ตอนที่ 5 เติบโต
1 ปีต่อมา
“อีกแค่เดือนกว่าก็สอบแล้ว ช่วยตั้งใจหน่อยเถอะน่า”
“ก็ฉันเบื่อนี่หว่า”
“ไอ้พี ถ้าบ่นมากฉันจะไปฟ้องพี่ธีจริงๆนะ”
พรีญาภัสเริ่มหงุดหงิดหลังจากที่พีรรัตน์ไม่ยอมตั้งใจฟังที่เธอช่วยเขาติว อีกแค่เดือนกว่าก็จะสอบปลายภาค ซึ่งปีนี้เป็นปีที่เธอกับพีรรัตน์อยู่มัธยมปลายปีสุดท้ายแล้ว และพวกเธอก็เพิ่งอายุครบ 18 ปีได้ไม่กี่วันนี่เอง
“เราติวกันมา 2 ชั่วโมงแล้วนะเว้ย พักหน่อยเด้” พีรรัตน์เถียงพลางทำหน้าเซ็ง
“เออๆ งั้นฉันกลับห้องก่อน พักครึ่งชั่วโมง พร้อมละโทรไป” หญิงสาวถอนหายใจเฮือกใหญ่แล้วหยิบโทรศัพท์ของตัวเองขึ้นมาดูเวลา ก่อนจะเปิดประตูแล้วเดินออกไป
คนตัวเล็กเดินผ่านโถงทางเดินมาเรื่อยๆจนเกือบจะถึงหน้าบันได แต่อาจจะเป็นเพราะหญิงสาวกำลังคิดอะไรเพลินๆ จึงไม่ทันเห็นว่าตอนนี้มีคนกำลังขึ้นบันไดมา และเขาก็ขมวดคิ้วมองเธออยู่เมื่อเขาก้าวขึ้นมาถึงด้านบน แต่พรีญาภัสยังไม่มีทีท่าว่าจะเห็นเขาแม้แต่น้อย
“อ๊ะ ขอโทษค่ะ” เสียงหวานใสเอ่ยขึ้นแทบจะทันที เมื่อเธอเดินชนร่างสูงที่แข็งราวกับกำแพง
“เดินยังไงไม่มองทาง ตกบันไดคอหักตายพอดี” เขาดุเล็กน้อย แต่ถึงอย่างนั้นอ้อมแขนแกร่งก็ยังรับร่างเล็กที่กระเด็นจนแทบจะหงายหลังเอาไว้อยู่ดี
“แช่งเหรอคะ” ดวงตากลมโตหรี่ลงเล็กน้อยยามสบตาเขา
“เปล่า พูดความจริง” ธีรภัทรรอจนร่างอรชรขยับยืนได้อย่างมั่นคงแล้ว เขาจึงปล่อยแขนที่โอบเอวคอดเล็กเอาไว้อยู่
“ทำไมวันนี้กลับเร็วคะ” พรีญาภัสชวนคุยพลางก้าวเท้าตรงไปยังห้องนอนของเธอ
“พรุ่งนี้มีประชุมเช้า วันนี้เลยกลับมาพัก พรุ่งนี้วันเสาร์นี่ ไปเล่นที่อ็อฟฟิศไหมล่ะ”
“ไม่เอาค่ะ อยากนอนตื่นสาย อีกเดือนกว่าก็สอบแล้วค่ะ”
“อืม แล้วเตรียมเอกสารรายงานตัวหรือยัง”
“เรียบร้อยแล้วค่ะ”
“เจ้าพีล่ะ”
“.....”
“รู้เรื่อง เดี๋ยวพี่จัดการเอง”
“ค่ะ”
ธีรภัทรไม่ถามอะไรต่อ เมื่อเห็นสีหน้าของคนตัวเล็กยามที่เขาถามถึงน้องชาย มันบ่งบอกทุกอย่างได้ดี พรีญาภัสเรียนเก่ง เธอเป็นคนมีระเบียบวินัยในตนเอง และเธอสามารถสอบติดมหาวิทยาลัยที่เธอต้องการได้ตั้งแต่รอบแรก ซึ่งทุกคนดีใจไม่ต่างกับเธอ
“อย่านอนดึกล่ะ”
“ค่ะ ราตรีสวัสดิ์ค่ะ”
“อืม”
เมื่อถึงประตูห้องนอนของหญิงสาวก่อน เขาจึงส่งเธอและรอจนประตูปิด เขาถึงเดินเลยไปยังห้องนอนของตัวเองแล้วหายเข้าห้องไป
เสื้อสูทแบรนด์ดังถูกโยนลงบนเตียงนอนอย่างไม่ใยดี วันนี้เขาเหนื่อยมาก และเป็นการเหนื่อยที่สะสมมาหลายวัน ตอนนี้ที่บริษัทกำลังวุ่นวาย อีกทั้งบรรดาคู่ขาของเขาต่างก็เริ่มอยากแสดงตัว ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่อยู่นอกเหนือข้อตกลง จึงทำให้เขาหงุดหงิดไม่น้อย
ตลอด 1 ปีที่ผ่านมา ธีรภัทรเริ่มถอยห่างจากพรีญาภัสมากขึ้นเพื่อความเหมาะสม ถึงอย่างไรเขาก็ยืนอยู่ในจุดที่เป็นกึ่งผู้ปกครองของเธอ อีกทั้งตัวหญิงสาวเองก็เข้าสู่วัยแตกเนื้อสาวเต็มตัว เขาจึงอยากเว้นระยะห่างให้ทั้งเธอและตัวเขาเอง
หลายเดือนต่อมา
“สายแล้วเว้ยยย ไอ้พี เร็วๆ” พรีญาภัสตะโกนเรียกพีรรัตน์หลังจากที่เธอนั่งรอเขาอยู่นานก็ยังไม่ลงมาเสียที
“รู้แล้ว อย่าเร่งดิวะ” พีรรัตน์ที่หอบของวิ่งกระหืดกระหอบลงมาโวยวายกลับไม่แพ้กัน
“ไม่โวยวายได้ไง สายแล้ว ไอ้บ้า ฉันมีเรียนเช้าบอกตั้งแต่เมื่อวานแล้วไง”
“เออๆ รู้แล้วๆ บอกลุงออกรถเลย”
“บอกบ้าอะไรล่ะ วันนี้พี่ธีไปส่ง”
“ห๊า.....”
พรีญาภัสบอกพลางรีบเดินออกจากบ้านไปที่เฉลียง เพราะตอนนี้ธีรภัทรขับรถมาจอดรอพวกเธอแล้ว และหากช้ากว่านี้.....เธอคิดว่าพี่ชายคนโตผู้แสนเข้มงวดและเคร่งขรึมอาจจะหงุดหงิดและพวกเธอก็จะโดนบ่นจนถึงมหาวิทยาลัยได้
พีรรัตน์รีบวิ่งตามมาขึ้นรถ เขาแย่งหญิงสาวนั่งข้างหลังอย่างรวดเร็ว พรีญาภัสไม่สามารถโวยวายได้ จึงขึ้นไปนั่งข้างหน้าโดยไม่ลืมรวบกระโปรงให้เรียบร้อย
“เสื้อตัวอื่นไม่มีเหรอ ทำไมมันดูน่าเกลียดขนาดนี้” เจ้าของร่างสูงที่เพิ่งจะวางโทรศัพท์ลงขมวดคิ้วเมื่อเห็นว่าคนตัวเล็กที่เพิ่งหย่อนตัวนั่งลงบนเบาะข้างๆใส่เสื้อแทบจะพอดีตัว
“พี่ธี เสื้อทุกตัวของพรีนไซส์เดียวกันค่ะ” หญิงสาวตอบด้วยความอ่อนใจ
“ยัยนี่โตขึ้นแล้วพี่ ร่างกายเลยเปลี่ยน” พีรรัตน์ตอบพี่ชายแทนน้องสาวคนเล็กของบ้าน
ตั้งแต่จบมัยธยมปลาย ดูเหมือนว่าพรีญาภัสจะแตกเนื้อสาวเต็มตัว จากสาวน้อยที่ค่อนข้างผอมเริ่มดูมีน้ำมีนวล เนื้อตัวดูกลมกลึงน่าจับต้อง ทรวงทรงองค์เอวจากที่สวยงามอยู่แล้วก็ยิ่งอวบอิ่มมากขึ้นไปอีก เรียกได้ว่าเป็นหุ่นในฝันของทั้งบรรดาหญิงสาวและบรรดาชายหนุ่มก็ไม่ผิด
ธีรภัทรขมวดคิ้วไม่พอใจ หางตาเหลือบมองไปยังหญิงสาวที่นั่งนิ่งไม่สนใจคำพูดของเขา ท่อนแขนกลมน่าบีบแน่นๆที่โผล่พ้นแขนเสื้อมามันทำให้เขารู้สึกขัดใจ รอยนูนของเสื้อจากการดันของสองเนินอวบมันทำให้เขาหงุดหงิด
น้องชายคนเล็กของบ้านที่นั่งข้างหลังมองอาการของพี่ชายก็พอเข้าใจ เขาเบือนหน้าออกนอกหน้าต่างแล้วแอบอมยิ้มโดยที่ไม่มีใครรู้
เมื่อมาถึงมหาวิทยาลัย สองหนุ่มสาวลงจากรถแล้วแทบจะวิ่งเข้าคณะ เมื่อทั้งคู่มาถึงในเวลาจวนเจียนจะสาย ธีรภัทรมองตามหลังแล้วส่ายใบหน้าอ่อนใจก่อนจะขับรถยนต์คันหรูออกไป
“คุณธี คุณพัชชามาขอพบค่ะ” เมื่อมาถึงบริเวณหน้าห้องทำงาน ปัญชิตา เลขาสาวก็รีบแจ้งผู้เป็นเจ้านายหน้าเจื่อน
“อีกแล้วเหรอ” เสียงดุเข้มขึ้นมาแทบจะทันทีที่รู้จนเลขาสาวต้องยิ้มแหยเพราะรู้ดีว่าเจ้านายหนุ่มกำลังหงุดหงิดถึงขีดสุด
“รินห้ามแล้วค่ะ แต่เธอไม่ยอมฟังเลยค่ะ” ปัญชิตากล่าวอย่างขอโทษขอโพยที่เธอห้ามพัชชาไม่ได้
“ช่างเถอะ หล่อนอยู่ไหน” ธีรภัทรพยายามควบคุมตัวเองไม่ให้ลงที่ลูกน้องก่อนจะถามเสียงเข้ม
“ในห้องค่ะ”
หลังจากสิ้นคำตอบก็ต้องขมวดคิ้วอีกรอบ เขาไม่เคยให้บรรดาคู่ขาของเขาเข้ามายุ่งวุ่นวายที่บริษัท แต่นี่ล้ำเส้นจนถึงขนาดเข้ามาในห้องทำงานของเขา เห็นทีจะต้องจัดการอย่างเด็ดขาด
ร่างสูงกำยำเปิดประตูเข้าไปในห้องทำงาน หายไปพักใหญ่โดยมีปัญชิตาคอยนั่งลุ้น ก่อนที่ประตูจะเปิดออกและมีหญิงสาวร่างอวบอิ่มเดินออกมาด้วยใบหน้าตื่นตกใจ หล่อนสะบัดหน้าเดินออกไปด้วยท่าทางหวาดกลัว โดยที่ปัญชิตาแอบเห็นรอยแดงๆรอบคอขาว รอยที่ไม่ว่าใครก็มองออกว่าเป็นรอยมือ
เลขาสาวแอบถอนหายใจ ธีรภัทรเป็นคนโมโหร้าย เธอมาทำงานไม่นานยังแอบกลัว เจ้านายของเธอเนี๊ยบมาก งานห้ามพลาดแม้แต่นิดเดียว สาวร่างท้วมขยับลุกจากเก้าอี้ แล้วเดินไปเคาะประตูหน้าห้องไม่กี่ทีก็เปิดเข้าไปเพื่อรับคำสั่งของผู้เป็นเจ้านาย
“ส่งคำสั่งลงไป ถ้าไม่ได้รับคำสั่งและการอนุญาติจากผม ห้ามใครหน้าไหนขึ้นมาชั้นบนทั้งนั้น คนที่มาขอพบถ้าหากมีการนัดเอาไว้ให้ไปที่ห้องรับแขกเล็กตรงฝั่งนู้น”
“รับทราบค่ะ”
“จากนี้ไปคนที่เข้าออกชั้นนี้ได้อิสระมีแค่น้องๆของผมเท่านั้น”
“ค่ะ” หลังจากรับคำสั่งเจ้านายเสร็จปัญชิตาก็เดินออกจากห้องไป
ธีรภัทรหลับตาลง นึกถึงเหตุการณ์เมื่อสักครู่ที่ยัยอดีตคู่ขาของเขาล้ำเส้น ตัวเขาโมโหจนไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ เผลอบีบคอหล่อนไปเต็มแรงจนหล่อนต้องเตลิดหนีออกไป แต่ต่อไปหล่อนคงไม่กล้ามาวุ่นวายกับเขาอีกแล้ว
