น้องอ้วน2
บัดนั้นเหล่าขบวนองครักษ์ในชุดเกราะดำเงาวับจากวังหลวงเดินเรียงแถวเข้ามาเป็นระเบียบ ความน่าเกรงขามกลบกลิ่นสุราทั้งห้องในพริบตา ทุกคนที่เมื่อครู่ยังหัวเราะดื่มกินกันอย่างสำราญต่างรีบหลีกทางจนเกิดช่องว่างกว้างกลางหอ เหล่าสาวงามและหนุ่มรูปงามต่างก้มหน้าหลบสายตาหนุ่มรูปงามข้างการเยว่จือรีบถอยห่างสนมคนโปรดของฝ่าบาท
หยวนเซียว หัวหน้าองครักษ์ผู้เคร่งขรึมในชุดดำขลิบทอง เดินออกมายืนตรงหน้าฝูงชน แววตาคมเฉียบจับไปที่หญิงร่างอวบในชุดแพรสีชมพูที่ยังคงยืนโงนเงนอยู่ข้างโต๊ะอาหารที่เละเทะเต็มไปด้วยกระดูกเป็ดและจอกสุรา
เขาประสานมือคารวะแล้วเปล่งเสียงดังชัดเจน
“ข้าน้อยหยวนเซียว รับบัญชาฝ่าบาทมา เชิญพระสนมอันดับที่ 87 เพื่อ……” คำพูดสะดุดลงแค่นั้นเยว่จือยกมือขึ้นห้าม พลางหัวเราะเสียงดัง ตาแดงก่ำปรือจนแทบจะปิด
“เดี๋ยว ช้าก่อน ฮ่า ๆ ๆ”
“ท่านนี่เก่งจริง ๆ จำได้แม้กระทั่ง อันดับสนม ของข้า ฮ่า ๆๆๆ ...87ๆ ป่านนี้คงเพิ่มมา คงมาอีกสักคนสองคน แล้วล่ะใช่ไหม.. อาจจะอยู่ที่อันดับ 90 กว่าๆ แล้วใช่ไหมล่ะ"
ขันทีข้างกายฮ่องเต้แอบอมยิ้มจากคำพูดที่ไม่มีมารยาทของเยว่จื่อพลางพึมพำเบาๆ
"อันดับที่ 130 แล้วต่างหาก” องครักษ์อีกคนที่ยืนข้างๆ หยวนเซียวพูดขึ้นเบาๆ
“ต้ายแล้วววว130เชียวหรือฮ่าาาาใครสน”
เสียงหัวเราะของนางเรียกเสียงซุบซิบรอบหอให้ดังขึ้นอีกครั้ง แต่หยวนเซียวไม่ได้รับมุก เขายังคงยืนนิ่ง สีหน้าเรียบเฉย
“เชิญพระสนมกลับไปกับพวกเราเถอะพ่ะย่ะค่ะ”
เยว่จือยกจอกสุรา เดินโซซัดโซเซเข้าหาเขาอย่างคนเมาหนัก
“หืออออ ท่านอย่าเครียดนักเลย มาๆ ข้าเลี้ยงเอง ถึงท่านจะเป็นหัวหน้าองครักษ์ได้เงินเดือนเยอะกว่าข้า แต่ข้าก็ดูแลท่านได้นะ อย่าเกรงใจไปเลย ฮ่าๆๆๆ มามะให้ข้าดูแลท่านเอง”
เสียงหัวเราะของนางดังลั่นหออีกครั้ง ขณะที่ทุกคนรอบข้างเริ่มพูดคุยกันเสียงระงม
“พระสนมถูกจับได้เสียแล้ว”
“แล้วนางจะถูกลงโทษไหม”
“ไม่สิ นางคือสนมเอกคนโปรดนะ จะถูกลงโทษได้หรือ”
“ข้าว่านางโม้ อย่างนางเนี้ยนะสนมเอกคนโปรด ฝ่าบาทจะโปรดนางได้ลงหรืออ้วนเหมือนหมู คอก็อ่อนหญิงงามข้างกายจะต้องงดงามอ่อนหวานเป็นสหายดื่มสุราที่ดีแต่ดูนางสิเมาเลอะเทอะตั้งแต่สามจอกแรก”
“ไม่หรอก เจ้าดูสิ นางคนโปรดนั่นแหละ ถูกเอาใจเลี้ยงดูอย่างดีถึงอวบอั๋นเช่นนี้”
“ใช่ๆ นี่ฝ่าบาทถึงกับส่งหัวหน้าองครักษ์มาตามเชียว”
หยวนเซียวได้ยินทุกถ้อยคำ จึงถอนหายใจสั้นๆ แล้วพูดเสียงเข้ม
“นำตัวพระสนมกลับไป”
องครักษ์สองคนเดินเข้ามาขนาบข้างเยว่จือ พยายามประคองนางให้เดิน แต่นางกลับสะบัดมือออกแรงพอควร
“อย่ามาจับข้านะ ข้ายังไม่ได้จ่ายเงินเลย เดี๋ยวข้าต้องชำระกับเถ้าแก่ฉินก่อน ไม่งั้นเขาจะคิดว่าข้าโกง ปล่อย ปล่อยสิ”
องครักษ์พยายามกล่อม
“พระสนมพ่ะย่ะค่ะ โปรดอยู่ในความสงบและกลับวังก่อนเถิด...”
“ไม่ ข้ายังไม่ได้กินปลานึ่งที่เพิ่งมา แล้วนั่นใครกินเนื้อเป็ดของข้าไปฮึ” เยว่จือชี้นิ้วไปทั่วก่อนจะหันมาจ้องหยวนเซียวตาแป๋ว
“ท่านน่ะ ท่านกินหรือเปล่า”
หยวนเซียวขมวดคิ้วแน่น พูดไม่ออกสักคำถอนหายใจรัวๆ เหล่าองครักษ์ที่อยู่รอบข้างเริ่มหันหน้าหนีเพราะกลั้นหัวเราะไม่อยู่
“ปล่อยนะ ข้ายังไม่ได้รินให้พวกเจ้าดื่มเลย” เยว่จือโวยลั่นพลางดีดมือไปมาอย่างไร้ทิศทาง
“ข้าเป็นคนใจกว้าง ดื่มกับข้าก่อนสิ สุรานี่ดีมากเลยนะ ข้าเลือกเอง”
องครักษ์สองคนเริ่มเอาไม่อยู่ทั้งอ้วนและเแรงเยอะ จึงมีอีกสามคนเข้ามาช่วยรวบแขนอีกข้างหนึ่งไว้ คนหนึ่งพยายามอุ้ม แต่เยว่จือดิ้นสุดแรง ขาเตะโต๊ะจนจอกสุราและอาหารปลิวกระเด็นไปทั่ว
เสียงโกลาหลดังขึ้นรอบหอ
“อย่าทำร้ายพระสนม”
“โอ้ย ระวังจอกสุรา”
“เอ๊ะ นั่นสุราข้าหกใส่เท้าแล้ว”
ท่ามกลางความอลหม่าน เหมยจิ้ง สาวใช้คนสนิทของเยว่จือที่ฟุบหลับอยู่บนโต๊ะตั้งแต่หัวค่ำเริ่มขยับตัวยุกยิก ก่อนจะเงยหน้าขึ้นตาปรือ มองเห็นภาพตรงหน้า พระสนมผู้เป็นนายกำลังถูกล้อมจับ
“พวกเจ้าคนชั่ว ทำอะไรพระสนมของข้า”
เสียงแหลมเล็กตะโกนดังลั่นหอเทียนสรวง เหมยจิ้งกระโดดขึ้นยืนบนเก้าอี้โงนเงน แล้วพุ่งเข้าไปผลักองครักษ์ที่จับเยว่จืออยู่
“ปล่อยนะ อย่ามาทำร้ายพระสนมของข้า”
“เหมยจิ้ง เจ้าจะไปไหน” เยว่จือร้องกลับเสียงดังไม่แพ้กัน
“อย่ามายุ่ง ข้ายังไม่ได้ดื่มเลย” ราวกับเล่นวิ่งไล่จับ
แต่เหมยจิ้งไม่ฟัง วิ่งเข้าไปยื้อยุดดึงแขนเจ้านายไว้สุดแรง ผลลัพธ์คือทั้งคู่เซไปชนองครักษ์สองคนจนเกือบล้มลงไปกองบนพื้น
เสียงเชียร์จากคนรอบข้างยิ่งดังขึ้น
“พระสนมสู้ๆ อย่ายอมสิพระสนม”
“จับให้แน่นๆ เดี๋ยวหลุดอีก”
หยวนเซียวที่ยืนมองอยู่กุมขมับ เหงื่อซึมขมับทั้งสองข้าง
“สวรรค์ ข้านึกไม่ถึงเลย...ว่าหน้าที่วันนี้จะยากยิ่งกว่าการจับโจรซะอีก...”
กลางเสียงหัวเราะปนโกลาหล หัวหน้าองครักษ์ผู้เยือกเย็นถึงกับต้องสูดลมหายใจยาวแล้วสั่งเสียงนิ่ง
“พวกเจ้าเอาจริงได้แล้วลากพระสนมกลับวัง”
