บทที่ 5 ข้อหาข่มขืนเจ้าพนักงาน
"อ๊ะ... อ๊า! ทะ... ท่านประธาน พอแล้ว ฉันจุก..." ฉันร้องเสียงหลง พยายามเกร็งหน้าท้องรับแรงกระแทกที่ไม่มีทีท่าว่าจะผ่อนลงเลย
เขากัดฟันกรอด มือหนาที่ล็อกข้อมือฉันไว้ไพล่หลังยอมคลายออก แต่กลับเปลี่ยนมาสอดประสานเข้ากับสิบนิ้วของฉัน ดึงรั้งแขนฉันให้เหยียดตึงไปด้านหลัง บังคับให้แผ่นหลังของฉันแอ่นโค้งขึ้นรับการสอดใส่ที่ลึกซึ้งยิ่งกว่าเดิม
"เรียกฉันใหม่..." เสียงแหบพร่าสั่งการชิดใบหู ก่อนที่ฟันคมจะงับลงบนลาดไหล่เปลือยเปล่าของฉันอย่างแรงจนสะดุ้ง
"คะ... คุณลูกค้า..."
"ผิด..." เขาสวนทันควัน พร้อมกับตอกสะโพกเข้ามาเน้นๆ จนฉันหวีดร้องสุดเสียง
'โอ๊ย! ไอ้คนบ้าอำนาจ โดนยาปลุกเซ็กส์จนสติหลุดแล้วยังมีหน้ามานั่งแก้คำสรรพนามอีกเหรอ จะให้เรียกอะไรล่ะ พ่อเตาหลอมยา พ่อกระบองสยบมาร หรือคุณตำรวจหน่วยสวาท'
แต่ก่อนที่ฉันจะได้ด่าออกไป เขาก็ปล่อยมือจากการประสาน สอดท่อนแขนแกร่งเข้าใต้รอยแยกของเสื้อยูนิฟอร์มที่ขาดวิ่น รวบเอวฉันแล้วออกแรงพลิกตัวฉันให้หงายกลับขึ้นมาเผชิญหน้ากัน การขยับตัวกะทันหันทั้งที่ยังเชื่อมต่อกันอยู่ทำเอาช่องทางของฉันตอดรัดตัวตนของเขาแน่นจนเขาเผลอสบถเสียงต่ำ
ตาเรียวเข้มที่แดงก่ำไปด้วยแรงอารมณ์จ้องลึกเข้ามาในดวงตาของฉัน เขาโน้มใบหน้าลงมาประกบจูบอีกครั้ง คราวนี้ไม่ได้ดุดันเหมือนตอนแรก แต่กลับดูดดื่มและลึกล้ำราวกับจะสูบวิญญาณ เรียวลิ้นร้อนกวาดต้อนเกี่ยวพันกับลิ้นของฉัน บังคับให้ฉันเปิดรับรสชาติฝาดเฝื่อนและกลิ่นอายบุรุษเพศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
มือหยาบกร้านเลื่อนลงมาบีบเคล้นทรวงอกที่กระเพื่อมไหวตามจังหวะหายใจ ปลายนิ้วสะกิดหยอกล้อกับยอดอกจนมันชูชันสู้มือ ความเสียวซ่านตีตื้นขึ้นมาจนสมองฉันขาวโพลน ในขณะที่ท่อนล่างของเขายังคงทำหน้าที่อย่างต่อเนื่อง ขยับเข้าออกด้วยจังหวะที่ทั้งหนักหน่วงและรัวเร็วขึ้นเรื่อยๆ
"อึก... คุณ... จะไม่ไหวแล้ว..." ฉันครางเสียงสั่น น้ำตาแห่งความสุขสมทางกายภาพไหลซึมที่หางตา ร่างกายบิดเร้าไปมาบนฟูกเตียงที่ยับยู่ยี่
"พร้อมกัน..." เขาถอนริมฝีปากออกมากระซิบชิดริมฝีปากฉัน ลมหายใจของเขาหอบถี่และหนักหน่วงขึ้น สะโพกสอบเร่งจังหวะกระแทกกระทั้นในช่วงโค้งสุดท้าย รุนแรงและบ้าคลั่งราวกับพายุที่กำลังจะพัดทำลายทุกสิ่ง
'พลังหยาง... พลังหยางกำลังจะมาแล้ว เจ่เจ้เตรียมตัวรับของฝากชุดใหญ่ได้เลย'
"อ๊า!"
ฉันหวีดร้องเสียงหลงเมื่อช่องทางอ่อนนุ่มตอดรัดตัวตนของเขาอย่างรุนแรงเป็นจังหวะ ความสุขสมระเบิดออกมาราวกับดอกไม้ไฟในหัว ร่างกายเกร็งกระตุกไปทุกสัดส่วน ในวินาทีเดียวกันนั้น เขาก็ครางต่ำลึกซึ้งออกมา เขากระแทกตัวตนเข้ามาจนสุดความยาวเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะปลดปล่อยสายธารแห่งชีวิตและความร้อนระอุเข้าสู่ร่างกายฉัน
พลังหยางบริสุทธิ์สี่เสาที่เข้มข้นที่สุดไหลทะลักเข้าสู่จุดตันเถียนของฉันราวกับเขื่อนแตก มันอุ่นวาบและแผ่ซ่านไปทั่วทุกอณูในร่างกาย ฉันหอบหายใจรวยริน รู้สึกเหมือนเพิ่งวิ่งมาราธอนเสร็จร้อยกิโลเมตร
เขาทิ้งตัวลงมาทาบทับ แผ่นอกกว้างที่ชื้นเหงื่อแนบสนิทกับอกฉัน เสียงหัวใจสองดวงเต้นประสานกันอย่างบ้าคลั่ง มือหนายังคงรวบกอดเอวฉันไว้หลวมๆ ลมหายใจอุ่นเป่ารดอยู่ที่ซอกคอ
ฉันกะพริบตาปริบๆ พยายามรวบรวมสติที่แตกกระเจิง แต่ฤทธิ์ของพลังหยางที่สูบเข้ามามากเกินไปทำให้เปลือกตาเริ่มปรือลงเรื่อยๆ ภาพสุดท้ายที่เห็นคือปลายคางแกร่งที่มีรอยหยดเหงื่อเกาะอยู่ ก่อนที่สติของฉันจะดับวูบจมดิ่งลงสู่ความมืดมิด
การสลบไสลไร้สตินั้นกินเวลายาวนานจนกระทั่งแสงแดดยามเช้าแยงทะลุเปลือกตา ฉันพยายามขยับตัวตื่น แต่ทันทีที่ออกแรง อาการปวดระบมก็พุ่งทะลวงเข้าโจมตีกล้ามเนื้อทุกมัดพร้อมกัน
'โอย... สภาพฉันตอนนี้เหมือนกล่องพัสดุราคาถูกที่โดนพนักงานคัดแยกโยนกระแทกพื้นคลังสินค้าซ้ำแล้วซ้ำเล่า เอวที่เอาไว้เต้นไลฟ์สดขายเครื่องรางพังยับเยินหมดแล้ว'
ฉันค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาเผชิญหน้ากับเพดานห้องสวีท กวาดสายตามองสภาพห้องที่เละเทะ ซากเสื้อยูนิฟอร์มแม่บ้านขาดวิ่นกองอยู่บนพื้นพรมเปอร์เซีย
'สำเร็จ! ถึงจะเสียตัวและเสียเสื้อไปหนึ่งตัว แต่พลังหยางที่ได้มานี่คุ้มยิ่งกว่าถูกหวยรางวัลที่หนึ่ง เจ๊เซียนเซียนรอดตายแล้ว'
ฉันกระหยิ่มยิ้มย่องในใจ รีบขยับตัวหวังจะลุกขึ้นใส่เสื้อผ้าแล้วเผ่นหนีไปก่อนที่ 'เตาหลอมยา' จะตื่น แต่ทว่า...
กริ๊ก!
เสียงโลหะกระทบกันดังขึ้นเบาๆ พร้อมกับแรงรั้งที่ข้อมือขวา ฉันก้มลงมองตามสัญชาตญาณ
กำไลโลหะสีเงินวาววับคล้องอยู่ที่ข้อมือของฉัน และปลายอีกด้านหนึ่ง...ถูกล็อกติดสลักแน่นหนาอยู่กับซี่ลูกกรงทองเหลืองของหัวเตียง
ฉันเบิกตากว้าง อ้าปากค้าง สมองประมวลผลอย่างรวดเร็ว
กุญแจมือ...นี่มันกุญแจมือของตำรวจของแท้เลยนี่หว่า
"ตื่นแล้วเหรอ คุณผู้ต้องหา"
เสียงทุ้มต่ำและเยือกเย็นดังขึ้นจากปลายเตียง ฉันตวัดสายตาไปมองทันที
ร่างสูงใหญ่ของเขาคนเมื่อคืนยืนกอดอกพิงผนังห้องอยู่ เขาสวมเพียงกางเกงสแล็กสีเข้ม ท่อนบนเปลือยเปล่าโชว์มัดกล้ามเนื้อและรอยขีดข่วนจากเล็บของฉัน ตาคมดุจพญาเหยี่ยวมองกดลงมาที่ฉันอย่างเย็นชา ไม่มีร่องรอยของคนสติหลุดเหมือนเมื่อคืนเลยแม้แต่นิดเดียว
ในมือของเขาถือบัตรประจำตัวประชาชนใบเก่าของฉันที่น่าจะรื้อค้นเจอจากกระเป๋าเป้สะพายหลังของฉันที่ตกอยู่บนพื้น
"กู้ซีซี อายุยี่สิบสี่ปี..." เขาอ่านชื่อฉันด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ก่อนจะโยนบัตรลงบนเตียง แล้วก้าวสามขุมเข้ามาหาฉัน
"ข้อหาบุกรุก วางยา และข่มขืนเจ้าพนักงาน..." เขากระตุกยิ้มมุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ทำให้ฉันขนลุกไปถึงกระดูกสันหลัง
"คุณมีสิทธิ์ที่จะไม่พูด เพราะทุกคำพูดของคุณจะถูกใช้เป็นหลักฐานในชั้นศาล"
'เดี๋ยวสิ... ข่มขืนเจ้าพนักงาน?! ไอ้ประธานบริษัทหมื่นล้านนี่มันเป็นตำรวจตั้งแต่เมื่อไหร่กัน'
