ตอนที่ 16 ผลผลิตที่น่าพอใจ
เวลาผ่านไปอีกนับเดือน ตอนนี้เริ่มก่อสร้างบ้านพักหลังเล็กแล้ว หลังจากที่บ่อน้ำขนาดพื้นที่ 2 งาน และศาลารับลมสร้างเสร็จ ผลไม้ ดอกไม้ ที่สมควรปลูกก็ปลูกลงไปจนหมดแล้ว หลังจากสร้างบ้านพักหลังเล็กเสร็จแล้ว ต่อจากนั้นจะเป็นการสร้างเรือนกระจกขนาดใหญ่ 1 หลัง โรงเรือนสำหรับแปรรูปอาหารอีก 1 หลัง ก่อนหน้าที่ถิงถิงจะให้ช่างเริ่มสร้างบ้านพัก เธอได้ให้ช่างสร้างโรงเรือนขนาดใหญ่เอาไว้บริเวณหลังบ้าน เพื่อทำเป็นโรงหมักเหล้าและโรงบ่มไวน์ ส่วนอุปกรณ์เครื่องมือต่าง ๆ ระบบอย่างตงตงเป็นผู้จัดหามา
ตอนนี้องุ่นที่ปลูกเอาไว้ก็ถึงเวลาเก็บเกี่ยวแล้ว พ่อเซี่ยตื่นเต้นมากเพราะตั้งแต่เกิดมาไม่เคยเห็นองุ่นที่ทั้งลูกโตและหวานมากขนาดนี้ ตั้งแต่ ทุกคนที่ทำงานกับบ้านเซี่ยได้กินอาหารและน้ำดื่มที่ผสมน้ำจากบ่อน้ำโบราณ ทุกคนรู้สึกว่าร่างกายแข็งแรงและโรคภัยเก่า ๆ ที่เคยเป็นก็รู้สึกว่าจะไม่กำเริบ ดูเหมือนว่าจะหายไปเอง ทุกคนคิดว่าอาจจะเป็นเพราะระยะนี้ได้กินดีอยู่ดี อาหารการกินเพียบพร้อม ที่สำคัญภรรยาของพี่ใหญ่ซูเซียวตั้งครรภ์แล้ว
เพราะเรื่องนี้ทำให้พี่ใหญ่จิ้นหลง พี่รองโหย่วอี้ ถูกแม่เซี่ยบ่นทุกวันเรื่องแต่งงานจนสองพี่น้องทนไม่ไหวจนต้องหลบไปนอนที่สวนบนเขาแทน พ่อเซี่ยเองก็อยากจะมีหลานบ้างเหมือนกับลุงใหญ่แต่จะทำอย่างไรได้ ในเมื่อลูกชายยังไม่คิดแต่งงานตอนนี้ เขาเองก็ไม่อยากข่มเขาโคให้กินหญ้า แตงที่ฝืนเด็ดจากต้นนั้นมักจะไม่หวาน เรื่องแบบนี้จะมาบังคับฝืนใจกันไม่ได้ เพราะพ่อเซี่ยกับแม่เซี่ยเองก็เคยผ่านเหตุการณ์แบบนี้มาแล้ว กว่าที่ทั้งสอง จะได้ใช้ชีวิตร่วมกัน แม่เซี่ยถึงกลับยอมตัดขาดกับครอบครัวเพราะเลือกสามีชาวนาอย่างพ่อเซี่ย
ก่อนที่คนงานจะมาถึงไร่องุ่น พ่อเซี่ยกับลุงใหญ่ก็เก็บองุ่นมากินจนอิ่ม นี่ถ้าไม่ติดว่าจะต้องเอาไปขายทำเงินและหลานรักอย่างถิงถิงจะหมักเหล้าแล้วล่ะก็ ลุงใหญ่ก็อยากจะเก็บเอาไว้กินเสียเองสักหลาย ๆ กิโล องุ่นที่รสชาติอร่อยขนาดนี้ ต้องขายดีแน่ ๆ ถึงแม้ว่าหลานสาวจะตั้งราคาเอาไว้แพงมาก ต่อ 1 กิโลกรัม ถึงยังไงคนในตำบลย่อมไม่ขาดเงินตอนนี้ ไม่เหมือนสมัยก่อนที่อดอยากแล้ว อีก 4 ปีก็จะเข้าสู่ยุค 90 แล้ว เศรษฐกิจนับว่ากำลังเจริญเติบโต คนที่ร่ำรวยก็ร่ำรวย แต่คนจนอย่างชาวไร่ชาวนาในพื้นที่ห่างไกลยังมีอยู่เช่นเดิม แต่ละคนต่างดิ้นรนเข้าไปทำงานในเมืองใหญ่เพื่อความอยู่รอดของครอบครัว สำหรับลูกสาวที่รักอย่างถิงถิงกลับอยากมาพัฒนา บ้านเกิดซึ่งเป็นเรื่องที่พ่อเซี่ยภาคภูมิใจมาก
หลังจากที่พี่ใหญ่จิ้นหลงพาคนงานมาถึง ทุกคนต่างลงมือตัดองุ่นทันที องุ่นทั้งหมดจะนำไปขายเพียงครึ่งหนึ่งเท่านั้น ที่เหลือถิงถิงจะนำไปหมักเหล้า ในที่ดินผืนใหม่ก็มีการปลูกองุ่นด้วยเช่นเดียวกัน 20 หมู่ ในส่วนของบ้านพักและร้านของฝาก 10 หมู่ ที่เหลือจะแบ่งปลูกเชอร์รี แอปเปิล ลูกพลับ สาลี่ ส้ม มะม่วง และลิ้นจี่ที่เพิ่งได้ต้นกล้ามาใหม่
“หวานมาก อร่อยมาก” ซูเซียว
“มีอะไรที่น้องสาวปลูกไม่อร่อยบ้าง” จิ้นหลง
“ผมว่าพี่แพ้ท้องแทนเมียมากกว่า เช็ดน้ำลายของพี่บ้าง เปรี้ยว จะตายแล้ว ยังบอกหวานมากอีก นี่มันองุ่นดิบ ยังไม่สุกเลย ถ้าองุ่นที่สุกแล้วผมไม่เถียงพี่หรอกนะ” โหย่วอี้
“ถึงลูกมันจะเล็กและยังเขียวอยู่ แต่มันก็หวานอมเปรี้ยวอร่อยมากนะ นายสองคนลองชิมดูสิ”
“ไม่ดีกว่า รีบเก็บกันเถอะ อีกเดี๋ยวต้องเอาองุ่นไปส่งที่ร้านในตำบลอีก อ่อ พี่ซูเซียว ถิงถิงบอกว่าจะขยายร้านในตำบล ต้องการพนักงานขายเพิ่ม1 คน พี่มีคนที่จะแนะนำหรือเปล่า” โหย่วอี้
“ไม่ไปถามน้องเขยล่ะ หลาน ๆ ฝั่งน้องเขยตอนนี้กลับมาอยู่ที่บ้านหลายคน วันก่อนเห็นเยว่ผิงเล่าให้ฟังว่าโรงงานที่หลาน ๆ ของน้องเขยทำอยู่ปิดตัวลงโดยไม่ทราบสาเหตุ ทำให้คนงานตกงานหลายสิบชีวิตเลย”
“ก็น่าจะไปทำอย่างอื่นหรือเปล่าครับ ตอนนี้โรงงานเล็ก ๆ ที่มีคนงานแค่ 10 กว่าชีวิต ทยอยปิดตัวไปเยอะแล้ว อย่างโรงงานขนมไข่ โรงงานทอผ้า ไม่ก็อาจจะย้ายไปตั้งรกรากที่อื่น” จิ้นหลง
“ในหมู่บ้านของเราเองก็มีหนุ่มสาวทยอยกลับบ้านมาเหมือนกัน น้องสาวบอกว่าในอนาคตหมู่บ้านของเราจะเจริญรุ่งเรืองขึ้นแน่ ๆ คนหนุ่มสาวไม่จำเป็นที่จะต้องไปหางานทำในเมืองแล้ว อีกหน่อยพอสวนผลไม้ถึงเวลาเก็บเกี่ยวยังต้องใช้คนงานเยอะพอสมควร ที่สำคัญ ร้านค้าที่จะนำผลไม้ไปวางขายจะต้องใหญ่พอสมควร ถิงถิงน่าจะซื้อร้านค้าในตำบลเพิ่มตอนนั้นก็จะมีการจ้างพนักงานเพิ่ม ไหนจะพนักงานที่ฟาร์มใหญ่ที่กำลังก่อสร้างอีก อย่างน้อย ๆ ก็ต้องมีพนักงานทำความสะอาด 2 คน พนักงานบัญชี พนักงานขายประจำร้านของฝาก ยังมีร้านอาหารด้วย ที่ขาดไม่ได้คือคนงานดูแล สวนผลไม้ ต้องใช้คนอีกหลายสิบคนเลยล่ะ”
“คิดถึงเงินที่จะได้มาและเงินที่จะต้องจ่ายออกไป ถึงยังไงก็ได้กำไรอยู่ดี อีกไม่นานหมู่บ้านของพวกเราก็จะมีชื่อเสียงขึ้นมา และยังเป็นหมู่บ้านตัวอย่างที่พัฒนาเกษตรกรรม อย่าลืมว่าหมู่บ้านของพวกเราใช้ปุ๋ยที่หมัก ขึ้นเอง ไม่ได้ใช้ปุ๋ยเคมี พืชผักที่ปลูกออกมาย่อมมีแต่ประโยชน์มากกว่าโทษ อย่างน้อย ๆ สารตกค้างก็ไม่มีมากมาย พวกนายไม่รู้สึกว่าพักนี้ร่างกายแข็งแรงขึ้นเหรอ พวกเรากินอาหารที่ปลูกเอง มีเพียงเนื้อหมูเท่านั้นที่ซื้อจากตลาดมา” ซูเซียว
“ผมเองก็รู้สึกแบบเดียวกับพี่ พ่อเองก็ไม่บ่นว่าปวดหลังแล้ว คุณแม่ก็ไม่บ่นว่าปวดหัวตอนเช้า ๆ มานานแล้วเหมือนกัน” โหย่วอี้
“ที่สำคัญเหมือนพ่อกับแม่ และลุงกับป้า เหมือนรอยตีนกาจะลดลงไปเยอะ” จิ้นหลง
“จิ้นหลง พวกเราคุยกันถึงสุขภาพ เกี่ยวอะไรกับรอยตีนกา นายหลงประเด็นแล้ว ระวังอารองมาได้ยิน อารองไม่เท่าไหร่แต่อาสะใภ้นี่สิ ระวังเถอะนายจะโดนไม่ใช่น้อย” ซูเซียว
จากนั้นเสียงหัวเราะก็ดังขึ้นทั้งไร่องุ่น ทุกคนทำงานอย่างมีความสุข คนงานเองก็ทำงานมีความสุขไร้แรงกดดัน จากที่เคยไปทำงานในเมืองมาเพราะความรู้น้อยเพียงแค่อ่านออกเขียนได้ จึงทำให้ถูกนายจ้างและเพื่อนร่วมงานกดขี่ข่มเหงอยู่ไม่น้อย ตั้งแต่กลับมาทำงานที่บ้านเกิดถึงแม้จะเป็นงานเพาะปลูกแต่เงินเดือนที่ได้กลับดีกว่างานในเมืองเสียอีก
นอกจากเงินเดือนจะได้มากกว่าแล้วที่นี่ยังมีอาหารให้กินถึงสองมื้อ คือมื้อเช้ากับมื้อกลางวัน มีเพียงมื้อค่ำเท่านั้นที่กลับไปกินที่บ้าน ส่วนวันไหนที่อยู่ทำงานล่วงเวลาที่ไร่ ก็จะมีอาหารเย็นให้กับพวกเขาด้วย อาหารทั้งอร่อยและมีปริมาณเพียงพอให้กับทุกคน ตอนนี้พวกเขารู้สึกว่าอ้วนขึ้นและแข็งแรงขึ้นมาก
องุ่น 50 ลังถูกส่งไปที่ร้านในตำบล ส่วนอีก 50 ลังที่เหลือนำไปไว้ที่โรงหมัก วันนี้จิ้นหลงเป็นคนขับรถเอาของไปส่งที่ร้านในตำบล ส่วนซูเซียวกับโหย่วอี้ยังนำคนงานทำงานในไร่กันอย่างขันแข็ง พ่อเซี่ยกับลุงใหญ่ ไปควบคุมงานที่ฟาร์มใหญ่ด้านนอก บ่อน้ำที่ขุดตอนนี้ยังไม่มีน้ำมากเท่าไหร่ แต่อีกไม่นานพอเข้าฤดูหนาว หิมะตก ถึงตอนนั้นก็อาศัยที่หิมะละลายน้ำก็จะเต็มบ่อพอดี หลังจากนั้นจึงค่อยลงมือปลูกบัว
ส่วนดอกไม้ จะปลูกหลังจากบ้านพักสร้างเสร็จ โดยจะปลูกเอาไว้ประดับบ้านพักทุกหลัง นอกจากนี้ยังมีสวนดอกไม้อีกด้านเอาไว้ให้คนที่มาพักผ่อนได้ดูเป็นอาหารตา นอกจากสวยงามแล้วยังสามารถนำมาทำเป็นชาดอกไม้ได้ ไม่ว่าจะเป็นกุหลาบ เบญจมาศ มะลิ และชาบัว ไม่ว่าจะชา ชนิดไหนล้วนแล้วแต่บำรุงสุขภาพและความงามทั้งนั้น
วันนี้ถิงถิงปั่นจักรยานเข้ามาที่ตัวอำเภอ และมุ่งหน้าไปยังสำนักงานจัดสรรอสังหาริมทรัพย์และที่ดิน เธอต้องการซื้อร้านค้าเพิ่ม และครั้งนี้ต้องการขนาดใหญ่ ถิงถิงอยากจะเปิดเป็นห้างสรรพสินค้าที่ขายสินค้าการเกษตรโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นข้าวสาร ถั่ว แป้งต่าง ๆ ผลไม้จากสวน รวมถึงผักสด ไข่ไก่ และอาหารแห้ง จึงจำเป็นต้องใช้สถานที่ที่มีขนาดใหญ่มากกว่าร้านค้าตอนนี้
นับว่าถิงถิงมาได้ถูกจังหวะมาก จากที่สอบถามเจ้าหน้าที่ถึงความต้องการของเธอ ก็พบว่ามีโรงงานทอผ้าที่อยู่ใกล้กับตลาดได้ปิดกิจการไป พื้นที่ของโรงงาน ขนาด 20 หมู่ ตอนนี้ยังมีอาคารและโกดังที่สามารถใช้งานได้ โรงงานแห่งนี้เปิดมาได้เพียง 5 ปีเท่านั้น ก็ปิดกิจการและย้ายไปเปิดที่ทางใต้ นอกจากนี้ราคายังไม่แพงมากขนาดที่ถิงถิงไม่สามารถซื้อได้
ตอนนี้กำไรจากร้านค้าในตำบลก็ทำรายได้ให้กับถิงถิงในแต่ละเดือนไม่น้อย ที่ดิน 20 หมู่ของโรงงานทอผ้านี้ ราคา 60,000 หยวน แถมบ้านพักคนงาน โกดังเก็บของ และอาคารสำนักงานขนาดใหญ่ ถิงถิงเพียงแค่ปรับปรุงอาคารสำนักงานนิดหน่อยก็สามารถเปิดเป็นห้างสรรพสินค้าที่ขายอาหารโดยเฉพาะได้เลย นับว่าได้กำไรจากการซื้อโรงงานเก่าในครั้งนี้ หลังจากจัดการโฉนดที่ดินเรียบร้อยแล้ว ถิงถิงปั่นจักรยานไปที่ร้านค้าเพื่อพูดคุยกับเยว่ผิงก่อนที่จะกลับหมู่บ้าน
