บทที่ 3 เท่าเทียม
มีหรือที่คนอย่างล้อมดาวจะปล่อยให้ตัวเองเป็นเจ้าสาวเฝ้าห้องหอตามลำพัง มันหมดยุคสมัยแล้วที่จะมานั่งงมงายเชื่อว่าการที่คู่บ่าวสาวทิ้งการเข้าหอไปกลางคันมันจะทำให้คู่ชีวิตไม่ราบรื่นหรือมีอันต้องได้เลิกกัน
ในเมื่อจิณต์ทำได้แล้วทำไมเธอจะทำบ้างไม่ได้
สมัยนี้หญิงกับชายสิทธิเท่าเทียมกัน ไม่มีใครยิ่งใหญ่ไปกว่าใครทั้งนั้น
“ทำหน้าแบบนี้แสดงว่าทะเลาะกับเจ้าบ่าวมาล่ะสิ”
“ไม่ทะเลาะสิแปลก โคตรบ้า หาเรื่องชวนทะเลาะได้ทุกนาที ปากหมายิ่งกว่าอะไรอีก” ล้อมดาวยกแก้วเหล้าขึ้นดื่มระบายอารมณ์โกรธ นึกถึงหน้าจิณต์ทีไร อารมณ์ไม่จอยทุกที ไม่รู้ว่าพี่สาวของเธอไปรักผู้ชายแบบนี้ลงได้อย่างไร ปากก็ร้าย นิสัยก็ไม่ดี
“แล้วแบบนี้จะไปกันรอดเหรอ”
“ไม่รอดอยู่แล้ว ขอดาวหย่าตั้งแต่วันแรก เอาที่ไหนมาอยู่ด้วยกันรอด อย่างกับว่าดาวอยากแต่งด้วยมากอย่างนั้นแหละ ถ้าไม่เกิดเรื่อง ให้ฟรีก็ยังไม่เอาเลย”
นาทีมองหน้าเพื่อน เขากับล้อมดาวคบกันมาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมฯปลาย สนิทกันมาก สนิทจนความรู้สึกของเขาเปลี่ยนจากการรักแบบเพื่อนจนกลายเป็นรักแบบที่ผู้ชายรักผู้หญิงคนหนึ่ง
ล้อมดาวเองก็รู้ดี
แต่ล้อมดาวก็ขีดเส้นคงสถานะไว้แค่เพื่อนรักเท่านั้น แม่นาทีเคยเอ่ยปากขอโอกาสมานับครั้งไม่ถ้วน แต่เพื่อนก็ไม่เคยยื่นโอกาสให้เขาแม้แต่ครั้งเดียว
“ระวังนะกัดกันทุกวัน เดี๋ยวจะหลงรักเขาได้”
“ไม่มีวันเกิดขึ้นแน่นอน ดาวไม่มีทางรักผู้ชายแบบนั้น” ล้อมดาวยิ้มเยียด ๆให้เธอหลงรักจิณต์ เธอยอมเป็นโสดไปจนตายเสียยังดีกว่า รอให้จัดการเรื่องทุกอย่างให้แล้วเสร็จก่อน วันนั้นมาถึงเขาจะสลัดผู้ชายหยาบกระด้างคนนี้ออกไปให้พ้นจากชีวิต
“ทีดีใจนะที่ได้ยินดาวพูดแบบนี้” ล้อมดาวเป็นคนพูดคำไหนคำนั้น เพื่อนไม่ใช่คนมีจริตจะก้าน คิดแบบไหนก็แสดงออกมาแบบนั้น สองปีที่ผ่านมานาทีรู้ดีว่าเพื่อนต้องผ่านความทุกข์ใจมามากขนาดไหน เสียพี่สาวสุดที่รัก อีกทั้งยังถูกตราหน้าว่าเป็นฆาตรกรฆ่าพี่สาวตัวเอง ล้อมดาวต้องเข้มแข็งมากแค่ไหนถึงผ่านเรื่องบ้า ๆนี้มาได้
“ไม่ต้องมาทำตาหวานใส่ดาวเลยนะ ดาวขนลุก”
พูดพร้อมกับทำท่าจั๊กจี๋ จนนาทีเป็นฝ่ายที่ต้องยิ้มออกมา ไม่ว่าจะมีเรื่องทุกข์ใจมากแค่ไหน แต่เมื่อใดที่ล้อมดาวอยู่ต่อหน้าเขา เพื่อนก็ยังคงสดใสและมีรอยยิ้มทั้ง ๆนาทีรู้ดีว่าหัวใจของเพื่อนเจ็บปวดเจียนตาย
จิณต์กลับมาที่บ้านเกือบรุ่งสาง พอเปิดประตูห้องหอก็เจอแต่ความว่างเปล่า เห็นแค่เพียงชุดเจ้าสาวราคาแพงที่ถูกถอดทิ้งไว้ที่พื้นอย่างไม่เหลือราคา มองไปที่เตียงนอนก็เรียบตึง ไม่ได้มีรอยยับย่น มีแต่กลีบดอกกุหลาบสีแดงสดที่เกลื่อนกลาดอยู่บนเตียงกว้าง
จะหายหัวไปอยู่ที่ไหนก็ไม่เกี่ยวกับเขา ดีเสียอีกที่ไม่อยู่ให้รำคาญลูกตา คิดแค่นั้นกายหนาก็เดินไปที่ตู้เสื้อผ้า หยิบเสื้อกับกางเกงนอนออกมาแล้วเดินหายเข้าไปในห้องน้ำ
เดินออกมาจากห้องน้ำก็ได้ยินเสียงรถของล้อมดาวแล่นเข้ามาจอดที่โรงจอดรถ จิณต์แง้มผ้าม่านดู เห็นเจ้าสาวของตัวเองกลับมาในสภาพที่ดูก็รู้ว่าดื่มมาหนัก ริมฝีปากหนาแบะออก มองภาพตรงหน้าด้วยท่าทีรังเกียจ
“เด็กใจแตก”
เสียงส้นสูงกระแทกพื้นมาแต่ไกล ก่อนที่จะมาหยุดอยู่ตรงหน้าประตูห้องนอน เมื่อเปิดประตูเข้ามาก็เห็นว่าใครบางคนกำลังนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้ที่อยู่ปลายเตียงพร้อมกับมองมายังร่างแบบบางด้วยใบหน้าดูแคลน
“กลับมาแล้วเหรอคะพี่จิณต์ ดาวนึกว่าจะไปนอนค้างที่อื่นเสียอีก” พูดพร้อมกับสะบัดรองเท้าส้นสูงให้หล่นไปบนพื้นพร้อมกับโยนกระเป๋าสะพายยี่ห้อดังลงบนเตียงนอน เดินผ่านกายหนาไปหยุดอยู่ที่หน้ากระจกแต่งหน้า หยิบยางรัดผมมามัดผมเอาไว้หลวม ๆเทน้ำยาเช็ดเครื่องสำอางลงบนสำรีแล้วเช็ดลงบนใบหน้าจนเกลี้ยงเกลา “ไม่ง่วงเหรอคะ อย่าบอกนะว่ารอดาว”
ล้อมดาวเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าสามีนิตินัย โน้มกายยันแขนสองข้างคร่อมร่างหนาเอาไว้ ยื่นหน้าพ่นลมหายใจที่มีกลิ่นของน้ำเมาเจือปนรดใบหน้าคมเข้มอย่างจงใจ เห็นจิณต์ตวัดสายตาเกรี้ยวกราดตอบกลับมา ล้อมดาวก็ยกยิ้ม ผละมือออก ยืนตัวตรง เชิดหน้าขึ้นนิด
“ดาวง่วงแล้วค่ะ เอาไว้พรุ่งนี้เราค่อยมาทะเลาะกันอีกทีนะคะ ดาว ง้วง...ง่วง” พูดพร้อมยกมือขึ้นมาปิดที่ปาก ส่งสายตากวน ๆให้กับคนที่นั่งหน้าตึงอยู่ที่เก้าอี้ เดินนวยนาดคลานขึ้นไปนอนคว่ำอยู่บนเตียงโดยไม่คิดจะอาบน้ำ
“สกปรก”
ได้ยินของจิณต์ลอยมาตามหลัง คนที่นอนคว่ำหน้าลงบนหมอนยกยิ้ม อยากด่าอยากว่าอะไร ก็พูดไปเถอะ วันนี้เหนื่อยมามากพอแล้ว ขอหลับเอาแรงไปสู้รบกับคนบ้าอย่างเขาวันพรุ่งนี้ดีกว่าอีก
จิณต์พ่นลมหายใจแรง มองล้อมดาวที่นอนนิ่งอยู่บนเตียงด้วยความโมโห ผู้หญิงอะไรสกปรก ออกไปเที่ยวเล่นมาทั้งคืน น้ำท่าก็ไม่รู้จักอาบ กายหนาลุกเดินมาข้างเตียง มองเสี้ยวหน้าของเด็กสาวครู่หนึ่งแล้วจึงเดินออกไปจากห้อง ให้นอนร่วมเตียงกับล้อมดาว เขายอมนอนที่พื้นแข็ง ๆยังจะดีกว่าเสียอีก
จิณต์ใช้โซฟาในห้องรับแขกเป็นเตียงนอนชั่วคราว ด้วยความที่ตัวเขาสูงเกือบร้อยเก้าสิบเซนฯ ความยาวของช่วงตัวกับโซฟามันไม่บาล๊านซ์กันสักเท่าไหร่ พอตื่นขึ้นมาถึงได้รู้สึกเมื่อยขบไปทั้งตัว เพราะล้อมดาวเพียงคนเดียว ที่ทำให้เขาต้องมาตกอยู่ในสถานการณ์บ้า ๆแบบนี้
ชายหนุ่มผุดลุกขึ้น เดินกระแทกส้นเท้าขึ้นไปบนบ้านชั้นสอง เปิดประตูห้องนอนก็เข้าไปก็เป็นจังหวะเดียวกันกับที่เจ้าของห้องเดินนุ่งผ้าเช็ดตัวผืนเดียวออกมาจากห้องน้ำ
กายหนาแข็งค้าง ไม่คิดไม่ฝันว่าจะต้องมาเห็นภาพที่ชวนให้รู้สึกวาบหวิว
“จ้องแบบนี้อยากเข้าหอกับดาวเหรอคะพี่จิณต์”
จิณต์ปรับเปลี่ยนสีหน้า ยอมรับว่าเผลอใช้สายตามองสำรวจร่างกายของล้อมดาว พอรู้ตัวก็เห็นว่าเจ้าหล่อนมองตอบกลับมาด้วยใบหน้ายิ้มกระลิ้มกะเหลี่ย สวยแล้วจิตใจสกปรกแบบนี้ ไม่มีทางที่เขาจะลดตัวเข้าไปยุ่งเกี่ยว
ล้อมดาวเดินไปเดินมาในห้อง โชว์เรียวขาขาว ๆเดินไปเดินมา ไม่สนแม้แต่น้อยว่าตอนนี้มีใครอีกคนที่อยู่ในห้องร่วมกับเธอ เห็นจิณต์ทำหน้าบึ้งตึง ก็ยิ่งชอบใจ นี่มันเรือนหอของเธอ ห้องของเธอ ต่อให้อยากแก้ผ้าเดินไปมาโท้ง ๆ มันก็เป็นสิทธิ์ของเธอ
“แล้วจะยืนอยู่ตรงนั้นอีกนานไหมคะ ช่วยปิดประตูห้องด้วยค่ะ เปลืองแอร์” พูดพลางมองคนที่ยืนอยู่หน้าประตูผ่านกระจกเงาพร้อมกับแต่งหน้ากรีดอายไลเนอร์ที่เปลือกตาไปด้วย เห็นจิณต์ยืนนิ่งเหมือนหุ่นยนต์ ล้อมดาวก็ลุกขึ้นยืน เดินทอดน่องเข้าหาคนตัวโต “มีปัญหาอะไรหรือเปล่าคะ”
“ฉันต้องการแยกห้องนอนกับเธอ”
“โธ่ ดาวก็นึกว่าเรื่องอะไร ก็เอาสิคะ พี่จิณต์อยากไปนอนที่ไหนก็แล้วแต่เลยค่ะ ดาวไม่สนใจอยู่แล้ว”
ล้อมดาวยืนไขว้ขา ยกมือข้างหนึ่งขึ้นมาค้ำคางส่วนอีกข้างก็ทาบกับหน้าท้องใช้หลังมือรองข้อศอกแขนอีกข้างเอาไว้ คลี่ยิ้มทั้งดวงหน้าและนัยน์ตาคู่สวย
“หรือถ้าพี่จิณต์อยากกลับไปนอนที่คอนโดก็ไปได้นะคะ เดี๋ยวดาวจะคุยกับคุณป้าให้เอง”
มีอย่างเดียวที่ล้อมดาวถือว่าตัวเองยังโชคดีนั่นคือแม่ของจิณต์เอ็นดูเธอ ด้วยความที่แม่ของชายหนุ่มเห็นเธอมาตั้งแต่เล็กแต่น้อยและตัวของท่านก็ไม่เชื่อว่าการตายของพี่สาวเป็นฝีมือของเธอ
นอกจากแม่ของเธอก็มีแม่ของจิณต์อีกคนที่อยู่เคียงข้างเธอ
“ดาวรู้ค่ะว่าพี่จิณต์อึดอัด ดาวก็อึดอัดค่ะ อย่าคิดว่าพี่จิณต์รู้สึกแบบนั้นคนเดียวสิคะ ดาวเองก็ไม่อยากนอนร่วมเตียงกับพี่จิณต์เหมือนกันค่ะ แปลกเนาะ เราสองคนนี่ใจตรงกันดีแฮะ” พูดจบก็หันหลังเดินเข้ามาในห้อง หยิบชุดเดรสสีขาวนวลขึ้นมาสวมใส่ ดึงผ้าขนหนูที่พันอยู่บนศีรษะออก กางมือสางเส้นผมยาวสลวย โน้มกายค้ำแขนลงบนโต๊ะแต่งหน้า หยิบลิปสติกสีแดงขึ้นมาฉาบที่ริมฝีปากเล็กจิ้มลิ้ม หยิบขวดน้ำหอมขึ้นมาฉีดที่ผิวกายจนกลิ่นหอมฟุ้งไปทั่วห้อง
จิณต์ย่นจมูก มองล้อมดาวตาขวาง
“ออกไปข้างนอกก็อย่าลืมล้อกบ้านด้วยนะคะ” พูดพลางเดินผ่านคนที่ยืนขวางทางเข้าออกของห้องไป
เป็นจิณต์ที่หันไปมองตามหลัง สะกดกั้นอารมณ์เดือดดาลของตัวเองเอาไว้ สิบปีที่ผ่านมา อะไรบังตาเขาถึงทำให้ไม่รู้ถึงตื้นลึกหนาบางสันดานของล้อมดาว
ผู้หญิงคนนี้เคยน่ารักในสายตาของเขาได้อย่างไร
