บท
ตั้งค่า

เจ้ามีอาหารเหตุใดไม่แบ่งปัน

มู่ฉินฉานหรี่ตามองตามแผ่นหลังของนางไปอย่างสงสัย ที่นางพูดเมื่อครู่ถึงวิธีการกินหัวเผือก นางย่อมเคยกินมันมาก่อนอย่างแน่นอน “เจ้ารู้ว่ามันกินได้ เจ้าเคยกินมันมาก่อน?” เขาเอ่ยถามจินตงชุน

“เคยครั้งหนึ่งขอรับ ท่านแม่นำมาใส่ลงไปในแกงไก่ให้พวกข้ากิน แต่ซีซีนางแพ้ กินเข้าไปก็ผื่นขึ้นทั้งตัว หลังจากนั้นท่านแม่ก็ไม่เคยทำอีกเลยขอรับ”

นายทหารจงยังต้องขมวดคิ้วเช่นกัน อาหารที่รั่วซีนางเอ่ยถึงเมื่อครู่ ไม่มีน้ำแกงไก่ใส่เผือกรวมอยู่ด้วย ยิ่งนางแพ้ตั้งแต่ครั้งแรกที่กิน เป็นไปไม่ได้เลยว่าอาหารอีกสองอย่างนางจะได้กินด้วย มู่ฉินฉานก็คิดเช่นนี้

รั่วซีเมื่อกลับมาถึง นางก็ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น นั่งล้อมวงกินอาหารร่วมกับพวกเขา แม้จะมีคนมาเพิ่มอีกสามท้อง แต่อาหารตรงหน้าก็ทำให้พวกเขากินได้อย่างเหลือเฟือ ทั้งยังเก็บปลาอีกครึ่งตัวเอาไปให้ท่านย่าของฟางอินด้วย

ก่อนจะกลับออกไป รั่วซีนางใช้ขี้เถ้าที่จินตงชุนเก็บเอาไว้ให้มาถูตามใบหน้าและส่วนที่โผล่ออกมานอกเสื้อผ้า ทั้งยังใช้แท่งถ่านเขียนคิ้วให้หนาขึ้น

มู่ฉินฉาน นายทหารจงและฟางอิน ต่างตกตะลึง พวกเขานึกไม่ถึงว่านางใช้สองสิ่งก็เปลี่ยนให้ตัวนางกลายเป็นอีกคนไปได้แล้ว

“เหตุใดเจ้าต้องทำเช่นนี้ด้วยเล่า” ฟางอินเอ่ยถามอย่างสงสัย

“ข้าไม่อยากมีชะตาชีวิตเช่นสตรีที่ข้าพบเห็นในหมู่บ้าน” ไม่ต้องเอ่ยออกมาทั้งหมด ก็พอจะเข้าใจได้ ว่านางคงเห็นสตรีเหล่านั้น ถูกทหารแคว้นต้าเยี่ยกระทำเช่นใด

ทั้งหมดออกมาจากป่า ฟ้าด้านนอกก็เริ่มมืดแล้ว สามพี่น้องกลับเข้าไปพักในหลุมดินของตนเอง ฟางอินนำอาหารกลับไปให้ท่านย่าของตนเอง มู่ฉินฉานและนายทหารจงยืมตะกร้าของฟางอินไปก่อน

“เจ้าจัดคนมาตรวจเวรยามที่ด้านหลังให้บ่อยขึ้น” เขาหันมาสั่งนายทหารจง

“ขอรับ นายกองสนใจแม่นางน้อยนั้นหรือขอรับ” เขาอมยิ้มมองมู่ฉินฉานอย่างรู้ทัน

มู่ฉินฉานให้คำตอบเขาด้วยการถีบไปที่ท้องของนายทหารจงจนล้มกลิ้งไปกับพื้น “เจ้าดูแลพวกนางสามพี่น้องอย่างดี แล้วเจ้าจะได้สิ่งดีๆ ตามไปด้วย” เขาเดินหายไปทันที

มู่ฉินฉานเชื่อว่ารั่วซีนางแตกต่างจากสตรีอื่น ความรู้ที่นางมี ทั้งเรื่องประหลาดที่เขาเองก็บอกไม่ได้ว่าประหลาดเช่นใด หากการรักษาโรคท้องร่วงและเรื่องหัวมันกลายเป็นประโยชน์ต่อชาวบ้าน นางย่อมได้รับความชอบไปด้วย

นายทหารจง พอจะเข้าใจในสิ่งที่มู่ฉินฉานพูด พอส่งมู่ฉินฉานออกจากค่ายผู้อพยพไปแล้ว เขาก็จัดวางเวรยามให้ไปตรวจตราทางด้านที่พักของสามพี่น้องทันที

สามพี่น้องย่อมไม่รู้ถึงความคิดของพวกเขา พอเข้ามาอยู่ด้านในหลุมดิน ก่อกองไฟสร้างความอบอุ่นภายในแล้ว ก็พากันล้มตัวลงนอนพักผ่อนทันที

ตกดึกรั่วซีนางเริ่มปวดเมื่อยไปตามเนื้อตัวที่ถูกชาวบ้านทุบตี นางนอนกระสับกระส่ายจนจินตงชุนและจินตงเฉิงลุกขึ้นมาดูนาง

“พี่ใหญ่ พี่หญิงมีไข้ขอรับ” จินตงชุนรีบวางมือลงบนหน้าผากของรั่วซีทันที

“พี่ใหญ่ น้องเล็ก ข้าทำพวกท่านตื่นหรือ” นางปรือตาขึ้นมามองทั้งสองที่ลุกขึ้นนั่งแล้ว

“ซีซี เจ้ามีไข้ ข้าจะพาเจ้าไปที่กระโจมท่านหมอ”

นางจับมือของจินตงชุนเอาไว้ “ไม่ต้องท่านพี่ คนป่วยในกระโจมหมอมีไม่น้อยเลย อีกอย่างท่านหมอเห็นข้า ท่านคิดว่าเขาจะรักษาให้ข้าหรือไม่เล่า ท่านนำผ้าชุบน้ำมาให้ข้าพอ” นางชี้ไปที่เศษผ้าที่นางตัดเอาไว้ใช้เช็ดมือเช็ดหน้า วางรวมอยู่กับเสื้อผ้าที่นายทหารจงให้มา

จินตงชุนถอนหายใจออกมา เขาทำตามที่นางว่า แล้วนำมาเช็ดตามตัวและใบหน้าของนาง ก่อนจะวางไว้บนหน้าผากตามคำบอกของรั่วซี

จินตงเฉิงที่ล้มตัวลงนอนด้วยความอ่อนเพลียอีกครั้ง กอดพี่สาวเอาไว้แน่น เพื่อเพิ่มความอบอุ่นให้นาง จินตงชุนเห็นเช่นนั้นก็ขยับตัวเข้ามาช่วยน้องชายกอดเอาไว้อีกคน

รั่วซีที่ยังรู้สึกตัวอยู่ อดที่จะอบอุ่นในหัวใจไม่ได้ ภายใต้ความโหดร้ายที่ต้องพบเจอ อย่างน้อยนางก็ได้มาอยู่ในครอบครัวที่อบอุ่น

รุ่งเช้า รั่วซีนางยังมีอาการปวดตามเนื้อตัวอยู่ ทั้งสามจึงไม่ได้เข้ามา เพียงใช้น้ำที่นำมาเมื่อวานล้างหน้าบ้วนปาก และกินหัวมันเผาที่ยังมีอยู่เท่านั้น

พอสามพี่น้องไม่ได้เข้าป่า ฟางอินจึงไม่ได้เข้าไปด้วย เขาเองก็มีหัวมันที่เก็บเอาไว้ จึงนำออกมาเผากินกับท่านย่าของตน

ชาวบ้านเริ่มหวาดกลัวกับโรคระบาด จึงไม่ออกไปรับอาหารที่โรงทาน ด้วยกลัวว่าหากอยู่ในบริเวณที่มีคนพลุกพล่าน จะทำให้ติดโรคกลับมา จึงได้แต่เข้าป่าใกล้ๆ เก็บผักป่ามาต้มกิน

ผ่านไปเพียงแค่วันเดียว หัวมันที่ขุดมาเก็บไว้ก็ใกล้จะหมดลง อาการของรั่วซีที่นอนพักเต็มที่ก็เริ่มฟื้นขึ้นมาบ้างแล้ว ทั้งหมดจึงตัดสินใจเข้าป่ากัน

ทุกอย่างยังคงเป็นเช่นเดิม จินตงชุนกับฟางอินไปขุดหัวมันและก่อไฟ รั่วซีไปจับปลาทำปลาเตรียมย่าง จินตงเฉิงเก็บฟืน พอทั้งสี่กินกันเรียบร้อยแล้ว ก็แบกตะกร้าที่มีหัวมันอยู่มากกว่าครึ่งพร้อมปลาย่างอีกหนึ่งตัวกลับออกไปที่ที่พัก

แต่วันนี้ หลุมดินที่เงียบสงบมาหลายวันก็เปลี่ยนไป เมื่อด้านหน้าหลุมดินของพวกเขามีชาวบ้านและทหารยืนอยู่หลายคน ทหารสองสามคนดูเหมือนว่ากำลังห้ามปรามชาวบ้านที่มาก่อความวุ่นวายอยู่

เมื่อทั้งสามแทรกตัวเข้าไปก็เห็นข้าวของภายในหลุมดินของตระกูลจินและตระกูลฟางถูกรื้อกระจัดกระจายออกมาด้านนอก ยังมีท่านย่าของฟางอินที่นั่งอยู่กับพื้น ผมเผ้ายุ่งเหยิงไปหมด เสื้อผ้าของนางก็ถูกฉีกขาดไปหลายแห่ง

“ท่านย่า!!! เกิดเรื่องใดขึ้นขอรับ” ฟางอินวิ่งเข้าไปประคองหญิงชราขึ้นมาตรวจดูว่าได้รับรับบาดเจ็บที่ใดหรือไม่

“ชาวบ้านพวกนี้ ต้องการมาแย่งหัวมันของพวกเรา” นางชี้นิ้วไปทางชาวบ้านด้วยความโกรธ พวกชาวบ้านเองก็มีโทสะไม่ต่างกัน

“พวกเจ้ามีของกิน ไม่คิดจะแบ่งให้ผู้อื่นบ้างเลยหรือ”

“ใช่แล้ว ข้าเห็นนางได้กินปลาทุกมื้อ”

“ข้าก็เห็น”

“เห็นแก่ตัวจริง สมควรแล้วที่ต้องถูกทุบตี” นางปรายตามองมาทางรั่วซี

รั่วซีเห็นข้าวของของตนเองถูกรื้อออกมาก็โกรธจนตัวสั่น นางกระโดดไปตรงหน้าของพวกชาวบ้านที่กำลังพูดกันอย่างหน้าหนา

“ผู้ใดกันที่เห็นแก่ตัว!!! พวกเจ้ามีสิทธิ์อันใดมารื้อค้นข้าวของผู้อื่น พวกเจ้าก็ไม่ต่างจากโจร แล้วข้าเคยบอกไปแล้วใช่หรือไม่ ว่าหัวมันกินได้ พวกเจ้าไม่มีปัญญาไปเก็บเองหรือไง ถึงต้องมาแย่งผู้อื่นราวกับขอทาน” ดวงตาของนางแดงก่ำ กวาดมองไปที่ทุกคนอย่างโกรธแค้น

“ก็...เจ้ามีอาหารเหตุใดไม่แบ่งปัน”

“หึ” แล้วสตรีคนที่พูด ดันเป็นมารดาของเด็กทั้งสามที่นางเคยยื่นหัวมันให้พวกเขา “ข้าควรจะต้องตบปากเจ้าเพื่อเตือนสติหรือไม่ ข้าเคยส่งหัวมันเผาให้ลูกเจ้าแล้วมิใช่หรือ!!! แต่ว่าพูดเช่นใด คิดว่าข้าจะฆ่าเด็กใช่หรือไม่” รั่วซีพุ่งตัวหมายจะเข้าไปตบจริงๆ จนจินตงชุนต้องดึงรั้งน้องสาวเอาไว้

“อย่า!!! ซีซี สมควรให้เจ้าต้องเปลืองแรงหรือ” เขาดึงตัวน้องสาวไปไว้ด้านหลัง “พวกท่านมิใช่หรือที่เยาะเย้ยพวกข้า รอดูว่าเมื่อใดพวกข้าจะตาย แล้วพอเห็นว่าพวกข้าไม่ตาย กลายเป็นว่า...พวกข้าเห็นแก่ตัว หัวมันขึ้นในป่ามากมาย หากพวกท่านไม่ขี้เกียจจนเกินไป มีหรือจะหากินไม่ได้ ต้องรอให้คนยื่นอาหารเข้าปากให้หรือ” จินตงชุนกดยิ้มเย็นมองพวกเขา

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel