ตอนที่ 18 สร้างโรงงานแปรรูปอาหาร
เพราะห้างสรรพสินค้าใกล้จะปรับปรุงซ่อมแซมเสร็จแล้ว เยว่ผิงกับ มู่หรงสองสามีภรรยาจึงได้ปรึกษากันว่าจะหาใครมาทำงานแทนที่พวกเขา ทั้งสองคนที่ร้านค้าแห่งนี้ อีกไม่นานพอห้างเปิดพวกเขาทั้งสองคนต้องย้ายไปทำงานที่ห้างแล้ว หน้าที่เก็บเงินนั่นสำคัญ จะต้องหาคนที่ไว้ใจได้และต้องผ่านการเห็นชอบจากถิงถิงด้วยเช่นเดียวกัน
“พี่มู่หรง ตอนนี้พวกเราควรหาคนมาฝึกงานที่ร้านได้แล้วนะคะ หากว่าไม่ฝึกเสียตอนนี้พอห้างเปิดแล้วจะวุ่นวายเอาได้ แต่ปัญหาคือจะต้องเป็นคนที่ไว้ใจได้ ความซื่อสัตย์ สำคัญมากแต่ละวันมีเงินเข้าร้านจำนวนมาก”
“เรื่องนี้พี่เองก็คิดอยู่เหมือนกัน น้องมีคนที่อยากแนะนำหรือเปล่าล่ะ”
“ไม่มีค่ะ ทางพี่ล่ะคะมีหรือเปล่า หากมีใครที่ไว้ใจได้จะได้รีบไปบอก ถิงถิง เพราะตอนนี้เธอเองก็ยุ่งมาก ฟาร์มใหญ่ที่กำลังจะเปิดในอีกไม่ช้า เห็นว่าเรียกเพื่อนจากเมืองหลวงมาทำงานด้วยกันที่นี่ด้วย”
“พี่ใหญ่กับพี่สะใภ้ใหญ่ของพี่ นับว่าเหมาะสมที่สุด ส่วนพี่รองไม่ชอบทำงานข้างนอก ชอบทำไร่ทำนาที่บ้านมากกว่า พี่สะใภ้รองเองก็ไม่ต่างจาก พี่รองเท่าไหร่ ส่วนพนักงานห้าง นอกจากหลาน ๆ ที่เรียนจบมัธยมปลายแล้ว น่าจะสามารรถมาทำงานที่ห้างได้ ส่วนเรื่องเรียนต่อ น่าจะเรียนภาคค่ำเอาน่าจะดีกว่า”
“ดีค่ะ เรื่องนี้เดี๋ยวฉันจะกลับไปคุยกับถิงถิง แต่ฉันว่าพอเราปิดร้านแล้วไปด้วยกันดีกว่าค่ะ ขับรถไปเร็วดี”
“ตกลง เดี๋ยวพี่ไปจัดของก่อน จะได้เวลาโหย่วอี้เอาสินค้ามาส่งแล้ว เดี๋ยวพอจัดของที่ร้านเสร็จปิดร้านเราจะไปทันที วันนี้คงกินข้าวเย็นที่บ้านเธอจะได้ไม่ต้องลำบากทำอาหารอีก”
“ดีค่ะ ไม่ได้กลับไปเยี่ยมพ่อแม่พี่นานแล้ว เดี๋ยวฉันออกไปซื้อของฝากพ่อกับแม่และเด็ก ๆ ก่อนนะคะ งานที่ร้านพี่ทำคนเดียวไหวหรือเปล่า”
“ไหวสิ แค่นี้เอง เธอเองก็รีบไปรีบกลับ เดินระวัง ๆ ด้วย”
“ทราบแล้วค่ะ”
หลังจากเยว่ผิงออกไปไม่นานโหย่วอี้ก็มาถึง หลังจากช่วยมู่หรงขนสินค้าที่จะวางขายในร้านพรุ่งนี้เสร็จแล้ว ก็ขับรถมุ่งหน้าไปยังร้านอาหารที่อยู่ห่างออกไปสองช่วงตึกทันที
กุ้งและปลายังมียอดสั่งเพิ่มขึ้น ร้านอาหารเองก็มีลูกค้าเข้ามาอุดหนุนอย่างอุ่นหนาฝาคั่ง รายได้จากอาหารเมนูปลาและกุ้ง ทำเงินให้กับร้านอาหารไม่น้อย ถึงแม้กุ้งและปลาจะมีราคาแพงกว่าราคาที่รับซื้อจากพ่อค้าแม่ค้าในตลาด แต่คุณภาพและรสชาตินั้นเทียบไม่ได้เลยกับกุ้งและ ปลาจากสวนตระกูลเซี่ย เมื่อขึ้นโต๊ะแล้วย่อมราคาแพงกว่าเกือบเท่าตัว กำไรแต่ละเดือนถือได้ว่ามากพอที่จะทำให้เจ้าของร้านอาหารยืดอกได้ในเวลาที่เจอญาติพี่น้องคนอื่น เมื่อก่อนเขาได้รับแต่คำดูถูก ญาติพี่น้องคอยแต่พูดจาเสียดสีถากถางว่าเขาเป็นคนโง่ที่ทำธุรกิจร้านอาหาร แต่ตอนนี้เพราะผลผลิตจากสวนตระกูลเซี่ยทำให้เขาได้ยืดหลังตรง กำไรแต่ละเดือนเชิดหน้าชูตาได้ไม่น้อย
เยว่ผิงที่ตอนนี้มีโอกาสจับจ่ายใช้สอย หลังจากที่มาทำงานกับถิงถิงเธอไม่มีโอกาสได้ใช้เงินเลย เงินเดือนเหลือเก็บทุกเดือน ลุงใหญ่เซี่ยเองก็มีเงินเดือน ทุกคนในบ้านต่างมีเงินเดือน จึงไม่ต้องการเงินอันน้อยนิดของลูกหลาน บ้านฝั่งสามีของเธอ มู่หรงเองยังส่งเงินให้พ่อกับแม่จ้าวอยู่ ถึงแม้ ทั้งสองคนจะไม่ต้องการเงินของลูกชายคนเล็ก แต่มู่หรงกับเยว่ผิงบอกว่าเป็นความกตัญญูของทั้งสองคน เอาไว้เป็นค่าใช้จ่ายและส่งหลานชายเรียนหนังสือ
ถึงแม้บ้านจ้าวจะมีฐานะพอสมควรแต่ไม่ถึงกับร่ำรวยมากมาย เรียกว่ามีกินมีใช้ไม่ลำบาก อีกทั้งเหล่าบรรดาลูกชายลูกสะใภ้รักใคร่ปรองดองกันดีไม่มีความโลภ อยากได้อยากมี บ้านสกุลจ้าวถือว่าอยู่ร่วมกันด้วยความสุข เป็นครอบครัวที่ดีมากครอบครัวหนึ่งเลยทีเดียว ไม่ว่าใครก็อยากแต่งเข้าบ้านจ้าวทั้งนั้น เพราะแม่สามีไม่เคยกดขี่ข่มเหงรังแกลูกสะใภ้เลย แม่จ้าวปฏิบัติกับลูกสะใภ้ประหนึ่งลูกสาวของตัวเอง นับว่าหายากมากที่จะมีแม่สามีที่ดีแบบนี้
หลังจากปิดร้านเสร็จสองสามีภรรยาขับรถสามล้อมุ่งหน้าไปยังหมู่บ้านสกุลจ้าวทันที ตั้งแต่แต่งงานเยว่ผิงกับสามีก็เข้ามาทำงานที่ร้านทำให้ไม่ค่อยได้กลับบ้านสักเท่าไหร่ พ่อแม่จ้าวเองก็เข้าใจในตัวลูกชายและลูกสะใภ้ เมื่อทั้งสองกลับมาถึงบ้านก็ได้รับการต้อนรักที่อบอุ่นจากทุกคน ในครอบครัว
บ้านจ้าวเป็นครอบครัวใหญ่ พี่ชายพี่สะใภ้ทั้งสองแต่งงานมานานและหลาน ๆ เองก็โตมากแล้ว ส่วนน้องสาวคนสุดท้องของมู่หรงสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ และตอนนี้กำลังเรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้ พี่ชายใหญ่ มีลูกชาย 3 คน ลูกสาว 1 คน พี่ชายรองมีลูกสาว 2 คน ลูกชาย 3 คนส่วนมู่หรงกับเยว่ผิงเพิ่งจะแต่งงานกัน เลยยังไม่มีลูก น่าเสียดายที่ตอนนี้นโยบายมีลูกได้เพียงแค่ 1 คนเท่านั้น หากมีมากกว่านั้นก็ต้องจ่ายค่าปรับ
“หอบหิ้วอะไรกันมาเยอะแยะ แค่กลับมาก็ดีแล้ว บ้านเราไม่ขาดของกินของใช้พวกนี้หรอกนะ” แม่จ้าว
“นาน ๆ จะได้กลับมาทีครับแม่ ไม่เป็นไรหรอก”
“ใช่ค่ะแม่ หลาน ๆ เองก็กำลังโต ของพวกนี้จำเป็นต่อร่างกาย พวกเขานะคะ”
“เก็บเงินเอาไว้เลี้ยงลูกของตัวเองบ้างเถอะ แล้วนี้มีอะไรหรือเปล่าทำไมกลับมาได้ล่ะ”
“พอดีมีเรื่องอยากจะปรึกษากับพี่ใหญ่หน่อยน่ะครับ เรื่องงานที่ร้านตอนนี้ครับ”
“ทำไม เกิดอะไรขึ้น หรือว่าคนงานไม่พอเหรอ หรือขยายร้าน”
“เอาไว้ค่อยพูดคุยกันทีเดียวดีกว่าครับ”
“ได้ เดี๋ยวแม่ไปดูในครัวเสียหน่อย เย็นนี้ก็อยู่กินข้าวด้วยกันก่อนค่อยกลับก็แล้วกันนะ เดี๋ยวพ่อกับพี่ชายลูกก็กลับมาจากทุ่งนาแล้ว หลาน ๆ เองอีกไม่กี่วันก็จะกลับมาจากเมืองมณฑลแล้วเหมือนกัน”
“ถ้าอย่างนั้นให้หนูช่วยนะคะแม่”
“ไม่ต้อง ๆ มาเหนื่อย ๆ ก็นั่งพักเถอะ แค่ทำกับข้าวไม่เหลือบ่ากว่าแรงหรอก”
เวลาสี่โมงเย็นพ่อจ้าวเดินนำลูกชายลูกสะใภ้เข้ามาในบ้าน นอกจากลูกชายลูกสะใภ้แล้วยังมีหลาน ๆ ที่เลิกเรียนกลับมาด้วย เมื่อเห็นอามู่หรง ก็ร้องตะโกนด้วยความดีใจ อามู่หรงกับอาสะใภ้กลับมาย่อมมีขนมมาฝาก พวกเขาด้วย เด็ก ๆ ร้องไชโยด้วยความดีใจ จนพ่อจ้าวอดจะดุหลาน ๆ ไม่ได้
“อามู่หรงกลับมาแล้ว ไชโย”
“อาสะใภ้ก็กลับมาด้วยเหมือนกัน” เสี่ยวถู่โต้ว หรือจ้าวจื่อเหยียน กระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจวิ่งเข้าไปกอดเยว่ผิงเสียเต็มรัก
“เจ้าเด็กนี่ ระวังหน่อย เดี๋ยวก็ทำให้อาสะใภ้เจ็บตัวหรอก” พ่อจ้าว
“ไม่เป็นไรค่ะพ่อ ไม่เจ็บค่ะ เสี่ยวถู่โต้วไม่ได้ชนแรงเลยค่ะ”
“พ่อกับพวกพี่ ๆ ไปล้างมือเถอะครับ จะได้กินข้าว แม่ทำกับข้าวเอาไว้หลายอย่างเลย พวกหลานเอากระเป๋าไปเก็บเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เรียบร้อยก่อน” มู่หรง
“ครับอา”
“จะตามใจกันเกินไปแล้ว ตกลงว่าเป็นลูกของนายหรือลูกของฉัน กันแน่” พี่รองจ้าว
“อะไรของพี่ โตจนป่านนี้แล้วยังจะมาแย่งความรักอะไรกับผมเนี่ย” มู่หรงหัวเราะพี่ชายที่ทำหน้าดำทะมึน
“ก็เจ้าเด็กตัวเหม็นนั่นบ่นถึงนายทุกวัน จนฉันนึกว่านายเป็นพ่อ ไปแล้วน่ะสิ”
“คิดมากน่า ลูกชายพี่ผมก็ช่วยเลี้ยงมา หลานจะชอบผมก็ไม่แปลก ไป ๆ ไปล้างมือ”
“เจ้ารองนี่ล่ะก็ คิดเล็กคิดน้อยกับน้องชายอยู่ได้” พี่ใหญ่จ้าว
“เหอะ รอให้เสี่ยวคังกลับมาก่อนเถอะ พี่จะรู้ว่าการที่ถูกลูกเมิน เป็นยังไง” พี่รองจ้าวตอกหน้าพี่ชาย
“นี่เจ้ารองจะหาเรื่องกันใช่ไหม แน่จริงนายพูดอีกทีสิ” พี่ใหญ่จ้าวรีบเดินตามหลังน้องชายไปติด ๆ
ส่วนพี่สะใภ้ทั้งสองได้แต่มองหน้ากันแล้วส่ายหัว พวกเธอเอือมระอากับสามีของตัวเองที่อิจฉาน้องชายตัวเองมานานแล้ว และตอนนี้เริ่มจะชินและไม่เก็บมาใส่ใจ ถ้าทั้งสองคนอยากทะเลาะกันก็ปล่อยให้ทะเลาะกันไป เดี๋ยวเบื่อก็เลิกกันไปเอง หรือไม่ก็โดนคุณแม่ด่าสักยกสองยกก็ดีขึ้นมาเอง
หลังจากที่ทุกคนกลับมาครบแล้ว ลูกสะใภ้เข้าไปช่วยแม่สามีตั้งโต๊ะอาหาร ช่วยกันยกอาหารออกมาวาง จัดช้อน ชามตะเกียบ เด็ก ๆ นั่งประจำที่ หลังจากทานอาหารร่วมกันแล้วก็เป็นเวลาพูดคุยกัน
“ว่ายังไง เจ้าสามกลับมาวันนี้มีเรื่องอะไรจะคุยอย่างงั้นเหรอ” พี่ใหญ่
“พอดีว่าบ้านฝั่งพ่อตาผม บ้านอารองน่ะ จะเปิดห้างสรรพสินค้า ผมเองต้องไปเป็นผู้จัดการที่นั่น เยว่ผิงจะต้องไปทำหน้าที่พนักงานบัญชี และคอยดูแลที่ห้างด้วย ทีนี้ร้านค้าไม่ได้ปิดตัวลง แต่ต้องหาคนไปทำแทน เราสองคนเลยตกลงกันว่าจะให้พี่ใหญ่กับพี่สะใภ้ใหญ่ไปทำแทน ส่วนหลาน ๆ ที่เรียนจบชั้นมัธยมแล้ว อยากให้ไปทำงานเป็นพนักงาน ส่วนเรื่องเรียนต่อค่อยเรียนที่วิทยาลัยภาคค่ำเอา ทุกคนมีความคิดเห็นเป็นอย่างไร”
“หรือว่าพี่รองจะไปทำด้วยก็ได้นะคะ” เยว่ผิง
“ไม่เอาหรอก พี่ชอบทำนาทำสวนมากกว่า จะได้อยู่ดูแลพ่อกับแม่ด้วย”
“นั่นมันหน้าที่ของพี่ไม่ใช่หรือเจ้ารอง”
“พี่จะอะไรมากมาย พ่อแม่ของพวกเราเหมือนกัน ใครดูแลก็เหมือนกันนั่นล่ะ พี่ก็แค่ส่งเงินกลับมามากหน่อยก็พอ”
“ตกลง พี่จะส่งเงินกลับมา”
“การค้าดีมากเลยหรือ ถึงได้จะเปิดห้างสรรพสินค้าแล้ว นี่เพิ่งใช้เวลาไม่เท่าไหร่เอง ลูกสาวบ้านเซี่ยนี่ไม่ธรรมดาเลยจริง ๆ” แม่จ้าว
“นั่นสิคะคุณแม่ น้องสาวถิงถิงทั้งงดงาม ทั้งเก่ง แบบนี้ใครจะได้ไปเป็นลูกสะใภ้กันนะ” พี่สะใภ้ใหญ่
“พี่สะใภ้ใหญ่ อารองบอกว่าจะหาลูกเขยแต่งเข้าค่ะ” เยว่ผิง
“โอ้ย ถ้าพี่มีลูกสาวที่ทั้งสวยและเก่งแบบนี้ก็ทำใจให้แต่งออกไปไม่ได้เหมือนกันล่ะ” พี่สะใภ้รอง
“แล้วจะเริ่มงานเมื่อไหร่ล่ะ” พ่อจ้าวที่นั่งเงียบมานานถามขึ้น
“พี่ใหญ่ งานในทุ่งใกล้จะเสร็จหรือยัง ต่อไปนี้ผลผลิตในไร่นาเราสามารถนำไปขายให้กับห้างเปิดใหม่ได้นะครับ ห้างสรรพสินค้าที่เปิดใหม่จะขายสินค้าที่เป็นผลผลิตทางการเกษตรและอาหาร ไม่ได้ขายสินค้าประเภทอื่น ที่ห้างจะสามารถหาซื้อได้เพียงอาหารและเครื่องดื่มเท่านั้นครับ”
“โอ้ นับว่าได้เปิดหูเปิดตาแล้ว นี่ไม่เท่ากับส่งเสริมให้สินค้าด้านการเกษตรมีตลาดเพิ่มขึ้นหรือ อนาคตถ้ามีพวกอุปกรณ์การเกษตรขายด้วย ก็คงดี” แม่จ้าว
“ผมจะลองไปคุยกับถิงถิงดูนะครับว่าพอจะเป็นไปได้หรือเปล่า”
“ดีจ้ะ แม่ดีใจกับลูกด้วยนะที่ก้าวหน้าในหน้าที่การงาน”
“พี่เองก็ขอบใจนายที่นึกถึงพวกเราเสมอมานะ” พี่ใหญ่
“ครอบครัวเดียวกันทั้งนั้น ระหว่างเรายังจะมาขอบคุณอะไรอีก”
“ได้ ๆ เอาที่นายสบายใจ เอาไว้อีกสองวัน พี่ทำงานในทุ่งเสร็จจะพาพี่สะใภ้นายเข้าไปเรียนรู้งาน แล้วพี่อยากให้นายช่วยซื้อรถสามล้อให้สักคัน พี่พอมีเงินเก็บอยู่บ้าง”
“ตกลงครับ เรื่องนี้เดี๋ยวแจ้งโหย่วอี้ เห็นว่าอีกไม่นานจะมีการซื้อรถสามล้อ และรถบรรทุกเพิ่มครับ”
“พ่อ แม่ พวกเราไปทำงานแล้ว ส่วนหลานพวกเราจะย้ายเข้าไปเรียนในตัวตำบล จะได้ไม่ต้องลำบากพ่อแม่คอยดูแล ร้านค้ามีที่พักให้กว้างขวาง ส่วนเสี่ยวถู่โต้ว จะไปเรียนในตำบลด้วยก็ไปอยู่กับลุงใหญ่ในเทอมหน้า พร้อมพวกพี่ชายนะ”
“ครับลุงใหญ่ ผมต้องไปอยู่แล้ว”
หลังจากตกลงกันเรียบร้อยแล้ว สองสามีภรรยารีบกลับเข้ามาในตำบลทันทีเพราะกลัวว่าจะค่ำมืดเสียก่อน ทุกอย่างกำลังจะเป็นไปในทางที่ดี ทุกคนกำลังจะมีอนาคตที่ดีด้วยเช่นเดียวกัน ทั้งสองคนไม่คิดไม่ฝันเลยว่าจะมีวันคืนที่ดีเช่นนี้ เยว่ผิงรู้สึกขอบคุณถิงถิงญาติผู้น้องสุดหัวใจที่นำพาให้คน ในหมู่บ้านมีรายได้มากขึ้น ครอบครัวชาวบ้านยากจนแต่ละปีผ่านไปด้วยความลำบาก เพราะถิงถิงนำพางานและเงินมาให้พวกเขา ปีใหม่นี้หวังว่าทุกคนจะได้ฉลองปีใหม่อย่างมีความสุขเป็นปีแรก
