลาะเบาะแว้งอยู่ตลอดเวลา แบบนั้นฉันก็ไม่เอาด้วยหรอกค่ะ ชีวิตที่หาความสุขไม่ได้ และที่สำคัญสามีจะต้องซื่อสัตย์ไม่ออกนอกลู่นอกทางด้วย และฉันมั่นใจว่าเลือกคนไม่ผิด ครอบครัวพี่เป็นครอบครัวที่ดีมาก คุณพ่อคุณแม่เองก็เป็นพ่อแม่สามีที่ดี ที่จะหาจากที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว”

“ขอบใจเธอมาก ถึงแม้ว่าบ้านเราไม่ได้ร่ำรวยอะไร แต่พี่รับรองได้ว่าเธอจะไม่ลำบากแน่นอน”

“พี่พูดอะไรกัน ทำไมมักน้อยนักล่ะคะ แต่ฉันกลับคิดว่าถ้าเราทำตามที่น้องสาวแนะนำ อีกไม่นานความร่ำรวยก็จะมาถึงพวกเราค่ะ ฉันเชื่อมั่นในตัวน้องถิงถิง เพราะเธอมักจะคิดอะไรได้ก่อนคนอื่นอยู่เสมอ พี่เองก็เห็นแล้วนี่คะ ผักที่พวกเราคิดว่าราคาไม่กี่เหมาแต่พอน้องสาวนำมาขายราคา กลับสูงขึ้นเท่าตัว แล้วแบบนี้จะไม่ให้ฉันเชื่อได้ยังไงคะ ว่าน้องสาวสามารถพาพวกเราก้าวไปสู่ความร่ำรวยได้ พวกเราแค่ต้องช่วยน้องสาวทำงานให้หนักมากขึ้นเท่านั้น”

“เอาล่ะอย่ามัวแต่พูดอยู่เลย ไปพักสักหน่อยเถอะ อีกเดี๋ยวจิ้นหลงกับโหย่วอี้คงขนผักที่ตัดวันนี้เข้ามาในตอนบ่าย ตอนนั้นอยากจะพักก็คงไม่ได้แล้วนะ”

“ตกลงค่ะ”

ในตอนที่สองสามีภรรยาคุยกันอยู่นั้น หน้าร้านก็เกิดเสียงดังเอะอะขึ้น ซูเซียวเห็นชายวัยกลางคนรูปร่างอ้วนค่อนข้างเจ้าเนื้อวิ่งเข้ามาในร้านด้วยท่าทางร้อนรน ปากก็พร่ำบ่นว่า

“น่าจะซื้อปลากลับไปให้มากหน่อย ไม่รู้ตอนนี้ปลาจะยังมีอยู่หรือเปล่า”

“สวัสดีครับ ต้องการผักสดเลือกได้เลยครับ”

“ยังมีปลาเหลืออยู่หรือเปล่า”

“มีครับ เหลืออยู่ไม่มากแล้วต้องการกี่ตัวดีครับ”

“ผมต้องการทั้งหมด พรุ่งนี้ยังจะมีปลามาขายอีกหรือเปล่าครับอ่อ แล้วก็เอาไข่ไก่ทั้งหมดด้วยครับ”

“ได้ครับ ต้องการให้ผมเอาไปส่งที่ไหนครับ”

“ดีเลยครับ ช่วยเอาไปส่งที่ร้านอาหารที่อยู่ถัดออกไปสองช่วงตึกด้วยครับ”

“ตกลงครับ นอกจากปลากับไข่ไก่แล้ว ต้องการผักหรือว่ากุ้งด้วยหรือเปล่าครับ”

“เอาครับ เอากุ้งทั้งหมดที่เหลืออยู่ ส่วนผักเอาผักกาดขาวกับผักกาดหอมโรมันครับ”

“ได้เลยครับ ชำระเงินด้านในเลยครับ”

ซูเซียวยกถังปลา ถังกุ้ง รวมถึงไข่ไก่และผักใส่บนรถเข็นเรียบร้อยแล้วก็เอาสินค้าทั้งหมดไปส่งที่ร้านอาหารที่อยู่ถัดไปอีกสองช่วงตึกพอดี นอกจากนั้นพ่อครัวยังสั่งจองปลาและกุ้งอีกจำนวนมากในวันพรุ่งนี้ ตอนที่ ซูเซียวเอาสินค้าไปส่งก็พบกับเจ้าของร้านอาหารพอดี และมีการพูดคุยตกลงทำการค้าระยะยาวกับร้านอาหารแห่งนี้ด้วย ซูเซียวได้แจ้งกับเจ้าของร้านอาหารเอาไว้ว่าในวันพรุ่งนี้สามารถมาทำสัญญากับน้องสาวของเขาได้ ซึ่งเจ้าของร้านเองก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร

ในตอนที่ซูเซียวเอาสินค้าไปส่ง ที่ร้านก็มีลูกค้าแวะเวียนมาไม่ขาดสาย ไม่นานผักที่มีในร้านก็ขายออกไปจนหมด สองสามีภรรยาจึงได้ทำความสะอาดหน้าร้านและปิดร้านพักผ่อน

“ไม่คิดเลยว่าจะขายดีขนาดนี้ เดี๋ยวพอเจ้าใหญ่กับเจ้ารองเอาผัก มาส่ง ต้องบอกให้เพิ่มปริมาณปลากับกุ้งแล้วล่ะ อีกอย่างเถ้าแก่ร้านอาหาร ก็สั่งปลากับกุ้งเอาไว้ด้วย”

“หากว่าขายดีแบบนี้ทุกวันก็คงจะดีมาก อีกอย่างสินค้าของเรา มีน้อย ไม่รู้ว่าไก่ที่เลี้ยงเอาไว้โตพอที่จะจับมาขายได้หรือยัง พี่อย่าลืมถาม ด้วยนะคะ หากมีให้จับมาด้วยเอาไว้มีคนซื้อเราค่อยเชือดให้แบบนี้จะดีกว่า”

“ตกลง พี่จะถามเจ้าใหญ่กับเจ้ารองให้ อีกไม่นานหมูน่าจะสามารถเชือดได้แล้ว แตงโมเองก็จะสุกในไม่ช้านี้ ยังมีองุ่นที่ใกล้จะสุกแล้ว อีกหน่อยคงจะยุ่งมากกว่านี้แน่”

“น่าจะยุ่งจริง ๆ ค่ะ พอถึงเวลานั้นจริง ๆ น้องสาวคงหาคนมาช่วย”

ก่อน 3 โมงเย็นจิ้นหลงกับโหยว่อี้สองพี่น้องก็ขับรถสามล้อที่เต็มไปด้วยผัก กุ้ง และปลาตรงมาที่ร้าน ซูเซียวที่พักผ่อนอยู่ในร้านได้ยินเสียงรถสามล้อมาจอดหน้าร้านก็รู้ได้ทันทีว่าสองพี่น้องบ้านอารองเอาของมาเติม ที่ร้าน ซูเซียวรีบออกจากหลังร้านและช่วยน้องชายทั้งสองยกถังปลาเข้าไปในร้านทันที

“พี่เซียว เป็นไงบ้างวันนี้พอขายได้ไหมครับพี่” จิ้นหลง

“พอขายได้อะไรล่ะเจ้าใหญ่ ขายดีสิไม่ว่า อ่อจริงสิ พรุ่งนี้ให้น้องสาวถิงถิงมาทำสัญญาการค้าปลาและกุ้งระยะยาวกับร้านอาหารที่อยู่ถัดจากร้านของเราออกไปสองช่วงตึกด้วยนะ หรือนายสองคนจะเป็นคนทำสัญญาเอง ก็ได้ พี่จะพาไปพบกับเถ้าแก่เจ้าของร้านอาหาร”

“ไม่ดีกว่าครับ เรื่องนี้ให้น้องสาวเข้ามาจัดการดีกว่า พี่กับพี่สะใภ้ พอไหวนะครับ ถ้าไม่ไหวจะให้เยว่ผิงกับคู่หมั้นเข้ามาช่วย”

“ยังไหวอยู่ ตอนนี้ยังไม่ต้องการคนช่วย เอาไว้ตอนที่เราเชือดหมูกับช่วงที่แตงโมและองุ่นสุกค่อยให้น้องสาวมาช่วย แล้วก็ไก่ที่เลี้ยงเอาไว้โตพอ ที่จะจับขายได้หรือยัง พี่เห็นว่าสินค้าของเราน้อยเกินไปไม่พอขาย ไข่ไก่ ก็หมดแล้วด้วยส่งร้านอาหารไปทั้งหมดเลย”

“เรื่องไก่ผมจะไปดูให้อีกที คงต้องถามพ่อครับ ส่วนไข่วันนี้มีมา สองตะกร้าน่าจะ 100 ฟองได้ มีขายพรุ่งนี้เช้าแน่นอนครับพี่”

“ขนาดวันนี้วันแรกยังขายดีมากเลย ยังไม่ทันไรทุกอย่างก็ขายไปหมดแล้ว ยังไม่บ่ายสองเลยพี่ก็ต้องปิดร้านแล้ว”

“ก็ต้องขายดีอยู่แล้ว ผักของบ้านเรารสชาติดีมากเลย ไข่ไก่ก็หอมอร่อย ปลาก็สดใหม่ ไม่มีอะไรไม่อร่อยเลย” โหย่วอี้พูดออกมาด้วยสีหน้าภาคภูมิใจ

“ฮ่า ฮ่า ใช่ เป็นอย่างที่นายว่านั่นล่ะเจ้ารอง ตอนนี้เริ่มได้กลิ่นเงินหอมฟุ้งขึ้นมาเลยล่ะ พี่เชื่อว่าน้องสาวถิงถิงจะพาพวกเราก้าวไปสู่ความมั่งคั่ง” ซูเซียวเองก็ไม่หวงคำชมกับถิงถิง

“เรื่องนั้นแน่นอนอยู่แล้วครับ พวกเราเชื่อในตัวน้องสาว”

“เอาล่ะ พวกนายรีบกลับไปพักผ่อนเถอะ พรุ่งนี้ยังต้องทำงานในสวนอีก”

“ครับ พวกผมกลับก่อน ถ้าขาดเหลืออะไรก็บอกนะครับพี่เซียว”

“ไม่มีอะไรขาดเหลือแล้ว ของใช้ทุกอย่างก็ขนมาจากบ้าน อาหารก็เอามาจากที่บ้านไม่มีอะไรที่ต้องซื้อหรอกนะ”

หลังจากไล่น้องชายทั้งสองกลับไปแล้ว พี่ใหญ่อย่างซูเซียวก็รีบเข้าร้านและไปเกาะแกะภรรยาทันที ใครใช้ให้เขาเพิ่งจะแต่งงานล่ะ แถมตอนนี้ยังอยู่ในช่วงข้าวใหม่ปลามันอีกด้วย เรื่องแบบนี้ใครจะไปห้ามใจไหว ภรรยาของเขาออกจะงดงามขนาดนี้ เขาเองก็ไม่ใช่นักบวชเสียหน่อย

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel