บทที่ 6: พรานป่าหน้าหยกกับลูกศิษย์ตัวน้อย
แสงอาทิตย์รำไรฉาบขอบฟ้าเหนือหุบเขาเมฆา ไป๋ลู่เซียน แทบไม่ได้นอนทั้งคืน นางเร่งเก็บสมุนไพรและของมีค่าเตรียมจะพาลูกชายหนีออกทางท้ายหมู่บ้านตั้งแต่รุ่งสาง ทว่าเมื่อเปิดประตูเรือนออกมา นางก็ต้องชะงักกึก
ร่างสูงสง่าที่ควรจะอยู่ในชุดผ้าไหมชั้นดี บัดนี้กลับสวมชุดผ้าป่านหยาบๆ สีน้ำตาลเข้มแบบพรานป่า ในมือถือคันธนูไม้เนื้อดีและแบกตะกร้าหวายใบใหญ่ไว้บนหลัง แม้จะอยู่ในชุดสามัญชน แต่รัศมีของ หลี่เทียนอี้ ก็ยังดูโดดเด่นจนปิดไม่มิด
"ท่าน... ท่านยังไม่กลับไปอีกหรือ!" ลู่เซียนอุทานด้วยความตกใจ
"ข้าบอกแล้วไงว่าจะไม่ไปไหน" เทียนอี้ขยับยิ้มมุมปากที่ดูเจ้าเล่ห์นิดๆ "ข้ามาสมัครเป็นผู้ช่วยท่านหมอหญิง... ได้ยินว่าช่วงนี้สมุนไพรหายาก แถวโกรกผามีสัตว์ร้ายเยอะ ให้พรานป่าอย่างข้าติดตามไปคอยคุ้มกันน่าจะดีกว่า"
"ข้าไม่ต้องการ! ข้าดูแลตัวเองได้มาห้าปีแล้ว"
"ท่านแม่! ดูสิ ท่านลุงพรานป่ามีธนูด้วย!" เสี่ยวซาน วิ่งพรวดออกมาจากบ้าน ดวงตาเป็นประกายวาววับเมื่อเห็นคันธนูในมือของเทียนอี้ "ท่านลุงยิงนกได้ไหม? ยิงเสือได้หรือเปล่า?"
เทียนอี้ทรุดตัวลงนั่งยันเข่าข้างหนึ่งกับพื้น ยื่นธนูให้เด็กน้อยดูใกล้ๆ "ยิงได้ทุกอย่างที่เจ้าอยากให้ยิงเลยเสี่ยวซาน... อยากลองจับดูไหม? ข้าจะสอนให้"
"อยากครับ!"
"ซานเอ๋อร์! อย่าไปรบกวนท่านลุงเขา" ลู่เซียนพยายามดึงลูกชายกลับมา แต่มือน้อยๆ ของเสี่ยวซานกลับกุมมือหนาของเทียนอี้ไว้แน่นเสียแล้ว
"ไม่รบกวนเลยแม่นางไป๋... ข้าเต็มใจ" เทียนอี้เงยหน้าขึ้นสบตานาง แววตาที่เคยแข็งกร้าวบัดนี้มีกระแสแห่งความเว้าวอน "ให้ข้าได้ทำประโยชน์บ้างเถิด... อย่างน้อยก็ในฐานะเพื่อนมนุษย์"
บทเรียนกลางป่า
ตลอดทั้งวัน ลู่เซียนต้องจำใจเดินเก็บสมุนไพรโดยมี "พรานป่าหน้าหยก" เดินตามต้อยๆ พร้อมกับลูกชายที่เกาะหนึบอยู่ข้างกายเขาไม่ห่าง เทียนอี้พิสูจน์ให้เห็นว่าเขาไม่ได้มาเล่นๆ เขาช่วยนางแบกตะกร้าสมุนไพรหนักๆ และยังคอยบอกชื่อต้นไม้ที่นางไม่เคยเห็น
"เจ้าต้องวางเท้าให้มั่น ดึงสายธนูให้ถึงร่องหู เล็งไปที่เป้าหมาย... และที่สำคัญที่สุด ใจเจ้าต้องนิ่ง"
เสียงทุ้มต่ำของเทียนอี้สอนเสี่ยวซานอยู่ที่ลานกว้างใต้ต้นไม้ใหญ่ ลู่เซียนแอบมองภาพนั้นจากโขดหินไกลๆ หัวใจที่เคยกระด้างเริ่มสั่นคลอน... ภาพพ่อลูกที่ดูอบอุ่นเช่นนี้คือสิ่งที่นางเคยฝันถึง แต่ความจริงที่แสนโหดร้ายก็ยังคอยเตือนสติ
"เจ้าชอบท่านลุงคนนี้มากเลยหรือซานเอ๋อร์?" ลู่เซียนถามเมื่อลูกชายวิ่งกลับมาขอน้ำดื่ม
"ท่านลุงใจดีมากเลยครับท่านแม่ เขาบอกว่าถ้าข้าเก่งขึ้น เขาจะพาข้าไปดูม้าตัวใหญ่ๆ ในเมืองด้วย" เสี่ยวซานตอบอย่างตื่นเต้น ก่อนจะกระซิบ "ท่านแม่... ท่านลุงหน้าเหมือนข้าจริงๆ ด้วยนะ หรือว่าเขาจะเป็นญาติที่หลงทางของเรา?"
ลู่เซียนสะอึก พูดอะไรไม่ออก นางได้แต่ลูบหัวลูกชายแผ่วเบา
ความห่วงใยที่เริ่มซึมลึก
ตกเย็น ระหว่างทางกลับกระท่อม ลู่เซียนก้าวพลาดลื่นไถลไปตามทางลาดชันของไหล่เขา
"ว้าย!"
หมับ!
วงแขนแกร่งคว้าเอวบางไว้ได้ทันท่วงที ลู่เซียนเสียหลักล้มลงทับอยู่บนอกกว้างของเทียนอี้ กลิ่นหอมจางๆ ของไม้กฤษณาที่นางคุ้นเคยโชยเข้าจมูก ใบหน้าของทั้งคู่ห่างกันเพียงลมหายใจกั้น
"เจ้าเจ็บตรงไหนไหม ลู่เซียน?" เสียงของเขาเต็มไปด้วยความอาทร มือหนาที่เคยจับกระบี่บัดนี้ประคองร่างนางไว้อย่างทะนุถนอม
"ข้า... ข้าไม่เป็นไร ปล่อยข้าเถอะ" ลู่เซียนรีบผลักเขาออก ใบหน้าแดงซ่านด้วยความรู้สึกที่สับสน
"ข้าไม่ปล่อยให้เจ้าเป็นอะไรไปอีกแล้ว... ไม่ว่าจะเป็นภัยจากข้า หรือภัยจากใครก็ตาม" เทียนอี้กล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น แววตาของเขาจริงจังจนลู่เซียนต้องหลบสายตา
ภัยมืดที่ขยับเข้าใกล้
ขณะที่ความสัมพันธ์ในกระท่อมยากำลังเริ่มคลายปม ความชั่วร้ายก็เดินทางมาถึงหมู่บ้าน ทหารลึกลับกลุ่มหนึ่งในชุดพลเรือนแอบแฝงตัวเข้ามาในตลาด พวกเขานำรูปวาดของสตรีผู้หนึ่งออกถามไถ่ชาวบ้าน
"พวกเจ้าเห็นผู้หญิงคนนี้ไหม? นางเป็นนักโทษหนีคดีที่ทางการต้องการตัว!"
หนึ่งในนั้นคือ 'มือสังหารเงา' ของตระกูลหลิน เขามองไปยังทิศทางของกระท่อมยาที่ตั้งอยู่โดดเดี่ยวบนเขาด้วยสายตาเหี้ยมเกรียม
"ในเมื่อท่านอ๋องยังใจอ่อนกำจัดนางไม่ได้... ข้าจะช่วยสงเคราะห์ส่งทั้งแม่และลูกลงนรกไปพร้อมกันเอง!"
