EP.3 Mysterious woman is my wifey
ฟีนิกซ์ล้วงหยิบโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงสแล็คสีดำราคาแพง กดโทรหาบอดี้การ์ดคนสนิท
“มึงเอาไอ้นั่นไปยำที่ไหนก็เรื่องของมึง กูจะกลับเพนส์เฮาท์ ไม่ต้องตามมา”
ประโยคหลังเขาย้ำเสียงเข้ม ขีดเส้นใต้สองเส้นเลยว่า ‘มึงอย่าเสือกมาเคาะประตูเด็ดขาด’ เป็นอันเข้าใจตรงกันแล้วก็วางสายไป
เป้าสนใจของเขาตอนนี้คือหญิงสาวตัวหอม ผมหอม แก้มหอมคนนี้ ฟีนิกซ์อุ้มร่างบางในอก ลุกขึ้นเต็มความสูง สาวเท้าออกจากผับหรู ทุกย่างก้าว ทรงพลัง น่าลุ่มหลงชวนมองและคงไม่มีใครน่าอิจฉาเท่าร่างเล็กนั้นอีกแล้ว
นาทีนี้อย่าได้มีใครมาขัดเขาเชียว
“นิกซ์ลูก”
อีกครั้งกับเสียงเรียกของมารดา ปลุกเขาจากภวังค์ความคิดลำดับเหตุการณ์การพบเจอกันกับผู้หญิงลึกลับคนนั้น คนที่เขายังตามตัวเธอไม่เจอนั่นน่ะ
“มีคนอยากเจอลูกน่ะ นี่คุณเพิร์ลกับหนูพอลลีน ภรรยากับลูกสาวท่านทูตมอร์แกน”
มาดามวิด้าแนะนำสองแม่ลูกให้ลูกชายรู้จัก ซึ่งตัวลูกชายนั้นก็พยักหน้าแล้วยื่นมือไปจับทั้งสองด้วยมารยาทไม่ใช่ด้วยความเต็มใจอีกตามเคย
“เดี๋ยวการประมูลก็จะเริ่มแล้ว ลูกแม่คิดจะประมูลด้วยมั้ย” ผู้เป็นแม่ถามลูกชาย
“คงไม่ละครับ ปล่อยให้คนที่อยากได้เขาไป ผมเองไม่รู้ว่าจะเอาสร้อยเพชรนั้นไปทำอะไร”
ฟีนิกซ์ตอบมารดา จริงๆเขาไม่รู้จะเอาไปทำอะไรนั่นแหละ
“ก็เผื่อจะเอาไปให้ลูกสะใภ้แม่”
มาดามวิด้าเลียบๆเคียงๆถาม ไม่เคยเห็นลูกชายจริงจังกับผู้หญิงคนไหน คนเป็นแม่นั้นได้แต่รอว่าสักวันลูกชายตัวดีจะควงสาวไปเปิดตัว
“คงไม่ล่ะครับ” เขาว่าอย่างรู้ทันมารดา
“พี่ฟีนิกซ์เนื้อหอมแบบนี้ ไม่มีใครจริงหรอคะ”
เป็นพอลลีนที่ถามซ้อนสายตาให้ เขาแค่ไหวไหล่ตอบไปแค่นั้น ผู้หญิงสามคนเห็นแบบนั้นจึงได้แต่หัวเราะเบาๆ
♔
ทางด้านห้องแต่งตัวหลังเวที
กำลังเตรียมพร้อมสำหรับการเดินแบบโชว์สร้อยเพชร ‘พิงค์เลดี้’ ที่เป็นนางเอกของงานในวันนี้ ช่างแต่งหน้าและออแกไนซ์จัดการเดินวนเป็นหนูติดจั่น เหตุเพราะนางแบบที่ต้องสวมสร้อยเพชรที่ว่ายังไม่มาปรากฏตัว หายสาบสูญ ติดต่อก็ไม่ได้
“ฉันจะทำยังไงดีเนี่ย ทำยังไง ทำยังง้ายยยย”
แอนดรูหรือแอนนี่ ออแกไนซ์ชายไม่จริงหญิงไม่แท้เดินวนไปเวียนมาจนทีมงานในห้องเวียนหัวจนจะอ้วกกันอยู่รอมร่อ
“เจ๊ หนูเวียนหัวคะ” ทอมหรือที่เรียกในวงการว่าทอมมี่ช่างแต่งหน้าสุดแซ่บเอ่ยบอกกับแอนนี่
“นี่ ไหนหล่อนบอกนางแบบเป็นเพื่อนหล่อนไงย้ะ โทรตามสิ”
“โทรเป็นร้อยสายแล้วค่ะคุณแม่” ทอมมี่ตอบจีบปากจีบคอยื่นหน้าจอมือถือให้ดู ยัยเพื่อนคนนี้นี่ยังไง ทำไมไม่รับสายช้านนนนน
“ฉันจะเป็นลม รีบหานางแบบใหม่เลยอีกสิบนาทีจะเริ่มแล้วเนี่ย หล่อนเห็นใครสวยๆในงานรีบไปลากตัวมาเลยนะ” แอนนี่สั่งทีมงานของตัวเอง
“ว้ายยยยยยยย!!!”
จู่ๆเสียงแสบแก้วหูก็ดั่งทั่วห้องซึ่งต้นเสียงมาจากทอมมี่เสียงดีเสียงเด่นนั่นเอง
“แหกปากทำไมย้ะ” แอนนี่หันหน้าไปด่าเพื่อนร่วมงานคนสนิท เห็นมันชี้ๆทำตาโตไปทางประตูอย่างกับเห็นผีเลยหันไปทางนั้นบ้าง
“อ้ายยยยยย!!!!”
คราวนี้เป็นเสียงของออแกไนซ์แอนนี่ซะเอง
สิ่งที่เห็นนั่นไม่ใช่ผีแต่อย่างใด แต่เป็นนางแบบผู้หายสาบสูญมาปรากฏตัวให้ได้เห็นเป็นขวัญตา
“ขอโทษทุกคนนะคะ ไวน์ขอโทษจริงๆ”
‘ไวน์ เวนิตา อธิโยธากุล’ หญิงสาวร่างบาง ผิวขาวอมชมพู ผมยาวปล่อยสลวยดูยุ่งๆอย่างไม่ตั้งใจแต่ดูดีชวนมอง ดวงตาตื่นๆและเสียงหอบเบาๆรีบกล่าวขอโทษทุกคนที่ตัวเองสร้างปัญหาเอาไว้
เธอรีบสุดชีวิตเพื่อมางานที่ได้รับปากมารดาเอาไว้ว่าจะมาช่วยเป็นนางแบบให้กับเพื่อนของท่าน เธอรีบลุกลงจากเตียงหลังจากที่ตื่นมาก็พบว่าร่างกายตัวเองนั้นเปลือยเปล่าไม่หลงเหลือเสื้อผ้าติดตัวเลยสักชิ้น จำได้รางๆว่าเมื่อคืนนั้นเธอเมามากถึงขนาดควบคุมตัวเองไม่ได้แล้วจบลงที่เตียงกับใครสักคนที่เธอเห็นเพียงภาพถ่ายเขาในห้องนอนก่อนจะออกไปจากที่นั่น
เธออยากจะนั่งร้องไห้เสียใจกับความประมาทของตัวเองและสิ่งที่เสียไปแต่เวนิตาไม่ใช่คนไม่มีความรับผิดชอบ เธอรับปากมารดาไว้แล้วจึงรีบกลับคอนโดด้วยสภาพแบบนั้น สภาพที่ยังเจ็บแปลบตรงกึ่งกลางกาย ไม่อยากจะลุกหรือทำอะไรเลยแต่ต้องรีบคว้าเอาเสื้อเชิ้ตของเขาคนนั้นมาสวมเพราะชุดเธอเองนั้นขาดเป็นวิ่นอยู่บนพื้นแล้วออกมาจากที่นั่นเพื่อไปเปลี่ยนเสื้อผ้าและหยิบกระเป๋าที่จัดเตรียมเอาไว้ก่อนแล้ว
“ยัยไวน์!!!” ทอมมี่เพื่อนของเธอรีบปรี่เขามากอดอย่างรวดเร็ว
“ฉันนึกว่างานนี้จะพังซะแล้ว”
“นี่ อย่ามัวดราม่าย่ะ นางแบบมาแล้ว เร็วเลย ให้เวลาหล่อนเนรมิตทุกอย่างสิบนาที” แอนนี่สั่งทอมมี่ เสียงเด็ดขาด ตอนนี้ไม่ใช่เวลาจะมาดุด่าหรือถามไถ่อะไรทั้งนั้น งานหล่อนต้องมาก่อน
“มาเลย นั่งค่ะ” ทอมมี่ลากตัวเพื่อนสาวมานั่งลงที่เก้าอี้ก่อนที่หล่อนจะเริ่มสะบัดแปรง
“ทอม ไวน์ขอโทษนะ” เวนิตายังรู้สึกผิดที่ทำให้คนอื่นพลอยเดือดร้อนพราะตัวเธอเอง
“ดูทำหน้า ทำหน้าดีๆสิย้ะ ฉันเป็นใคร ฉันเนรมิตได้ในห้านาทีย่ะ”
แล้วก็ได้ฤกษ์ลงมือ
“อุ๊ย ยัยไวน์”
เวนิตาหันไปมองเพื่อนสาวที่เหล่ตาใส่เธอในกระจก แล้วเธอก็เก็ทในทันที
“แอบแซ่บนะย้ะหล่อน”
ทอมมี่เอ่ยแซว ร่องรอยสีกุหลาบตามคอและหน้าอกของเธอเป็นเหตุ เธอเองก็ลืมไปไม่ทันได้สังเกตตอนที่รีบเปลี่ยนเสื้อเป็นเสื้อฮูดตัวหนาของตัวเอง
“ไม่ใช่อย่างที่เข้าใจหรอกนะ”
“ย่ะๆแม่คนปากแข็ง เดี๋ยวแม่จะโบกรองพื้นให้”
และห้านาทีแห่งการเนรมิตนั้นก็เสร็จสิ้นดั่งคำประกาศ ร่างบางสวยหวานในชุดยาวสีขาวไข่มุกแหวกลึกกลางอกดูเรียบหรูแอบเซ็กซี่ แต่งหน้าโทนอ่อนเข้ากับใบหน้าเรียวที่หวานเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว แลดูช่างเหมาะสมกับเครื่องเพชรพิงค์เลดี้สีชมพูวาววับเส้นนี้อย่างไม่ต้องสรรหาคำมาอธิบาย มันเหมือนเป็นสิ่งที่คู่กันมา
“เริ่ดสุดเพื่อนฉัน สวยแบบนี้ลาออกเถอะอาชีพหมอ”
เธอถูกเพื่อนสาวหมุนตัวและชมไม่หยุดปากเหมือนจะพอใจมากกับผลลัพธ์ที่ออกมา แต่นี่มันไม่ใช่ตัวเธอเลย ไม่ใช่สิ่งที่ถนัดเลยสักนิดเดียว
“สแตนด์บายคะ” เสียงแอนนี่แว่วดังออกมาให้ทุกคนทุกฝ่ายเตรียมพร้อม เวนิตามือชื้นเหงื่อด้วยความตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูก เธอไม่ถนัดและไม่เคยต้องออกไปโชว์ตัวหรือเดินแบบมาก่อน
“เดี๋ยวเดียวก็เสร็จแล้ว”
“ให้ฉันผ่าตัดคนไข้ต่อกันสิบชั่วโมงยังง่ายกว่านี้อีก” หญิงสาวได้แต่ถอนหายใจและสูดลมหายใจเข้าลึกๆ
♔
“ถึงเวลาแล้ว ไปกันเถอะค่ะ”
มาดามวิด้าเอ่ยชวนคุณเพิร์ล พอลลีนและลูกชายไปนั่งหน้าเวที แขกทุกคนก็พร้อมกันที่เก้าอี้แล้ว
พิธีกรในงานประมูลวันนี้คือจอห์น เฟอร์แลนด์ คนคุ้นเคยที่ทำหน้าที่เป็นพิธีกรให้ตลอดไม่ว่าจะงานอะไรก็ตาม
“สวัสดีครับทุกท่าน เป็นเกียรติมากที่ได้รับเป็นพิธีกรในวันนี้ อย่างที่ทุกคนได้ทราบกันมาแล้วว่าวันนี้จะมีการประมูลสร้อยเพชรพิงค์เลดี้เส้นงามของมาดามวิด้า อีเมอร์สัน รายได้หลังการประมูลทั้งหมดจะมอบให้แก่มูลนิธิเด็ก มาดูกันครับว่าใครจะได้เป็นผู้ครอบครอง ‘พิงค์เลดี้’ ในวันนี้”
ด้านล่างเวทีนั้น ฟีนิกซ์ก้มมองนาฬิกาข้อมืออีกครั้ง เขาเข้ามาในงานเกินยี่สิบนาทีแล้วตอนนี้ ส่วนเจคก็ยังไม่โทรมารายงานสถานการณ์กับเขา ชายหนุ่มอารมณ์เริ่มจะกรุ่นๆขึ้นมาอีกครั้ง
“มีอะไรหรือเปล่าตานิกซ์” มาดามวิด้าเห็นลูกชายก้มๆเงยๆอยู่หลายครั้ง
“ผมมีธุระครับ”
“เดี๋ยวสิลูก งานจะเริ่มแล้ว สักสิบนาทีนะ” ฟีนิกซ์ได้แต่พยักหน้าเพียงเพราะมารดาขอไว้
“ขอเสียงปรบมือให้กับพิงค์เลดี้และนางแบบคนสวยที่ผมแอบไปดูข้างหลังเวทีมาแล้วด้วยครับทุกท่าน”
จอห์นผายมือเชิญนางแบบขึ้นมาบนเวที ฝ่ายซาวด์ก็ทำหน้าที่เปิดดนตรีพร้อมนางแบบที่คู่ควรกับสร้อยเพชรเดินเฉิดฉายออกมา หญิงสาวเดินอย่างมั่นใจ มือเรียวลูบไล้เบาๆไปรอบสร้อยเส้นงาม เป็นการนำเสนอนางเอกของวันนี้ได้อย่างดี ดีเกินกว่าที่เจ้าตัวคิดเอาไว้มากโข
ใบหน้าหวานกับเพชรสีชมพูแทบแยกไม่ออกว่าสิ่งไหนหวานกว่ากัน ผู้ชมด้านล่างส่วนมากจะเป็นเพศชายที่สตั้นไปกับความงามตรงหน้า ไม่ต่างจากชายร่างสูงคมเข้มอย่างฟีนิกซ์ เขารู้สึกขอบคุณมารดาอย่างยิ่งที่รั้งเขาเอาไว้ไม่ให้กลับไปก่อนจะได้เห็นของดีแบบนี้ คนที่เขาพลิกแผ่นดินหากลับกลายมาอยู่ใต้จมูก ตั้งแต่หญิงสาวออกมาจากม่านด้านหลัง สายตาของเขาก็ไม่โฟกัสสิ่งใดอีกเลยนอกจากใบหน้าสวยหวานของเจ้าหล่อน ไม่มีใครรู้ว่าหล่อนนั้นหวานหอมแค่ไหน มีแค่เขาเท่านั้นที่รู้ ฟีนิกซ์กระหยิ่มยิ้มย่องอยู่ในใจก่อนจะกระตุกยิ้มพอใจอีกครั้ง
หลังจากที่หญิงสาวเดินฟูลเทิร์นจบเป็นที่เรียบร้อยแล้วจึงหยุดอยู่กลางเวที
เวนิตารู้สึกโล่งไปนิดนึงที่จบพาร์ทของการเดินไปแล้ว
“เรียนเชิญมาดามวิด้า อีเมอร์สัน เจ้าของสร้อยเพชรพิงค์เลดี้ขึ้นมาบนเวทีครับ”
จอห์นกล่าวเรียนเชิญ
ขณะที่ดวงตาคู่งามของเวนิตากำลังมองไปยังร่างของมาดามวิด้านั้น เธอกลับไปสบเข้ากับดวงตาสีฟ้าน้ำทะเลคู่หนึ่ง เขาคนนั้นจ้องมองมายังเธออยู่ก่อนแล้ว ร่างบางชาดิกอย่างไม่สามารถขยับตัวได้ เหมือนมนต์เสน่ห์อะไรสักอย่างให้ต้องมองและไม่อาจละ ร่างสูงใบหน้าหล่อเหลานั้นโดดเด่นกว่าใคร เธอจำดวงตาและใบหน้าเจ้าเล่ห์นี้ได้...เมื่อเช้าก่อนจะออกมาจากห้อง....ภาพถ่ายนั่น
สองร่างจ้องเข้าไปในดวงตาของกันและกัน ชายหนุ่มกระตุกยิ้มมุมปาก เขาพูดอะไรสักอย่าง หญิงสาวพยายามอ่านปากตาม
‘ฉันจำเธอได้’
เวนิตารีบหลบสายตานั้นทันที ร่างเล็กเริ่มสั่นและตกอยู่ในห้วงความคิดของตัวเอง
เวนิตาสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อสัมผัสได้ถึงมือใครสักคนแตะแขนเธอ
“หนูไม่เป็นอะไรนะจ๊ะ หน้าหนูดูซีดๆ” มาดามวิด้าถามอย่างเป็นห่วง
“ไม่เป็นไรค่ะ” เธอตอบและยิ้มให้
“ราคาเริ่มประมูลอยู่ที่สิบล้าน ใครเสนอราคาเท่าไหร่ขอให้ยกป้ายขึ้นครับ ผมนับหนึ่งถึงสาม ราคานั้นจะตกเป็นของผู้เสนอคนล่าสุด”
จอห์นเคาะหนึ่งครั้ง เริ่มประมูลได้
ฟีนิกซ์ยังคงนั่งอยู่ที่เดิม งานนี้มันไม่ได้น่าเบื่ออย่างที่เขาคิดเท่าไหร่แล้ว
“20 ล้าน”
เสี่ยหน้าหื่น ซึ่งเขาจำได้รางๆว่าเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่
“40 ล้าน”
“45 ล้าน”
“50 ล้าน” ราคาสูงขึ้นไปเรื่อยๆ ที่น่าแปลกใจอยู่ที่มีแต่ผู้ชายเท่านั้นที่เป็นคนประมูล
“50 ล้านครั้งที่ 1 50 ล้านครั้งที่ 2” จอห์นเริ่มนับ
“…80ล้าน” เสียงประกาศของผู้ประมูลคนล่าสุด เหตุที่ราคากระโดดขึ้นสูงอย่างรวดเร็วนั้นผู้คนในงานจึงเริ่มแตกตื่นรีบหาเสียงของเจ้าของ
‘เกรย์ คอปป์’ ชายร่างสูง หน้าตาดี ผมหยักศกที่กำลังเดินเข้ามาร่วมประมูลด้วย
“ว้าว ฮอตจริงๆครับมาดามเพชรเส้นนี้”
‘พี่เกรย์’ หญิงสาวพึมพำเรียกเมื่อเห็นเขามองเธอมาแต่ไกล
เวนิตาเองก็แปลกใจที่เห็นเกรย์ที่นี่ เธอเจอเขาที่โรงพยาบาลบ่อยๆจนสนิทกัน ปฏิกิริยาเล็กๆของหญิงสาวไม่อาจรอดพ้นสายตาเหยี่ยวดุอย่างฟีนิกซ์ได้ เธอรู้จักคนนั้นเเถมยังเรียกชื่อมันต่อหน้าเขา
กล้าดียังไง
“80 ล้าน ครั้งที่1 80 ล้านครั้งที่2 80 ล้าน....”
“200 ล้าน”
เสียงเรียบทุ้มกับท่านั่งรีแลกซ์ของฟีนิกซ์ เหมือนเขาจะไม่สะทกสะท้านกับจำนวนเงินที่มากมายนั่นสร้างเสียงฮือฮาให้คนทั้งงาน สร้อยเพชรจากราคา10ล้าน ทะยานสู่200ล้านรวดเร็วจนน่าตกใจ
“ไหนบอกว่าจะไม่ประมูลด้วย ลูกชายตัวดี” มาดามวิด้าพึมพำ
เวนิตาเองก็ได้ยิน ‘ลูกชายหรอ’
“จะมีใครสู้มั้ยครับ 200 ล้าน ผมจะเริ่มนับ”
ฟีนิกซ์นั่งรอจนครบครั้งที่3
“เชิญคุณฟีนิกซ์ อีเมอร์สัน ขึ้นมารับพิงค์เลดี้บนเวทีครับ สมบัติบ้านนี้ไม่หลุดมือไปให้ใครจริงๆนะครับ” พิธีกรเอ่ยเเซวสองแม่ลูก
“ตอนแรกเขาบอกจะไม่เอาด้วย ไม่รู้อะไรดลใจ” มาดามวิด้าเองที่เม้าท์ลูกชาย
ร่างสูงเปี่ยมด้วยเสน่ห์ล้มหลามขึ้นมาแจมด้วยกันบนเวที สาวเท้าไปยืนข้างร่างพิงค์เลดี้ของเขาก่อนจะก้มหน้าไปกระซิบริมใบหูเล็กของเจ้าหล่อน
“ฉันมารับ.....เธอจะว่ายังไง”
.......
“ฮัลโหล ไอ้เจคถอยทัพ ไม่ต้องหาแล้ว เจ้านายเจอตัวเป็นๆเลยว่ะ”
