บทที่ 3: สายเลือดมังกรที่พลัดพราก
เสียงกีบม้าที่ย่ำลงบนถนนดินลูกรังของหมู่บ้านกลางหุบเขาเมฆา ปลุกความเงียบสงบของหมู่บ้านเล็กๆ ให้ตื่นตัว ชาวบ้านต่างพากันแอบมองผ่านรอยแตกของประตูบ้านด้วยความหวาดเกรง ขบวนเสด็จของชินอ๋องแม้จะดูเรียบง่าย แต่กลิ่นอายแห่งอำนาจที่แผ่ออกมานั้นสูงส่งเกินกว่าที่สามัญชนจะกล้าสบตา
หลี่เทียนอี้ บังคับม้าให้เดินช้าลง เขารู้สึกถึงความสงบอย่างประหลาดในสถานที่แห่งนี้ อากาศที่นี่บริสุทธิ์และมีกลิ่นหอมจางๆ ของสมุนไพรป่า... กลิ่นที่ทำให้เขาหวนนึกถึงเรือนเพาะชำสมุนไพรของไป๋ลู่เซียนในอดีต
"ท่านอ๋อง ที่นี่มีโรงเตี๊ยมเพียงแห่งเดียว แต่สภาพค่อนข้างเก่าพ่ะย่ะค่ะ" องครักษ์ข้างกายรายงาน
"ไม่เป็นไร ข้าต้องการพักเพียงคืนเดียว" เทียนอี้ตอบสั้นๆ ก่อนจะลงจากหลังม้า
ในขณะเดียวกันที่ตลาดเล็กๆ กลางหมู่บ้าน หลี่เสี่ยวซาน ในชุดผ้าป่านสีฟ้าครามที่ซักจนซีดกำลังถือตะกร้าที่เต็มไปด้วยหัวมันและสมุนไพรที่ท่านแม่ฝากให้เอามาแลกข้าวสาร เด็กน้อยเดินฮัมเพลงอย่างร่าเริงตามประสาเด็กที่เติบโตมากับธรรมชาติ
"นั่นไง! เจ้าเด็กไม่มีพ่อมาแล้ว!" เสียงแหลมๆ ของเด็กกลุ่มหนึ่งดังขึ้น เสี่ยวซานชะงักฝีเท้า
เด็กชายร่างอ้วนที่เป็นลูกเศรษฐีประจำหมู่บ้านเดินเข้ามาขวางทาง พร้อมสมุนอีกสองคน "เสี่ยวซาน เจ้าเอาหญ้าเน่าๆ พวกนี้มาแลกข้าวอีกแล้วหรือ? ท่านแม่ของข้าบอกว่าแม่ของเจ้าเป็นปีศาจจำแลงมา ถึงได้ไม่มีใครรู้ว่าพ่อเจ้าเป็นใคร หรือจริงๆ แล้วพ่อเจ้าก็คือปีศาจป่ากันแน่!"
ดวงตาของเสี่ยวซานวาวโรจน์ด้วยความโกรธ "ท่านแม่ของข้าไม่ใช่ปีศาจ! และท่านพ่อของข้าก็เป็นวีรบุรุษ!"
"วีรบุรุษที่ไหนจะทิ้งลูกเมียไว้ในป่าแบบนี้! เจ้ามันก็แค่เด็กกำพร้า!" เด็กอ้วนคนนั้นผลักเสี่ยวซานจนล้มลง ตะกร้าสมุนไพรกระจัดกระจาย
เสี่ยวซานไม่ได้ร้องไห้ เขากัดฟันแน่นแล้วพุ่งเข้าใส่เด็กอ้วนทันที "ถอนคำพูดเดี๋ยวนี้นะ!"
การตะลุมบอนเล็กๆ เกิดขึ้นกลางตลาด ทหารของชินอ๋องที่กำลังเดินสำรวจทางเดินผ่านมาเห็นพอดี หลี่เทียนอี้ ที่กำลังจะเดินเข้าโรงเตี๊ยมหยุดกึก เมื่อได้ยินเสียงเอะอะโวยวาย
"มีเรื่องอะไรกัน?" เทียนอี้ถามเสียงเรียบ
"เด็กชาวบ้านทะเลาะกันพ่ะย่ะค่ะท่านอ๋อง ให้กระหม่อมไปจัดการแยกพวกเขาไหมพ่ะย่ะค่ะ?"
เทียนอี้ไม่ได้ตอบ แต่สายตาเขากลับจ้องมองไปที่เด็กชายตัวเล็กที่สุดที่กำลังถูกเด็กโตกว่าสามคนรุมล้อม เด็กคนนั้นสู้สุดฤทธิ์ ทั้งกัด ทั้งถีบ ไม่ยอมแพ้แม้จะถูกต่อยจนปากแตก
"หยุดเดี๋ยวนี้!" เสียงทุ้มต่ำและทรงอำนาจของเทียนอี้ดังก้องไปทั่วตลาด เด็กๆ ทุกคนหยุดชะงักด้วยความกลัว ทหารเข้าแยกตัวเด็กกลุ่มนั้นออกมา
เสี่ยวซานลุกขึ้นยืนช้าๆ มือน้อยๆ เช็ดเลือดที่มุมปากอย่างไม่ยี่หระ เขาก้มลงเก็บสมุนไพรที่ตกพื้นโดยไม่สนใจชายสูงศักดิ์ที่ยืนอยู่เบื้องหน้า
เทียนอี้มองเด็กน้อยคนนั้นอย่างไม่วางตา ความรู้สึกบางอย่างแล่นพล่านไปทั่วร่าง ราวกับกระแสไฟฟ้าที่วิ่งเข้าสู่หัวใจ จังหวะที่เด็กน้อยเงยหน้าขึ้นมาสบตา... เทียนอี้ถึงกับเซถอยหลังไปครึ่งก้าว
ดวงตาคู่นั้น... ดวงตาหงส์ที่เชิดขึ้นเล็กน้อย... คิ้วพาดเฉียงดั่งกระบี่... มันคือใบหน้าของเขาชัดๆ!
"เด็กน้อย... เจ้าชื่ออะไร?" เทียนอี้ถาม เสียงของเขาสั่นเครืออย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
เสี่ยวซานมองชายตรงหน้าด้วยความสงสัย 'ทำไมลุงคนนี้หน้าเหมือนข้าจัง?' เด็กน้อยคิดในใจ แต่ด้วยคำสอนของท่านแม่ที่ให้ระวังคนแปลกหน้า เขาจึงตอบอย่างระแวดระวัง "ข้าชื่อเสี่ยวซาน"
"พ่อแม่เจ้าล่ะ?"
"ข้ามีแต่ท่านแม่... ท่านพ่อตายไปนานแล้ว" เสี่ยวซานตอบพลางจ้องหน้าเทียนอี้เขม็ง "ท่านลุงเป็นใคร? ทำไมทหารต้องตามท่านเยอะแยะ? หรือท่านเป็นคนไม่ดี?"
เทียนอี้หลุดยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว ความกล้าหาญและความช่างซักช่างถามนี้ช่างเหมือนใครบางคนเหลือเกิน "ข้าไม่ใช่คนไม่ดี... ข้าแค่ผ่านมา"
ในขณะนั้นเอง เสียงที่เทียนอี้จดจำได้ฝังลึกในวิญญาณก็ดังขึ้นจากฝูงชนที่มุงดู
"ซานเอ๋อร์! เกิดอะไรขึ้นลูก!"
ไป๋ลู่เซียน วิ่งฝ่าฝูงชนเข้ามาด้วยใบหน้าที่ตื่นตระหนก นางเห็นลูกชายมีแผลเต็มตัวจึงรีบโผเข้ากอดไว้ "ใครทำอะไรเจ้า... บาดเจ็บตรงไหนไหม?"
"ท่านแม่ ข้าไม่เจ็บ..." เสี่ยวซานชี้ไปที่เทียนอี้ "ท่านลุงคนนี้ช่วยข้าไว้"
ลู่เซียนเงยหน้าขึ้นเพื่อจะขอบคุณแขกผู้มีพระคุณ ทว่าทันทีที่ดวงตาสองคู่สบประสานกัน โลกทั้งใบของนางก็เหมือนจะหยุดหมุน ลมหายใจสะดุดกึก ความทรงจำที่เจ็บปวดราวกับถูกกรีดด้วยใบมีดพุ่งย้อนกลับมา
เบื้องหน้าของนางคือชายที่สั่งประหารนาง... ชายที่ตราหน้านางว่าเป็นปีศาจ... หลี่เทียนอี้
เทียนอี้เองก็ตกตะลึงจนพูดไม่ออก สตรีที่เขาคิดว่าตายไปแล้วในกองเพลิง บัดนี้ยืนอยู่ตรงหน้าเขาในชุดธรรมดาสามัญ แม้จะซูบผอมลงและไร้เครื่องประดับสูงค่า แต่นางยังคงงดงามจนเขาแทบลืมหายใจ
"ลู่... ลู่เซียน..." เขารำพึงชื่อนางออกมาแผ่วเบา
ลู่เซียนได้สติก่อน นางรีบก้มหน้าลงต่ำเพื่อซ่อนหยาดน้ำตาที่เริ่มคลอเบ้า มือบางกระชับอ้อมกอดลูกชายแน่นจนเสี่ยวซานเริ่มอึดอัด "ขอบคุณท่านลุงที่ช่วยลูกชายข้าไว้... แต่เราสองแม่ลูกต้องขอตัวก่อน"
นางอุ้มเสี่ยวซานขึ้นแล้วรีบเดินหนีไปอย่างรวดเร็วโดยไม่เหลียวหลัง
"เดี๋ยว! ลู่เซียน! หยุดก่อน!" เทียนอี้จะก้าวตามไป แต่อาจารย์กัวที่เดินทางมาด้วยกลับเข้าขวาง
"ท่านอ๋อง! โปรดระวัง นั่นอาจเป็นภาพลวงตาจากมนต์ปีศาจที่นางสร้างขึ้นมาล่อลวงท่านอีกครั้ง!"
คำพูดของอาจารย์กัวเหมือนน้ำเย็นที่สาดใส่หน้าเทียนอี้ เขาชะงักไปชั่วครู่ แววตาสับสนระหว่างความโหยหากับความแค้นที่ถูกฝังหัวมานาน ทว่าภาพเด็กน้อยที่มีใบหน้าเหมือนเขาเปี๊ยบยังคงวนเวียนอยู่ในหัว
ภาพลวงตางั้นหรือ? หากเป็นภาพลวงตา... เหตุใดหัวใจของข้าถึงเจ็บปวดจนแทบจะขาดใจเช่นนี้!
"ไปสืบมา!" เทียนอี้ตวาดสั่งองครักษ์เงาเสียงเข้ม "สตรีผู้นั้นอาศัยอยู่ที่ไหน และเด็กคนนั้น... อายุเท่าไหร่กันแน่!"
