บทที่ 1 นำความภูมิใจกลับถึงหมู่บ้าน 1/1
การเดินทางเข้าเมืองหลวงเพื่อทำงานตามสัญญาจ้างได้เสร็จสิ้นแล้ว และญาติผู้พี่อย่างจางหรงจวินก็สอบเป็นขุนนางได้อย่างที่ทุกคนหวังเอาไว้ ทั้งยังได้รับภารกิจสำคัญทันทีที่เข้ารับตำแหน่งขุนนางในกรมโยธา
ส่วนตัวของอวิ๋นซีผู้ได้รับความเอ็นดูจากผู้มีอำนาจสูงสุดในวังหลวง และนางยังเป็นผู้มีพระคุณทำให้องค์ชายสิบกลับมาเดินได้เหมือนเดิมอีกครั้ง สิ่งที่ทำให้อวิ๋นซีมีผู้คนเอ็นดูนางคงเป็นเพราะความซื่อตรงและช่างจำนรรจา รวมถึงความเฉลียวฉลาดเรื่องการทำงานเพื่อหาเงินเลี้ยงดูครอบครัว
ตั้งแต่เริ่มออกเดินทางกลับหมู่บ้านชิงสุ่ยขบวนของอวิ๋นซีไม่ได้ชักช้าอย่างเช่นครั้งก่อน เนื่องจากไม่มีวัสดุจำนวนมากบนรถลากที่นางเก็บเข้ามิติไปหลายวันแล้วนั่นเอง
แต่ระหว่างการเดินทางยามผ่านเขตตำบลเล็ก ๆ หรืออำเภอต่าง ๆ อวิ๋นซีจะให้คนของตนนำป้ายประกาศการรับสมัครคู่ค้าไปแปะบนกระดาน ใครที่สนใจจะได้ตามไปพบนางที่หมู่บ้านชิงสุ่ย
“ลูกพ่อเจ้าคิดว่ายามพวกเรากลับไปถึงหมู่บ้านจะมีคนเดินทางไปสมัครเป็นคู่ค้ากับพวกเรามากหรือน้อยล่ะ” เฟิงหยางเอ่ยถามบุตรสาวเมื่อผ่านเขตเมืองเซิงโจว
“อืม ซีซีคิดว่าน่าจะมีคนมาสมัครเป็นคู่ค้ากับเราหลายคนนะท่านพ่อ ถ้าพวกเขาอยากให้กิจการของตนมั่นคงและมีรายได้เข้ามาอย่างสม่ำเสมอ ส่วนคนที่คิดไม่ได้และยังอยากกำจัดพวกเราก็ใช่ว่าจะไม่มีเสียเมื่อไหร่”
“เรื่องคนที่เกลียดกิจการของพวกเราข้าคิดว่าคงจะเริ่มเผยตัวตน หรืออาจจะรอหลังจากพวกเรากลับไปถึงหมู่บ้านชิงสุ่ยเรียบร้อยแล้ว หรือบางทีคงมีปะปนมากับคนที่สนใจก่อนจะลงมือสร้างความวุ่นวายก็ได้นะขอรับท่านพ่อ” จื่อหานบอกถึงความคิดของตนที่คาดว่าอาจเกิดขึ้นได้จริงกับบิดา
ซูเหยาได้ยินบุตรชายพูดเช่นนั้นก็รู้สึกเป็นห่วงบุตรสาวอย่างช่วยไม่ได้ “หากเป็นเช่นที่อาหานพูดมาก็เป็นอันตรายกับซีซีน่ะสิ ท่านพี่ อาเฟย อาหาน พวกเจ้าต้องคิดหาวิธีป้องกันไม่ให้เกิดอะไรกับซีซีนะ”
“ท่านอาท่านอย่าห่วงไปเลยท่านอย่าลืมสิว่านอกจากคนของเราแล้ว ยังมีองครักษ์จากฮ่องเต้ที่การต่อสู้เก่งกาจมีความสามารถไม่แพ้กันคอยปกป้องคุ้มครองซีซีอยู่อีกหลายคนนะขอรับ” เฟยซวนรีบกล่าวเพื่อปลอบใจผู้เป็นอาของตนเพื่อมิให้นางวิตกกังวลจนเกินไปนัก
“พี่เฟยซวนพูดถูกแล้วเจ้าค่ะท่านแม่ต่อให้คนที่มาหาเรื่องพวกเราจะมีใครหนุนหลังอยู่ก็ตาม ซีซีก็รับมือได้และจะสนองคืนกลับไปอย่างสมน้ำสมเนื้อ และจะไม่ใช้อำนาจในฐานะท่านหญิงกลั่นแกล้งรังแกผู้ใดก่อนแน่นอน ท่านแม่ทำใจให้สบายดีกว่านะเจ้าคะ” อวิ๋นซีเข้าใจความห่วงใยที่มารดามีให้กับตนแต่คนที่มีอาชีพคล้าย ๆ กันจุดอ่อนของพวกเขามีอยู่ไม่กี่อย่างถ้านางจะสั่งสอนก็ง่ายเหมือนพลิกฝ่ามือ
“อาเหยาเจ้าก็เชื่อใจลูก ๆ เถิดนะถ้าหากมีสิ่งใดที่เกินกำลัง พวกลูก ๆ ย่อมมาขอความช่วยเหลือจากเราเองนั่นแหละ”
“ก็ได้เจ้าค่ะท่านพี่ข้าจะไม่คิดมากเกี่ยวกับเรื่องนี้อีก”
เมื่อทำความเข้าใจกันเรียบร้อยการเดินทางก็กลับมาเป็นเหมือนเดิม นอกจากการอ่านตำราแก้เบื่อแล้วยังมีการวาดผังกิจการ ที่จื่อหานกับเฟยซวนอยากจะขยายสาขาไปยังเมืองใกล้ ๆ เป็นอันดับแรก
เนื่องจากยังพอมีเวลาที่ชาวบ้านจะได้ซื้อวัสดุไปซ่อมแซมบ้านของตน อย่างน้อยมีห้องกันความหนาวเย็นอยู่กับครอบครัว ก่อนต้องหยุดทุกอย่างลงยามฤดูแห่งความหนาวเหน็บมาเยือน
ระยะเวลาการเดินทางเกือบหนึ่งเดือนในที่สุดขบวนรถม้าของอวิ๋นซีก็ผ่านเข้ามาในหมู่บ้านชิงสุ่ย ซึ่งเป็นช่วงเวลาปลายยามเว่ยพอดีกับที่ผู้เฒ่าจาง กำลังจะก้าวเท้าข้ามธรณีประตูเข้าไปภายในเรือนก็ได้ยินเสียงเล็ก ๆ อันคุ้นเคยเรียกเขาเอาไว้
“ท่านตา ๆ ซีซีกลับมาแล้วเจ้าค่าท่านตา...”
“ท่านตาพวกเรากลับมาแล้วขอรับ...”
“ท่านปู่...”
ผู้เฒ่าจางพอมองเห็นศีรษะและมือน้อย ๆ ของหลานสาวที่ยื่นออกมาจากรถม้า จากที่ยืนนิ่งก็รีบสาวเท้าไปรอรับหลานสาวทันทีที่รถม้าหยุดนิ่ง
“โอ้ ซีซีของตากลับมาแล้วรึ มา ๆ ๆ ตาจะอุ้มเจ้าลงมาเอง”
“ฮ้ายย อาหานดูท่านปู่สิอุ้มแต่ซีซีจนลืมพวกเราสองคนไปเสียแล้ว”
“เอาน่าพี่เฟยซวนก็ใครใช้ให้ท่านกับข้าเกิดมาเป็นบุรุษกันล่ะ ใช่ว่าจะมีแค่ท่านตาที่รักและเอ็นดูซีซีคนเดียวเสียเมื่อไหร่กัน ข้าพูดถูกไหม หึ ๆ ๆ”
สองคนสุดท้ายที่ลงจากรถม้าก็เอ่ยทักทายผู้เฒ่าจางด้วยรอยยิ้มที่มีความสุขยิ่งกว่าเดิม
“ท่านพ่อ /ท่านพ่อตา”
ผู้เฒ่าจางที่มองค้อนให้กับหลานชายทั้งสองของตนก็ไม่ได้พูดอันใด แต่เพียงแค่หันไปทางบุตรสาวกับบุตรเขยก็อดจะดีใจด้วยไม่ได้ ที่ยามนี้คนที่เคยนั่งรถเข็นกลับมายืนได้อย่างมั่นคงแล้ว
“หือ อาหยางขาของเจ้าหายดีแล้วเช่นนั้นรึ”
“ใช่ขอรับท่านพ่อตาข้าเพิ่งเดินได้คล่องก่อนจะเดินทางกลับหมู่บ้านไม่นานเท่าใดขอรับ” เฟิงหยางตอบพ่อตาของตนด้วยน้ำเสียงที่จริงจังเพื่อยืนยันว่าตนหายดีแล้วจริง ๆ
“ดี ๆ ๆ เจ้าหายเป็นปกติแล้วถือว่าเป็นเรื่องที่ดีสำหรับเจ้าไม่น้อย ไป ๆ เข้าไปพักในเรือนกันเถิดเดินทางไกลมานานคงจะเพลียไม่น้อย”
“ขอรับ /เจ้าค่ะ”
“กู้เฟิง ม่ายเซียน พวกเจ้าสองคนช่วยพาพวกซือเฉินไปดูที่พักด้วยนะ เรื่องอาหารการกินกับเสื้อผ้าที่พวกเขาทั้งเจ็ดคนต้องใช้ช่วยจัดการแทนข้าด้วย”
“รับทราบขอรับท่านหญิง /รับทราบเจ้าค่ะท่านหญิง”
ผู้เฒ่าจางสะดุดและเลิกคิ้วอย่างแปลกใจกับคำเรียกขององครักษ์ที่มีต่อหลานสาวคนเก่งของตน และแอบสงสัยอยู่ลึก ๆ ว่ายามบุตรหลานอยู่ที่เมืองหลวงเกิดเหตุการณ์อันใดขึ้นหรือไม่
ภายในโถงรับรองนางจิ้งซื่อนั่งพักและพูดคุยกับบุตรชายที่กลับมาถึงก่อนอวิ๋นซีเพียงไม่กี่วัน เพราะอยู่ใกล้กว่าแต่เรื่องเล่ายังคงมีให้พูดถึงไม่หมด เนื่องจากความงดงามของจวนตระกูลจ้าวที่เมืองเหออัน ทำให้จางเจิ้นได้ลูกค้าที่จองลำดับการสร้างจวนมาเพิ่มอีกหลายคน
สองแม่ลูกได้ยินเสียงหัวเราะของสามีและบิดาใกล้เข้ามาจึงหันไปมองพร้อม ๆ กัน เมื่อคนที่เดินเข้ามาคือคนที่เดินทางไปเมืองหลวงยามนี้กลับมาแล้ว นางจิ้งซื่อรีบลุกขึ้นรับเอามือของบุตรสาวมากุมไว้อย่างโล่งอก
“อาเหยาลูกแม่พวกเจ้ากลับมาถึงตั้งแต่เมื่อใดกัน เป็นอย่างไรบ้างไม่มีอะไรเกิดขึ้นระหว่างเดินทางใช่ไหม”
“ท่านแม่พวกเราเพิ่งมาถึงและการเดินทางก็ราบรื่นดีมากเจ้าค่ะ”
“ดี ๆ ๆ พวกเจ้าปลอดภัยกลับมาก็ดีแล้วล่ะ”