บท
ตั้งค่า

บทที่ 6 ระบบผ่อนชำระพลังหยาง

'เดี๋ยวสิ... ข่มขืนเจ้าพนักงาน?! ไอ้ประธานบริษัทหมื่นล้านนี่มันเป็นตำรวจตั้งแต่เมื่อไหร่กัน'

ฉันนั่งเบิกตากว้างอ้าปากค้างอยู่บนเตียงคิงไซส์ที่ยับเยิน สมองแม่ค้าออนไลน์ที่เคยประมวลผลยอดโอนเงินได้ไวกว่าเครื่องคิดเลข ตอนนี้กลับรวนจนขึ้นหน้าจอฟ้าไปเรียบร้อย

ชายหนุ่มตรงหน้าไม่ได้สนใจหน้าตาเหวอของฉัน เขาหมุนตัวเดินไปหยิบเสื้อคลุมอาบน้ำสีขาวมาสวมทับร่างกายท่อนบนที่เต็มไปด้วยรอยเล็บข่วน แผ่นหลังกว้างเหยียดตรง แผ่รังสีอำมหิตของคนในเครื่องแบบออกมาจนห้องสวีทที่เปิดแอร์เย็นเฉียบดูอึดอัดขึ้นมาถนัดตา

"คิดว่าตัวเองเนียนงั้นเหรอ" เขาเอ่ยเสียงเรียบขณะผูกสายเสื้อคลุม นัยน์ตาคมกริบตวัดมองมา

"พนักงานรูมเซอร์วิสที่รับเงินหกหมื่นหยวนจากเธอ ฉันสั่งลูกน้องลากคอเข้าห้องขังไปตั้งแต่ตีห้าแล้ว... เหลือก็แต่ผู้บงการอย่างเธอเนี่ยแหละ"

ฉันเบิกตากว้างหนักกว่าเดิม อ้าปากพะงาบๆ 'ไอ้ตำรวจบ้าเอ๊ย! ทำงานไวปานจรวด นี่เขาตื่นมาสั่งการลูกน้องตั้งแต่ตอนไหนเนี่ย ความหวังที่จะรอดตัวริบหรี่จนแทบดับวูบ'

"ฉันจะเข้าไปอาบน้ำล้างคราบสกปรกของเธอออก" เขากดเสียงต่ำเยือกเย็น ปรายหางตาคมกริบมองกุญแจมือที่ล็อกข้อมือฉันติดกับซี่กรงหัวเตียง

"หวังว่าตอนฉันออกมา เธอจะเตรียมคำให้การดีๆ ไว้รอนะ คุณผู้ต้องหา"

พูดจบเขาก็หมุนตัวเดินเข้าห้องน้ำไปอย่างไม่แยแส เสียงล็อกประตูดังคลิก ตามด้วยเสียงสายน้ำจากฝักบัวที่ดังกระทบพื้นกระเบื้อง

ทันทีที่แผ่นหลังกว้างพ้นสายตา ฉันก็ดีดตัวขึ้นนั่งหลังตรงดิก สลัดคราบผู้ต้องหาผู้น่าสงสารทิ้งไปในเสี้ยววินาที

'รอให้โง่สิ! ขืนโดนจับติดคุกข้อหาข่มขืนตำรวจ ประวัติอาชญากรรมฉันได้ยาวเป็นหางว่าวแน่ๆ แล้วธนาคารที่ไหนจะอนุมัติสินเชื่อให้ฉันกู้เงินซื้อบ้านฮะ'

ฉันยกมือข้างที่ว่างขึ้นมาขยี้ผมชี้ฟูของตัวเองอย่างรวดเร็ว ล้วงลึกเข้าไปในมวยผมที่ยุ่งเหยิงราวกับรังนก ก่อนจะดึงเอากิ๊บดำตัวยาวออกมาหนึ่งตัว ปลายนิ้วที่ยังสั่นเทาเล็กน้อยจากความเหนื่อยล้าเมื่อคืนออกแรงดัดปลายกิ๊บให้โค้งงอเป็นรูปตะขออย่างชำนาญ

'กุญแจมือตำรวจสากลรหัสล็อกสิบแปดชั้นอะไรนั่น ก็สู้กิ๊บดำแผงละห้าหยวนจากเถาเป่าของฉันไม่ได้หรอกย่ะ อาจารย์ปู่บอกเสมอว่าวิชาสะเดาะกุญแจหนีเจ้าหนี้คือทักษะเอาชีวิตรอดขั้นสูงสุดของสำนักเต๋า'

ฉันสอดปลายกิ๊บดำเข้าไปในรูกุญแจมือ โน้มตัวเข้าหาลูกกรงหัวเตียงจนหน้าผากแทบจะชิดกับโลหะ หลับตาลงเพื่อรวมสมาธิไปที่ปลายนิ้วสัมผัส เสียงสายน้ำจากในห้องน้ำยังคงดังอย่างต่อเนื่อง แข่งกับเสียงหัวใจฉันที่เต้นรัวเป็นจังหวะกลองเชิดสิงโต

ขยับซ้ายนิด บิดขวาหน่อย งัดสลักตัวที่หนึ่ง... ตัวที่สอง...

กริ๊ก!

เสียงปลดล็อกที่ไพเราะยิ่งกว่าเสียงแจ้งเตือนเงินเข้าจากอาลีเพย์ดังขึ้นเบาๆ สลักโลหะอ้าออกอย่างง่ายดาย ฉันรีบดึงข้อมือตัวเองให้เป็นอิสระ โยนกุญแจมือทิ้งลงบนฟูกเตียงอย่างไม่ไยดี

"โอ๊ย..." ฉันหลุดปากร้องครางออกมาทันทีที่ขยับตัวลุกขึ้นยืน ความปวดร้าวแล่นปลาบตั้งแต่บั้นเอวลงไปถึงปลายเท้า ขาทั้งสองข้างสั่นพั่บๆ จนแทบจะทรุดลงไปกองกับพื้นพรม

'ไอ้กระบองปราบจลาจลนั่นทำเอากระดูกเชิงกรานฉันร้าวไปหมดแล้ว ใช้งานหนักประหนึ่งเครื่องจักรโรงงานนรกเบอร์นี้ ฉันควรไปเรียกร้องค่าเสื่อมสภาพร่างกายจากใครได้บ้างเนี่ย'

ฉันบ่นอุบอิบในใจ กวาดสายตามองหาเสื้อผ้าของตัวเอง แต่ซากเสื้อยูนิฟอร์มแม่บ้านที่กองอยู่บนพื้นนั้นขาดวิ่นเกินกว่าจะเอามาปกปิดร่างกายได้

ฉันจึงหันไปคว้าเสื้อเชิ้ตสีน้ำเงินเข้มตัวใหญ่ของเขาที่พาดอยู่บนพนักพิงโซฟามาสวมทับแทน กลิ่นไม้สนลอยแตะจมูก มันเป็นกลิ่นเดียวกับที่โอบล้อมฉันไว้ทั้งคืน

ฉันกลัดกระดุมลวกๆ เก็บบัตรประชาชน คว้าเป้สะพายหลังและรองเท้าผ้าใบขอบเน่าขึ้นมาถือไว้แนบอก ก่อนจะย่องเท้าเปล่าออกจากห้องสวีทด้วยความเร็วระดับหนีหนี้บัตรเครดิต

กว่าจะลากสังขารที่ปวดร้าวกลับมาถึงห้องเช่ารูหนูขนาดสิบห้าตารางเมตรได้ ฉันก็แทบจะคลานเข่าเข้าห้อง ทันทีที่ล็อกประตูแน่นหนา ฉันก็ทิ้งกระเป๋าเป้ลงบนพื้น ทรุดตัวลงนั่งแหมะบนกองกล่องพัสดุ หอบหายใจแฮกๆ ราวกับเพิ่งวิ่งมาราธอนหนีตาย

"เจ๊เซียนเซียน ออกมารับของฝากเร็วเข้า ฉันรอดตายกลับมาแล้ว แถมเอาโอสถทิพย์ก้อนใหญ่มาประเคนให้ถึงที่ด้วย" ฉันตะโกนเรียกผีแฝดพี่ด้วยน้ำเสียงภาคภูมิใจสุดขีด

ความเย็นยะเยือกวูบหนึ่งพัดผ่านหลังคอ ก่อนที่ดวงจิตโปร่งแสงของกู้เซียนเซียนจะลอยทะลุผนังห้องน้ำออกมา ทว่าสภาพของเธอไม่ได้ดูดีใจเลยสักนิด

ร่างวิญญาณของเธอกำลังกะพริบติดๆ ดับๆ เหมือนหลอดไฟนีออนเสื่อมสภาพ ภาพลักษณ์ของเธอเดี๋ยวชัดเดี๋ยวเบลอ ซ้อนทับกันจนดูน่าสยดสยอง

"ซะ... ซี... ซี... แก... ไป... ทำ... อะ... ไร... มา..."

เสียงของเซียนเซียนยืดยานและกระตุกเป็นห้วงๆ เหมือนแผ่นเสียงตกร่อง เธอพยายามจะลอยเข้ามาหาฉัน แต่ร่างวิญญาณกลับกระตุกค้างอยู่กลางอากาศ ถอยหลังไปครึ่งก้าวแล้ววาร์ปกลับมาที่เดิมซ้ำๆ

ฉันเบิกตากว้าง รีบยื่นมือออกไปสัมผัสสายใยวิญญาณที่เชื่อมต่อระหว่างเราสองคนเพื่อตรวจสอบกระแสพลังงาน ทันทีที่ปลายนิ้วสัมผัสโดน ฉันก็เข้าใจแจ่มแจ้งว่าเกิดความผิดพลาดระดับหายนะขึ้นแล้ว

พลังหยางบริสุทธิ์สี่เสาที่ฉันสูบมาเมื่อคืนมันรุนแรงและบ้าคลั่งเกินไป ในจังหวะที่ฉันทนรับความร้อนระอุไม่ไหวจนสลบเหมือดไปกลางคันนั้น

วงจรการถ่ายโอนพลังงานระหว่างฉันกับเขาจึงถูกตัดขาดกะทันหัน ทำให้พลังหยางถูกดูดซับเข้ามาได้แค่ห้าสิบเปอร์เซ็นต์เท่านั้น

'นี่มันระบบผ่อนชำระพลังหยางหรือไง อุตส่าห์ยอมเปลืองตัวโดนกระแทกจนวิญญาณแทบหลุดออกจากร่าง แต่ดันได้พลังมาแค่ครึ่งเดียวเนี่ยนะ

เหมือนเล่นเน็ต 5G แล้วโปรหมดกลางทางจนดาวน์โหลดเกมค้างอยู่ที่เก้าสิบเก้าเปอร์เซ็นต์ชัดๆ ไอ้แบตเตอรี่สำรองยี่ห้อนี่มันจ่ายไฟไม่เสถียรเลยโว้ย'

"พลังหยาง... มัน... ตีกับ... พลังหยิน..." เซียนเซียนเค้นเสียงออกมาอย่างยากลำบาก ร่างวิญญาณของเธอกะพริบถี่ขึ้นจนเกือบจะโปร่งใส

"พลังมันไม่เสถียร... แบตฉันรั่ว... ถ้าคืนนี้ไม่ได้พลังมาท็อปอัป... ฉันสลายแน่..."

ฉันยกมือขึ้นกุมขมับ รู้สึกเหมือนมีคนเอาบิลค่าไฟเดือนล่าสุดมาตบหน้าฉาดใหญ่ การที่พลังหยางกับพลังหยินมีปริมาณไม่สมดุลกันในดวงจิตของวิญญาณ มันอันตรายยิ่งกว่าการไม่มีพลังเสียอีก

ถ้าฉันหาพลังหยางบริสุทธิ์มาเสียบชาร์จเพื่อรักษาระดับแบตเตอรี่ไม่ได้ภายในคืนนี้ เซียนเซียนได้แตกซ่านกลายเป็นเถ้าธุลีของจริงแน่

"หมายความว่าฉันต้องกลับไปหาหมอนั่นอีกรอบเหรอ?!" ฉันร้องลั่นห้อง ก้มลงมองสภาพตัวเองในชุดเชิ้ตตัวโคร่งที่ยับยู่ยี่

ฉันรีบล้วงสมาร์ทโฟนหน้าจอแตกออกมาจากกระเป๋าเป้ เปิดรูปถ่ายแอบถ่ายของเป้าหมายมูลค่าหกหมื่นหยวนขึ้นมาจ้องมองอีกครั้ง ใบหน้าหล่อเหลาเยือกเย็นของ 'โจวเจวี๋ย' ประธานบริษัทระดับหมื่นล้านยังคงหล่อทะลุจอ

'ไอ้ประธานหน้าหล่อนี่สรุปแล้วมันทำอาชีพอะไรกันแน่ กลางวันบริหารบริษัทยักษ์ใหญ่ กลางคืนรับจ๊อบเป็นตำรวจหน่วยสวาทงั้นเหรอ

ขยันรับบทสู้ชีวิตแข่งกับแม่ค้าออนไลน์อย่างฉันหรือไง เอาเถอะ จะเป็นตำรวจหรือประธานบริษัทก็ช่าง ในเมื่อฉันลงทุนจ่ายค่าตั๋วไปตั้งหกหมื่นหยวนแล้ว จะยอมให้เกมโอเวอร์กลางคันไม่ได้เด็ดขาด'

"รออยู่นี่แหละเจ๊" ฉันผุดลุกขึ้นยืน กัดฟันข่มความเจ็บแปลบที่บั้นเอว

"ในเมื่อเสือกัดไปแล้วครึ่งคำ จะคายทิ้งตอนนี้ก็เสียดายทุน ฉันจะไปดักรอเขากระชากพลังหยางที่บริษัทให้มันจบๆ ไปเลย"

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel