ตอนที่ 14 ขายดิบขายดี และสตรีไร้ยางอาย
แตงโมที่วางขายในวันแรกขายออกไปเกือบหมด ตอนแรกเยว่ผิง คิดว่าไม่น่าจะขายได้มากในวันแรก ถึงยังไงแตงโมถือว่าเป็นผลไม้แถมยังมีราคาที่ค่อนข้างแพง แต่พอลูกค้าที่ซื้อกลับไปลองกินแล้วติดใจและกลับมาซื้ออีกรอบอยู่หลายคน ทางร้านอาหารเองก็มาซื้อไปขึ้นโต๊ะงานเลี้ยงที่มีลูกค้าจองโต๊ะเอาไว้ด้วยเช่นเดียวกัน นอกจากจะขึ้นโต๊ะงานเลี้ยงแล้ว ยังนำไปเพิ่มในเมนูอาหารด้วยเช่นเดียวกัน ร้านอาหารบางครั้งก็มีผลไม้ตามฤดูกาลขายด้วย
“แตงโมที่เอามาเมื่อวานเหลือไม่มากแล้ว ไม่รู้ว่าวันนี้จะมีมาอีกเท่าไหร่นะคะ”
“ขายดีมากเลย แต่แตงโมก็อร่อยมากจริง ๆ ทั้งหวานทั้งหอมพี่ไม่เคยกินแตงโมที่ไหนอร่อยขนาดนี้มาก่อนเลย”
“จริงค่ะ ไม่รู้ว่าถิงถิงไปซื้อเมล็ดพันธุ์ที่ไหนมาปลูก เหลือองุ่นที่ยัง ไม่สุก องุ่นก็คงอร่อยมากแน่ ๆ ไหนจะสตรอว์เบอร์รีอีก แค่คิดก็น้ำลายไหลแล้วค่ะ”
“นั่นสิ พี่เองก็กลายเป็นคนตะกละไปแล้วตอนนี้”
จากนั้นสองสามีภรรยาก็หัวเราะให้กับความตะกละของตัวเองช่วยไม่ได้ ใครใช้ให้อร่อยขนาดนี้กันล่ะ ไม่ว่าจะเป็นผัก ปลา กุ้ง ทุกอย่างล้วนแล้วแต่อร่อย ไข่ไก่เองก็ไม่มีกลิ่นคาวเลยสักนิด ไก่ก็อร่อยนำมาต้มน้ำแกง ทั้งหอมทั้งหวานไม่คาวเลยสักนิด มู่หรงรู้สึกดีใจมากที่ได้ทำงานกับอารองของภรรยา นอกจากเงินเดือนจะได้มากแล้ว อาหารการกินมีมากมายและยังมีส่วนที่ส่งไปให้ครอบครัวของเขาด้วย เงินเดือนของเขาและภรรยารวมกัน แต่ละเดือนไม่น้อยเลย แถมไม่ได้ใช้จ่ายเงินซื้ออะไรมากมาย มีเพียงของใช้ส่วนตัวเท่านั้นที่ใช้เงินเพียงเล็กน้อยจ่ายออกไป
แตงโมยังคงขายได้เป็นอย่างดี นอกจากแตงโมจะมีขายที่ร้านค้าในตำบลแล้ว จิ้นหลงยังขับรถเข้าไปเปิดแผงขายที่ตลาดนัดขนาดใหญ่ในตัวอำเภอด้วย แตงโมขนาดใหญ่ที่ขายในร้านค้า ราคา 20 หยวน แต่ขายที่อำเภอราคาลูกละ 22 หยวน แตงโมลูกที่มีขนาดเล็กลงมา จากราคา 18 หยวน ก็เพิ่มเป็น 20 หยวน
ถึงจะมีราคาแพงกว่าที่วางขายในร้านค้าที่ตำบล แต่แตงโมลูกใหญ่เนื้อแดงเปลือกบางและมีกลิ่นหอมหวานแบบนี้ย่อมขายได้ จิ้นหลงไม่กลัวว่าจะขายไม่หมด แตงโมที่เอามาขายในครั้งนี้ 300 ลูก แบ่งเป็นลูกใหญ่จำนวน 200 ลูกเล็กจำนวน 100 ลูก การค้าครั้งนี้นับว่าได้เงินเป็นกอบเป็นกำเลยทีเดียว วันนี้เขาทำเงินได้ถึง 6,400 หยวนเลยทีเดียว
แตงโมที่ไร่เหลือไม่มากแล้ว น่าจะสามารถเก็บขายได้อีกเพียงแค่ สามวันเท่านั้น หลังจากเก็บแตงโมชุดสุดท้ายออกหมดแล้ว ก็จะเริ่มไถกลบเถาของแตงโมและตากหน้าดินเอาไว้ 7 วัน จากนั้นถึงจะไถพรวนอีกครั้งใส่ปุ๋ยหมักและตากหน้าดินอีก 7 วัน ถึงจะเริ่มปลูกแตงโมอีกครั้ง และครั้งนี้ ถิงถิงต้องการจะปลูกแตงหอมด้วย ที่ดินตรงนี้มีไม่มาก มีเพียงแค่ 6 หมู่เท่านั้น ครั้งนี้แบ่งปลูกแตงหอม 3 หมู่ แตงโม 3 หมู่ ตงตงแนะนำให้ปลูก แคนตาลูปในครั้งหน้าด้วยเช่นกัน
หลังจากที่ตงตงตัดสินใจที่จะลาพักร้อนเพื่อออกไปตามหาสามีให้กับโฮสต์ ตงตงจึงเตรียมต้นกล้าเอาไว้ให้กับโฮสต์ ไม่ว่าจะเป็นต้นท้อ ต้นแปะก๊วย และต้นเฟิง ต้นกล้าเหล่านี้เตรียมเอาไว้ปลูกตามแนวรั้วของสวนผลไม้บนเขา ส่วนต้นท้อนั้นเตรียมเอาไว้ปลูกในที่ดินผืนใหม่ เงินจากการขายแตงโมครั้งนี้ยังไม่ทราบจำนวนที่แน่ชัด ต้องรอให้ขายแตงโมชุดสุดท้ายออกหมดเสียก่อน ไม่รู้ว่าจะมากพอให้ซื้อที่ดินได้หรือไม่
วันนี้เป็นวันสิ้นเดือนพอดี และแตงโมชุดสุดท้ายก็เก็บเสร็จแล้วเช่นเดียวกัน วันนี้ตอนเย็นเป็นเวลาจ่ายเงินเดือนคนงานแล้วเช่นเดียวกัน คนงานทั้งหมด 10 คน เงินเดือนคนละ 700 หยวน ส่วนลุงใหญ่ถิงถิงจ่ายให้ 1,000 หยวน ส่วนซูเซียว 700 หยวน เท่ากับทุกคน เจียงอันผิง 600 หยวน เยว่ผิง 600 หยวน ส่วนมู่หรงเองก็ได้ 700 หยวนเท่ากันกับคนงานคนอื่น ๆ วันนี้ถิงถิงเข้าตำบลมาตรวจบัญชีร้านเช่นเดียวกัน หลังจากเปิดร้านขายของมาเป็นเวลาสองเดือน รายได้จากร้านค้านับว่าดีมากทีเดียว เดือนแรกหลังจากหักค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ออกไป มีกำไร 10,000 หยวน ส่วนเดือนนี้ มีกำไร 13,000 หยวน ไม่รวมกับเงินที่ขายแตงโม
เช้าวันถัดมามู่หรงเอาเงินที่ขายแตงโมทั้งหมดของเมื่อวานมาให้ถิงถิงที่บ้านหลังจากปิดร้านแล้ว รายได้จากการขายแตงโมนับว่าไม่เลวเลยทีเดียว แตงโมลูกใหญ่ที่ขายในร้านค้า ทั้งหมด 2,000 ลูก ขายได้เงิน 40,000 หยวน ส่วนแตงโมลูกที่มีขนาดเล็กลงมาหน่อย 2,500 ลูก ขายได้เงิน 45,000 หยวน รวมกับที่จิ้นหลงเอาไปขายที่ตลาดนัดในตัวอำเภออีก 6,400 หยวน รวมเป็นเงินทั้งหมดที่ขายแตงโมได้เป็นเงิน 91,400 หยวน บวกรายได้จากร้านค้าอีก 25,000 หยวน นับว่าเป็นเงินจำนวนมากเลยทีเดียว ที่สำคัญมีเงินพอที่จะซื้อที่ดินผืนใหม่ได้แล้ว
ห้าวันให้หลังถิงถิงให้พ่อเซี่ยกับลุงใหญ่ไปเจรจาขอซื้อที่ดินผืนใหญ่ที่อยู่ระหว่างสองหมู่บ้าน คือหมู่บ้านตระกูลโจและหมู่บ้านตระกูลเยี่ย หลังจากเจรจาตกลงราคากันแล้วหัวหน้าหมู่บ้านของทั้งสองหมู่บ้านรีบดำเนินการเรื่องเอกสารทันที จากนั้นมีการจ้างงานคนในหมู่บ้านทั้งสองหมู่บ้านเพื่อสร้างกำแพงรอบที่ดิน ครั้งนี้พ่อเซี่ยเสียเงินไปหลายพันหยวนพี่ซื้ออิฐมาทำกำแพงล้อมรอบที่ดินขนาด 100 หมู่ เวลาในการสร้างกำแพงค่อนข้างใช้เวลานานพอสมควร
จากการที่พ่อเซี่ยซื้อที่ดินเป็นจำนวนมากและมีการจ้างแรงงานไปก่อสร้างกำแพง ทำให้เป็นที่กล่าวขานของชาวบ้านของทั้งสองหมู่บ้าน และเรื่องที่บ้านเซี่ยมีเงินมีทองมากมายจนสามารถเช่าภูเขาถึง 5 ลูกเพื่อทำสวนและยังนำเงินจำนวนมากมาซื้อที่ดินที่อยู่ตรงกลางระหว่างหมู่บ้านทั้งสอง ได้กลายเป็นจุดสนใจของชาวบ้านไปแล้ว ไม่มีใครไม่พูดถึงเรื่องนี้ ข่าวบ้านเซี่ยร่ำรวยขึ้นมาภายในเวลาไม่นานได้ลอยไปเข้าหูคนบ้านเยี่ยที่เคยมีสัญญา หมั้นหมายกับพี่ใหญ่ของถิงถิงอย่างจิ้นหลง แต่เพราะตอนนั้นเยี่ยอันเหอต้องการแต่งงานกับคนที่มีฐานะร่ำรวยจึงได้ถอนหมั้นกับเซี่ยจิ้นหลง
ครอบครัวของเซี่ยจิ้นหลงกำลังเจริญก้าวหน้าไปสู่ความมั่งคั่งร่ำรวย แต่ทว่าครอบครัวของอดีตคู่หมั้นอย่างเยี่ยอันเหอที่เพิ่งจะหย่าขาดจากสามี ที่ร่ำรวยไม่จริงมาได้เพียงสองเดือน และตอนนี้เธอกลับมาอยู่ที่หมู่บ้านตระกูลเยี่ย ไม่มีทั้งงานทำไม่มีทั้งเงิน และยังต้องคอยมองดูสีหน้าคนในบ้าน พี่สะใภ้ทั้งสองคนก็พูดจาถากถางอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน เมื่อได้ข่าวว่าจิ้นหลงกำลังร่ำรวย มีรถบรรทุกคันใหญ่ มีสวนผลไม้ มีรถสามล้อ เธอคิดว่าไหน ๆ เธอก็ไม่มีสามีแล้ว อีกอย่างจิ้นหลงยังไม่แต่งงาน ยังครองตัวเป็นโสดจนทุกวันนี้อาจจะเพราะยังไม่ลืมเธอก็เป็นได้
เยี่ยอันเหอคิดเองเออเอง ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่มั่นใจในแผนการและ ความสวยของตัวเอง โดยไม่คิดเผื่อใจเอาไว้ว่าสิ่งที่ตัวเองคาดหวังนั้นจะสมหวังหรือไม่ เมื่อตัดสินใจได้แล้วว่าจะต้องหาทางคืนดีกับเซี่ยจิ้นหลงเพื่อความอยู่รอดของตัวเอง เยี่ยอันเหอแต่งตัวออกจากบ้านมุ่งหน้าไปยังที่ดินผืนใหญ่ที่มีชาวบ้านกำลังสร้างกำแพงกันอยู่หลังจากที่มาแอบดูเป็นเวลาหลายวัน จึงได้รู้ว่าเยี่ยจิ้นหลงจะขับรถนำอาหารกลางวันมาส่งให้กับชาวบ้านที่มาสร้างกำแพงทุกวันตอนเที่ยง วันนี้เธอจึงตั้งใจแต่งตัวให้สวยที่สุดเพื่อมาดักรอเขา
วันนี้จิ้นหลงยังคงเอาอาหารกลางวันมาส่งให้คนงานที่กำลังสร้างกำแพงอย่างเช่นทุกวันแต่ที่ต่างออกไปจากวันอื่นคือวันนี้มีน้องสาวอย่าง ถิงถิงมาด้วย เพราะวันนี้มีชาวบ้านบางคนต้องการเบิกเงินค่าแรงบางส่วน พี่ชายอย่างจิ้นหลงจึงให้น้องสาวเข้ามาจัดการเรื่องเงินค่าแรงตรงส่วนนี้ เพราะเขาเองไม่ถนัดจะจัดการเรื่องบัญชีสักเท่าไหร่
เมื่อขับรถมาถึงสถานที่ก่อสร้าง หลังจากจอดรถเรียบร้อยแล้ว ชาวบ้านที่มาทำงานต่างเข้ามาช่วยกันยกหม้ออาหารลงไปวางบนโต๊ะที่เตรียมเอาไว้ คนที่มาทำงานสามารถตักอาหารกินกันเองได้เลย เพราะถิงถิงได้แจ้งเอาไว้ก่อนจ้างงานให้ทุกคนนำถ้วยชามและแก้วน้ำมาเอง ทางบ้านเซี่ยมีเพียงข้าวและกับข้าวพร้อมน้ำดื่มให้เท่านั้น
เยี่ยอันเหอเห็นว่าจิ้นหลงกำลังเดินกลับมาที่รถ เธอรีบออกจาก ที่ซ่อนตัวและพุ่งเข้าใส่ทันที หลังจากจิ้นหลงได้ดื่มน้ำและอาหารที่มีส่วนผสมของน้ำจากบ่อน้ำโบราณทำให้สติรับรู้ของเขาค่อนข้างดีมาก เพียงแค่รู้สึกว่าเหมือนมีอะไรพุ่งเข้ามาทางเขา เพื่อหลีกเลี่ยงการปะทะเขาจึงได้เบี่ยงตัวหลบ ผลจากการที่เขาเบี่ยงตัวหลบนั้นทำให้เยี่ยอันเหอที่พุ่งมาด้วยความแรง หยุดไม่ทันกระแทกเข้ากับประตูรถทันที
“โอ้ย เจ็บ ๆ เจ็บจะตายแล้ว พี่จิ้นหลงทำไมพี่ถึงหลบฉันล่ะคะ พี่ไม่เห็นเหรอ ฉันเจ็บมากเลย”
“เจ็บจะตายแล้วตายหรือยัง เป็นบ้าอะไรมาพุ่งตัวใส่คนอื่น หากเธอชนพี่ชายของฉันจนล้มได้รับบาดเจ็บเธอจะชดใช้ยังไง ไหนลองพูดมาสิ” ถิงถิงที่นั่งอยู่ในรถตกใจเพราะเสียงชนดังโครม เมื่อเห็นว่าเป็นเยี่ยอันเหอก็โมโหมาก
“น้องถิงถิง ทำไมพูดแบบนี้กับพี่ล่ะคะ พี่เจ็บจะตายแล้ว”
“ก็รีบ ๆ ตายไปเสีย แล้วเธอเป็นบ้าอะไรวิ่งทะเล่อทะล่าเข้ามา แบบนี้ พี่ใหญ่พี่ดูสิ รถเรามีตรงไหนเสียหายหรือไม่ หากว่ามีจะได้ไปเก็บค่าเสียหายที่บ้านของผู้หญิงคนนี้”
“พี่จิ้นหลง พี่ช่วยฉันด้วยนะคะ ฉันเจ็บ ทำไมพี่ใจจืดใจดำยืนมองฉันถูกน้องสาวของพี่ด่าว่าอยู่แบบนี้ เสียแรงที่ฉันรักพี่คิดถึงพี่ ตั้งใจมาหา”
(*-*) โฮสต์ครับ แม่คนนี้ต้องการจะมาจับพี่ชายของโฮสต์ครับ เท่าที่ผมดู ๆ แล้ว ยายคนนี้ไม่บริสุทธิ์แล้ว แถมท่าทางนิสัยแบบนี้ ดอกบัวขาวแฝงกลิ่นชาเขียวชัด ๆ เลยครับโฮสต์ แบบนี้ปล่อยเอาไว้ไม่ได้ ก็เห็นอยู่ว่ามาแอบดูพี่ชายของโฮสต์ (*-*)
“ขอบใจ แต่เอาความรักจอมปลอมของเธอกับไปเถอะ แล้วก็ช่วยหลบทางด้วย ระหว่างเราไม่มีอะไรที่เกี่ยวข้องกันอีก นับตั้งแต่เธอมาถอนหมั้นแล้วยังไม่คิดจะคืนของหมั้นด้วย แต่ผมไม่ได้เสียดายนะ ถือว่าทำทานให้คนยากไร้” จิ้นหลง
“พี่จิ้นหลง ทำไมพี่พูดแบบนี้ล่ะ ฉันรักพี่คนเดียว ที่ต้องถอนหมั้นเพราะถูกพ่อแม่บังคับ ฉันไม่ได้อยากถอนหมั้นเลยนะคะ”
“โอ้ ใช่เหรอ ไหนบอกบ้านเซี่ยจน เป็นคางคกอยากกินเนื้อหงส์ ไม่ใช่เหรอ อย่างเธอต้องแต่งให้กับผู้ชายที่มีชาติตระกูลดี ร่ำรวยไม่ใช่เหรอ จำคำพูดของตัวเองไม่ได้แล้วหรือยังไง หน้าเธอนี่มีดไม่สามารถแทงเข้า ได้เลยนะ เพราะมันหนามาก ต้องให้ฉันไปเรียกเยว่ผิงมาเป็นพยานไหมวันที่เธอพูดในตำบล หน้าร้านผ้าคนอยู่กันเต็มไปหมด เธอคิดว่าครอบครัวของเราโง่หรือยังไง ฉันขอเตือนให้เธอกลับไป แล้วอย่ามายุ่งกับพี่ชายฉันอีก มาทางไหนก็กลับไปทางนั้นเลย เชิญ ไม่ส่ง”
“อ๊าย นังถิงถิง ปากคอเราะร้าย ฉันไม่แปลกใจเลยที่ไม่มีใครคบด้วย อยู่มาจนป่านนี้ยังไม่มีแม้กระทั่งแฟน อนาคตคงได้ขึ้นคาน”
(*-*) ตบเลยได้ไหมโฮสต์ ยายคนนี้มาแช่งให้โฮสต์ขึ้นคาน แต่ตงตงรับรองโฮสต์ไม่ได้ขึ้นคานแน่นอนครับ (*-*)
“อ้าว จะมีไม่มีแฟน มันเกี่ยวอะไรกับเธอด้วย อย่างน้อย ๆ ฉันก็ไม่ได้หน้าหนาแบบเธอ ไร้ยางอาย ไม่อายชาวบ้านก็แหกปากไปเถอะ คนจะได้รับรู้ว่าลูกสาวบ้านเยี่ยวิ่งมาหาผู้ชายถึงที่ ทั้ง ๆ ที่ตัวเองถอนหมั้นไปแล้วแท้ ๆ ไหนล่ะสามีแสนร่ำรวยของเธอหายหัวไปไหนล่ะ หรือว่าโดนเฉดหัวทิ้งเพราะนิสัยแบบนี้ ขอเตือนเลยนะ อย่ามายุ่งวุ่นวายกับพี่ชายฉันอีก เดี๋ยวคู่หมั้นของพี่ชายฉันจะเข้าใจผิดเอาได้ หากยังเสนอหน้ามา แม่จะตบไม่เลี้ยงเลยคอยดู”
จิ้นหลงได้แต่ยืนอ้าปากค้าง น้องสาวที่แสนน่ารักเรียบร้อยของเขาทำไมด่าคนได้เป็นชุดขนาดนี้ แถมยังบอกว่าเขามีคู่หมั้นแล้วด้วย แล้วใครคือคู่หมั้นของเขา ไม่รู้น้องสาวไปเอาความคิดนี้มาจากไหน แต่ถ้ามันทำให้ผู้หญิงที่น่ารังเกียจคนนี้เลิกวุ่นวายกับเขาได้ก็คงดีไม่น้อย นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เยี่ยอันเหอมาพบเขา ครั้งก่อนมาดักหน้ากลางถนนในตำบล ครั้งนั้นเขาได้แต่เดินหนีไปเท่านั้น
