บทที่ 4: ความจริงใต้เงาจันทร์
ภายในกระท่อมยาที่อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของสมุนไพรแห้ง ไป๋ลู่เซียน กำลังทำแผลให้ลูกชายด้วยมือที่สั่นเทา นางพยายามสะกดกลั้นหยาดน้ำตาไม่ให้หยดลงบนแก้มของเสี่ยวซาน แต่ความหวาดหวั่นที่เกาะกุมหัวใจนั้นรุนแรงเสียจนยากจะควบคุม
"ท่านแม่... ท่านร้องไห้ทำไมหรือ? ข้าเจ็บนิดเดียวเอง ท่านแม่ไม่ต้องเสียใจนะ" เสี่ยวซานยกมือน้อยๆ ขึ้นเช็ดน้ำตาให้มารดาอย่างไร้เดียงสา
"แม่ไม่ได้เจ็บ... แม่แค่... ดีใจที่เจ้าไม่เป็นอะไรมาก" ลู่เซียนพยายามปั้นยิ้ม "ซานเอ๋อร์ ฟังแม่นะ คืนนี้เราต้องเก็บของกันแล้ว พรุ่งนี้รุ่งเช้าเราจะย้ายไปอยู่ที่หุบเขาทางทิศเหนือกัน"
"ทำไมล่ะท่านแม่? เราเพิ่งจะปลูกแปลงหัวมันเสร็จเองนะ" เด็กน้อยถามด้วยความเสียดาย
"เพราะว่า... ที่นี่ไม่ปลอดภัยสำหรับเราอีกต่อไปแล้ว"
ลู่เซียนรู้ดีว่าคนอย่าง หลี่เทียนอี้ หากเขาสงสัยสิ่งใด เขาจะขุดรากถอนโคนจนถึงที่สุด และหากเขารู้ว่าเสี่ยวซานคือเลือดเนื้อเชื้อไขของเขา นางไม่รู้เลยว่าเขาจะพรากลูกไปจากนาง หรือจะตราหน้าเด็กบริสุทธิ์คนนี้ว่าเป็น 'ลูกปีศาจ' เหมือนที่เขาเคยทำกับนางเมื่อห้าปีก่อน
ภายนอกกระท่อมยา
ภายใต้แสงจันทร์ที่สาดส่องลงมายังชายป่า ร่างสูงสง่าในชุดสีดำสนิทของหลี่เทียนอี้ยืนหลบอยู่หลังต้นไม้ใหญ่ เขาสั่งให้องครักษ์ถอยห่างไปเหลือเพียงเขาที่แอบมองลอดหน้าต่างเข้าไปในกระท่อม
ภาพที่เขาเห็นคือสตรีที่เขาโหยหามาตลอดห้าปี กำลังโอบกอดเด็กน้อยที่เขารู้สึกผูกพันอย่างประหลาด ความอ่อนโยนที่นางมอบให้ลูกชายนั้นคือความงดงามที่เขาเคยได้รับ แต่วาจาที่เขาสั่งประหารนางในวันนั้นกลับเป็นกำแพงหนาที่กั้นกลางระหว่างเขากับนาง
‘ห้าปี... เจ้าหนีมาอยู่ที่นี่ด้วยความลำบากเพียงใด ลู่เซียน’
เทียนอี้ก้าวเข้าไปใกล้กระท่อมมากขึ้น จนกระทั่งเขาเห็นบางสิ่งพาดอยู่บนราวตากผ้าหน้าบ้าน มันคือเสื้อตัวเล็กๆ ของเสี่ยวซานที่นางเพิ่งซักเสร็จ เทียนอี้เอื้อมมือไปสัมผัสมันอย่างเบามือ ทันใดนั้น สายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นป้ายหยกเล็กๆ ที่ห้อยอยู่ที่คอเสื้อซึ่งนางมักจะติดไว้ให้ลูกชายเพื่อเป็นเครื่องราง
หัวใจของชินอ๋องกระตุกวูบ... ป้ายหยกนั้นคือ 'หยกโลหิตมังกร' ของประจำตัวที่เขาเคยส่งมอบให้พระชายาในคืนวันอภิเษกสมรส!
‘หยกชิ้นนี้มีเพียงชิ้นเดียวในแผ่นดิน... หากนางเป็นปีศาจจำแลง เหตุใดจึงยังเก็บรักษาของสำคัญของข้าไว้ใกล้ตัวลูกเช่นนี้!’
แกร๊ก!
เสียงกิ่งไม้แห้งหักใต้เท้าของเขาทำให้นางเอกที่อยู่ในบ้านสะดุ้งสุดตัว ลู่เซียนรีบดับตะเกียงและคว้ากริชสั้นที่ซ่อนไว้ใต้หมอนทันที
"ใครน่ะ!" นางตะโกนถามด้วยน้ำเสียงหวาดหวั่น
เทียนอี้รู้ว่าซ่อนตัวต่อไปก็ไร้ประโยชน์ เขาจึงตัดสินใจก้าวออกมาจากเงามืด สู่แสงจันทร์ที่สว่างจ้า "ข้าเอง..."
ลู่เซียนเปิดประตูออกมา แววตาของนางเต็มไปด้วยความหวาดระแวงและชิงชัง "ท่านอ๋อง... ท่านตามมาที่นี่ทำไม? หม่อมฉันบอกแล้วว่าท่านจำคนผิด"
"เจ้าจะบอกว่าหยกชิ้นนี้ก็จำคนผิดด้วยงั้นหรือ?" เทียนอี้ชูป้ายหยกโลหิตมังกรขึ้น "ลู่เซียน... เจ้าหลอกข้าไม่ได้อีกแล้ว"
"หยกชิ้นนี้หม่อมฉันเก็บได้ระหว่างทาง! ท่านต้องการมันคืนนักใช่ไหม? เอาไปสิ!" นางโยนป้ายหยกใส่อกของเขา "เอาไปแล้วไสหัวไปจากชีวิตของเราแม่ลูกเสียที!"
"เราแม่ลูก..." เทียนอี้ทวนคำด้วยเสียงที่สั่นเครือ เขาก้าวเข้าไปหานางจนระยะห่างเหลือเพียงไม่กี่คืบ "เด็กคนนั้น... อายุเท่าไหร่?"
"เขาไม่ใช่ลูกของท่าน!" ลู่เซียนตะคอกทั้งน้ำตา "เขาคือลูกของข้ากับชายที่รักข้า ชายที่เชื่อใจข้า ไม่ใช่ชายที่ฟังคำลวงของผู้อื่นแล้วสั่งฆ่าลูกเมียตัวเอง!"
คำพูดนั้นเหมือนตบหน้าเทียนอี้อย่างแรง ความจริงเริ่มกระจ่างชัดในใจ ความสับสนที่ถูกอาจารย์กัวครอบงำมาตลอดห้าปีเริ่มพังทลายลง "ถ้าเขาไม่ใช่ลูกข้า... เหตุใดใบหน้าของเขาถึงได้เหมือนข้าเยี่ยงนี้! ลู่เซียน... ข้าผิดไปแล้ว ข้าโง่เขลาเอง..."
"คำขอโทษของท่านมันไม่มีค่าพอจะแลกกับเลือดที่ข้าเสียไปในคุกใต้ดินหรอก!" ลู่เซียนชี้ไปที่ทางเดิน "กลับไปหาพระสนมหลินของท่านเสีย กลับไปหาอำนาจของท่าน แล้วปล่อยให้เราสองแม่ลูกตายไปจากใจท่านเหมือนห้าปีก่อนเถิด"
"ข้าไม่ไป!" เทียนอี้ตวาดกลับด้วยความดื้อรั้น "ในเมื่อข้าพบเจ้าแล้ว และพบว่าข้ายังมีลูก... ข้าจะไม่ยอมให้พวกเจ้าหายไปไหนอีก!"
ในขณะที่ทั้งสองกำลังปะทะคารมกัน เสี่ยวซานที่ตื่นขึ้นมาเพราะเสียงเอะอะก็เดินขยี้ตาออกมาที่หน้าประตู เด็กน้อยมองท่านลุงหน้าดุกับท่านแม่ที่กำลังร้องไห้ด้วยความไม่เข้าใจ
"ท่านแม่... ท่านลุงรังแกท่านหรือ?" เสี่ยวซานเดินเข้าไปยืนบังหน้ามารดาไว้ มือน้อยๆ กำหมัดแน่น "ถ้าท่านทำท่านแม่ร้องไห้ ข้าจะให้ปลาที่ข้าจับมาได้กัดท่าน!"
เทียนอี้มองเด็กน้อยที่พยายามปกป้องแม่ด้วยหัวใจที่พองโต ความรักและความภาคภูมิใจที่พุ่งพล่านในอกทำให้เขาลืมความเย็นชาไปสิ้น เขาคุกเข่าลงตรงหน้าเสี่ยวซาน ระดับสายตาเท่ากับเด็กน้อย
"เสี่ยวซาน... ข้าไม่ได้มารังแกแม่ของเจ้า..." เทียนอี้เอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนที่สุดในชีวิต "ข้ามารับ... คนสำคัญของข้ากลับบ้าน"
"เราไม่มีบ้าน!" ลู่เซียนแทรกขึ้น "บ้านของเราอยู่ที่นี่ และเราไม่ต้องการแขกอย่างท่าน!"
เทียนอี้เงยหน้ามองนาง แววตาของเขามีทั้งความอ้อนวอนและความเด็ดเดี่ยว "เจ้าจะหนีข้าไปก็ได้ลู่เซียน แต่ข้าจะตามไปทุกหนทุกแห่ง ข้าจะใช้เวลาที่เหลือทั้งชีวิตพิสูจน์ว่าข้าไม่ได้หูเบาเหมือนเมื่อห้าปีก่อนอีกแล้ว"
