บทที่ 2 นำความภูมิใจกลับถึงหมู่บ้าน 1/2
ส่วนเฟยซวนก็เดินไปทักทายบิดากับมารดาที่อยู่ข้าง ๆ ผู้เป็นย่าของตนเช่นกัน “ท่านพ่อ ท่านแม่ ข้าขอโทษด้วยนะขอรับที่ข้าไม่เลือกเป็นขุนนาง”
จางเจิ้นเอ่ยกับบุตรชายด้วยท่าทางสบาย ๆ ไม่ได้ผิดหวังกับสิ่งที่บุตรชายเลือกแต่อย่างใด “ไอหยา เจ้าจะขอโทษพ่อกับแม่ไปทำไมกันเล่าอาซวน นี่เป็นสิ่งที่เจ้าตัดสินใจเลือกด้วยตนเองแล้วมิใช่หรือ ก่อนจะเดินทางไปเมืองหลวงเจ้าเองก็บอกทุกคนไว้ ว่าจะช่วยซีซีขยายกิจการให้กว้างขวางต่อให้เจ้าจะไม่เข้าสอบพวกเราก็ไม่เคยคิดโทษเจ้าหรอกนะ”
“พ่อเจ้าพูดถูกถึงลูกแม่จะไม่เป็นขุนนางแต่เจ้ายังมีตำแหน่งบัณฑิตระดับจิ้นซื่อ ที่บ่งบอกว่าเจ้ามีฐานะสูงส่งกว่าคนสามัญทั่วไปมิใช่หรือ” นางเซี่ยกล่าวกับบุตรชายที่สร้างความภาคภูมิใจให้กับครอบครัวด้วยรอยยิ้ม
“ขอบคุณท่านพ่อท่านแม่ที่เข้าใจข้าขอรับ”
เพียงแต่ความภูมิใจที่บุตรหลานประสบความสำเร็จทั้งหน้าที่การงาน ยังถือว่าเป็นเรื่องเล็ก ๆ ไปทันทีเมื่อความสงสัยของผู้เฒ่าจางได้รับความกระจ่าง
“อาหยาง อาเหยา มีเรื่องหนึ่งที่พ่อไม่เข้าใจอยากให้พวกเจ้าสองคนช่วยอธิบายหน่อยได้ไหม”
“ท่านพ่อตาไม่เข้าใจเกี่ยวกับอันใดหรือขอรับ?”
“ก็เมื่อครู่ก่อนจะเข้ามาได้ยินกู้เฟิงกับม่ายเซียนเรียกซีซีว่า ‘ท่านหญิง’ มันหมายความว่าอย่างไรหรือ” ผู้เฒ่าจางถามออกไปตรง ๆ
พอทุกคนได้ยินคำถามของผู้เฒ่าคนที่ไม่รู้ก็สงสัยอยากรู้ด้วยทันที ส่วนคนที่รู้ก็ช่วยเฟิงหยางตอบคำถามกันยกใหญ่
“เรื่องนี้เองหรอกหรือขอรับท่านปู่ ข้าขอเตือนให้ท่านปู่ ท่านย่า ท่านพ่อและท่านแม่ตั้งสติให้ดี ๆ กับคำตอบที่จะได้รับเสียตอนนี้ดีกว่า หากพวกท่านไม่เตรียมตัวเกรงว่าพอได้ฟังจะเป็นลมล้มพับเอาได้นะ” เฟยซวนเอ่ยก่อนใคร
“เหตุใดเจ้าถึงพูดเหมือนกับเป็นเรื่องคอขาดบาดตายไปได้เล่าอาซวน ถ้าเจ้าไม่อยากพูดก็ให้คนอื่นพูดแทนก็แล้วกัน” จางเจิ้นหมั่นไส้บุตรชายที่ทำเหมือนเป็นเรื่องใหญ่ถึงชีวิต
“เอาล่ะ ๆ ทุกคนไม่ต้องเถียงกันไปมานะเจ้าคะความสงสัยของท่านตาซีซีจะเป็นคนตอบเอง ท่านตาคำที่ท่านได้ยินกู้เฟิงกับม่ายเซียนใช้เรียกซีซี ความหมายของมันก็ตรงตัวอยู่แล้วนะเจ้าคะ
เพราะยามทำงานอยู่ที่เมืองหลวงซีซีได้ช่วยเหลือพี่ชายคนหนึ่งไว้ และพวกเราก็ทำความรู้จักจนสนสนิทสนมกัน พอได้พบเจอคนในครอบครัวของพี่ชายท่านนั้นทุกคนต่างรักใคร่และเอ็นดูซีซีอย่างมาก
จนกระทั่งความลับที่พวกเราไม่เคยรู้ได้เปิดเผยในวันที่เปิดกิจการโรงหมอของตระกูลจาง ว่าแท้จริงแล้วคนที่ซีซีช่วยเหลือคือพระโอรสของฮ่องเต้ ด้วยพระเมตตาพระองค์จึงรับซีซีเป็นบุตรบุญธรรม
และพระราชทานแต่งตั้งให้เป็นอวิ๋นเยว่เซวี่ยนจวินหรือที่ทุกคนมักจะเรียกว่าท่านหญิง ทั้งนี้ยังมีป้ายหยกประจำตัวพร้อมทหารองครักษ์อีกสิบคน ตอนนี้ตระกูลจางมิได้มีเพียงขุนนางแต่ยังมีท่านหญิงอย่างซีซีด้วยนะ คิ ๆ ๆ”
“หา!! /อะไรนะ!! /บุตรบุญธรรมของฮ่องเต้!! /ซีซีเป็นท่านหญิงรึ!!”
“นะ นะ นี่ตระกูลจางของข้าในชาติก่อนเคยทำบุญด้วยอันใดกันแน่ ชาตินี้ถึงมีบุตรหลานช่วยส่งเสริมตระกูลที่ต่ำต้อยกลายเป็นตระกูลชั้นสูงได้”
“ละ ละ หลานสาวของข้าเป็นถึงบุตรบุญธรรมของฮ่องเต้เชียวหรือนี่ อาเอินเจ้าว่าพวกเรากำลังฝันกลางวันกันอยู่ใช่ไหม” จางเจิ้นตะลึงจนไม่อยากเชื่อว่าสิ่งที่ได้ยินจะเป็นเรื่องจริง
นางเซี่ยยิ้มกว้างจับมือสามีและตอบคำถามด้วยการหยิกไปที่แขนของเขาแรง ๆ
หมับ “โอ๊ย ๆ ๆ อาเอินเจ้าหยิกข้าทำไม...อูย เจ็บนะ”
“อ้าว ข้าก็ช่วยยืนยันกับท่านพี่อยู่นี่อย่างไรล่ะ ว่ากำลังอยู่ในความฝันหรือว่าอยู่ในโลกของความจริง ตอนนี้ได้คำตอบแล้วหรือยังเล่า ฮึ”
“ฮ่า ๆ ๆ ท่านลุงข้าขอยืนยันนอนยันกับพวกท่านว่าเรื่องที่ซีซีกลายเป็นบุตรบุญธรรมของฮ่องเต้ และยังมีตำแหน่งท่านหญิงขั้นสูงสุดคือเรื่องจริงแน่นอนขอรับ” จื่อหานเห็นท่าทางไม่เชื่อของผู้เป็นลุงจึงต้องช่วยยืนยันอีกคน
แม้แต่เฟิงหยางกับซูเหยาที่ถูกสายตาหลายคู่จ้องมองเพื่อขอคำยืนยัน ทั้งสองยังอดยิ้มพร้อมกับพยักหน้าว่าคือเรื่องจริงตอบกลับไป คราวนี้คนที่เพิ่งได้รับรู้ข่าวดีของอวิ๋นซีถึงกับคุกเข่าโขกศีรษะกล่าวสรรเสริญฮ่องเต้กันยกใหญ่
“โอ้ ขอบพระทัยฝ่าบาทที่ทรงมีพระเมตตากับบุตรหลานของข้าผู้นี้ พวกเราตระกูลจางขอสัญญาว่าจะหมั่นทำความดีและทำสิ่งที่มีประโยชน์ต่อบ้านเมืองจนกว่าชีวิตจะหาไม่”
“ขอฝ่าบาททรงพระเจริญหมื่นปี หมื่นปี หมื่น หมื่นปี”
“ทุกคนเจ้าคะไหน ๆ วันนี้พวกเราได้กลับมาอยู่พร้อมหน้ากันแล้ว ยกเว้นพี่หรงจวินที่กำลังทำหน้าที่ขุนนางให้กับราชสำนัก ซีซีว่าเรามาฉลองให้กับการเลื่อนสถานะของตระกูลดีหรือไม่เจ้าคะ” อวิ๋นซีเห็นว่าทุกคนกำลังอยู่ในอารมณ์ที่มีความสุข จึงชักชวนทำสิ่งที่คนในครอบครัวจะได้ทำร่วมกัน
“ข้าเห็นด้วยขอรับ พวกเราควรฉลองให้กับเรื่องดี ๆ ที่ตระกูลจางได้รับ”
เฟยซวนย่อมสนับสนุนเพราะอาหารที่อยากกิน “ข้าก็ด้วย ๆ”
“ดี! พวกเรามาฉลองต้อนรับสิ่งดี ๆ ที่เข้ามาสู่ตระกูลจางกัน” ผู้เฒ่าจางไม่คัดค้านความต้องการของบุตรหลานอยู่แล้ว ในเมื่อทุกอย่างที่ได้มาล้วนเป็นสิ่งที่ดีทั้งสิ้น
“วู้ ๆ ๆ ท่านแม่ซีซีจะกินหม้อไฟเจ้าค่ะ”
“ท่านแม่ข้าก็อยากกินผัดเปรี้ยวหวานขอรับ”
“ท่านอา ๆ ของข้าเป็นปลาราดพริกนะขอรับ”
“ได้ ๆ ๆ พวกเจ้าอยากกินอะไรต้องได้กินดีหรือไม่”
“ฮ่า ๆ ๆ”
บรรยากาศของความสุขยามได้อยู่ร่วมกันหลาย ๆ คนกลับมาอีกครั้ง ถึงแม้ครั้งนี้จะขาดหรงจวินผู้ที่กำลังทำตามความฝันในการเป็นขุนนางของตน การเฉลิมฉลองให้กับความสำเร็จของกิจการก่อสร้างถือว่าเป็นเพียงก้าวแรกของตระกูลจางเท่านั้น
เพราะหลังจากนี้ถึงจะเป็นการเผชิญกับความจริงเกี่ยวกับจิตใจของคน ซึ่งอวิ๋นซีได้วางแผนไว้ว่าจะเพิ่มพูนความรู้ให้กับครอบครัวเพื่อใช้ในการเจรจายามมีคนต้องการมาเป็นคู่ค้า หากพวกเขามองคนที่เข้าหาไม่ขาดจะกลายเป็นฝ่ายตนเองที่ต้องแบกรับปัญหาทันที