บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 2 : มิติน้ำพุสวรรค์

หนึ่งสัปดาห์ผ่านไปนับตั้งแต่วันที่เสิ่นเจาเยว่ตื่นจากฝันร้าย ภาพความตายเลือนลางไปจากห้วงนิทรา แต่กลับสลักลึกลงในจิตใจที่เยือกเย็นลงทุกขณะ นางไม่ได้กรีดร้องโวยวายอีกต่อไป แต่ใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ในห้องหนังสือของตนเพื่อฝึกฝนลายพู่กันอย่างสงบ

เสี่ยวฮวามองภาพคุณหนูของตนที่นั่งหลังตรงอยู่หน้าโต๊ะไม้จันทน์หอมอย่างไม่ละสายตา แสงแดดยามสายส่องผ่านบานหน้าต่างลงบนกระดาษซวนชั้นดี การตวัดพู่กันแต่ละครั้งมั่นคงและทรงพลังผิดกับเมื่อก่อนลิบลับ

คุณหนูของนางเปลี่ยนไปแล้ว แววตาที่เคยสดใสราวกับกวางน้อย บัดนี้กลับนิ่งลึกดุจสระน้ำโบราณไร้ระลอกคลื่น

“คุณหนูพักดื่มชาก่อนเถิดเจ้าค่ะ นั่งมานานแล้ว” เสี่ยวฮวาเอ่ยพร้อมกับยกถ้วยชาเก๊กฮวยหอมกรุ่นเข้ามาวางข้างๆ

เสิ่นเจาเยว่วางพู่กันลงหลังจากหมึกหยดสุดท้ายได้ลงบนกระดาษ ก็เป็นอันสิ้นสุดอักษรตัวสุดท้าย นางมองผลงานของตนเงียบๆ ก่อนจะพยักหน้าให้สาวใช้คนสนิทพร้อมกับเอ่ยคำตอบรับ “ขอบใจมาก”

หลายวันมานี้ เสิ่นเจาเยว่ได้เทบทวนเหตุการณ์ในชีวิตก่อนหน้าซ้ำแล้วซ้ำเล่า สิ่งที่นางโง่เขลาที่สุดไม่ใช่การหลงรักบุรุษไร้หัวใจ แต่คือการมอบความไว้วางใจให้สหายจอมปลอมอย่างหลี่ว่านหนิงจนหมดสิ้น ของมีค่ามากมายที่นางเคยมอบให้สตรีผู้นั้น หนึ่งในนั้นก็คือปิ่นหยกรูปหงส์ของท่านแม่ผู้ล่วงลับ

ความคิดนั้นทำให้เสิ่นเจาเยว่ลุกขึ้นเดินไปยังหีบเครื่องประดับที่ทำจากไม้จื่อถานสลักลายวิจิตรในห้องนอน นางเปิดฝาหีบออก แล้วแสงสะท้อนจากเครื่องประดับล้ำค่าก็ได้สาดส่องเข้าตา แต่นางกลับไม่รู้สึกตื่นเต้นเช่นเคย สายตาของนางกวาดมองหาสิ่งหนึ่งอย่างรวดเร็ว

ในชีวิตก่อน เสิ่นเจาเยว่ได้คุ้ยหีบใบนี้เพื่อหาของขวัญไปมอบให้กับหลี่ว่านหนิงเป็นประจำ แต่วันนี้นางกำลังมองหาสิ่งของเพื่อประเมินสินทรัพย์ที่พอจะซุกซ่อนไว้ได้ก่อนที่ภัยพิบัติจะมาเยือนตระกูลเสิ่น

นิ้วเรียวขาวของเสิ่นเจาเยว่หยุดลงที่จี้หยกขาวอมเขียวชิ้นหนึ่ง มันเป็นจี้เรียบๆ รูปหยดน้ำที่ท่านแม่มอบให้นางก่อนสิ้นใจ นางจำได้ว่าเคยสวมมันติดตัวตลอดเวลา จนกระทั่งวันที่หลี่ว่านหนิงเอ่ยปากชมว่ามันงดงาม นางจึงถอดมันมอบให้ด้วยความเต็มใจ คิดไม่ถึงเลยว่านั่นคือการโยนสมบัติล้ำค่าที่สุดในชีวิตทิ้งไป

ความเจ็บแค้นแล่นริ้วขึ้นมาในอก เสิ่นเจาเยว่กำจี้หยกไว้ในมือกำลังภายในจิตใจที่ปั่นป่วนทำให้นางออกแรงบีบมันโดยไม่รู้ตัว ปลายเล็บที่คมกริบจิกลงบนฝ่ามือจนรู้สึกเจ็บแปลบ หยาดโลหิตสีแดงสดหยดหนึ่งซึมออกมาร่วงหล่นลงบนผิวหยกเนื้อเย็น

ทันใดนั้นเอง จี้หยกในมือก็ส่องสว่างวาบขึ้นมาเป็นแสงสีเขียวอ่อนนุ่มนวล ก่อนที่ความรู้สึกวิงเวียนจะตีขึ้นมาอย่างรุนแรงจนนางต้องหลับตาลง ภาพตรงหน้าหมุนคว้างราวกับถูกดูดเข้าไปในวังน้ำวน

เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง เสิ่นเจาเยว่ก็ไม่ได้ยืนอยู่ในห้องนอนของตนเองอีกต่อไป

เสิ่นเจาเยว่ยืนอยู่บนพื้นหญ้านุ่มราวกับพรมสีมรกต รอบกายถูกโอบล้อมด้วยไอหมอกบางเบาที่ให้ความรู้สึกสดชื่น อากาศเย็นสบายและบริสุทธิ์เสียจนนางต้องสูดลมหายใจเข้าเต็มปอด กลิ่นหอมอ่อนๆ คล้ายดอกกล้วยไม้ป่าผสมกับกลิ่นดินหลังฝนตกชโลมจิตใจให้สงบลงอย่างน่าประหลาดใจ

เบื้องหน้าของเสิ่นเจาเยว่คือบ่อน้ำพุขนาดเล็กที่น้ำใสดุจผลึกแก้ว บนผิวน้ำมีไอน้ำสีเงินลอยอ้อยอิ่ง เมื่อมองลึกลงไปก็จะเห็นก้อนกรวดหลากสีสันที่ก้นบ่อได้อย่างชัดเจน เสียงน้ำผุดเบาๆ ดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอ เป็นเสียงเดียวที่ทำลายความเงียบสงบของที่แห่งนี้

ที่นี่คือที่ใดกัน

ความคิดแรกของเสิ่นเจาเยว่คือความตกตะลึง

หรือว่านี่จะเป็นภาพมายาที่บางสิ่งบางอย่างที่ลึกลับซับซ้อนสร้างขึ้นมา

เสิ่นเจาเยว่ก้าวเข้าไปใกล้บ่อน้ำพุอย่างระมัดระวัง ไอเย็นที่แผ่ออกมาจากผิวน้ำสัมผัสผิวแก้มให้ความรู้สึกสบายอย่างบอกไม่ถูก นางย่อตัวลงเพื่อจุ่มปลายนิ้วลงไปในน้ำ ทันทีที่สัมผัส กระแสพลังอันอบอุ่นและอ่อนโยนสายหนึ่งก็ไหลซึมผ่านปลายนิ้วเข้าสู่ร่างกาย ความอ่อนล้าที่สะสมมาหลายวันพลันมลายหายไปสิ้น

นี่มันพลังปราณใช่หรือไม่ พลังปราณที่ข้าเคยได้ยินจากท่านปู่

เสิ่นเจาเยว่ใจเต้นระรัว ในชีวิตก่อนนางเคยได้ยินท่านปู่เล่าถึงของวิเศษในตำนาน แต่ไม่เคยคิดว่าจะได้เจอกับตัวเอง นางตัดสินใจวักน้ำขึ้นมาเต็มอุ้งมือแล้วดื่มเข้าไป

น้ำในบ่อมีรสหวานละมุนชุ่มคอ เมื่อไหลผ่านลำคอลงไปก็แปรเปลี่ยนเป็นธารพลังงานอุ่นๆ ที่แผ่ซ่านไปทั่วทุกอณูของร่างกาย ร่างกายที่เคยอ่อนแอของเด็กสาววัยสิบห้าปีกลับรู้สึกกระปรี้กระเปร่าขึ้นมาทันที ราวกับได้ผลัดเปลี่ยนระบบทุกอย่างภายในร่างกายใหม่ทั้งหมด แม้แต่รอยข่วนเล็กๆ บนฝ่ามือก็สมานตัวปิดสนิทอย่างไร้ร่องรอย

เมื่อได้รับรู้เช่นนี้ เสิ่นเจาเยว่ก็หัวเราะออกมาเบาๆ เป็นครั้งแรกในรอบหลายวัน เสียงหัวเราะที่หลุดออกมาไม่ใช่เสียงของเด็กสาวไร้เดียงสา แต่เป็นเสียงของผู้ที่พบแสงสว่างท่ามกลางความมืดมิด

สวรรค์.. สวรรค์ยังเมตตาข้าอยู่

นี่คือมิติในจี้หยก มิติส่วนตัวที่ไม่มีใครเข้าถึงได้นอกจากเสิ่นเจาเยว่ น้ำพุนี่ก็คือน้ำพุสวรรค์ที่สามารถฟื้นฟูร่างกายและเพิ่มพูนพลังได้อย่างแน่นอน พื้นที่รอบๆ แม้จะไม่กว้างใหญ่นัก แต่ก็ใหญ่พอจะเก็บของได้มากมาย

แผนการในหัวของเสิ่นเจาเยว่ชัดเจนขึ้นในทันที จวนเสนาบดีฝ่ายซ้ายมีทรัพย์สมบัติมากมายที่สั่งสมมาหลายชั่วอายุคนในชีวิตที่แล้ว ทรัพย์สินทั้งหมดถูกราชสำนักยึดไปเป็นของหลวงหลังท่านพ่อถูกปรักปรำจนต้องโทษประหาร แต่ชีวิตนี้นางจะไม่ยอมให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย

เสิ่นเจาเยว่ตั้งสมาธิ คิดถึงห้องนอนของตนเองอีกครั้ง เพียงพริบตาเดียวทิวทัศน์รอบกายก็เปลี่ยนกลับมาเป็นห้องนอนที่คุ้นเคย นางยังคงยืนอยู่ที่หน้าหีบเครื่องประดับ ในมือกำจี้หยกหยดน้ำไว้แน่นเหมือนเดิม

“เสี่ยวฮวา” เสิ่นเจาเยว่เรียกสาวใช้เสียงดังฟังชัด

เสี่ยวฮวาที่กำลังจะยกถาดชาออกไปสะดุ้งก็เล็กน้อยก่อนจะรีบวิ่งกลับเข้ามาอีกครั้ง “เจ้าคะคุณหนู”

“ไปที่ห้องเก็บของส่วนตัวของข้า” ดวงตาของเสิ่นเจาเยว่ทอประกายเด็ดเดี่ยว “นำบัญชีทรัพย์สินทั้งหมดออกมา ข้าต้องการตรวจสอบทุกชิ้น”

“เอ๋ ตรวจสอบตอนนี้เลยหรือเจ้าคะ” เสี่ยวฮวาสงสัย แต่ก็ไม่กล้าถามต่อเมื่อเห็นสีหน้าจริงจังของคุณหนู

“ใช่ เดี๋ยวนี้” เสิ่นเจาเยว่สั่งการอย่างเฉียบขาด “จากนี้ไป ให้เจ้าทยอยนำพวกเครื่องประดับล้ำค่า อัญมณีหายาก และตำราโบราณต่างๆ ที่อยู่ในห้องเก็บของของข้ามาที่นี่เงียบๆ จัดใส่หีบเล็กๆ เตรียมไว้ ข้าจะจัดการที่เก็บซ่อนด้วยตัวเอง”

แม้จะไม่เข้าใจว่าคุณหนูจะทำไปเพื่ออะไร แต่เสี่ยว ฮวาก็พยักหน้ารับคำอย่างแข็งขัน “เจ้าค่ะ บ่าวจะรีบไปจัดการเดี๋ยวนี้”

เสิ่นเจาเยว่มองตามหลังสาวใช้คนสนิทไป มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเยียบเย็น มิติน้ำพุสวรรค์นี้จะเป็นฐานที่มั่นคงแรกของนาง นางจะยักย้ายถ่ายเททรัพย์สินของตระกูลเสิ่นออกมาให้ได้มากที่สุด ก่อนที่พายุลูกใหญ่จะพัดมาถึง

ขณะที่เสิ่นเจาเยว่และเสี่ยวฮวากำลังขะมักเขม้นอยู่กับการคัดแยกของมีค่าในห้องเก็บของส่วนตัวซึ่งอยู่ลึกเข้าไปในเรือนพักของนาง บรรยากาศที่เคยเงียบสงบก็ถูกทำลายลงด้วยเสียงฝีเท้าที่วิ่งกระหืดกระหอบมาแต่ไกล

“คุณหนู คุณหนูเจ้าคะ แย่แล้วเจ้าค่ะ”

บ่าวหญิงชั้นผู้น้อยนางหนึ่งวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาในห้องเก็บของจนเกือบจะสะดุดล้มลง นางหอบหายใจจนตัวโยน ใบหน้าซีดเผือด

เสิ่นเจาเยว่ขมวดคิ้ว วางปิ่นหยกทองคำฝังทับทิมในมือลงอย่างไม่สบอารมณ์ “มีเรื่องอันใด ตื่นตกใจจนเสียกิริยา”

“ขอขออภัยเจ้าค่ะคุณหนู” บ่าวหญิงนางนั้นคุกเข่าลงกับพื้น “คือว่าองค์องค์รัชทายาทเสด็จมาที่จวนเจ้าค่ะ”

หัวใจของเสิ่นเจาเยว่กระตุกวูบราวกับถูกกระชากตกลงไปในเหวน้ำแข็ง

เซียวหรงเซวียน เหตุใดเขาถึงมาที่นี่ในเวลานี้ ตามความทรงจำในชาติก่อน กว่าเขาจะมาเยือนจวนเสิ่นอย่างเป็นทางการครั้งแรกก็อีกตั้งครึ่งปีให้หลังมิใช่หรือ

บ่าวหญิงกล่าวต่อด้วยเสียงสั่นเครือ “ตอนนี้ทรงเข้าเฝ้าท่านเจ้ากรมอยู่ที่โถงด้านหน้าแล้ว และยังรับสั่งกับท่านพ่อบ้านว่าจะเสด็จมาเยี่ยมคุณหนูที่เรือนด้วยเจ้าค่ะ”

เคร้ง!!

หีบไม้เล็กๆ ที่เสี่ยวฮวาถืออยู่หลุดจากมือ ของมีค่าข้างในหล่นกระจายลงบนพื้น แต่ไม่มีใครสนใจจะเก็บมันขึ้นมา

เสิ่นเจาเยว่กำหมัดแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด ความอบอุ่นจากน้ำพุสวรรค์ที่ยังหลงเหลืออยู่ในกายพลันสลายหายไปสิ้น แล้วถูกแทนที่ด้วยความเย็นยะเยือกที่เสียดแทงไปถึงกระดูก นางยังไม่ทันได้เตรียมใจที่จะเผชิญหน้ากับฆาตกรที่พรากทุกสิ่งทุกอย่างไปจากนางเร็วถึงเพียงนี้

“เก็บของทุกอย่างกลับเข้าที่เดิมให้เรียบร้อย” น้ำเสียงของเสิ่นเจาเยว่เรียบเฉยจนน่ากลัว “คล้องกุญแจห้องนี้ไว้ให้ดี อย่าให้ใครเข้ามาได้”

“เจ้าค่ะคุณหนู” เสี่ยวฮวารีบกุลีกุจอเก็บของอย่างลนลาน

เสิ่นเจาเยว่สูดหายใจลึก ปรับสีหน้าให้เป็นปกติมากที่สุด นางหันหลังเดินออกจากห้องเก็บของด้วยท่วงท่าสง่างาม แม้ในใจจะคุกรุ่นไปด้วยเพลิงแค้นที่รอวันปะทุ

“ข้าจะไปต้อนรับ ‘แขกผู้สูงศักดิ์’ ด้วยตัวเอง”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel