สยบรัก น้องสาวในปกครอง

57.0K · จบแล้ว
ไข่มุกสีชมพู
28
บท
349
ยอดวิว
8.0
การให้คะแนน

บทย่อ

พรีญาภัส หรือ พรีน หญิงสาวเติบโตขึ้นมาในความปกครองของพี่ชายคนโตอย่าง ธีรภัทร และดูเหมือนว่าเมื่อเธอเข้าสู่วัยแตกเนื้อสาวอย่างเต็มตัว ข้างกายของเธอมักจะมีพี่ชายคนนี้คอยตามเป็นเงาอยู่เสมอ จนเมื่อถึงวันที่ความอดทนของเขาสิ้นสุดลง ความสัมพันธ์ก็ก้าวข้ามเส้นคำว่าพี่น้องไปโดยที่เธอไม่ทันตั้งตัว

นิยายรักโรแมนติกนิยายปัจจุบันประธานโตมาด้วยคนในใจวัยรุ่นสัมพันธ์ครอบครัวรักต้องห้ามความสัมพันธ์ไม่ชัดเจนความอยากเป็นเจ้าของ

ตอนที่ 1 สมาชิกใหม่

“พ่อ ไปเร็วๆ พวกเราอยากไปหาน้องแล้ว” เสียงสดใสที่เจืออ่อนโยนของพี่ชายคนโตของบ้านในวัย 9 ขวบ เร่งเร้าผู้เป็นบิดาที่กำลังลงมาจากบันได

“ใจเย็นๆ พ่อต้องเอาของไปให้แม่ด้วย” ธาดา ผู้อาวุโสของบ้าน บอกบรรดาบุตรชายทั้ง 3 คนที่รอเขาลงมาจากชั้นบนอยู่บริเวณหน้าบันไดอย่างใจจดใจจ่อ

เมื่อทุกคนลงมาพร้อมแล้ว รถแวนคันหรูที่จอดรออยู่ก็ได้รับการเปิดประตูรอบรรดาเจ้านาย จนกระทั่งขึ้นรถกันครบเรียบร้อยแล้ว ประตูรั้วบานใหญ่ก็ถูกเปิดออกด้วยรีโมตย์ ก่อนที่รถยนต์คันหรูจะเคลื่อนตัวออกไป

ที่โรงพยาบาล เมื่อใกล้ถึงเวลาเข้าห้องคลอด เตียงคนไข้ก็ถูกเจ้าหน้าที่เข็นออกจากห้องพักวีไอพี โดยมีพยาบาลเดินขนาบข้างไปด้วย

“คุณพ่อเข้าห้องคลอดด้วยใช่ไหมคะ”

“ใช่ค่ะ น่าจะกำลังเดินทางมาค่ะ”

“โอเคค่ะ งั้นเดี๋ยวให้คุณพ่อไปรอแถวหน้าห้องคลอด พอมาถึงแจ้งเจ้าหน้าที่ได้เลยนะคะ เดี๋ยวเจ้าหน้าที่จะพาไปเปลี่ยนเสื้อผ้าค่ะ”

“ค่ะ”

“ท้องนี้คุณแม่ทำหมันเลยใช่ไหมคะ”

“ใช่ค่ะ ท้องที่ 4 แล้วค่ะ”

“โอเคค่ะ”

เมื่อเตียงถูกเข็นมาถึงห้องรอคลอด วิริญญา ก็ถูกย้ายเข้าห้องคลอดในเวลาเพียงไม่กี่นาที เธอถูกบล็อกหลังและเตรียมตัวรอหมอมาทำการผ่าคลอดให้

“คุณพ่อนั่งที่เก้าอี้ด้านบนศีรษะคุณแม่นะคะ” เสียงเจ้าหน้าที่เอ่ยแจ้งเมื่อประตูห้องผ่าตัดเปิดออกพร้อมกับร่างของชายหนุ่มที่เดินเข้ามาหลังจากสวมชุดป้องกันเรียบร้อยแล้ว

“โทรศัพท์ครับ รบกวนด้วยนะครับ”

“ค่ะ”

รอเพียงไม่นาน ประตูห้องผ่าตัดก็เปิดอีกครั้ง พร้อมกับร่างของคุณหมอเจ้าของไข้ที่เดินเข้ามา เจ้าหน้าที่ที่กำลังรอทำหน้าที่อยู่เดินเข้าประจำที่แทบจะทันที

“คนไข้พร้อมแล้วใช่ไหม”

“พร้อมแล้วค่ะ”

“โอเค”

การผ่าคลอดใช้เวลาเพียงไม่นาน ก็มีเสียงร้องจ้าของเด็กแรกเกิดดังสนั่น พยาบาลอุ้มทารกน้อยที่ทำความสะอาดคร่าวๆและห่อตัวเรียบร้อยแล้วมาให้บิดามารดาได้เห็นหน้า ก่อนจะทำการถ่ายรูปให้ และนำทารกน้อยไปใส่เปลเด็กแล้วเข็นออกไป

วิริญญาที่กำลังได้รับผลข้างเคียงของยาบล็อคหลังก็เริ่มหูอื้อตาลาย และหลับไปโดยไม่ทันรู้ตัว

หลายชั่วโมงต่อมา

“คุณแม่ตื่นแล้วครับคุณพ่อ” เสียงตื่นเต้นดีใจของเด็กชายที่นั่งเฝ้ามารดาไม่ห่างโวยวายเรียกบิดาที่นั่งคุยโทรศัพท์กับเลขาอยู่

“จัดการตามนี้แล้วกัน แค่นี้ก่อน” ธาดารีบตัดสายจากเลขาของตนเองแล้วลุกเข้ามาดูภรรยาสาวคนกำลังปรับสายตาหลังจากที่เพิ่งฟื้นจากอาการมึนยา

“เป็นยังไงบ้าง”

“ปวดมากเลยค่ะ เพิ่งรู้ว่าทำหมันปวดกว่าผ่าคลอดปกตินะคะ”

สามีหนุ่มปรับหัวเตียงให้สูงขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะลูบศีรษะบุตรชายคนโตเบาๆเมื่อหนุ่มน้อยรอเจอน้องชายคนเล็กอย่างใจจดใจจ่อ

เสียงพูดคุยเบาๆดำเนินไปเรื่อยๆ จนกระทั่งมีเจ้าหน้าที่พยาบาลเปิดประตูห้องเข้ามาพร้อมกับรถเข็นเด็ก

“มาแล้ว น้องพี” ธาดายิ้มน้อยๆ เมื่อพยาบาลอุ้มเด็กน้อยส่งให้ผู้เป็นมารดาและอธิบายการให้นม และดูแลเด็กแรกเกิดตามหน้าที่ ถึงแม้ว่ามารดาจะมีบุตรมาแล้วถึง 3 คนก็ตาม

เมื่อพยาบาลสาวอธิบายเสร็จ เธอก็เดินจากไปด้วยรอยยิ้มน้อยๆ เมื่อเห็นว่าหนุ่มน้อยทั้งสามคนนั่งรออยู่ที่โซฟาเพื่อรอให้บิดามารดาอนุญาติให้เข้าใกล้น้องชายตัวน้อย

นานหลายชั่วโมงที่เด็กๆตื่นเต้นและพูดคุยกับบิดามารดา จนกระทั่งวิริญญานอนพักผ่อน เด็กน้อยทั้งสามคนจึงขออนุญาตบิดาลงไปร้านสะดวกซื้อเพื่อหาขนมกิน เพียงแต่บุตรคนที่ 3 ของเขาเพิ่งอายุ 3 ขวบปี ผู้เป็นบิดาเลยไม่ให้ไป

ระหว่างที่สองหนุ่มน้อยกำลังเดินผ่านหน้าเคาน์เตอร์พยาบาลก็ได้ยินเสียงเด็กร้อง พร้อมกับเสียงพูดคุยของเจ้าหน้าที่พยาบาลว่ามีสาวน้อยแรกเกิดที่มารดาเสียชีวิตตอนคลอด อีกทั้งยังไม่สามารถติดต่อญาติได้ ตอนนี้พยาบาลจึงต้องคอยสลับกับดูแลสาวน้อยด้วยความสงสาร

พี่ชายคนโตสุดของบ้านเบรกให้น้องเดินช้าลงแล้วฟังสิ่งที่พยาบาลพูด สายตากวาดมองไปในห้องกระจกที่ยังเปิดช่องเล็กเอาไว้อยู่ก็เห็นว่ามีเปลเด็กอยู่ภายในห้องนั้น

“กลับไปหาคุณแม่ก่อน” เสียงกระซิบเบาๆ พร้อมกับพาน้องหมุนตัวเดินกลับห้องพักผู้ป่วยแทบจะทันทีที่จับใจความได้

“มีอะไรเหรอ อย่าบอกนะว่าพี่จะให้คุณแม่รับน้องมาอยู่ด้วย”

“ใช่ น้องน่าสงสารนะ พวกเราอยากมีน้องสาวไม่ใช่เหรอ”

“ก็ใช่อยู่หรอก แต่คุณแม่จะเห็นด้วยหรือเปล่า”

“ก็ลองคุยดู”

ประตูห้องถูกผลักเข้ามาเบาๆ ผู้เป็นบิดาเงยหน้าขึ้นมอง เมื่อเห็นว่าเป็นบุตรชายทั้งสองคนก็มีสีหน้าแปลกใจ สายตามองบุตรชายคนโตพลางเลิกคิ้วเป็นเชิงถาม

หนุ่มน้อยเดินตรงไปหาบิดาด้วยท่าทางนิ่งสงบ ก่อนจะเล่าสิ่งที่ได้ยินเมื่อสักครู่ให้บิดาฟังทั้งหมด รวมทั้งบอกความต้องการของตน

“เอาสิ” วิริญญาที่ยังไม่ได้หลับสนิทลืมตาขึ้นมาแล้วบอกลูกพร้อมรอยยิ้มน้อยๆ

“จริงเหรอครับ”

“จ้ะ เดี๋ยวพ่อกับแม่จะลองสอบถามพยาบาลดูนะ”

“เย้ ขอบคุณครับคุณแม่”

สองหนุ่มน้อยยิ้มดีใจก่อนจะพากันเดินออกจากห้องไปตามความต้องการเดิมอีกครั้งด้วยรอยยิ้มดีใจ วิริญญาหันไปมองสามี เขาจึงกดปุ่มเรียกพยาบาลเพื่อแจ้งความต้องการของภรรยาสาว ก่อนจะหันมายิ้มอบอุ่นให้เธอ