ตอนที่ 3 มุมมอง
“พี่กลับก่อนนะ ไว้ศุกร์หน้าพี่มาหาใหม่” วีรวัฒน์ลูบศีรษะทุยสวยที่ปล่อยผมยาวสยายถึงกลางหลังเบาๆ
“ค่ะ” คนตัวเล็กโอบเอวผู้เป็นพี่ชายด้วยท่าทางออดอ้อน
“นายด้วยเจ้าพี อย่าไปกวนยัยพรีนมาก ให้ยัยพรีนช่วยจนน้องมันไม่มีเวลาอ่านหนังสือของตัวเองแล้วเนี่ย” คีตพัฒน์บ่นน้องชายอย่างไม่จริงจังนัก
“เฮ้ ผมก็น้องพวกพี่นะ” พีรรัตน์แกล้งเบะปากแล้วเชิดหน้างอนใส่พี่ชาย
“เชิญงอนตามสบาย ไปเถอะพี่ ผมจะต้องไปทำงานต่อ ป่านนี้เพื่อนมารอกันแล้วมั้ง” คีตพัฒน์หันไปบอกพี่ชายที่ยืนโอบไหล่พรีญาภัสมองเขาเถียงกับพีรรัตน์
“โอเค ไป” วีรวัฒน์พยักหน้าแล้วโอบไหล่บอบบางแน่นๆเป็นการบอกลา ก่อนจะยิ้มให้หญิงสาวแล้วเดินไปขึ้นรถของตัวเอง
“พี่ไปนะตัวเล็ก” คีตพัฒน์หันมากอดน้องสาวหลวมๆแล้วก็เดินไปรถของตัวเองบ้าง
พรีญาภัสกับพีรรัตน์ยืนรอส่งพี่ชายทั้งสองคน จนกระทั่งรถเคลื่อนตัวพ้นรั้วไปก็หมุนตัวเดินเข้าบ้าน หญิงสาวตรงขึ้นห้องนอนของตัวเองเลย เพราะคุยกันตอนกินข้าวแล้วว่าวันนี้จะพักผ่อน ค่อยทำการบ้านและติวหนังสือพรุ่งนี้
เมื่อเดินมาจนถึงหน้าห้องนอนของตัวเองก็ต้องขมวดคิ้วเมื่อเห็นร่างสูงกำยำของพี่ชายคนโตอย่างธีรภัทรยืนกอดอกพิงกำแพงอยู่ริมผนังตรงข้ามกับประตูห้องของเธอ
“พี่ธี มีอะไรหรือเปล่าคะ” หญิงสาวถามออกไปด้วยความไม่แน่ใจว่าเขามายืนรอเธอ
“แค่อยากจะบอกอะไรนิดหน่อย”
“ค่ะ”
“เธออายุ 17 ใช่ไหม”
“ค่ะ”
“โตในระดับหนึ่ง เพราะฉะนั้นอย่าทำตัวแก่แดดนัก”
“.....” พรีญาภัสขมวดคิ้วไม่ค่อยเข้าใจในสิ่งที่ธีรภัทรพูดนัก เพราะเธอเองก็อยู่แต่โรงเรียนกับบ้าน หรือหากจะไปไหนมาไหนก็จะไปกับกลุ่มเพื่อน แต่ถึงอย่างนั้นพีรรัตน์ก็จะตามไปด้วยหรือธีรภัทรเองก็ส่งคนไปคอยตามเธออยู่ดี
“แค่นี้แหละ” ธีรภัทรหมุนตัวเดินต่อไปไม่กี่ก้าวก็เปิดประตูห้องส่วนตัวแล้วก็หายไป
หญิงสาวมองตามเขาด้วยสายตาไม่เข้าใจ แต่ก็ละทิ้งความสงสัยแล้วเดินกลับห้องนอนของตัวเองไป
บ้านหลังนี้มีทั้งหมด 3 ชั้น ห้องพระ ห้องนิรภัย ห้องธาดากับวิริญญา และห้องของวีรภัทรจะอยู่ชั้น 3 ส่วนห้องของธีรภัทร คีตพัฒน์ พีรรัตน์ และพรีญาภัสจะอยู่ที่ชั้นสอง ซึ่งห้องของธีรภัทรจะอยู่เยื้องกับพรีญาภัสที่ด้านริมฝั่งหนึ่ง มีบันไดคั่นกลาง และห้องของคีตพัฒน์และพีรรัตน์จะอยู่เยื้องกันที่ริมอีกฝั่งหนึ่ง และว่าง่ายๆก็คือตอนนี้ชั้นบนไม่มีใครอยู่เลย
หลายวันต่อมา
“น้องพรีน เดี๋ยวพี่ส่งแบบชุดกับร้านให้ น้องพรีนไปติดต่อมาตามนี้นะคะ ไปเองจะได้แก้ไซส์ได้ด้วย” รุ่นพี่สาวที่ดูแลการฝึกซ้อมของหญิงสาวเดินเข้ามาหา หลังจากการซ้อมของวันจบลง
“ได้ค่ะ” ใบหน้าสวยหวานขยับยามขานรับคำ
ยามพรีญาภัสอยู่ที่โรงเรียน เรียกว่าเธอเป็นจุดเด่นก็ว่าได้ ด้วยใบหน้าที่สวยหวาน ผิวที่ขาวสะอาดหมดจด รวมถึงส่วนสูงและรูปร่างที่มองดูสมส่วนไปหมด ทำให้ไม่ว่าใครที่เห็นเธอก็ต้องมองซ้ำมองเหลียวหลังอย่างช่วยไม่ได้
“ยัยพรีน วันนี้พี่ธีมารับเองนะ”
“อ้อ อือ”
“โห สภาพ ไปล้างหน้าไป๊”
“พูดงี๊ด่ามาเลยดีกว่า”
“ยัยขี้เหร่”
“ไอ้พี เดี๋ยวไม่ช่วยติวนะ”
“โอเค ยอม ไปล้างหน้าซะ”
พีรรัตน์เดินเข้ามาหาพรีญาภัสหลังจากที่เขาแยกกับกลุ่มเพื่อน วิชาเรียนของเขาบางวันเลิกช้ากว่าหญิงสาว แต่ถึงอย่างไรทั้งเขาและเธอก็กลับบ้านพร้อมกันทุกวัน
“น้องพีเลิกเรียนช้าเหรอคะวันนี้” รุ่นพี่สาวรีบทักทายหนุ่มรุ่นน้องทันทีที่พรีญาภัสเดินออกไป
“ครับผม ฝากน้องสาวผมด้วยนะครับ” พีรรัตน์ตอบกลับและฝากฝังหญิงสาวแล้วส่งรอยยิ้มหวานให้
“ได้เลยค่ะ น้องพีแวะมานั่งด้วยกันบ่อยๆก็ได้นะคะ” รุ่นพี่สาวส่งสายตาหวานเยิ้มให้เขาอย่างเชิญชวน
“ถ้าว่างนะครับ” พีรรัตน์ตอบอย่างคนรู้ความหมาย
ไม่นานพรีญาภัสก็เดินกลับมา เธอเห็นบรรยากาศแปลกๆแต่ก็ไม่ได้พูดอะไร นั่งเล่นโทรศัพท์รอจนกระทั่งมีรถขับเข้ามาจอดเทียบใกล้ๆ และเพราะเป็นเวลาเลิกเรียนแล้ว ทางโรงเรียนจึงอนุญาติให้ผู้ปกครองขับเข้ามารับในโรงเรียนได้
ดวงตากลมโตละจากโทรศัพท์ มองไปยังรถยนต์คันหรูที่คุ้นเคย เมื่อเห็นกระจกรถถูกลดต่ำลง พร้อมกับสายตาคมดุที่มองมา เธอสะกิดพีรรัตน์เบาๆ เมื่อเขาหันมาเห็นว่าธีรภัทรมารับแล้ว จึงเอื้อมหยิบกระเป๋าทั้งของพรีญาภัสแล้วของตัวเองขึ้นพาดบ่า กล่าวลารุ่นพี่สาวเบาๆ แล้วพยักหน้าบอกให้หญิงสาวเดินนำหน้าไป
“น้องพรีน” เสียงเรียกชื่อเล่นของพรีญาภัสดังขึ้น มันไม่ดังมาก แต่ก็ดังพอที่คนในรถจะได้ยิน
“คะ?” หญิงสาวชะงักและสบตากับพีรรัตน์สีหน้าเลิ่กลั่ก
“พี่จะถามว่าวันนี้รีบกลับไหม ว่าจะชวนไปหาอะไรทานน่ะครับ” หนุ่มรุ่นพี่ที่ตามจีบหญิงสาวอยู่พูดด้วยรอยยิ้มน้อยๆหลังจากกึ่งเดินกึ่งวิ่งเพื่อเข้ามาให้ทันหญิงสาวที่กำลังจะขึ้นรถ
“เอ่อ พี่ธีมารับแล้วค่ะ” พรีญาภัสยิ้มให้อย่างมีมารยาท เธอไม่ปฏิเสธแต่ก็ไม่ได้ตอบรับ และเธอก็ไม่ได้โกหก ธีรภัทรมารับพวกเธอแล้วจริงๆ
“งั้นวันหน้านะ” หนุ่มรุ่นพี่พูดจบก็ยกมือไหว้ธีรภัทร เขาทำเพียงพยักหน้ารับเท่านั้น
“ไม่น่าจะว่างเลยค่ะ ช่วงนี้พรีนซ้อมทุกวันเลย” หญิงสาวแบ่งรับแบ่งสู้ อันที่จริงเธอก็ไม่ได้อยากไปไหนมาไหนกับใครเท่าไหร่
“งั้นจบกีฬาสีไปฉลองกันนะ” รุ่นพี่หนุ่มยังคงพยายามอยู่ โดยที่เขาไม่ทันได้สังเกตุว่าตอนนี้ใบหน้าของธีรภัทรและพีรรัตน์หงิกงอมากแค่ไหน
“ยัยพรีน เร็ว ก่อนจะโดนพี่ธีดุ” พีรรัตน์ที่เอากระเป๋าไปเก็บบนรถเรียบร้อยแล้วแกล้งโวยวายเร่งออกมาจากในรถ
“ขอตัวก่อนนะคะ” พรีญาภัสค้อมศีรษะน้อยๆ ก่อนจะหมุนตัวเดินไปที่รถ
“พี ไปนั่งข้างหลัง” ธีรภัทรสั่งน้องชายเบาๆแค่พอได้ยินกัน 2 คน
“อย่าดุมากนะพี่ธี ยัยพรีนก็ไม่ได้อยากยุ่งกับไอ้รุ่นพี่นี่หรอก ดูหน้าน้องก็รู้” พีรรัตน์บอกพี่ชายเสียงเบา แต่ก็ลงจากรถแล้วเปิดประตูหลังขึ้นไปนั่งแต่โดยดี
เมื่อพรีญาภัสเดินมาถึงที่รถ เธอจึงต้องนั่งข้างหน้าคู่กับธีรภัทรไปโดยปริยาย หญิงสาวถอนหายใจเบาๆเมื่อรู้ว่าต้องโดนดุอีกแน่นอนได้แต่เก็บสีหน้าท่าทาง
“สวัสดีค่ะ” เสียงหวานใสดังขึ้นระหว่างที่เธอดึงสายเบลท์มาคาด
ธีรภัทรรอจนพรีญาภัสหันมานั่งพิงเบาะเรียบร้อยแล้ว จึงเหยียบคันเร่งเคลื่อนตัวออกไป โดยไม่ลืมที่จะส่งสายตาไม่พอใจไปที่รุ่นพี่หนุ่มที่ยังยืนมองอยู่
“พี่ธี พรีนขออนุญาติไปหาดูชุดได้ไหมคะ”
“ชุดอะไร”
“ชุดที่ต้องใส่วันกีฬาสีค่ะ”
“วันไหน”
“วันไหนก็ได้ค่ะ เพราะพรีนต้องซ้อมทุกวัน วันศุกร์นี้กีฬาสีแล้วค่ะ”
“งั้นก็วันนี้เลย ที่ไหน”
“.....”
หญิงสาวหยิบโทรศัพท์ของตัวเองขึ้นมาเปิดพิกัดร้านที่รุ่นพี่สาวส่งให้เธอให้ธีรภัทรดู เขามองเพียงปราดเดียวก็รู้ว่าที่ไหน จึงไม่จำเป็นต้องเปิดจีพีเอส
ไม่ถึงชั่วโมงก็มาถึงร้านเสื้อผ้าที่ต้องการ พรีญาภัสเข้าไปลองชุดอยู่นาน ปล่อยให้ธีรภัทรกับพีรรัตน์นั่งหน้าเจื่อนเพราะต้องทนร้อนอยู่แบบนั้น
