ไม่ต้องกังวล
และทันใดนั้น หอโคมเขียวทั้งหอก็แทบสั่นสะเทือนจากเสียงกรี๊ดและเสียงหัวเราะที่ตามมาอย่างสนุกสนาน เมื่อพระสนมอันดับที่ 87 ถูกอุ้มออกไปกลางอากาศ โดยที่ยังตะโกนเสียงแหลมว่า
“เดี๋ยว ข้ายังไม่ได้ให้ทิปเสี่ยวเอ้อเลย”
เช้าตรู่ของวันใหม่ แสงแดดอ่อน ๆ ที่ลอดผ่านหน้าต่างเข้ามากระทบผิวหน้าอ้วนๆ ของเยว่จือ ทำให้ตื่นขึ้นมาในสภาพที่แทบจะไม่ได้หลับตลอดทั้งคืน สภาพร่างกายตอนนี้คืออาการเมาค้างเต็มตัว ปวดหัวจนแทบทนไม่ไหว ทั้งร่างกายหนักอึ้ง เหมือนมีรอยย่ำทับเอาไว้ที่ทั้งตัว นอนเคี้ยวฟันจั๊บ ๆ
เยว่จือขยับมือไปคลำหาหมอนแล้วดึงมันมาปิดหน้า ทำเหมือนจะหลับต่อ แต่แล้วก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้นมา
"สนมอันดับที่ 87 ฝ่าบาทให้นำตัวท่านไปไต่สวน" เสียงขององครักษ์ที่ยืนรอข้างนอกดังแทรกผ่านประตูเข้ามา
เยว่จือขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจ ร่างอวบๆ ค่อยๆ ขยับตัวเล็กน้อยแล้วพลิกตัวไปข้างหนึ่ง เหมือนจะไล่เสียงนั้นออกไปจากหู ก่อนจะส่ายหัวไปมาอย่างขี้เกียจ
"อย่าปลุกสิ...คนกำลังจะนอน..." เสียงอู้อี้ยังคงงึมงำอยู่ใต้หมอน ราวกับไม่ได้ยินคำพูดขององครักษ์
แต่องครักษ์ก็ไม่ยอมแพ้ เขาเคาะประตูอีกครั้ง เสียงเคาะดังขึ้นกว่าเดิม
“พระสนม...ฝ่าบาทให้ส่งท่านไปไต่สวนเดี๋ยวนี้ ท่านต้องไป”
เยว่จือจ้องมองเพดานห้องอย่างงุนงง ปวดหัวไปหมด แต่เมื่อเสียงพยายามขยับร่างอ้วนๆ ของตัวเองให้ลุกขึ้นจากเตียงอย่างยากเย็น มือข้างหนึ่งยังคงกุมขมับอีกมือก็ลากผ้าห่มให้คลุมตัว
“ไต่สวนอะไรของท่าน...อะไรของฝ่าบาท...ข้าก็แค่ไปกินดื่มกับเพื่อนๆ เห็นทีจะไม่ใช่เรื่องใหญ่...อะไร”
เยว่จือพลิกตัวไปอีกครั้ง บ่นพึมพำเสียงเบา ราวกับคนยังไม่ตื่นเต็มที่
“ไม่ไหว...ท่านก็ไปบอกฝ่าบาทให้เลื่อนวันไต่สวนทีเถอะ ข้าก็ยังไม่สร่างเมา...”
หลังจากบ่นไปพักใหญ่ เยว่จือก็ปล่อยให้ตัวเองล้มลงไปอีกครั้งแท่นนอนนุ่ม ร่างอ้วนขดตัวอยู่บนเตียงเหมือนลูกบอล พยายามจะหลับต่อ
หน้าห้องพักเงียบสงัด มีเพียงเสียงถอนหายใจยาวๆ ของหยวนเซียวที่ยืนกอดอกมองประตูอย่างหมดความอดทน เขาเหลือบตามองเหมยจิ้งที่เพิ่งวิ่งหน้าตาตื่นมาถึง ทั้งผมเผ้ายุ่งเหยิง หน้าแดงจากฤทธิ์สุราที่ยังไม่ตก
“เหมยจิ้ง เจ้าไปลากเจ้านายเจ้าออกมาเถอะ” หยวนเซียวพูดเสียงต่ำจริงจัง
“หากช้า ฝ่าบาทจะยิ่งกริ้ว โทษจะยิ่งหนัก เจ้าก็รู้นิสัยฝ่าบาทดีไม่เคยอ่อนข้อให้ใคร”
เหมยจิ้งหน้าเหลอหลาแต่ก็รีบพยักหน้า ก่อนผลักประตูเข้าไปในห้องอย่างระวัง
ภายในห้อง เยว่จือนอนอืดอยู่บนแท่นนอน ผ้าห่มพันตัวแน่นเหมือนดักแด้ ร่างอวบแน่นอนขยับไปมาช้า ๆ พร้อมเสียงงึมงำอย่างกับเด็กโดนปลุกเช้าเกินไป
เหมยจิ้งรีบเข้าไปเขย่าตัวนาง
“คุณหนูเจ้าขา ตื่นเถอะเพคะ ฮืออออ ตื่นเถอะ ไม่ตื่นไม่ได้แล้ว”
เยว่จือยกมือปัด
“อย่ากวนสิ ข้ากำลังจะฝันว่าได้กินหมูกรอบ…”
“ไม่ได้เพคะ ไม่มีเวลาฝันถึงหมูกรอบแล้ว” เหมยจิ้งเขย่าต่อแรงกว่าเดิม
“ฝ่าบาทให้นำตัวพระสนมไปไต่สวนมัวแต่นอน จะกริ้วเอาได้ ต้องไปเดี๋ยวนี้ด้วย”
เยว่จือค่อย ๆ เปิดตาข้างหนึ่งมองเหมยจิ้งอย่างไม่อยากเชื่อ
“ไต่สวนอะไร ข้าแค่ไปดื่มเล่นเอง…”
“ดื่มเล่นเพคะ แต่คนทั้งเมืองรู้หมดแล้วว่าเพคะเลี้ยงทั้งหอ”
เหมยจิ้งหน้าซีด
“เขาบอกว่าพระสนมใจกล้าใจป้ำประกาศกลางถนนเลยเพคะ องครักษ์มาเต็มหอเชิญท่านกลับแบบหามเลยนะเพคะเมื่อคืน”
เยว่จือกุมขมับ
“โอย… ปวดหัว…รำคาญจริง ใครสนกันเล่าใครจะพูดก็พูดไปมาปลุกข้าทำไม”
เหมยจิ้งแทบร้องไห้
“ฝ่าบาทเพคะฝ่าบาท หากท่านไม่รีบไป ฝ่าบาทจะโกรธจริง ๆ นะเพคะ หยวนเซียวรออยู่หน้าห้องแล้ว”
เยว่จือสะดุ้งทันทีราวกับถูกน้ำราด
“หือ หยวนเซียวมาด้วยเหรอ”
เหมยจิ้งรีบพยักหน้า
“เจ้าค่ะ รีบลุกเร็วๆ เถอะเจ้าค่ะ”
เยว่จือค่อย ๆ ดันตัวขึ้นนั่งอย่างทุลักทุเล ผมยุ่งเป็นรังนก ยังไม่สร่างเมาอย่างเห้นได้ชัด ร่างอ้วนแกว่งไปมาราวกับจะล้ม
เหมยจิ้งต้องรีบเข้าไปประคอง นวดแขน นวดไหล่ พูดปลอบเหมือนเด็ก
“ลุกนะเพคะ ลุกก่อน เดี๋ยวค่อยกลับมานอนใหม่ก็ได้ค่ะเพคะ ลุกเพื่อตัวท่านเองนะเพคะ…”
เยว่จือบ่นงึมงำ
