ตอนที่ 2 วัยรุ่น
“พี่ธี มีคนมาจีบยัยพรีนด้วย ผมเห็นกับตา” เสียงห้าวที่เพิ่งแตกหนุ่มของพีรรัตน์รีบฟ้องพี่ชายคนโตของบ้านทันทีที่เขาลงจากรถ
“หืม?” เสียงทุ้มห้าวเจือความดุดันขานรับ สายตาคมละจากหน้าจอขึ้นมามองสองหนุ่มสาววัยรุ่นที่กำลังเดินเถียงกันเข้ามาภายในบ้าน
“สวัสดีค่ะ” พรีญาภัสเอ่ยทักทายพร้อมกับยกมือขึ้นไหว้เขาด้วยท่าทางนิ่งลงอย่างเห็นได้ชัด
“อืม พี.....” ธีรภัทรพยักหน้ารับก่อนจะตวัดสายตามองน้องชายแล้วเอ่ยชื่อเป็นการทวง
“สวัสดีครับ” พีรรัตน์เอ่ยพร้อมกับยกมือขึ้นไหว้พี่ชายคนโตอย่างกลัวโดนดุ
ธีรภัทร หรือ ธี ชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลา ดวงตาคมดุ จมูกโด่งเป็นสัน สูงถึง 189 รูปร่างกำยำตามประสาคนออกกำลังกายและมีระเบียบวินัย เขาเป็นบุตรชายคนโตของบ้านหลังนี้ อายุห่างกับน้องๆคนละ 3 ปี นั่นหมายความว่าตัวเขาอายุห่างกับน้องเล็กของบ้านถึง 9 ปีเลยทีเดียว นั่นทำให้เขาต้องทำหน้าที่ดูแลน้องๆแทนบิดามารดาที่นานๆทีจะกลับมาบ้านอย่างเต็มตัว
“เล่ามา มีอะไร” เสียงทุ้มดุขึ้นเล็กน้อยเมื่อเอ่ยถึงสิ่งที่พีรรัตน์เอ่ยค้างเอาไว้เมื่อสักครู่
“มีรุ่นพี่ ม.6 มาจีบยัยพรีน ผมเห็นกับตา หล่อด้วยนะพี่” พีรรัตน์เล่าอย่างออกรสออกชาติ
“ยังเป็นเด็กเป็นเล็ก เอาเวลาไปสนใจเรียนหนังสือก่อนดีกว่ามั้ง” คำพูดคล้ายการสั่งสอนน้อง แต่ปลายหางตามองไปยังหญิงสาวที่กำลังอยู่ในช่วงวัยรุ่น เริ่มแตกเนื้อสาวสวยสะพรั่ง
“บ่นอีกละ ผมขึ้นห้องดีกว่า ทำการบ้านยังพรีน มาสอนพีหน่อย” พีรรัตน์เอ่ยคุยกับหญิงสาวด้วยท่าทางสนิทสนม
กระเป๋าสะพายถูกตวัดขึ้นบ่าทั้งสองใบ พร้อมกับร่างสูงของชายหนุ่มวัย 17 ปี เดินเคียงข้างร่างบอบบางแต่เห็นได้ชัดว่าทรวงทรงองค์เอวของเธอไม่ธรรมดาพากันเดินขึ้นบันไดบ้านไปโดยมีสายตาคมดุมองตามจนสองร่างเดินหายลับไปจากสายตา
เมื่อเดินมาถึงห้องนอนของพรีญาภัส พีรรัตน์ก็ส่งกระเป๋าให้หญิงสาว ก่อนที่เขาจะหมุนตัวเดินกลับไปที่ห้องนอนของเขาเพื่ออาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า เพื่อให้ทันลงไปกินมื้อเย็นตามเวลาที่บ้านกำหนดเอาไว้
พรีญาภัส หรือ พรีน หญิงสาวแววตาหวานซึ้ง ดวงตากลมโต ขนตายาวงอน จมูกโด่งได้รูป ริมฝีปากบนที่บางเป็นกระจับ ปากล่างอวบอิ่มน่ามอง ผิวของเธอขาวผ่องสะอาดตา ไม่มีแม้แต่เม็ดไฝหรือขี้แมลงวันให้เห็นแม้แต่จุดเดียว เธอสูงถึง 170 เซนติเมตร ซึ่งสำหรับผู้หญิงถือว่าเธอค่อนข้างสูง แต่กลับมีน้ำหนักแค่ 43 กิโลกรัมเท่านั้น
หญิงสาวล็อกประตูห้องเรียบร้อยก็เดินไปวางกระเป๋าลงบนโซฟาที่อยู่บริเวณตรงข้ามกับประตู ก่อนจะหมุนตัวเดินทางทางฝั่งขวาที่เป็นห้องแต่งตัวและมีห้องน้ำอยู่ด้านใน ร่างบอบบางยืนอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ที่ติดอยู่ที่ผนังห้อง ดวงตากลมโตมองจ้องเงาที่สะท้อนกลับออกมา พร้อมกับปลดเสื้อผ้าของเธอออกทีละชิ้นจนเผยให้เห็นเรือนร่างขาวสว่างที่ทรวดทรงอวบอิ่มน่ามอง หญิงสาวถอนหายใจน้อยๆ มือบางคว้าผ้าเช็ดตัวที่แขวนอยู่แล้วก้มหยิบเสื้อผ้าไปใส่ตะกร้าที่วางอยู่หน้าห้องน้ำแล้วก้าวเท้าหายเข้าไปข้างใน
นานหลายนาที กว่าที่หญิงสาวจะออกมาจากห้องน้ำ เธอแต่งชุดลำลองสบายๆ กางเกงผ้าขายาวกับเสื้อยืดคอกว้างเล็กน้อย ก่อนจะคว้าเอาโทรศัพท์กับสมุดการบ้านขึ้นมาถือ แล้วเดินออกจากห้องของตัวเองไป
ก๊อก ก๊อก
“อ้าว ทำไมเร็ว ลงไปกินข้าวก่อนดีกว่ามั้ง ค่อยขึ้นมาทำการบ้าน ไม่งั้นพี่ธีดุตาย” พีรรัตน์ที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จเดินมาเปิดประตูพร้อมกับบอกด้วยท่าทางขยาด
“ก็พีช้า พรีนอาบน้ำแป๊บเดียวเอง” พรีญาภัสส่งสมุดให้พีรรัตน์เอาเข้าไปวางไว้ในห้องของเขา
“เอาน่า ลงไปก่อน เดี๋ยวพีตามลงไป ขอแต่งตัวก่อน”
“อือ”
“ทำอะไรกัน” เสียงดุเข้มดังขึ้นจนร่างเล็กสะดุ้งโหยง หันไปมองทางต้นเสียง
“พรีนมารอผมทำการบ้าน แต่ผมเพิ่งคุยโทรศัพท์กับแฟนเสร็จ เลยช้า เลยว่าจะลงไปกินข้าวกันก่อน” พีรรัตน์ตอบพี่ชายแทน เมื่อเห็นว่าพรีญาภัสมีอาการกลัวธีรภัทรไม่น้อย
“งั้นก็ลงไปได้แล้ว พี นายเองก็รีบลงมา วีกับคีน่าจะกลับมาแล้ว” ใบหน้าหล่อเหลาขยับขึ้นลงรับรู้คำพูดน้องชายก่อนจะสั่งเสียงเรียบ
“อือ พี่ลงไปก่อน” ประตูห้องถูกปิดลงหลังสิ้นเสียง
พรีญาภัสรอให้เขาเดินนำไปก่อน เธอจึงก้าวเท้าเดินตามหลังเล็กน้อย ก่อนจะชะงักเมื่ออยู่ๆธีรภัทรก็หยุดเดิน
“เดินลงไป”
“ค่ะ”
พี่น้องในบ้านทุกคน รวมทั้งตัวพรีญาภัสเองก็รู้ดีว่าเธอไม่ใช่ลูกแท้ๆของธาดากับวิริญญา เพราะในวันที่วิริญญาไปคลอดพีรรัตน์ พวกท่านได้รับเธอมาเลี้ยงหลังจากที่รู้มาจากธีรภัทรและวีรวัฒน์ว่าเธอกำพร้าตั้งแต่แรกคลอด เพราะแม่ของเธอเสียชีวิตตอนให้กำเนิดเธอ
แต่ทุกคนที่นี่ก็ดูแลเธออย่างดี การศึกษาของเธอเท่าเทียมกับพีรรัตน์ทุกอย่าง รวมทั้งวีรวัฒน์ พี่ชายคนที่ 2 ของบ้านที่เอ็นดูเธอไม่น้อย เพียงแต่เขาไม่ค่อยอยู่บ้าน และคีตพัฒน์ พี่ชายคนที่ 3 ของบ้าน ที่ค่อนข้างสนิทกับเธอไม่ต่างกับพีรรัตน์ ที่เกิดวันเดียวกันกับเธอ เขาใจดีกับเธอมาก คอยซื้อเสื้อผ้า ซื้อนั่นซื้อนี่มาฝากเธอตลอด เพราะรู้ดีว่าตัวเธอเองแทบจะไม่ใช้เงินที่บิดามารดาโอนมาให้ หรือเงินที่ธีรภัทรจัดการให้เลยถ้าไม่จำเป็นจริงๆ
การที่พรีญาภัสค่อนข้างกลัวและเกรงใจธีรภัทร เป็นเพราะว่าเธอรู้มาจากมารดา ว่าเขาเองนั่นแหละ ที่เป็นคนขอให้มารดารับเธอมาดูแล เธอจึงเกรงราวกับว่าเขาคือบิดาของเธออีกคน
“พี่ธี.....”
“อืม”
“คือ.....ทางโรงเรียนจะให้พรีนถือป้ายโรงเรียนวันกีฬาสีค่ะ”
“ตามใจ”
“ขอบคุณค่ะ”
การสนทนาจบลงเมื่อทั้งสองคนลงมาถึงข้างล่างพอดี วีรวัฒน์กับคีตพัฒน์ที่นั่งรออยู่ที่โซฟาส่งเสียงเรียกหญิงสาว เธอเดินเข้าไปหาพี่ชายทั้งสองด้วยรอยยิ้มน้อยๆ
“สวัสดีค่ะ”
“จ้ะ พี่มีของมาฝากด้วย” คีตพัฒน์ส่งถุงเครื่องสำอางค์จากเคาน์เตอร์แบรนด์ให้หญิงสาวเหมือนเช่นทุกครั้งที่เขากลับมาบ้านแล้วมีของมาฝาก
“พี่ก็มีนะ” วีรวัฒน์หยิบถุงเสื้อผ้าที่ไปซื้อมาให้เธอส่งให้บ้าง
“พวกนายจะค้างกี่วัน” ธีรภัทรถามน้องชายขึ้น เมื่อเขาเห็นว่าทั้งสองหนุ่มกลับไปนั่งที่เรียบร้อยแล้ว
“ค้างอะไรล่ะพี่ ดึกๆก็กลับคอนโดแล้ว ช่วงนี้งานเยอะ” คีตพัฒน์บ่นอย่างเสียไม่ได้
“พอกัน ผมก็กำลังอยู่ในช่วงฝึกงาน เลยอยากอยู่ใกล้บริษัทมากกว่า” วีรวัฒน์เองก็อยู่ในช่วงฝึกงานที่บริษัท ช่วงนี้จึงอยู่แต่ที่คอนโดของตัวเองเป็นส่วนใหญ่
“งั้นก็อย่ากลับดึกกันมาก ขับรถมากันเองใช่ไหม” พี่ชายคนโตของบ้านถอนหายใจ
“ใช่พี่ กะว่ากินข้าวเสร็จ สักพักก็กลับเลย” คีตพัฒน์พยักหน้ารับผู้เป็นพี่ชาย
“ก็ยังดีที่ยังกลับมาบ้านอาทิตย์ละครั้ง ไม่งั้นคงได้ลืมหน้า” ธีรภัทรหมั่นไส้ผู้เป็นน้องชาย เลยค่อนขอดไป
“ใช่สิ พวกผมมันไม่สำคัญหนิ สู้น้องพรีนไม่ได้หรอก นางฟ้าของบ้านเรา” วีรวัฒน์ส่งยิ้มอบอุ่นให้หญิงสาว
“มาแล้วพี่ ไปกินข้าวกัน” เสียงโหวกเหวกโวยวายของพีรรัตน์ดังลงมาจากบันได
ทั้งสามหนุ่มส่ายหน้าน้อยๆกับน้องชายคนเล็กของบ้าน ก่อนจะลุกจากโซฟา แล้วเดินมาบริเวณหน้าบันได เมื่อพีรรัตน์ลงมาก็ตรงเข้ามาคล้องคอพรีญาภัสตามความเคยชิน เพราะทั้งเขาและเธอถูกเลี้ยงมาคู่กันราวกับฝาแฝด จึงทำให้สนิทกับกว่าพี่น้องคนอื่น
“เอาล่ะ พรีนมีเรื่องประกาศ” ธีรภัทรเอ่ยบอกน้องๆก่อนจะเดินนำไปห้องกินข้าว
“อะไรเหรอ” สามหนุ่มแย่งกันถามน้องด้วยความอยากรู้
“ปีนี้พรีนได้ถือป้ายโรงเรียนค่ะ พี่ธีอนุญาตแล้วค่ะ” หญิงสาวบอกบรรดาพี่ๆของเธอด้วยสีหน้างงเล็กน้อยแต่ก็เก็บได้อย่างมิดชิด
“ว้าว ก็ดีสิ ปกติยัยพรีนของเราสวยจะแย่อยู่ละ ทีนี้ก็จะเนื้อหอมมากกว่าเดิมอีก” คีตพัฒน์ที่ยังพอทันได้เรียนโรงเรียนเดียวกับพีรรัตน์และพรีญาภัสเอ่ยขึ้นอย่างรู้ดีว่าน้องสาวของบ้านเนื้อหอมแค่ไหน
“เว่อร์ไปแล้วค่ะ” หญิงสาวย่นจมูกใส่พี่ๆ ก่อนจะพากันเดินเข้าห้องกินข้าวไป
