ตอนที่ 17 สร้างโรงงานแปรรูปอาหาร
วันนี้ถิงถิงกับตงตงจะเริ่มทำการหมักเหล้าและบ่มไวน์เป็นวันแรก อุปกรณ์ต่าง ๆเตรียมพร้อมเอาไว้เรียบร้อยแล้ว ตงตงจะพักร้อนหลังจากภารกิจหมักเหล้านี้จบลง ตงตงรับคำเชิญของระบบอื่น ๆ เพื่อไปงานเลี้ยงกระชับมิตร แต่เอาจริง ๆ มันก็คืองานเลี้ยงน้ำชาเพื่อโอ้อวดความสำเร็จ ของโฮสต์ที่ระบบผลักดันขึ้นมาว่าใครจะประสบผลสำเร็จมากที่สุด ซึ่งงานนี้ตงตงมั่นใจมากว่าจะไม่มีใครเอาชนะระบบฟาร์มได้อย่างแน่นอน
ถิงถิงใช้เวลาหมักเหล้าองุ่นอยู่ 7 วัน ด้วยอุปกรณ์ของตงตง ช่วยย่นระยะเวลาได้นับปี อีกทั้งองุ่นที่ถูกรดด้วยน้ำจากบ่อน้ำโบราณย่อมมีรสชาติดีกว่าองุ่นทั่วไปตามท้องตลาด ตอนนี้เป็ดที่เลี้ยงเอาไว้ออกไข่แล้ว ถิงถิงมีความตั้งใจว่าจะไม่ขายไข่เป็ดเป็นไข่สด แต่จะนำมาแปรรูปแทนเป็นไข่เค็ม ไข่เยี่ยวม้า ส่วนไข่ไก่เธอจะแบ่งมาทำไข่เยี่ยวม้าสีทองเวลาแกะเปลือกไข่จะมีลายดอกสนอยู่บนไข่ด้วย ไข่เยี่ยวม้าที่ทำจากไข่ไก่รสชาติอร่อยละมุนลิ้น
นอกจากไข่เยี่ยวม้า ไข่เค็ม แล้วยังมีกุนเชียง หมูน้ำค้าง ขาหมูแฮม ถิงถิงตั้งใจจะตั้งโรงงานผลิตอาหารแปรรูปขึ้นในหมู่บ้าน โดยรับสมัครคนงานเป็นหญิงสาวในหมู่บ้านไม่ว่าจะเป็นสาวแก่แม่หม้ายหากมีคุณสมบัติในการทำงานเธอยินดีรับเข้าทำงานทุกคน เพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจภายในหมู่บ้าน ต่อไปนี้ชาวบ้านไม่จำเป็นต้องออกไปหางานทำนอกหมู่บ้านแล้ว นอกจากอาหารแปรรูปแล้ว ข้าวที่ชาวนาในหมู่บ้านปลูกและธัญพืช เธอก็รับซื้อเพื่อนำไปขายในห้างสรรพสินค้าที่จะเปิดใหม่ในอนาคตอันใกล้นี้
ตอนนี้เป็นช่วงเวลาปลูกข้าวสาลีฤดูหนาว ทำให้ทุกคนทำงานหนักกันพอสมควรนอกจากจะทำงานที่สวนผลไม้บ้านเซี่ยแล้วยังต้องแบ่งเวลากลับไปทำไร่ไถนาในที่นาของตนเองอีก ถึงแม้จะลำบากกว่าที่เป็นมาแต่ทุกคนก็ทำอย่างมีความสุข ไม่ว่าจะเหนื่อยเพิ่มขึ้นแค่ไหน แต่เงินที่หามาได้นั้นพอให้ชีวิตของพวกเขาอยู่ดีกินดี มีเงินส่งลูก ๆ เรียนหนังสือ มีเสื้อผ้าใหม่ไม่ต้องรอซื้อเสื้อผ้าตอนเทศกาลปีใหม่ เพียงแค่มีเงินอยู่ในมือย่อมซื้อได้ทุกเวลา
เมื่อบอกว่าจะทำโรงงานแปรรูปอาหาร ก็ทำทันทีเลย โดยโรงงานแปรรูปอาหารนี้ถูกสร้างเอาไว้ในที่ดินของบ้านลุงใหญ่ ต่อไปในอนาคตคนที่คอยควบคุมคนงานในโรงงานแปรรูปคือป้าสะใภ้และแม่เซี่ย ในอนาคตข้างหน้าหมู่บ้านตระกูลเซี่ยจะกลายเป็นหมู่บ้านเศรษฐกิจหมู่บ้านแรกถิงถิงอยากจะพัฒนาหมู่บ้านให้ทุกคนได้เห็นว่าการทำการเกษตรก็สามารถนำพาชีวิตให้เจริญรุ่งเรืองได้ มีใครบ้างที่ไม่กินข้าว ทุกคนย่อมต้องการอาหาร โดยเฉพาะอาหารที่ปลอดสารพิษ ในอนาคตเธอเชื่อว่ามันจะทำเงินให้ได้มากมาย
“ถิงถิง หลานจะไปดูการก่อสร้างโรงงานแปรรูปอาหารหรือเปล่า” ลุงใหญ่ที่กำลังจะออกไปที่แปลงนาบังเอิญเจอกับหลานสาวระหว่างทางพอดี
“ไม่ไปดีกว่าค่ะลุงใหญ่ เดี๋ยวจับปลาช่วยพี่รองเสร็จแล้วจะเข้าไปดูช่างปรับปรุงห้างสรรพสินค้าที่ซื้อมาใหม่ค่ะ ส่วนโรงงานแปรรูปคงได้แต่ฝากป้าสะใภ้แล้วค่ะ ข้าวสาลีฤดูหนาวปลูกใกล้เสร็จหรือยังคะ ต้องหาคนมาช่วยหรือเปล่า”
“ไม่ต้อง ๆ ตอนนี้งานที่สวนไม่มีอะไรให้ทำมาก ตอนเช้าช่วยกัน รดน้ำเสร็จแล้วค่อยไปปลูกข้าวสาลี ว่าแต่พี่ชายรองของหลานทั้งจับปลา ทั้งจับกุ้งคนเดียวไหวหรือเปล่า ไหนจะขับรถเอาของไปส่งที่ร้านอีก”
“ไหวค่ะลุงใหญ่ ไม่ต้องห่วงนะคะหนูช่วยพี่รองจับปลาจับกุ้งพอส่งลูกค้าประจำแล้วก็วางขายในร้านค้าของเราแน่นอนค่ะ”
“ไม่ไหวก็หาคนมาช่วย อย่าฝืนทำเองทุกอย่าง”
“เข้าใจแล้วค่ะ ลุงใหญ่ไปแปลงนาเถอะค่ะ หนูขอตัวไปบ่อปลาก่อนค่ะ”
หลังจากแยกจากหลานสาวแล้วลุงใหญ่มุ่งหน้าไปแปลงนาทันที ตอนนี้เขารู้สึกว่ามีมือไม่พอกับการทำงานเอาเสียเลย แบบนี้สิถึงจะเรียกว่าการใช้ชีวิตที่ดี หลายสิบปีที่ผ่านมาบรรดาชาวบ้านก็ทำงานในนาไปตามฤดูกาลเพียงเท่านั้น พอถึงเวลาเพาะปลูกก็เพาะปลูกพอถึงเวลาเก็บเกี่ยว ก็เก็บเกี่ยว ไม่ได้มีความกระตือรือร้นอะไร ถึงจะทำงานแข่งกับเวลานั่นก็เพราะสภาพดินฟ้าอากาศเท่านั้น แต่ตอนนี้มันไม่ใช่ ทุกคนมีความหวังในการทำงานมากขึ้น หวังว่าจะอยู่ดีกินดี มีคุณภาพชีวิตที่ดี ที่ผ่านมาไม่ใช่ว่าไม่เคยหวังเพียงแต่ไม่มีช่องทางการทำเงินเท่านั้น
หลังจากที่หลานสาวของเขากลับมาจากเมืองหลวงและบอกว่าจะกลับมาทำการเกษตรเพื่อพัฒนาบ้านเกิด ตอนแรกเขายังไม่อยากจะเชื่อมากนัก แต่ถึงแม้ไม่เชื่อแล้วอย่างไร ทุกคนในครอบครัวของเขาก็พร้อมใจสนับสนุนหลานสาวอยู่ดี แต่ตอนนี้ทุกสิ่งทุกอย่างกำลังเป็นไปด้วยดี เพียงระยะเวลาไม่กี่เดือน สวนผลไม้ห้าแห่งบนภูเขา และสวนอีกหนึ่งแห่งที่เนินเขาหนานซาน ไม่ว่าจะเป็นผลไม้หรือพืชผัก ไม่ว่าอะไรก็รสชาติดีทั้งนั้น ตอนนี้เขารู้สึกว่าตัวเองแข็งแรงกว่าตอนที่เป็นหนุ่มเสียอีก
หลังจากปลูกข้าวสาลีฤดูหนาวเสร็จแล้ว พ่อเซี่ยยังปลูกมันเทศเอาไว้บนสวนผลไม้อีกด้วย โดยที่ลูกสาวสุดที่รักบอกว่ามันเทศสามารถเป็นพืช คลุมดินได้ดี นอกจากมันเทศยังมีถั่วลิสง ถั่วเหลือง การปลูกถั่วพวกนี้ดีกว่าปล่อยให้หญ้าขึ้น อย่างน้อย ๆ ต้นถั่วพวกนี้ยังสามารถนำไปสับเป็นอาหารหมู อาหารแพะ และอาหารแกะได้เพื่อเพิ่มอาหารให้เหล่าสัตว์เลี้ยงมีหลากหลายขึ้น
โรงงานแปรรูปอาหารก็สร้างเสร็จแล้วเช่นเดียวกัน หลังจากทำ ความสะอาดและปล่อยทิ้งเอาไว้ 3 วัน ป้าสะใภ้และแม่เซี่ยก็นำทีมกลุ่มแม่บ้านทำงานทันที เริ่มจากไข่เค็ม ไข่เยี่ยวม้า และแบ่งคนออกมาทำกุนเชียง ส่วนเครื่องเทศและเครื่องปรุงที่ใช้สำหรับทำกุนเชียงถิงถิงได้เตรียมเอาไว้ให้เรียบร้อยแล้วโดยเป็นสูตรเฉพาะที่ได้มาจากระบบ เนื้อหมูที่นำมาใช้ในการทำอาหารหมัก ถิงถิงได้ไปติดต่อขอซื้อจากทางโรงฆ่าสัตว์เอาไว้จากนั้นให้ทางโรงฆ่าสัตว์นำมาส่งที่โรงงาน เริ่มแรกเธอสั่งซื้อแค่วันละ 3 ตัวเท่านั้น
เหล่าแม่บ้านที่มาทำงานในโรงงานต่างมีรอยยิ้มอยู่เต็มหน้า เพราะพวกเธอสามารถหาเงินเข้าบ้านช่วยสามี ส่วนเด็กที่โตขึ้นมาหน่อย สามารถทำงานในโรงงานในวันหยุดที่ไม่ต้องไปโรงเรียนได้เช่นเดียวกัน หน้าที่ของเด็กพวกนี้คือพอกดินโคลนในการทำไข่เค็มและไข่เยี่ยวม้า ค่าแรงวันละ 10 หยวน มีเด็กอายุ 13-14 จำนวนไม่น้อยมาทำงานในวันที่ไม่ต้องไปโรงเรียน หากเป็นช่วงปิดเทอมนั้นเด็ก ๆ สามารถทำงานเต็มเดือนและได้เงินเดือนเกือบจะเท่าผู้ใหญ่เลยทีเดียว
ถิงถิงเห็นว่างานเริ่มมีมากขึ้น คนไม่พอกับงาน ในเมื่ออนาคตฟาร์มครบวงจรจะเปิดบริการให้นักท่องเที่ยวเข้ามาในอนาคต ตอนนี้ยังมีโรงงานแปรรูปที่เปิดแล้ว ส่วนห้างสรรพสินค้าก็กำลังจะเปิดตัวในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้แล้ว พนักงานบัญชีย่อมมีความจำเป็น และผู้จัดการห้างสรรพสินค้าจำเป็นต้องมี เพราะแบบนี้ถิงถิงจึงโทรศัพท์หาเพื่อนรักที่ปักกิ่งชวนมาทำงานที่บ้านเกิดของเธอ ซึ่งเพื่อนสนิททั้งสองคนยินดีจะมาทำงานด้วยเพียงแต่ขอเวลาจัดการงานที่ทำอยู่ตอนนี้และส่งต่องานให้กับคนอื่นให้เรียบร้อยเสียก่อน แล้วจะรีบเดินทางมาทันที
นอกจากเหม่ยอิงกับหนิงอันแล้วยังมีอีกคนที่ตามมาทำงานกับถิงถิงด้วย ก็คือรุ่นพี่หยางไห่ฉีที่ตกลงปลงใจคบหาดูใจกับหนิงอัน ถึงแม้ว่าเพื่อนรักบอกว่าจะให้เงินเดือนเท่ากับในเมืองหลวง แต่เรื่องเงินเดือนมันไม่สำคัญเท่ากับการได้มาเห็นความสำเร็จของเพื่อนรักในการกลับมาพัฒนาบ้านเกิด ภายในเวลาไม่ถึงปีการที่ถิงถิงทำได้ขนาดนี้นับว่าเกินความคาดหมายของเธอไปไกลมาก แต่ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี
ในขณะที่ชีวิตของเพื่อนรักอย่างถิงถิงกำลังเจริญก้าวหน้าและเจริญรุ่งเรืองขึ้นเรื่อย ๆ แต่ชีวิตของคนสารเลวอย่างเฉินเฟยหมิงอดีตคนรักเก่าของถิงถิงกับซูเจียวมี่ถือว่าถึงจุดแตกหัก เฉินเฟยหมิงผู้ที่ชื่นชอบเกาะชายกระโปรงของผู้หญิงจึงโผเข้าซบอกลูกสาวตระกูลดังทันที ถึงแม้ว่าคนอื่นจะมองว่าเป็นเรื่องน่าอายแต่สำหรับเฉินเฟยหมิงแล้วล่ะก็ถือเป็นเรื่องปกติมาก ส่วนซูเจียวมี่หลังจากแยกทางกับเฉินเฟยหมิงแล้วก็โผเข้าไปซบอกลูกชายตระกูลดังเจ้าของไนท์คลับสุดหรูทันทีเช่นเดียวกัน
ทันทีที่ห้างสรรพสินค้าสร้างเสร็จ ร้านค้าในตำบลที่เปิดอยู่หน้าตลาดจะยังเปิดขายเหมือนเดิม แต่มู่หรงกับเยว่ผิงจะต้องย้ายไปทำงานที่ห้างแทน มู่หรงจะไปทำงานในตำแหน่งผู้จัดการ เยว่ผิงจะจัดการเรื่องบัญชีและการอบรมพนักงาน ส่วนหนิงอันจะรับผิดชอบทำบัญชีที่ฟาร์ม หยางไห่ฉีรับหน้าที่ผู้จัดการฟาร์ม พี่ชายทั้งสองของถิงถิงจะเลื่อนขึ้นมาเป็นเจ้าของฟาร์มเต็มตัว มีหน้าที่ควบคุมดูแลคนงานในฟาร์มร่วมกับหยางไห่ฉี
พี่รองโหย่วอี้จะรับผิดชอบดูแลสวนผลไม้บนเขาเสียส่วนใหญ่พี่ใหญ่ซูเซียวจะดูแลโรงงานแปรรูปอาหาร ในอนาคตเซี่ยซูเซียวจะเป็นคนนำสินค้าจากโรงงานเข้าไปส่งที่ห้างที่เปิดใหม่ ส่วนคนที่ถูกกำหนดให้ว่างงานนั่นย่อมไม่พ้นลุงใหญ่เซี่ยและพ่อเซี่ย ถิงถิงอยากให้พ่อพักผ่อน ส่วนป้าสะใภ้กับแม่เซี่ยนั้น เพียงแค่มีหน้าที่ควบคุมสูตรอาหารเท่านั้น เมื่อฟาร์มครบวงจรเปิดให้บริการถิงถิงคิดว่าคงต้องรับสมัครคนเพิ่มจากหมู่บ้านข้างเคียงก่อนเป็นอันดับแรก เพื่อสลับสับเปลี่ยนกับคนงานในไร่หลายคน คนงานที่เรียนหนังสือจบชั้นมัธยม เธอจะย้ายให้เข้ามาทำงานในฟาร์มครบวงจรทั้งหมด หรือหากว่าใครต้องการจะเข้าไปทำงานที่ห้างเปิดใหม่เธอก็ยินดี จากนั้น ค่อยหาคนมาทำงานในสวนแทน
