บทที่ 5: พายุที่เริ่มตั้งเค้า
ความเงียบงันปกคลุมไปทั่วกระท่อมยา มีเพียงเสียงแมลงกลางคืนที่กรีดร้องสลับกับเสียงสะอื้นแผ่วเบาของ ไป๋ลู่เซียน นางเบือนหน้าหนีไม่ยอมสบตาบุรุษที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นท้องฟ้าของนาง ทว่าบัดนี้กลับเป็นเพียงฝันร้ายที่คอยตามหลอกหลอน
หลี่เทียนอี้ ยังคงคุกเข่าอยู่เบื้องหน้าเด็กน้อยเสี่ยวซาน เขามองสำรวจใบหน้าของลูกชายอย่างละเอียดอีกครั้ง ยิ่งมองก็ยิ่งเจ็บร้าวในอก... เด็กคนนี้โตมาได้ด้วยหยาดเหงื่อและน้ำตาของสตรีที่เขาขับไส สภาพความเป็นอยู่แม้จะดูสะอาดสะอ้านแต่ก็ขัดสนทอดทิ้งความหรูหราที่นางควรได้รับในฐานะพระชายา
"ท่านลุง... ท่านจะมารับใครกลับบ้านหรือ?" เสี่ยวซาน ถามพลางเอียงคอ "ท่านแม่บอกว่าบ้านของพ่อข้าอยู่ที่สวรรค์ ท่านมาจากสวรรค์หรือ?"
คำถามไร้เดียงสานั้นเหมือนศรอาบยาพิษปักเข้ากลางใจเทียนอี้ เขาเหลือบมองลู่เซียนที่ยืนตัวสั่นพิงประตู นางโกหกลูกว่าเขาตาย... ซึ่งมันก็ถูกแล้ว ชินอ๋องคนเดิมที่โง่เขลาคนนั้นควรตายไปตั้งนานแล้ว
"ข้า..." เทียนอี้อึกอัก "ข้าเป็นเพื่อนเก่าของแม่เจ้าน่ะ ข้าเพิ่งเดินทางกลับมาจากที่ไกลๆ"
"เพื่อนเก่า?" เสี่ยวซานหันไปมองมารดาเพื่อขอคำยืนยัน
"ใช่... เขาเป็นแค่คนรู้จักในอดีต" ลู่เซียนพยายามปรับน้ำเสียงให้ราบเรียบที่สุด "ซานเอ๋อร์ เข้าไปรอแม่ข้างในก่อน แม่มีธุระต้องคุยกับท่านลุงผู้นี้... เพียงลำพัง"
เด็กน้อยมองทั้งคู่ด้วยความลังเล แต่สุดท้ายก็ยอมเดินกลับเข้าบ้านไปโดยไม่ลืมทิ้งท้าย "ถ้าท่านลุงทำให้ท่านแม่ร้องไห้อีก ข้าจะโกรธท่านจริงๆ ด้วย!"
การเผชิญหน้าที่แท้จริง
เมื่อลับหลังเด็กชาย บรรยากาศอ่อนโยนเมื่อครู่ก็อันตรธานหายไป ลู่เซียนก้าวออกมาข้างหน้า แววตาของนางเย็นชาปานน้ำแข็งในฤดูเหมันต์
"ท่านอ๋อง... ท่านเห็นแล้วใช่ไหมว่าลูกของข้าเติบโตมาได้ดีเพียงใดโดยไม่มีท่าน" นางกระซิบเสียงต่ำ "ห้าปีที่ผ่านมา ข้าถูกตราบาปว่าเป็นปีศาจ ถูกไล่ล่าปานสัตว์ป่า ท่านจะเอาอะไรจากเราอีก? หรือจะเอาหัวใจของลูกข้าไปปรุงยาให้สนมรักของท่านด้วย!"
"ลู่เซียน! ข้าไม่เคยคิดเช่นนั้น!" เทียนอี้ลุกขึ้นยืน พยายามจะคว้าข้อมือนางแต่นางสะบัดออก "ข้าถูกมนต์ดำ... ข้าถูกอาจารย์กัวครอบงำจนสติฟั่นเฟือน แต่ตอนนี้ข้าตื่นแล้ว ข้าเห็นทุกอย่างชัดเจนแล้ว!"
"ตื่นในวันที่ทุกอย่างสายไปงั้นหรือ?" ลู่เซียนเค้นยิ้มสมเพช "ความเชื่อใจเหมือนแก้วที่แตกไปแล้ว ต่อให้ท่านใช้ทองคำมาประสาน มันก็ยังมีรอยร้าวอยู่ดี"
"ข้าจะชดใช้ให้เจ้าทุกอย่าง... ข้าจะพิจารณาสอบสวนคดีของสนมหลินใหม่ ข้าจะถอดถอนนางแล้วคืนฐานะให้เจ้า"
"ข้าไม่ต้องการฐานะพระชายา! ข้าไม่อยากกลับไปอยู่ในกรงทองที่มีแต่คนจ้องจะเอาชีวิต!" ลู่เซียนประกาศก้อง "ถ้าท่านอยากชดใช้จริงๆ... จงกลับไปเมืองหลวงเสีย แล้วแสร้งทำเป็นว่าไม่เคยพบพวกเราที่นี่"
เทียนอี้จ้องมองนางด้วยความเจ็บปวด "ข้าทำไม่ได้... ข้าทิ้งลูกเมียไว้ลำพังไม่ได้อีกแล้ว"
เงามืดที่คืบคลาน
ห่างออกไปไม่ไกลนัก บนยอดไม้ใหญ่ชายป่า ร่างในชุดสีเทาของ ศิษย์เอกอาจารย์กัว กำลังเฝ้าสังเกตการณ์ผ่านกล้องส่องทางไกล เขามองเห็นการโต้เถียงและเห็นใบหน้าของเด็กชายเสี่ยวซานชัดเจน
"ใบหน้านั่น... เหมือนท่านอ๋องราวกับแกะ" ชายชุดเทาพึมพำด้วยรอยยิ้มอัมหิต "ที่แท้นางจิ้งจอกนั่นยังไม่ตาย แถมยังเลี้ยงลูกมารหัวขนไว้อีกคน ต้องรีบส่งข่าวบอกพระสนมหลิน!"
นกพิราบสื่อสารถูกปล่อยออกไปจากป่ามุ่งหน้าสู่เมืองหลวงทันที พายุลูกใหญ่กำลังจะพัดถล่มกระท่อมยาหลังนี้ในอีกไม่ช้า
ความเด็ดเดี่ยวของคนเป็นพ่อ
เทียนอี้สัมผัสได้ถึงความไม่ปลอดภัย เขารู้ดีว่าหากเขายังวนเวียนอยู่ที่นี่ ศัตรูของเขาจะตามมาถึงนางเอกแน่นอน เขาจึงยอมถอยหนึ่งก้าวเพื่อแผนการที่ใหญ่กว่า
"ก็ได้... ข้าจะไป" เทียนอี้กล่าวเสียงหนักแน่น "แต่ข้าจะไม่กลับเมืองหลวง ข้าจะพักอยู่ที่โรงเตี๊ยมในหมู่บ้าน... ลู่เซียน เจ้าจะเกลียดข้าอย่างไรก็ได้ แต่ห้ามหนีไปไหนเด็ดขาด เพราะถ้าเจ้าหนี ข้าจะใช้กำลังทหารปิดป่าค้นหาเจ้าจนเจอ"
"ท่านมันคนเห็นแก่ตัว!"
"ใช่ ข้าเห็นแก่ตัว... เพราะข้าไม่อาจเสียพวกเจ้าไปเป็นครั้งที่สอง"
เทียนอี้ทิ้งคำพูดนั้นไว้ก่อนจะเดินหายไปในม่านหมอก ทิ้งให้ลู่เซียนยืนทรุดตัวลงหน้าประตูบ้าน นางกอดเข่าตัวเองพลางร้องไห้ออกมาอย่างสุดกลั้น
ความสงบสุขห้าปีของนาง... จบสิ้นลงแล้วจริงๆ
