ตอนที่ 4: กฎเหล็กระยะ 10 เมตร (สลับร่าง)
ท่ามกลางแสงไฟนีออนที่สว่างจ้าของแผนกฉุกเฉิน โรงพยาบาลเอกชนชื่อดังใจกลางเมืองที่เพิ่งรับตัวผู้ประสบอุบัติเหตุจาก "โค้งร้อยศพ" เข้ามา ความวุ่นวายระดับวินาศสันตะโรก็เริ่มต้นขึ้นทันทีที่รถกู้ภัยสองคันจอดเทียบท่า
"คนเจ็บรายแรก ชายไทยยังไม่ทราบชื่อเคสรถชนอัดก๊อบปี้ สัญญาณชีพคงที่แต่ยังไม่รู้สึกตัว" เสียงพยาบาลตะโกนสั่งการ ขณะที่บุรุษพยาบาลรีบเข็นเปลของร่างปราบ เข้าไปในห้องฉุกเฉิน 1
"คนเจ็บรายที่สอง หญิงไทยไม่ทราบชื่อ ร่างกายปะทะหน้ารถ สัญญาณชีพปกติ มีรอยไหม้ที่ปลายนิ้ว" อีกเปลที่เข็นร่างโลมาถูกเข็นตามมาติดๆ
วินาทีที่เปลทั้งสองถูกเข็นขนานกันผ่านโถงทางเดิน พลังงานบางอย่างที่มองไม่เห็นเริ่มทำงาน ภายในจิตสำนึกที่กึ่งหลับกึ่งตื่น ปราบและโลมาต่างรู้สึกถึงความอบอุ่นประหลาดที่ดึงดูดเข้าหากัน แต่เมื่อพยาบาลแยกทางกันเพื่อพาเข้าห้องตรวจคนละฝั่ง... "ความทรมาน" ก็เริ่มต้นขึ้น
หลังจากผลตรวจออกมาว่าทั้งคู่ไม่มีกระดูกแตกหักหรือเลือดออกในสมองอย่างปาฏิหาริย์ ซึ่งหมอสรุปว่าเป็นโชคดีระดับหนึ่งในล้าน ปราบและโลมาถูกส่งไปยังห้องพักฟื้นรวมสำหรับผู้ป่วยรอสังเกตอาการ
บรรยากาศภายในห้องพักฟื้นผู้ป่วยรวมของโรงพยาบาลช่วงเช้ามืดช่างเงียบสงัด มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานอย่างสม่ำเสมอและเสียงขยับตัวเบาๆ จากเตียงข้างเคียง ม่านสีครามที่กั้นระหว่างเตียงช่วยสร้างอาณาเขตส่วนตัวเล็กๆ ในพื้นที่ที่จำกัด
โลมา ค่อยๆ ลืมตาขึ้น สิ่งแรกที่สัมผัสได้คือความรู้สึก "แน่น" บริเวณหน้าอกและแผ่นหลังที่กว้างขวางเกินไป เธอขยับแขนแล้วไปชนเข้ากับขอบเตียงเหล็กดัง ปึก โลมายังไม่ทันได้สังเกตความผิดปกติของร่างกายตัวเองอย่างเต็มตา ความรู้สึกหนักอึ้งที่ศีรษะประกอบกับอาการอยากเข้าห้องน้ำทำให้เธอตัดสินใจเหวี่ยงขาลงจากเตียงทันที แต่ว่า... ขาของเธอมันดูยาวและหนักกว่าที่เคยเป็นจนก้าวพลาด
"เหวอ!" ร่างสูงใหญ่เสียหลักเกือบคว่ำคะมำ แต่ยังไม่ทันจะถึงพื้นก็มีวงแขนแข็งแรงของใครบางคนเข้ามาประคองไว้ได้ทันท่วงที
"ระวังครับ คุณผู้ชาย เพิ่งฟื้นอย่าเพิ่งรีบลุกสิครับ"
เสียงทุ้มของบุรุษพยาบาลร่างกำยำเอ่ยขึ้นพลางช่วยพยุงร่างของเธอให้กลับไปนั่งบนขอบเตียง โลมานิ่งอึ้งไปชั่วขณะ เธอหันมองซ้ายมองขวาอย่างเลิ่กลั่ก
"คะ... คุณผู้ชาย ใครคะ คุณเรียกหนูเหรอ"
"ก็คุณนั่นแหละครับ" บุรุษพยาบาลยิ้มขำเล็ก ๆ
"สงสัยจะยังมึนฤทธิ์ยาอยู่ เดี๋ยวผมช่วยพยุงไปเข้าห้องน้ำเองครับคุณผู้ชาย ตัวใหญ่ขนาดนี้ถ้าล้มตึงไปผมคนเดียวรับไม่ไหวแน่ ๆ"
"ตัวใหญ่" โลมาทวนคำด้วยความงุนงง
เธอรีบก้มลงมองมือตัวเองที่วางอยู่บนหน้าขา... มันไม่ใช่ผิวนวลละเอียดแบบผู้หญิง แต่มันคือมือหนาที่มีเส้นเลือดปูดโปนชัดเจนตามแบบฉบับผู้ชายที่ดูแลตัวเองมาอย่างดี แถมหน้าอกที่เคยมี "นุ่มนิ่ม" บัดนี้กลับราบเรียบและแข็งปั๋งเป็นลอนกล้ามเนื้อ
"เฮ้ย!" โลมาอุทานเสียงหลง (ซึ่งมันหล่อมากจนบุรุษพยาบาลยังชะงัก)
เธอกวาดสายตาไปรอบห้องพักฟื้น จนกระทั่งปะเข้ากับเงาในกระจกบานเล็กที่ติดอยู่ตรงอ่างล้างมือข้างประตูห้องน้ำ ใบหน้าที่สะท้อนกลับมาคือชายหนุ่มที่เธอเกลียดขี้หน้าที่สุดในชีวิต คิ้วเข้มจมูกโด่งเป็นสันรับกับริมฝีปากหยักได้รูป
"บอสปราบ!"
"จะ... เจ้าแม่ นี่มันไม่ใช่โชคลาภแล้ว นี่มันงานงอกชัด ๆ"
ในขณะที่โลมาในร่างปราบกำลังช็อกจนตาค้าง ม่านกั้นเตียงข้าง ๆ ก็ถูกกระชากออกอย่างแรง พร้อมกับเสียงแหลมเล็กที่แผดลั่นออกมาด้วยความโกรธจัด
"หยุดโวยวายด้วยเสียงของผมเดี๋ยวนี้เลยนะ ยัยโบฮีเมียน!"
“อื้อ... ทำไมมันหนัก ๆ ที่หน้าอกแบบนี้เนี่ย...” เสียงเล็กแหลมที่คุ้นเคยดังลอดม่านมา โลมา(ในร่างปราบ) เบิกตาโพลงเธอรีบกระชากม่านกั้นออกทันที
ภาพที่เห็นคือ ปราบ (ในร่างของโลมา) กำลังนอนบิดตัวไปมาอยู่บนเตียงคนไข้ ผมลอนยาวสลวยกระจายเต็มหมอน ใบหน้าจิ้มลิ้มของโลมาตอนนี้ขมวดคิ้วยุ่ง ขนตาหนางอนสั่นระริกก่อนที่ดวงตาคู่สวยจะค่อย ๆ เปิดขึ้นสบเข้ากับดวงตาคมเข้มของร่างตัวเองที่กำลังยืนค้ำหัวอยู่
“เหวอ!” ปราบในร่างโลมาร้องลั่นพลางดีดตัวลุกขึ้นจนเกือบตกเตียง
“คุณ! ยัยโบฮีเมียน! ทำไมผมถึงมาเห็นตัวเองยืนอยู่ตรงนี้ แล้วนี่เสียงผม... ทำไมเสียงผมถึงกลายเป็นเสียงเป็ดแบบนี้”
“บอส ใจเย็น ๆ ค่ะ หนูเอง... โลมาไง” โลมาในร่างปราบพยายามจะเข้าไปประคอง แต่ปราบในร่างหญิงสาวกลับถอยกรูดไปจนติดพนักเตียง
“อย่าเข้ามานะ นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน ทำไมผมถึงอยู่ในร่างที่"
"ที่รุ่มร่ามแบบนี้ แล้วทำไมคุณถึงไปสิงอยู่ในร่างสุดเพอร์เฟกต์ของผม” ปราบจ้องมองร่างกายตัวเองด้วยความอิจฉาระคนช็อก เขาสำรวจมือเล็กเรียวที่มีรอยไหม้จางๆ ที่ปลายนิ้ว ก่อนจะเงยหน้ามองโลมา
“คุณทำไสยศาสตร์ใส่ผมใช่ไหม”
“หนูไม่ได้ทำ มันเป็นอุบัติเหตุ แล้วก็... พรของเจ้าแม่มะขามทองไงคะ”
“พรบ้านคุณสิ นี่มันนรกชัดๆ” ปราบพยายามจะลุกขึ้นยืนเพื่อเดินหนีไปหาหมอ แต่พอเขาก้าวเท้าพ้นขอบเตียงไปได้เพียงสามก้าว...
“อึ๊ก...”
จู่ๆ ปราบในร่างหญิงสาวก็นิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวด มือเล็กตะครุบเข้าที่หัวใจ ใบหน้าสวยซีดเผือดลงทันที ในเวลาเดียวกันโลมาในร่างปราบที่ยืนห่างออกมาเพียงไม่กี่เมตรก็รู้สึกเหมือนถูกคีมเหล็กบีบเข้าที่ขมับจนทรงตัวไม่อยู่
“บอส... หนู... หนูเจ็บหัว” โลมาทรุดลงกับพื้น
“ผม... ผมหายใจไม่ออก...” ปราบล้มตัวลงนอนหอบอยู่ที่พื้นข้างเตียง
ทั้งคู่พยายามกระเสือกกระสนเข้าหากันตามสัญชาตญาณ และทันทีที่มือเล็ก ๆ ของปราบสัมผัสเข้ากับท่อนแขนแข็งแรงของโลมา... ความเจ็บปวดทั้งหมดก็มลายหายไปราวกับปาฏิหาริย์ ลมหายใจกลับมาเป็นปกติอีกครั้ง
“นี่มันอะไรกัน...” ปราบหอบหายใจรัวอยู่ในอ้อมแขนของร่างตัวเอง (ที่มีโลมาสิงอยู่)
“หนูว่า... เราห้ามอยู่ห่างกันเกินระยะม่านกั้นนี่แน่ๆ เลยค่ะบอส” โลมาบอกเสียงสั่น พลางประคองร่างตัวเองขึ้นมานั่งบนเตียง
“เจ้าแม่บอกว่านี่คือหลอมรวม ...แปลว่าเราต้องอยู่ในร่างของเขา ตัวติดกันเป็นตังเมแบบนี้ไปตลอดจนกว่าจะแก้คำสาปได้เหรอคะ”
ปราบจ้องมองใบหน้าตัวเองผ่านสายตาของโลมาด้วยความรู้สึกสับสนอลหม่าน ชีวิตที่เคยควบคุมได้ทุกมิลลิเมตรของเขา บัดนี้ต้องฝากไว้กับยัยจอมมูในระยะไม่เกิน 10 เมตร สุดท้ายด้วยอาการประหลาดที่หาคำตอบไม่ได้จากคนทั้งสองคน ทันใดนั้นเองเสียงประตูห้องพักรวมดังขึ้น
"ก๊อก ก๊อก ก๊อก..."
เสียงเคาะประตูทำเอาทั้งคู่ที่กำลังนั่งมองหน้ากันด้วยความช็อกสะดุ้งสุดตัว
"บอสครับ ผมชัยเองครับ" เสียงของผู้จัดการสนามกอล์ฟดังรอดประตูเข้ามา
"ฉิบหายแล้ว" ปราบในร่างโลมาอุทาน เสียงทุ้มของบอสทำให้คำสบถดูขลังอย่างบอกไม่ถูก
"พี่ชัยมา ถ้าพี่เขาเห็นบอสในร่างหนู แล้วเห็นหนูในร่างบอส... หนู หนู"
โลมาลุกลี้ลุกลนทำอะไรไม่ถูก เธอรีบคว้าผ้าห่มมาคลุมหัวบอสปราบที่เธอสิงร่างอยู่ แล้วพยายามจะปีนขึ้นไปนอนบนเตียงแต่ด้วยความที่ไม่ชินกับขาที่ยาวเกินไป เธอจึงก้าวสะดุดขาตัวเองจนล้มตึงลงบนเตียงในสภาพทุลักทุเล
"ตั้งสติ" ปราบสั่งโลมา (ด้วยเสียงแหลมเล็กของโลมาแต่ใส่อารมณ์เฉียบขาด)
"คุณฟังผมนะโลมา... ตอนนี้คุณคือ 'ปราบ ปรมินทร์' คุณต้องทำตัวให้นิ่งที่สุด"
"พูดให้น้อยที่สุด ส่วนผมจะแกล้งเป็นคนเจ็บที่คุณต้องรับผิดชอบ"
"หนูจะทำได้ไงบอส หนูแค่เห็นหน้าพี่ชัยหนูก็จะหลุดเรียกพี่เขาแล้ว"
"ทำตามที่สั่ง ไม่งั้นหนี้แสนห้า ผมจะเก็บดอกเบี้ยรายวัน
ประตูเปิดออก ชัย เดินเข้ามาในมือกระเช้าของเยี่ยมด้วยสีหน้ากังวลใจอย่างยิ่ง เขามองไปที่บอสปราบที่นั่งตัวแข็งทื่ออยู่บนเตียง
"บอสครับ ผมตกใจแทบแย่ที่รู้ข่าวอุบัติเหตุ เป็นยังไงบ้างครับบอส" ชัยถามพลางขยับเข้ามาใกล้
"เอ่อ...หนู"
"ผม... สบายดีครับชัย" โลมาพยายามทำเสียงเข้มขรึม ชัยขมวดคิ้ว
"แล้วนั่นเตียงนั้น... คนที่โดนรถชนใช่ไหมครับบอส" ชัยมองไปที่เตียงข้าง ๆ
"ผมว่าบอสย้ายไปห้องพิเศษดีไหมครับ บอสจะได้พักผ่อนเงียบๆ"
"ไม่ได้!" โลมาโพล่งออกมาเสียงดังจนชัยสะดุ้ง
"คือ... ฉันต้อง... ทวงหนี้" โลมาหลุดปาก ปราบต้องพูดต่อ
"ใช่ ผมต้องคอยจับตาดูเธอไว้ห้ามให้คลาดสายตาแม้แต่มิลลิเมตรเดียว ไม่งั้นเธอหนีหนี้ผมแน่" ชัยทำหน้าเหวอ
"ทวงหนี้ตอนบาดเจ็บเนี่ยนะคร้บบอส บอสของผมช่างเป็นนักบริหารที่... เคร่งครัดจริงๆ"
"ใช่ครับ ผมเคร่งครัดมาก" โลมาพยายามปั้นหน้ายักษ์เลียนแบบปราบ
"ตอนนี้คุณกลับไปดูแลสนามก่อนไป ผมมีเรื่องสำคัญต้อง... เจรจาหนี้สินกับแคดดี้คนนี้เป็นการส่วนตัว" โลมาในร่างปราบชี้หน้าฝั่งตรงข้าม ชัยพยักหน้ารับคำสั่งอย่างงง ๆ
พอประตูพ้นสายตา โลมาแทบจะสิ้นใจตายลงตรงนั้น
"บอส... หนูไม่ไหวแล้ว พี่ชัยเกือบจับได้แล้ว" ปราบที่ใบหน้าจิ้มลิ้มตอนนี้แดงก่ำด้วยความโกรธผสมความขำ
"เกือบจับได้อะไรล่ะ เขาคิดว่าผมบ้าไปแล้วต่างหาก แต่ช่างเถอะ... กฎ 10 เมตรนี้ชัดเจนแล้วว่าเราต้องอยู่ด้วยกัน"
"เราต้องไปไหนมาไหนด้วยกันตลอดเวลาจริง ๆ เหรอคะบอส"
"ใช่... และสถานที่ต่อไปที่เราต้องไป คือคฤหาสน์ของผม" ปราบจ้องหน้าเธอด้วยสายตาจริงจัง
"เตรียมตัวให้ดีโลมางานนี้เพิ่งเริ่มต้น... และคุณต้องเป็น 'ปราบ ปรมินทร์' ที่สมบูรณ์แบบที่สุด แม้ใจคุณจะอยากมูก็ตาม"
