บท
ตั้งค่า

บทที่ 9 ข้าจะพบท่านอีกคราได้จากที่ใด

ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง ครบเจ็ดวันเจ็ดคืนที่ซีห่าวหลงหลับใหลและรัดเรือนร่างของเฟยเลี่ยงหรูเอาไว้โดยไม่ยอมปล่อย ตอนนี้ร่างกายของเขาราวผู้พิกลพิการไปเสียแล้ว เขาขยับกายไม่ได้ รู้สึกชาหนึบไปหมดทั้งตัว

ซีห่าวหลงเบิกดวงตาขึ้นเล็กน้อย เขาจ้องตากับเฟยเลี่ยงหรูปริบ ๆ ทว่าร่างมังกรตอนนี้กลับหดเล็กลงราวมังกรแรกเกิดก็ไม่ปาน ดวงตาสีนิลกะพริบขึ้นลงไปมาพลางกวาดมองใบหน้านวลด้วยความฉงน

'พี่ชาย' น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนไป ราวกับว่าได้กลับไปเป็นเด็กสามขวบอีกครั้ง

"ห่าวหลง สะ...เสียง และกายของเจ้า" เฟยเลี่ยงหรูอ้าปากค้าง เมื่อเขาพบว่าร่างมังกรที่เคยใหญ่โตกว่านี้เล็กลงไปหลายส่วน

มิน่าเล่าเฟยเลี่ยงหรูรู้สึกราวกับว่าเจ็ดวันที่ผ่านมา แรงบีบรัดของอีกฝ่ายค่อย ๆ เบาบางลง ทันทีที่ครบเจ็ดวันเรือนร่างของซีห่าวหลงกลับแปรสภาพเป็นมังกรเด็กน่ารักน่าเอ็นดูเสียอย่างนั้น

"นายน้อย นั่นไงเล่าพลังตบะลดลงสองร้อยปี ตอนนี้ท่านอายุขัยเพียงสามร้อยปีเองหนา"

'ซีซวนเจ้าเงียบไปเสีย' สุ้มเสียงกังวานใสดั่งเด็กน้อยวัยไม่กี่ขวบสำหรับแดนมนุษย์ เอ่ยปรามเปลือกหอยช่างพูด ซีซวนจึงเงียบปากลงในที่สุด

"อายุขัยลดลงมากเพียงนี้เชียวหรือ? ซีห่าวหลง ข้าต้องขออภัยเจ้าแล้ว" เฟยเลี่ยงหรูกล่าวด้วยใบหน้าสลด เขาก้มหน้าด้วยความรู้สึกผิดต่ออีกฝ่าย

หากตนไม่ดื้อรั้นลงมายังเมืองมนุษย์ก็คงไม่ทำให้ผู้ใดต้องเดือดร้อน ไม่รู้ว่าโชคชะตาเล่นตลกหรือเป็นลิขิตของสวรรค์ นับตั้งแต่เฟยเลี่ยงหรูลงมาเยือนดินแดนมนุษย์ เขายังไม่ทันย่างเท้าพ้นจากมหาสมุทรแห่งนี้เลยหนา ก็พบเข้ากับปัญหาประดังประเดเข้ามาไม่หยุดหย่อน แต่ก็ช่างเถิดถึงอย่างไรเขาก็มีเวลาอยู่บนดินแดนแห่งนี้นับร้อยปี

'พี่ชายข้าไม่เป็นไร นับจากนี้ข้าเพียงฝึกบำเพ็ญตบะให้มากขึ้นเท่านั้น ข้าสัญญาไม่ถึงหมื่นปี ข้าจะแปลงกายเป็นมนุษย์ให้จงได้"

น้ำเสียงน่าเอ็นดูเช่นนั้น เมื่อกล่าวออกมาทำให้เฟยเลี่ยงหรูต้องแหงนเงยใบหน้าขึ้นมองอีกฝ่าย เขาจ้องมองเข้าไปยังนัยน์ตาสีนิลของมังกรน้อย ริมฝีปากคลี่ยิ้มอบอุ่น พลางหลุดหัวเราะออกมาในที่สุด

'พี่ชาย นี่ท่านกำลังหัวเราะเยาะข้าเช่นนั้นหรือ?'

"เปล่า เปล่า ข้าเปล่าหัวเราะเยาะเจ้า แต่ว่าใบหน้าและร่างกายนี้ของเจ้ามันน่ารักน่าเอ็นดูเกินไปเสียแล้ว"

เฟยเลี่ยงหรูว่าพลางเอื้อมแขนเข้าไปเบื้องหน้า อุ้งมือทั้งสองประคองใบหน้ามังกรตัวน้อยที่กำลังทำหน้ายับยู่ ราวเด็กถูกแย่งของเล่น เรียวมือคู่งามจับใบหน้าอีกฝ่ายหมุนซ้ายที ขวาที พลางโน้มใบหน้าตนเข้าใกล้มังกรน้อย เฟยเลี่ยงหรูอดอมยิ้มออกมาไม่ได้

"ห่าวหลง ร่างนี้ของเจ้าน่ารักเกินไปแล้ว ข้าว่าเจ้ามาเป็นสัตว์เทพข้างกายของข้า แล้วอยู่แบบนี้ให้ข้ากอดเล่นจะดีหรือไม่ หืม..." เขากล่าวด้วยน้ำเสียงอบอุ่นทว่ายังเจือด้วยความสั่นเครือจากการกลั้นหัวเราะในลำคอ

มังกรน้อยได้ฟังวาจาเช่นนั้นก็ยิ่งปั้นหน้ามุ้ยอย่างไม่พอใจ ทว่าภายในทรวงอกของเด็กไม่ประสาเช่นเขากลับเต้นดังโครมครามราวจะหลุดออกมาจากกายตนอย่างไรอย่างนั้น ซีห่าวหลงสะบัดกายหลุดจากอุ้งมือของเฟยเลี่ยงหรูด้วยความรวดเร็ว เพลานี้เขารู้สึกหงุดหงิดจนแทบจะพ่นเปลวเพลิงออกมาอยู่รอมร่อ

'พี่ชายท่านล้อข้าเล่นแล้ว ท่านอย่าลืมคำมั่นที่เคยให้ต่อข้า หากวันใดที่ข้าสามารถแปลงกายได้แล้ว ท่านจะเรียกข้าว่าพี่ชาย'

"ได้ได้ ข้าไม่มีวันลืมอย่างแน่นอน" เฟยเลี่ยงหรูกล่าวยิ้ม ๆ และเมื่อเขาตระหนักนึกได้ว่าตนลงมายังดินแดนแห่งนี้ด้วยสาเหตุใด รอยยิ้มที่ประดับใบหน้าเมื่อสักครู่ก็หยุดลง

"ห่าวหลง ข้าจะต้องไปแล้ว ขอบใจเจ้ามากที่ช่วยเหลือข้ามาโดยตลอด"

'ไม่เป็นไร ท่านพ่อเคยสอนข้าว่า ใจคนแลกใจคน ครึ่งชั่งแลกครึ่งชั่ง[1] '

เฟยเลี่ยงหรูได้ฟังเช่นนั้นก็คลี่ยิ้มออกมาด้วยความอบอุ่น กล่าวว่า "ท่านเจ้าสมุทรช่างน้ำใจงามยิ่งนัก หากมีสิ่งใดให้แดนสวรรค์ช่วยเหลือ สามารถแจ้งมาได้ทุกเพลา ข้ายินดีช่วยเหลือเสมอ"

ซีห่าวหลงพยักหน้าหงึกหงักด้วยความเข้าใจ

"เมื่อเจ้าสามารถแปลงกายได้แล้วข้าหวังว่าสักวันเราทั้งสองจะได้พบกันอีกหน"

'พี่ชายแล้วข้าจะพบท่านอีกคราได้จากที่ใด?'

เฟยเลี่ยงหรูได้รับฟังคำถามจากอีกฝ่ายเช่นนั้น เขาจึงใช้ความคิดไปชั่วครู่ พอลองนึกดูอีกทีสายตาก็มองลงไปยังข้อมือของตน จี้พระจันทร์เสี้ยวบริเวณข้อมือของเขา นับเป็นของวิเศษติดกายอย่างหนึ่ง จะถือว่าเป็นเครื่องรางก็ย่อมได้ ตั้งแต่จำความได้จี้พระจันทร์ลายวิจิตรนี้ก็อยู่คู่กายเขามาโดยตลอด จี้พระจันทร์เสี้ยวที่ประดับด้วยพลอยสีเพลิง บริสุทธิ์ล้ำค่า และสามารถสื่อถึงเขาได้ทุกเมื่อ เรียวมือเล็กจึงถอดสร้อยข้อมือนั้นออก พลางคลี่ฝ่ามือไปยังเบื้องหน้าของซีห่าวหลง สร้อยข้อมือจี้พระจันทร์เสี้ยวลอยวนอยู่บนฝ่ามือของเฟยเลี่ยงหรู

"มังกรน้อยหากเจ้าต้องการพบข้า ก็จงตั้งจิตให้มั่น และสวดภาวนาต่อจี้พระจันทร์นี้เสีย"

จี้พระจันทร์เสี้ยวจึงลอยล่องเข้าไปยังเบื้องหน้าของซีห่าวหลง จากสร้อยเส้นเล็กแปรเปลี่ยนเป็นสร้อยทองเส้นยาวคล้องไปยังลำคอของอีกฝ่าย อย่างพอดิบพอดี

'ข้าเข้าใจแล้ว พี่ชายรอข้าก่อนอีกไม่กี่ปี ข้าสัญญาท่านจะได้พบข้าในร่างมนุษย์อย่างแน่นอน'

"เก่งมากห่าวหลง นับจากนี้เจ้าอย่าได้เที่ยวเตร็ดเตร่ไปเรื่อย ตั้งใจบำเพ็ญตบะให้ดี เมื่อถึงยามคับขัน เจ้าสามารถเรียกหาข้าได้ทุกเมื่อ แล้วข้าจะมาปรากฏกายต่อหน้าของเจ้าในทันใด" เฟยเลี่ยงหรูกล่าวด้วยน้ำเสียงอบอุ่น เรียวมือทั้งสองลูบไปยังศีรษะของซีห่าวหลงด้วยความอบอุ่น

มังกรน้อยพยักหน้าอย่างเข้าใจพลางกล่าวว่า 'แล้วข้าจะไปพบท่านอีกคราให้ได้พี่ชาย โปรดรักษาตัวด้วย'

สิบปีผันผ่าน จากเด็กน้อยแปรเปลี่ยนเป็นชายหนุ่มรูปงาม เฟยเลี่ยงหรูแทบไม่อยากเชื่อสายตา ในขณะที่เขาใช้ชีวิตบนแดนมนุษย์ เขากลับสามารถเติบโตได้ตามกาลเวลาของโลกแห่งนี้ เฟยเลี่ยงหรูใช้ชีวิตในนามหมอเทวดา เขาสามารถศึกษาศาสตร์แพทย์ของมนุษย์ได้อย่างยอดเยี่ยม ราวกับผ่านตาไม่รู้ลืม และในที่สุดเฟยเลี่ยงหรูก็สามารถช่วยบรรเทาความทุกข์ยากและคลี่คลายปัญหาของโรคระบาดนั้นได้ แม้จะยังนับว่าไม่สมบูรณ์ก็ตาม

สิ่งที่ทุกคนกำลังประสบพบเจอ คือการถูกพิษ พิษที่ละลายมากับสายน้ำจืดของแดนอาคเนย์ เขาทราบเพียงวิธีแก้ไขพิษนั้นให้หายไป ทว่าต้นตอของผู้กระทำกลับไร้ร่องรอย เฟยเลี่ยงหรูเที่ยวเสาะหาไปทั่วทั้งสี่ทิศแปดดินแดน ทว่าพบเพียงความว่างเปล่า

เขาจึงช่วยแก้ปัญหาได้เพียงปลายสาเหตุ แต่ถึงเป็นเช่นนั้นก็นับว่าเพียงพอแล้ว นับตั้งแต่เขาสามารถคิดค้นเครื่องบำบัดน้ำขึ้นมาได้ รวมถึงพร่ำสอนวิธีปรุงโอสถให้กับบรรดาชาวบ้านทุกหลัง ก็ส่งผลให้ความสงบสุขมาเยือนอีกหน

ทว่าเมื่อเขานั้นเป็นหนุ่มวัยฉกรรจ์ที่อาศัยอยู่เพียงลำพัง และหน้าตางดงามราวเทพเซียน ทำให้บรรดาแม่ ๆ ของสตรีทั้งหลายต่างเที่ยวแวะเวียนมานำเสนอบุตรสาวของตนให้แก่เขาไม่ขาดสาย

เฟยเลี่ยงหรูกล่าวปฏิเสธโดยคิดหาวิธีถนอมน้ำใจแต่ละคนแทบไม่หวาดไม่ไหว เขาอ้างว่าตนนกเขาไม่ขันบ้างล่ะ หรือกระทั่งกล่าวหาตนเองว่ามีดวงชะตาพิฆาตภรรยาบ้างล่ะ ทำให้เหล่ามารดาพวกนั้นต่างวิ่งปร๋อกลับจวนจนแทบไม่ทัน

แต่ถึงแม้เป็นเช่นนั้นเฟยเลี่ยงหรูก็ยังเป็นที่รักใคร่ของทุกคนในดินแดนอาคเนย์แห่งนี้ มิหนำซ้ำเขาได้ลองเที่ยวลาดตระเวนไปทั่วทั้งสี่ทิศแปดดินแดนเป็นที่เรียบร้อย คำพูดที่นักพรตผู้นั้นกล่าวไว้ ต่างโป้ปดมดเท็จ ทิศประจิมที่เขาดูแลยังคงอาศัยอยู่กันอย่างผาสุก

และสิ่งที่น่าปวดศีรษะอีกหนึ่งอย่างของเขาที่ผ่านมาคือ ภายในสิบวันหลังจากที่เฟยเลี่ยงหรูมอบจี้พระจันทร์เสี้ยวให้ซีห่าวหลง อีกฝ่ายก็สวดภาวนาหาเขาทุกวี่ทุกวัน และทุกครั้งที่เขาลงไปก็ล้วนไม่มีเรื่องสลักสำคัญใด มังกรน้อยให้เหตุผลเพียงว่าเขาเพียงนึกถึงเฟยเลี่ยงหรูแวบเดียวเท่านั้น โดยไม่อาจควบคุมความคิดนี้ได้ ส่งผลให้เขาต้องใช้พลังเทพที่มีขีดจำกัดในแต่ละวันแทบหมดสิ้นไปกับการเดินทางลงไปยังมหาสมุทร

ทว่าสิบปีให้หลัง คาดว่ามังกรน้อยคงเติบโตจนสามารถควบคุมจิตใต้สำนึกของตนได้อย่างมั่นคงแล้ว จึงทำให้เขาและซีห่าวหลงไม่พบหน้ากันอีกเลยนับแต่นั้นมา

'ป่านนี้ซีห่าวหลงจะเป็นเช่นไรบ้างนะ หากเขาพบข้า ณ ตอนนี้จะยังจำข้าได้หรือไม่?' เขาอดนึกถึงสหายคนสำคัญของตนไม่ได้จริง ๆ ทันใดนั้นเฟยเลี่ยงหรูจึงสลัดความคิดฟุ้งซ่านของตนนั้นทิ้งไปในที่สุด

ทว่าสิ่งที่น่าฉงนยิ่งกว่า ร่างกายของเขาราวกับหยุดเวลาอยู่ในช่วงวัยหนุ่มเท่านั้น เฟยเลี่ยงหรูจึงจำเป็นต้องย้ายรากฐานไปยังหัวเมืองต่าง ๆ เพื่อไม่ให้ผู้คนจับพิรุธของตนได้ น่าแปลกยิ่งนักที่เขากลับสามารถเติบใหญ่ขึ้นมาเป็นวัยหนุ่มได้เสียนี่ แต่ว่าตนไม่อาจแก่ชราดังเช่นมนุษย์คนอื่น ๆ หรือการจำแลงกายของเขาเกิดการแปรผัน แล้วอย่างนี้หากตนกลับแดนสวรรค์จะนับว่าอายุขัยกี่ปีกันเล่า หากเป็นเช่นนี้มหาเทพต้องจับได้เป็นแน่ว่าเขาลอบลงมายังเมืองมนุษย์ เฟยเลี่ยงหรูจึงถอนหายใจออกมาเฮือกหนึ่ง

ทว่าเมื่อฉุกนึกไปแล้วก็รังแต่จะทำให้ปวดศีรษะเสียเปล่า ๆ เขาจึงกล่าวกับตนเองด้วยน้ำเสียงเบาหวิว "ช่างเถิดเฟยเลี่ยงหรู เมื่อครบร้อยปีตามปณิธานที่ตั้งไว้แล้ว ข้าก็จะกลับแดนสวรรค์ดังเดิม"

เชิงอรรถ

^ ใจคนแลกใจคน ครึ่งชั่งแลกครึ่งชั่ง หมายถึง จริงใจกับผู้อื่น ผู้อื่นก็จะจริงใจกับเรา

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel