บท
ตั้งค่า

ไม่ต้องกังวล2

“ถ้าฝ่าบาทจะดุจริง ๆ ข้าขอกลับมานอนก่อน…”

“ไม่ได้เพคะ” เหมยจิ้งแทบจะอุ้มเจ้านายแล้ว “ไปเถอะค่ะเพคะ ไปเถิด ฮืออออ…”

สุดท้ายเหมยจิ้งทั้งดัน ทั้งดึง ทั้งประคอง ทั้งงัดข้อศอกเยว่จือ จนร่างอวบ ๆ ถูกพาออกจากเตียงอย่างทุลักทุเล

เมื่อเปิดประตูออกไป หยวนเซียวมองภาพเยว่จือยืนโงนเงนอยู่ในอ้อมแขนสาวใช้แล้วถึงกับยกมือขึ้นกุมขมับอีกรอบ

นี่มันยังแค่เริ่มต้นของวัน…

บนบัลลังก์มังกรนั้น ใบหน้าหล่อเหลาของฮ่องเต้หยงชิงที่ไร้ที่ติ ดั่งแกะสลักจากหินอ่อน สันกรามที่ชัดเจนและคมดุจดั่งดาบ ตาที่คมกริบของเขาทอประกายด้วยความเยือกเย็นและความรู้สึกที่ลึกลับจนยากที่จะอ่านออก ดวงตาคู่นั้นก็ยังคงคงแววที่เย็นชาและไม่แสดงอารมณ์ใดๆ นอกจากความเงียบขรึม ด้านข้างไทเฮาที่มารอดูคำไต่สวนในฐานะผู้ปกครองวังหลัง

ดวงตาสีดำขลับที่เคยดึงดูดให้ทุกคนต้องหลงใหลกลับเต็มไปด้วยความว่างเปล่า เขามองผ่านผู้คนที่เข้ามาหาเขาทุกวัน ทั้งนางสนมและหญิงงามที่เข้าวังมา หญิงงามเหล่านั้นล้วนแต่มีเป้าหมายเดียวกันตำแหน่งและอำนาจ และไม่เคยมีใครที่ทำให้เขาหยุดมองสักคน นอกจาหญิงร่างอ้วนที่ไม่สำรวมคนนี้ เยว่จือ

เยว่จือร่างกลมที่เดินไม่ตรงทาง ทำให้สายตาขุนนางทั้งหลายพร้อมใจกันเหล่มองราวกับเห็นภูเขากลิ้งเข้าวัง ส่วนเหมยจิ้งนั้นหน้าเสียจนเหมือนจะร้องไห้ตั้งแต่ยังไม่ทันก้าวพ้นธรณีประตู

ขุนนางหลายคนที่ต่างวนเวียนก้าวออกมาประสานมือเล่าวีรกรรมของเยว่จือเมื่อคืนต่างส่ายหน้าไปมา

เยว่จือคุกเข่าได้เพียงครู่เดียวก็ทรงตัวไม่อยู่ ทิ้งตัวนอนหงายต่อหน้าบัลลังก์ราวกับพื้นหินเย็นๆ นั้นคือฟูกนวมแสนสบายร่างอ้วนราวกับก้อนภูเขา ขุนนางทั้งแถวพ่นลมหายใจยาว

ใต้เท้าเจิ้งก้าวออกมาราวกับรอจังหวะนี้มานาน สีหน้าเคร่งเครียด ขนคิ้วขมวดเป็นปม มองลงมาเห็นเยว่จือนอนแผ่อยู่เบื้องล่างก็ยิ่งโมโหจนหน้าแดง

"นี่หรือสนมของฝ่าบาทที่ผ่านการฝึกปรืออย่างดีก่อนเข้าวัง" เสียงก้องสะท้อนทั่วท้องพระโรง

เหมยจิ้งก้มหน้าจนคางแทบจะแตะพื้น ส่วนเยว่จือปวดหัวจนตาลายแต่ในใจกลับจดชื่อเจ้าคนปากคาวไว้ทันที ผูกแค้นเป็นระเบียบพร้อมวันสะสางในอนาคต

ใต้เท้าเจิ้งหันกลับไปประสานมือพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง

"ฝ่าบาท เรื่องนี้ลามไปทั่วเมืองหลวงแล้วพ่ะย่ะค่ะ อีกไม่เกินสามวันจะต้องไปถึงชายแดนแน่นอน และไม่เกินห้าวันจะต้องถึงแคว้นต่างๆ นางอวดอ้างตนว่าเป็นสนมเอกผู้โปรดปราน แต่กลับไปเที่ยวหอโคมเขียวกอดโอบบุรุษหนุ่ม ไม่แปลกใจที่บิดาเป็นแค่ฉงจิ่วผิ่น แต่นางกล้าอวดอ้างเกินตัว นางประกาศว่าจะเลี้ยงชายในหอโคมเขียวทั้งหอ ที่น่าเจ็บใจที่สุดส่งคนมาขอเงินที่กรมคลังของข้า"

ว่าจบก็ปาตั๋วรายการอาหารและสุราที่เปลี่ยนเป็นจำนวนที่ต้องจ่าย (บิล) กองใหญ่ลงพื้นจนฝุ่นฟุ้ง ใต้เท้าฉวีที่ยืนข้างๆ จึงถามหน้าตาย

"แล้วท่านได้จ่ายแทนนางหรือไม่"

"ข้าก็ต้องจ่ายสิไม่อย่างนั้นจะเสียชื่อฝ่าบาทได้" ใต้เท้าเจิ้งเกือบจะกระทืบเท้าอย่างเด็กงอแง

เยว่จือยันตัวลุกขึ้น เหมยจิ้งรีบประคองเถียงเสียงดัง

"ปีนึงข้าเอาไปใช้กี่บาทกัน ทีพวกท่านเอะอะอะไรก็ร่ำสุราปิดหอเลี้ยงสาวๆ แทบทุกเดือน หมดไปเท่าไหร่ มีใครตรวจสอบไหม ข้าเป็นแค่สนมต่ำต้อยกลับต้องถูกตรวจราวกับเป็นขุนนางระดับสูง"

ใต้เท้าเจิ้งปากสั่นคอสั่นยิ่งกว่าเดิม ชี้นิ้วใส่เยว่จือราวกับจะจิ้มนางให้จมหายลงพื้น

"ฝ่าบาท นางยังไม่สำนึก พูดบิดเบือนใส่ร้ายข้ากับเหล่าขุนนาง ขุนนางทั้งหลายว่าจริงหรือไม่ ใครเห็นด้วยกับข้า ฝ่าบาทเช่นนั้นอุดปากนาง อย่าให้นางพูด"

"ข้าไปดื่มแค่นี้ก็มีปัญหาหรือ" เยว่จือสวนทันควัน

"ข้าเหงานี่ฝ่าบาทไม่เคยเหลียวแลเลย เข้าวังทั้งทีเป็นสนมแท้ๆ มีสักคืนไหมที่ได้…ได้นอนเคียงฝ่าบาท อย่ามาอ้างว่าเพราะข้าอ้วนก่อนหน้านั้นหน้าตาข้าก็ออกจะสวย เป็นเพราะฝ่าบาทต่างหากที่มีมากมายจนไม่ทั่วถึง เรื่องหย่อนใจใครๆ ก็ทำกันสนมครึ่งวังทำทุกคนไม่อย่างนั้นจะมีหอโคมเขียวไว้ทำไม เราแค่หย่อนใจไม่ได้ไปอุ่นเตียงกับน้องๆ บุรุษหนุ่มเหล่านั้นสักหน่อย แล้วทำไมต้องเป็นข้าที่ซวยถูกจับได้ "

"หุบปากเจ้าซะ สนมลำดับที่ 87" ใต้เท้าเจิ้งพูดเสียงดังลั่น

"เจ้ากล้าตำหนิฝ่าบาทหรือ"

เสียงสุดท้ายก้องสะท้อนทั่วท้องพระโรง ขุนนางทั้งหลายตัวสั่นไปตามๆ กันเหมยจิ้งคิดในใจว่าชาตินี้ควงจะต้องกล่าวลาพ่อแม่ไม่แคล้วโดนประหารพร้อมกับสนมเยว่จือแน่ๆ ส่วนเยว่จือก็ยังนั่งหน้าร้อนผ่าวแต่ตาไม่วายเหลือบหาฝ่าบาทที่ยังไม่เอื้อนเอ่ยแม้คำเดียว…

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel