บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 2 คำสั่งคือคำสั่ง

“สวัสดีค่ะ”

‘ลงมา’

“อะ.....ค่ะ”

หลังจากหญิงสาวสำรวจความเรียบร้อยของตัวเองและเตรียมตัวที่จะออกจากห้อง ก็ชะงักก่อนจะก้าวถึงหน้าประตูเมื่อโทรศัพท์ของเธอส่งเสียงร้อง เมื่อหยิบขึ้นมาดูหน้าเจอก็พบว่าเป็นเบอร์แปลกจึงรับด้วยความสงสัย แต่ก็ต้องสงสัยกว่าเมื่อปลายสายคือวีรวัฒน์

‘อ้อ ใส่ชุดกระโปรงด้วย วันนี้คุณต้องเข้าประชุมกับผม’

“.....ค่ะ งั้นต้องรบกวนคุณรอสักครู่ค่ะ”

เท้าเล็กที่กำลังจะก้าวพ้นประตูห้องชะงัก เสียงถอนหายใจดังขึ้นหลังจากปลายสายกดวางไป หญิงสาวที่กำลังยืนนิ่งอยู่หมุนตัวกลับเข้าห้องไปหลังจากถอนหายใจเฮือกใหญ่ สรุปว่าเธอเป็นเลขาของใครกันแน่

หลังจากใช้เวลาเปลี่ยนเสื้อผ้าไม่กี่นาที ร่างเล็กบอบบางก็กลับออกมาในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวกับกระโปรงทรงเอสั้นเหนือเข่าสีครีมขนาดพอดีตัว ซึ่งจะเรียกว่าพอดีก็คงไม่น่าได้ เพราะคนเคยอ้วนอย่างเธอ ต่อให้ลดหุ่นจนผอมบางแต่หน้าอกหน้าใจมันก็ยังอลังการอยู่ดี

เมื่อลงมาข้างหน้าคอนโด ดวงตากลมโตก็กวาดมองหารถของคนที่สั่งให้เธอทำนั่นทำนี่ แต่ดูเหมือนว่าเธอจะอยู่ในสายตาของเขา เมื่อเธอหันมองซ้ายมองขวา รถยนต์ยี่ห้อดังคันหรูก็เคลื่อนมาจอดอยู่ตรงหน้าเธอ ซึ่งมันคนละคันกับเมื่อวาน

มือบางเปิดประตูรถแล้วก้าวขึ้นไปนั่ง ปัญชิตาออกอาการเกร็งอย่างเห็นได้ชัด เมื่อสายตาคมดุที่มองมาที่เธอมันทำให้รู้สึกหนาวๆร้อนๆอย่างบอกไม่ถูก

“สวัสดีค่ะ” ทักทายก่อนตามมารยาท

“อืม”

วีรวัฒน์รอจนหญิงสาวคาดเข็มขัดเรียบร้อยก็ออกตัวไปด้วยความเร็ว สายตาคมดุกวาดมองคนข้างๆเพียงแวบ แต่แค่นั้นก็สามารถประเมิณอารมณ์ของหญิงสาวได้แล้วว่าเธอแต่งตัวแบบนี้ประชดเขา เพราะปกติปัญชิตามักจะใส่เสื้อเชิ้ตทรงหลวมกับกางเกงขายาว อาจจะเพราะคำสั่งของเขา วันนี้เธอจึงใส่เสื้อเชิ้ตสีขาวขนาดพอดีตัวที่แค่ปลายหางตาก็รู้ว่ามันฟิตจนหน้าอกหน้าใจของเธอจะดันกระดุมหลุดอยู่รอมร่อ กระโปรงสั้นสีครีมที่ทั้งสั้นทั้งผ่าสูงจนเวลานั่งรอยผ่ามันเกือบจะถึงโดคนขายาวอยู่แล้ว เห็นทีต้องมีการสั่งสอนเสียหน่อยแล้วมั้ง

หลังจากมาถึงบริษัท ปัญชิตาขอตัวขึ้นไปก่อนเพราะไม่อยากตกเป็นเป้าสายตาของใคร ถึงแม้เธอจะลงจากรถในลานจอดรถฝั่งผู้บริหารที่ไม่มีคนพลุกพล่านก็ตาม

“กาแฟค่ะคุณธี” ปัญชิตาชงกาแฟเข้าไปให้เจ้านายโดยตรงของเธอตามปกติพร้อมกับยืนรอรับคำสั่ง

“หืม ผมเพิ่งเคยเห็นคุณแต่งตัวแบบนี้” ธีรภัทรเงยหน้าขึ้นจากแก้วกาแฟก็แปลกใจกับภาพตรงหน้า

“มีคำสั่งมาค่ะ” หญิงสาวยิ้มแหย

“ใครสั่งคุณได้นอกจากผม.....อ้อ เจ้าวีสินะ แสดงว่าวันนี้มันจะให้คุณเข้าประชุมกับมันล่ะสิ” ธีรภัทรนิ่งไปก่อนนึกได้จึงพยักเข้า

“เห็นว่าอย่างนั้นค่ะ” เธอพยักหน้ารับ

“คงจะให้คุณไปจับผิดนั่นแหละ ว่าแต่คุณผอมลงเยอะกว่าตอนแรกนะเนี่ย ผอมจนผมแปลกใจ” ธีรภัทรถามในเชิงเจ้านายถามลูกน้องเ เพราะเห็นหน้ากันทุกวันแต่ไม่เคยสังเกต

“คงเพราะปันใส่ชุดหลวมๆมั้งคะ” ปัญชิตาอมยิ้มน้อยๆ

“อาจจะใช่ คุณไปเตรียมตัวเถอะ เดี๋ยวต้องเข้าประชุมแล้วหนิ ไปใช้โต๊ะหน้าห้องวีก็ได้ ผมสั่งให้คนจัดโต๊ะของคุณให้แล้ว ตรงข้ามกับเลขาของนายวี” เขาสั่งพร้อมกับพยักหน้า

“แล้วคุณธีจะให้ใครมาทำงานระหว่างปันไปประชุมล่ะคะ” ปัญชิตาถามเพราะรู้ว่าเขางานเยอะมาก

“ว่าจะคุยกับคุณกับวีอยู่ แต่เดี๋ยวรอพวกคุณประชุมเสร็จแล้วออกมา คุณพานายวีมาหาผมที่นี่แล้วกัน บอกมันว่าผมสั่งไว้ อ้อ เรียกเลขานายวีมาแทนฝั่งนี้ก่อนด้วย” ธีรภัทรชะงักก่อนจะบอกเลขาสาว

“รับทราบค่ะ” ปัญชิตาพยักหน้ารับคำสั่งก่อนจะเดินออกไป

เมื่อออกมาที่โต๊ะของตัวเอง หญิงสาวก็จัดการล็อกลิ้นชัก หยิบเอาปากกาของตัวเองมาเสียบในกระเป๋าเสื้อแล้วเดินตรงไปยังอีกฝั่งของอาคาร

ผังอาคารชั้นนี้จะเป็นชั้นผู้บริหาร ซึ่งห้องของธีรภัทรจะอยู่ฝั่งหนึ่ง และฝั่งของวีรวัฒน์จะอยู่อีกฝั่งหนึ่ง ซึ่งทั้งสองฝั่งจะมีความเป็นส่วนตัวสูง มีแค่โต๊ะเลขาอยู่ที่หน้าห้อง ตามด้วยประตูกระจกกั้นที่สามารถล็อกได้ เรียกง่ายๆว่าต้องผ่านห้องของเลขาส่วนตัวก่อน ถึงจะผ่านไปยังประตูห้องทำงานของผู้บริหารได้ ชั้นเอกสารก็จะวางอยู่ทั้งในห้องของผู้บริหารและในห้องของเลขาด้วยเช่นกัน ส่วนระหว่างทางก็จะมีห้องครัว ห้องพักผ่อนส่วนกลางเผื่อเอาไว้รับแขกและประชุมขนาดเล็กที่มีชุดโซฟาเอาไว้พร้อม

ปัญชิตาเดินมาถึงฝั่งของวีรวัฒน์ก็ถอนหายใจ เธอไม่อยากอยู่กับเขาตามลำพัง อะไรหลายอย่างมันทำให้เธอรู้สึกอึดอัด

“มาแล้วเหรอน้องปัน”

“ค่ะ พี่พิมพ์ คุณวีอยู่ไหมคะ พอดีคุณธีสั่งงานมาด้วยค่ะ”

“อยู่จ้ะ เข้าไปสิ แต่ระวังนิดนึงนะ ดูอารมณ์ไม่ดีตั้งแต่ตอนมาละ”

ปัญชิตาขมวดคิ้วกับคำบอกเล่าของพิมพ์พิศา เลขาของวีรวัฒน์ หญิงสาวอายุมากกว่าเธอหลายปี น่าจะอายุมากกว่าวีรวัฒน์ด้วยซ้ำ

ใบหน้าเรียวเล็กขยับรับคำ ก่อนจะเคาะประตูเบาๆ แล้วเปิดเข้าไป คนด้านในที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ทำงานละสายตาจากหน้าจอมองผู้มาใหม่ เมื่อเห็นว่าเป็นปัญชิตาก็วางเอกสารในมือลงแล้วพยักหน้าพร้อมกับใช้สายตาเรียกให้เธอมายืนอยู่ใกล้ๆ

“คุณธีสั่งมาว่าให้พี่พิมพ์ไปแทนฝั่งนู้นค่ะ แล้วหลังประชุมให้คุณวีไปพบคุณธีที่ห้องทำงานค่ะ” ปัญชิตาก้าวมายืนตรงหน้าโต๊ะทำงานตัวใหญ่แล้วรายงานตามที่ธีรภัทรสั่งมา

“อืม มานี่หน่อย” วีรวัฒน์ขานรับในลำคอก่อนจะใช้สายตาสั่งให้ปัญชิตามายืนตรงข้างเก้าอี้เขา

“มีอะไรคะ” ปัญชิตาเดินมาหยุดยืน แต่เว้นระยะห่างจากเขาเกินเอื้อมมือถึงตัวเธอ

“.....คุณไม่มีกระโปรงยาวกว่านี้แล้วหรือยังไง” เขาถามพลางชายตาไปที่กระโปรงของหญิงสาว

“ไม่มีค่ะ ปกติใส่แต่กางเกงค่ะ” เธอขมวดคิ้ว

“เหรอ น่าเสียดาย” วีรวัฒน์มองขาเรียวสวยที่ถูกปกปิดภายใต้กางเกงขายาวมาตลอด

“คะ?” หญิงสาวไม่แน่ใจว่าเขาหมายถึงอะไร

“เปล่า คุณออกไปบอกคุณพิมพ์แล้วเตรียมเอกสารได้เลย” เขาสั่งแล้วหันไปสนใจหน้าจอต่อ

“.....ค่ะ” ใบหน้างามขมวดคิ้วมุ่น แต่ก็หมุนตัวแล้วเดินออกจากห้องทำงานของน้องชายเจ้านายตัวเองทันที

“พี่พิมพ์คะ รบกวนไปแทนฝั่งนู้นให้หน่อยได้ไหมคะ คุณธีสั่งมาค่ะ” ปัญชิตาออกมาก็ถอนหายใจแล้วบอกพิมพ์พิศาด้วยน้ำเสียงอ้อนๆ

“ได้เลยจ้ะคนสวย” หญิงสาววัยโตกว่าจับแก้มขาวใสเล่นอย่างมันเขี้ยว ก่อนจะหยิบแฟ้มเอกสารกับของส่วนตัวเดินออกจากห้องกระจกไป

คนตัวเล็กโบกมือให้ก่อนจะหมุนตัวไปนั่งโต๊ะตัวเองที่ถูกจัดขึ้นมาใหม่ เธอถอนหายใจเสียงดังก่อนจะลงมือจัดการเตรียมเอกสารที่ต้องใช้ในการประชุม

หลังจากการประชุมที่แสนจะยืดเยื้อได้จบลง ปัญชิตาเดินตามหลังวีรวัฒน์มาที่ห้องทำงานของธีรภัทร เธอยิ้มอ่อนให้พิมพ์พิศาจนอีกฝ่ายต้องทำปากบอกให้กำลังใจเธอโดยไร้เสียง

“นายวี ใช้งานเลขาพี่หนักไปหน่อยล่ะมั้งเนี่ย” ธีรภัทรเงยหน้าขึ้นหลังจากได้ยินเสียงเสียงประตูเข้ามาแล้วเห็นเลขาของตัวเองมีสภาพเหน็ดเหนื่อยก็แซวน้องชาย

“ยังไม่เท่าไหร่เลย ไม่ถึงครึ่งของพี่ หรืออาจจะมากกว่า” วีรวัฒน์เอ่ยทีเล่นทีจริงเป็นนัย

“อย่าหนักมากล่ะ” ธีรภัทรล่อเล่นกลับด้วยไม่ได้คิดว่าน้องชายจะจริงจังกับประโยคนี้

“ค่อยว่ากัน เอาล่ะ พี่มีอะไร” ร่างสูงที่เพิ่งเดินมาถึงโซฟาหย่อนตัวนั่งลงแล้วยกขาขึ้นไขว่ห้าง

“ปรึกษาหน่อย เราทำชั้นบนตรงโถงกลางเป็นห้องเลขาดีไหม แล้วให้คุณปัญเป็นหัวหน้าเลขาอีกที” ธีรภัทรเอ่ยเชิงปรึกษาหลังจากเลื่อนเก้าอี้มาใกล้โซฟา ระหว่างคนทั้งสองที่วีรวัฒน์นั่งอยู่ที่โซฟา และปัญชิตาที่ยืนอยู่

“แล้วแต่พี่เลย ผมยังไงก็ได้ ถามพ่อหรือยัง” วีรวัฒน์ยักไหล่ เขาไม่ได้สนใจอะไรพวกนี้มากนัก

“ถามแล้ว พ่อบอกแล้วแต่ เดี๋ยวไม่กี่วันนี้จะกลับมา น่าจะเข้ามาที่บริษัท” ธีรภัทรพูดถึงสิ่งที่คุยกับบิดาให้น้องชายรู้

“อือ” น้องชายคนรองยังคงมีท่าทางเฉยเมย

“อ้อ เห็นว่าคุณแม่จะมาคุยกับพรีนด้วย แล้วก็เกริ่นเรื่องเจ้าแฝดให้สองคนนั้นด้วย” พี่ชายคนโตแอบบอกน้องชาย

“ก็ดีแล้วไง อะไรๆจะได้ลงตัวสักที” ใบหน้าหล่อเหลา ดวงตาที่คมดุกว่าพี่ชายคนโตมองไปที่ร่างเล็กที่ยืนอยู่แวบหนึ่ง

“ก็คงงั้น เอาล่ะ งั้นเดี๋ยวพี่จัดตั้งเป็นฝ่ายเลขาขึ้นมา ใช้ห้องตรงกลางเวลาออกจากลิฟต์จะได้จัดการงานตรงนั้นได้เลย แล้วก็เราคงต้องจัดการเรื่องลิฟต์ใหม่” ธีรภัทรสรุปให้ทั้งวีรวัฒน์และปัญชิตาฟังถึงสิ่งที่ต้องการและสิ่งที่ปัญชิตาต้องทำ

“อือ” เขาพยักหน้ารับอีกครั้ง

“รับทราบค่ะ” ปัญชิตารับคำหลังจากจดรายการคร่าวๆ

“โอเค งั้นแยกย้าย คุณปัญช่วงนี้ลำบากหน่อยนะ ต้องไปๆมาๆทั้งสองฝั่ง ผมไม่ไว้ใจใคร” ธีรภัทรบอกเลขาสาว

“ไม่เป็นไรค่ะ ปันเต็มที่อยู่แล้วค่ะ” ปัญชิตายิ้มจางๆให้เจ้านายสบายใจ วีรวัฒน์ทันได้เห็นก่อนออกจากห้อง

“งั้นไปทำงานเถอะ” เขาสั่งพร้อมกับดันเก้าอี้กลับไปที่ด้านหลังโต๊ะทำงาน

“ค่ะ” หญิงสาวหมุนตัวออกจากห้องไป

ธีรภัทรมองตามหลังเลขาสาวไป ก่อนจะมองออกไปนอกกระจกใส แววตาครุ่นคิด และดูเหมือนหลายสิ่งหลายอย่างที่กำลังคิดมันจะตีกันไปหมด

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel