บทที่ 2 เทพองค์น้อยว่ายน้ำไม่เป็น
เฟยเลี่ยงหรูได้ยินเสียงประหลาดเกิดขึ้น เขาจึงเก็บคงโหว[1]กลับไปในฝ่ามือด้วยความรวดเร็ว ฉับพลันจึงดีดตัวลงมาจากต้นหอมหมื่นลี้ พลางร่อนกายเข้าใกล้ผืนน้ำที่กำลังกระเพื่อมไหว นัยน์ตาสีดอกท้อทอดมองลงไปยังกระแสน้ำเบื้องล่าง
"เจ้าเป็นใคร ไฉนมาไม่ให้สุ้มให้เสียง?" เฟยเลี่ยงหรูพยายามกวาดสายตามองผู้ที่กำลังหลบซ่อนอยู่ใต้ผืนน้ำด้วยความสนใจใคร่รู้ นัยน์ตาดอกท้อหรี่ลงเล็กน้อย เขาเพ่งมองเท่าใดก็ยังคงมองไม่เห็น เฟยเลี่ยงหรูจึงใช้เนตรสวรรค์เพื่อช่วยในการมองหา ทว่าเมื่อเขาใช้พลังวิญญาณที่เกินขีดจำกัด ส่งผลให้กระอักโลหิตออกมาเสียคำโต
อั๊ก!
'แย่แล้ว ท่านพ่อไม่เคยบอกเราด้วยสิว่าหากมายังโลกมนุษย์สามารถใช้พลังวิญญาณได้โดยมีขีดจำกัดต่อวันเท่านั้น หากใช้มากเกินไปจะส่งผลให้พลังเวทย้อนกลับ ละ...ลอยไม่ได้แล้ว' นัยน์ตาดอกท้อเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก
เฟยเลี่ยงหรูพยายามประคองพลังวิญญาณของตนให้ยังคงลอยอยู่เหนือผิวน้ำได้นานที่สุด เขากำลังมองหาหนทางเพื่อกลับไปยังต้นไม้ที่อยู่เบื้องหลัง ทว่าเรี่ยวแรงที่มีนั้นเหือดหายไปเกือบทั้งหมดแล้ว เขาไม่อาจต้านทานไหว เจ้าของร่างเล็กจึงร่วงลงไปยังมหาสมุทรในทันใด
ตู้ม!!
เขาว่ายน้ำไม่เป็น!
ตลอดหมื่นปีที่ผ่านมาต่างเหาะเหินเดินอากาศอยู่บนท้องนภา ส่วนธาราดอกท้อก็ไม่อาจล่วงล้ำเข้าไปได้ จึงส่งผลให้เฟยเลี่ยงหรูนั้นไม่เคยว่ายน้ำเลยแม้สักครา
เจ้าของร่างเล็กค่อย ๆ จมดิ่งลึกลงไปเรื่อย ๆ เขากำลังจะขาดอากาศหายใจ เพลานี้เฟยเลี่ยงหรูรู้สึกอึดอัด จะเปล่งวาจาก็ไม่อาจทำได้ จะผ่อนลมหายใจก็สุดแสนลำบาก
เทพเช่นเขาสามารถตายที่แดนมนุษย์ได้ด้วยเช่นนั้นหรือ ทันใดนั้นสติของเฟยเลี่ยงหรูก็ดับวูบลงในที่สุด โดยมีมังกรตัวน้อยกำลังมองมาที่เขาด้วยความฉงน
ซีห่าวหลงตื่นตกใจ เขาไม่อาจเปล่งวาจาออกมาเฉกเช่นมนุษย์หรือมังกรนิลที่สามารถแปลงกายได้ ทว่าเขาสามารถสื่อสารทางกระแสจิตได้เท่านั้น แล้วเขาจะสื่อสารกับมนุษย์ผู้นี้ได้อย่างไร มังกรน้อยพยายามส่งกระแสจิตไปยังร่างที่กำลังจมดิ่ง ทว่าเขาไม่อาจสัมผัสได้ถึงพลังวิญญาณของอีกฝ่ายเลย
'หรือว่าเขาจะตายแล้ว'
มังกรน้อยจึงเคลื่อนกาย สะบัดหาง แหวกผ่านม่านสายน้ำด้วยความรวดเร็ว กายที่ยืดยาวม้วนตัวรวบรัดเรือนร่างของมนุษย์ตัวน้อยเอาไว้ เขาไม่อาจขึ้นบนบกได้ หากส่งอีกฝ่ายขึ้นไปยังเบื้องบนเกรงว่าคงไม่มีผู้ใดสามารถช่วยเหลือได้เป็นแน่
ซีห่าวหลงจึงตัดสินใจดำดิ่งลงใต้ท้องสมุทรลึกลงไปอีกหลายพันลี้[2]
'ข้าจะพาท่านไปหาท่านพ่อ อย่าเพิ่งตายไปก่อนก็แล้วกัน'
.
.
'ท่านพ่อเขาเป็นเช่นไรบ้างหรือ?' ซีห่าวหลงในร่างมังกรน้อย มองใบหน้าบิดาของตนพลางกะพริบดวงตาขึ้นลงปริบ ๆ
"ห่าวหลง เจ้าไปพบคนผู้นี้ได้อย่างไร เขาไม่ใช่มนุษย์ธรรมดา ทว่าตอนนี้พลังวิญญาณของเขาไม่หลงเหลืออยู่แล้ว มิหนำซ้ำยังจมน้ำนานถึงเพียงนี้" เจ้าแห่งท้องสมุทรถอนหายใจออกมาด้วยอาการปลงตก
"เอาอย่างนี้ก็แล้วกันห่าวหลง เจ้าไปนำมุกวิญญาณมา เดี๋ยวพ่อจะช่วยเขาฟื้นลมปราณ หลังจากเขาฟื้นแล้ว เจ้าก็ไปส่งเขาที่ด้านบนโดยเร็วที่สุด เข้าใจหรือไม่"
'ขอรับ ลูกทราบแล้วท่านพ่อ'
ร่างของมังกรสีนิลเคลื่อนผ่านไปยังด้านในของปราการใต้บาดาล ด้านในพื้นที่กักเก็บมุกวิญญาณรายล้อมไปด้วยแนวปะการัง และบรรดาเปลือกหอยหลากสีทั้งน้อยใหญ่ ลำพังใต้ท้องสมุทรแสงจากดวงตะวันไม่อาจส่องถึง ทว่าตรงกลางกลับมีแสงลอดผ่านส่องกระทบลงมาเปล่งประกายพราวระยับ บริเวณกึ่งกลางคือเปลือกหอยสีนวลตาขนาดมหึมา
ซีห่าวหลงจึงเคลื่อนกายเข้าใกล้ และร่ายพลังเวทแผ่วเบาเพื่อนำมุกวิญญาณซึ่งปักอยู่บริเวณตรงกลางของเปลือกหอยอันใหญ่ออกมา ไข่มุกเม็ดขนาดพอดีทอแสงสว่างพลางลอยเข้าใกล้ร่างของซีห่าวหลง และหายวับเข้าไปในกายของเขาทันที
เชิงอรรถ
1. ^ คงโหว(箜篌)เป็นเครื่องสายโบราณ นอกจากเล่นในวังแล้วยังแพร่หลายในหมู่สามัญชนด้วย หลังศตวรรษที่ 14 จึงค่อย ๆ เสื่อมความนิยมลง CR.https://www.mafengwo.cn/
2. ^ ลี้ หรือ หลี่ 1 ลี้ เท่ากับ 500 เมตร
