บทที่ 2: ร่องรอยในม่านหมอก
ความมืดมิดของผืนป่าทมิฬยามราตรีช่างน่าหวาดหวั่น ทว่าสำหรับ ไป๋ลู่เซียน เสียงฝีเท้าของทหารล่าสังหารที่ไล่หลังมานั้นน่ากลัวยิ่งกว่าเสียงหมาป่าเห่าหอน นางกุมท้องที่ยังคงราบเรียบไว้มั่น สองเท้าที่เปลือยเปล่าเหยียบย่ำลงบนขวากหนามและหิมะที่เย็นจัดจนไร้ความรู้สึก
"พระชายา! ทางนี้พ่ะย่ะค่ะ!" เงา องครักษ์ผู้ซื่อสัตย์กระซิบพลางพยุงร่างที่สั่นเทาของนางเข้าไปซ่อนในโพรงถ้ำหลังน้ำตกที่กลายเป็นน้ำแข็ง
"เงา... ข้า... ข้าไปต่อไม่ไหวแล้ว" ลู่เซียนหอบหายใจรวยริน เลือดสีแดงฉานไหลซึมออกมาจากบาดแผลที่ถูกโบยสมานกับความหนาวเหน็บจนเสื้อผ้าติดหนึบกับผิวหนัง "ท่านอ๋อง... เขาคงเกลียดข้ามาก ถึงขั้นส่งคนตามมาปลิดชีพข้าให้ดับสูญแม้ในป่าลึกเช่นนี้"
"มิใช่พ่ะย่ะค่ะ! คนพวกนี้ใส่ชุดทหารวังอ๋องก็จริง แต่กระหม่อมจำรอยสักที่ข้อมือได้ พวกมันคือมือสังหารของตระกูลหลิน!" เงากัดฟันกรอด "สนมหลินต้องการกำจัดท่านให้สิ้นซากเพื่อไม่ให้มีเสี้ยนหนามในภายหลัง"
ลู่เซียนหลับตาลง หยาดน้ำตาอุ่นๆ ไหลอาบแก้มที่ตอบซูบ 'หลี่เทียนอี้... ท่านช่างโง่เขลานัก ท่านปกป้องงูพิษ แต่กลับขับไสยอดดวงใจ'
"ข้าจะไม่อ่อนแออีกต่อไป..." นางลืมตาขึ้น แววตาที่เคยอ่อนหวานบัดนี้เปลี่ยนเป็นกร้าวแกร่ง "ในเมื่อเขาเชื่อว่าข้าเป็นปีศาจ ข้าก็จะหายสาบสูญไปดั่งปีศาจ แต่ลูกของข้า... เขาต้องเติบโตขึ้นมาอย่างสง่างามยิ่งกว่าบิดาที่ทอดทิ้งเขา!"
ตัดกลับมา ณ วังชินอ๋อง (สามวันต่อมา)
กลิ่นไหม้ของตำหนักท้ายวังยังคงอบอวล หลี่เทียนอี้ ยืนนิ่งอยู่หน้ากองเถ้าระเบียงที่เคยเป็นที่ประทับของไป๋ลู่เซียน ในมือกำเศษผ้าสีขาวที่ไหม้เกรียมครึ่งหนึ่ง มันคือผ้าเช็ดหน้าที่นางเคยปักรูปนกยวนยางคู่ให้เขา
"รายงานท่านอ๋อง... ทหารหน่วยค้นหาพบศพสตรีสวมอาภรณ์พระชายาที่โกรกผาท้ายป่าทมิฬพ่ะย่ะค่ะ" แม่ทัพคนสนิทรายงานด้วยเสียงสั่นเครือ "สภาพศพ... ถูกสัตว์ป่ารุมทึ้งจนจำเค้าเดิมไม่ได้ แต่มีปิ่นหยกประจำตัวของพระชายาตกอยู่ข้างๆ"
หัวใจของเทียนอี้ราวกับถูกมือที่มองไม่เห็นบีบจนแตกสลาย "นางตายแล้ว... จริงๆ หรือ?"
"ท่านอ๋องอย่าทรงเศร้าโศกเลยเจ้าค่ะ" หลินอวี้เหนียง เดินเข้ามาประคองแขนเขา ใบหน้าแสร้งทำเป็นโศกเศร้า "นางปีศาจนั่นตายไป แผ่นดินจะได้สูงขึ้น ลูกของเราที่เสียไปจะได้ไปสู่สุขคติเสียที"
เทียนอี้สะบัดแขนออกอย่างแรงจนสนมหลินเซถลา เขามองนางด้วยแววตาที่น่ากลัวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน "ลูกของเราตาย... ข้าเสียใจ แต่ทำไม... ทำไมข้าถึงรู้สึกเหมือนข้าเพิ่งทำผิดพลาดครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิตลงไป!"
เขารู้สึกถึงความว่างเปล่าที่กัดกินใจ มนต์เสน่ห์ที่อาจารย์กัวเคยทำไว้เริ่มเสื่อมคลายลงช้าๆ เมื่อร่างที่เป็นต้นเหตุของความริษยาหายไป แต่ความจริงยังคงถูกฝังลึกใต้กองหิมะ
ห้าปีต่อมา: หมู่บ้านกลางหุบเขาเมฆา
ห้าปีช่างยาวนานพอที่จะเปลี่ยนยอดหญิงงามให้กลายเป็นท่านหมอหญิงผู้ลึกลับ ไป๋ลู่เซียนใช้ชื่อใหม่ว่า 'แม่นางไป๋' นางอาศัยอยู่ในกระท่อมยาเรียบง่ายที่ตีนเขา เลี้ยงชีพด้วยการรักษาชาวบ้านและเก็บสมุนไพรป่า
"ท่านแม่! ดูนี่สิข้าจับปลามาได้ตั้งสามตัว!"
เสียงใสๆ ของเด็กชายวัยห้าขวบดังขึ้นพร้อมกับร่างป้อมๆ ที่วิ่งกระหืดกระหอบมาหา หลี่เสี่ยวซาน เด็กน้อยผู้มีใบหน้าหล่อเหลาคมคายตั้งแต่อายุยังน้อย ดวงตาหงส์ที่ถอดแบบมาจากชินอ๋องหลี่เทียนอี้เปี๊ยบ จมูกโด่งรั้น และท่าทางองอาจที่ปิดไม่มิดแม้จะอยู่ในชุดผ้าป่านราคาถูก
"ซานเอ๋อร์ วิ่งช้าๆ หน่อยเถิด ลูกเจ็บแผลที่เข่ายังไม่หายดีนะ" ลู่เซียนวางตะกร้าสมุนไพรลงแล้วดึงลูกชายเข้ามากอด
"ข้าไม่เจ็บสักนิด! ข้าจะเป็นจอมยุทธ์ผู้ยิ่งใหญ่เพื่อปกป้องท่านแม่" เด็กน้อยยืดอก "ท่านแม่บอกว่าท่านพ่อเป็นแม่ทัพที่สู้จนตัวตายในสนามรบ ข้าก็จะเป็นเหมือนท่านพ่อ!"
คำพูดของลูกชายทำให้หัวใจของลู่เซียนกระตุกวูบ ทุกครั้งที่มองหน้าเสี่ยวซาน นางเห็นเงาของชายใจร้ายคนนั้นซ้อนทับอยู่เสมอ แต่นางก็ไม่เคยเล่าความจริงให้ลูกฟัง นางไม่อยากให้หัวใจที่บริสุทธิ์ของเด็กคนนี้ต้องเปื้อนไปด้วยความแค้น
"ใช่... พ่อของเจ้าเป็นคนเก่ง... แต่เขาจากเราไปนานแล้ว" นางลูบหัวลูกชายเบาๆ "ไปล้างหน้าล้างตาเสีย วันนี้แม่จะทำปลาเปรี้ยวหวานให้เจ้ากิน"
ขณะเดียวกัน ณ ทางหลวงมุ่งหน้าสู่ชายแดน
ขบวนเสด็จเรียบง่ายทว่าแฝงไปด้วยความน่าเกรงขามกำลังเคลื่อนผ่านป่าหมอก หลี่เทียนอี้ ในชุดฉลองพระองค์สีดำปักลายมังกรคาบแก้วประทับอยู่บนหลังม้าสีนิล ห้าปีที่ผ่านมาเขาเปลี่ยนไปมาก จากท่านอ๋องผู้สง่างามกลายเป็นบุรุษผู้เย็นชาและไร้หัวใจ เขาไม่เคยรับสนมเพิ่ม และแทบไม่เฉียดกรายไปที่ตำหนักของสนมหลินอีกเลย
"ท่านอ๋อง ข้างหน้าคือหมู่บ้านกลางหุบเขาเมฆาพ่ะย่ะค่ะ เราจะพักแรมที่นั่นก่อนเข้าเมืองชายแดน"
"อืม..." เทียนอี้ขานรับสั้นๆ สายตาคมกริบทอดมองไปที่ขุนเขาเบื้องหน้า หัวใจที่ตายด้านไปนานกลับเต้นผิดจังหวะอย่างประหลาด ราวกับว่ามีบางสิ่งบางอย่างที่เขาทำหายไปกำลังรอเขาอยู่ที่นั่น
"ลู่เซียน... หากเจ้ายังอยู่ เจ้าจะเกลียดข้าจนไม่อยากมาเข้าฝันกันเลยหรือ" เขากระซิบแผ่วเบาจนลมหนาวพัดพาเสียงนั้นหายไปในม่านหมอก
เขาไม่รู้เลยว่า อีกเพียงไม่กี่ชั่วยามข้างหน้า โชคชะตาที่เขาเคยทิ้งขว้างจะนำพานางและ 'ทายาท' ที่เขาสั่งประหารกลับมาอยู่ตรงหน้าเขาอีกครั้ง!
