บทที่ 7 รับคนงานและตอบแทนบุญคุณ 1/1
อวิ๋นซีนั่งขบคิดวางแผนเกี่ยวกับการขยายกิจการจนเสร็จเรียบร้อย จื่อหานกับเฟยซวนก็วิ่งกระหืดกระหอบกลับมายังศาลากลางน้ำอีกครั้ง พร้อมกับวางตั๋วเงินค่ามัดจำสินค้าที่เพิ่งได้รับจากคู่ค้าทั้งสามลงบนโต๊ะทั้งหมด
ปึก! แฮ่ก ๆ ๆ
“หือ พวกท่านสองคนวิ่งหนีอันใดมา? หรือว่าพูดไม่เข้าหูท่านลุงถึงได้กลับมาหาซีซีใช่ไหมเจ้าคะ?”
“อึก ใช่ที่ไหนกันล่ะน้องพี่ตอนนี้ท่านลุง ท่านพ่อและท่านตากำลังช่วยกันตรวจดูวัสดุที่เหลือต่างหาก” จื่อหานตอบอวิ๋นซีทั้งที่ยังไม่หายเหนื่อย
“เป็นอย่างที่อาหานบอกเจ้าพวกเราสองคนมิได้หาเรื่องท่านลุงของเจ้า แต่ที่รีบวิ่งมาหาเป็นเพราะกองตั๋วเงินบนโต๊ะนี่ต่างหากล่ะซีซี” เฟยซวนพยายามหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะช่วยยืนยันคำพูดของจื่อหานอีกคน
อวิ๋นซีมองไปยังตั๋วเงินที่ญาติผู้พี่บอกกับตนก็หยิบมานับดูผ่าน ๆ และยกยิ้มอย่างพึงพอใจกับการเริ่มต้นขยายฐานการค้าของกิจการ
“ว้าว นี่รวม ๆ แล้วน่าจะมากกว่าหนึ่งหมื่นตำลึงนะเจ้าคะพี่ใหญ่ พี่เฟยซวน แค่เวลาสั้น ๆ เราก็ทำเงินได้เยอะเพียงนี้แล้วหรือนี่”
“ก็ใช่น่ะสิ แค่คู่ค้าสามคนยังทำเงินได้มากมายแล้วหากเรามีคู่ค้าในเมืองอื่น ๆ เพิ่มจะไม่ได้มากกว่านี้หลายเท่าหรอกหรือซีซี” เฟยซวนชื่นชอบมากยามได้คิดคำนวณยอดเงินที่ได้รับจากคนที่ซื้อสินค้าจากกิจการของตระกูล
จื่อหานที่จำได้ว่าน้องสาวเคยพูดถึงอีกเรื่องหนึ่งกับหัวหน้าหมู่บ้านไว้ก่อนออกเดินทาง จึงลองถามอวิ๋นซีดูว่านางยังจำได้หรือไม่กับเรื่องดังกล่าว
“ซีซีตอนนี้การรับสมัครคู่ค้าก็ได้เริ่มลงมือทำจริง ๆ แล้ว ว่าแต่ที่เจ้าเคยบอกหัวหน้าหมู่บ้านไว้เมื่อหลายเดือนก่อนยังจำได้หรือไม่เล่า”
อวิ๋นซีทำหน้าฉงนและพยายามนึกถึงเรื่องที่พี่ชายเอ่ยถามกับนาง ไม่นานก็ดีดนิ้วเมื่อนึกขึ้นมาได้ว่านางย่อมไม่ลืมว่าเคยพูดสิ่งใดไว้
“อ้อ เรื่องที่ซีซีพูดก่อนออกจากหมู่บ้านใช่หรือไม่ แน่นอนว่าต้องจำได้เพราะซีซีเพิ่งวางแผนงานเกี่ยวกับเรื่องนี้เสร็จก่อนพวกพี่ทั้งสองจะมาพอดี ประเดี๋ยวรอท่านตา ท่านลุงกับท่านพ่อกลับมาค่อยหารืออีกทีเจ้าค่ะ”
“อืม พี่คิดว่าเป็นสิ่งที่ดีถ้าคนในหมู่บ้านชิงสุ่ยจะได้ทำงานร่วมกับเรานะ เพราะทุกคนอยู่ร่วมกันโดยไร้ซึ่งความอิจฉาริษยาหรือเห็นแก่ตัว มีเรื่องอันใดก็คอยช่วยเหลือแก้ไขปัญหาร่วมกันมาตลอด” เฟยซวนที่คุ้นเคยกับคนในหมู่บ้านมากกว่าอวิ๋นซีกับจื่อหาน ก็คิดเหมือนกับอวิ๋นซีเรื่องการเปิดรับคนงาน
“ซีซีแล้วคนที่เคยยื่นมือช่วยเหลือพวกเราตอนอยู่ที่หมู่บ้านหวงถูล่ะ ถึงจะมีไม่กี่คนแต่อย่างไรพวกเขาก็เคยช่วยไว้ ถ้าหากเราจะหยิบยื่นการมีงานทำให้พวกเขามีเงินไปจุนเจือครอบครัวก็ดีไม่น้อยนะ”
“พี่ใหญ่ไม่ต้องห่วงซีซีก็คิดจะรับพวกเขามาทำงานด้วยเช่นกันเจ้าค่ะ แต่ระยะทางคงไม่เหมาะกับการเดินทางไปกลับ ซีซีคิดว่าจะให้ชาวบ้านช่วยกันสร้างเรือนพักไว้ก่อน หลังจากรับคนหมู่บ้านหวงถูมาทำงานก็ให้พักที่นี่ และมีวันหยุดให้เดือนละครั้งเพื่อกลับไปเยี่ยมครอบครัวพวกท่านว่าดีไหมเจ้าคะ”
เฟยซวนคิดตามที่อวิ๋นซีพูดก็พยักหน้าช้า ๆ เพราะถือว่าที่นางทำคือสิ่งที่ควรทำและไม่ได้เอาเปรียบผู้ใด
“พี่เห็นด้วยนะวันหยุดเดือนละหนึ่งครั้ง แต่พอถึงวันเทศกาลสำคัญค่อยหยุดเพิ่มให้ก็ได้”
“เช่นนั้นเราค่อยบอกเรื่องนี้กับทุกคนอีกครั้งนะพี่ใหญ่ พี่เฟยซวน แต่ตอนนี้ควรจัดการกับตั๋วเงินตรงหน้าก่อนดีไหมเจ้าคะ” จื่อหานไม่คัดค้านเพราะคือสิ่งที่ตนกับครอบครัวทำนั้นเป็นเรื่องที่สมควรทำอยู่แล้ว
“เดี๋ยวซีซีเก็บใส่ถุงเงินไว้แล้วค่อยจ่ายค่าแรงให้ทุกคนอีกทีนะเจ้าคะ”
“พวกพี่แล้วแต่ซีซีจะจัดการเถิด”
เมื่ออวิ๋นซีเก็บตั๋วเงินไว้แล้วทั้งสามคนพี่น้องจึงนั่งพูดคุยเรื่องหรงจวินและองค์ชายสิบ ซึ่งทางหรงจวินนั้นยังไม่มีข่าวว่าพบเจอปัญหาในยามนี้ ส่วนองค์ชายสิบได้มีจดหมายถึงอวิ๋นซีผ่านองครักษ์ ว่าตนเองได้กลับเข้ากองทัพและเริ่มฝึกร่วมกับทหารคนอื่นแล้วเช่นกัน
แม้จะเป็นกังวลแต่อวิ๋นซีก็เชื่อว่าองค์ชายสิบสามารถเอาตัวรอดได้ เพราะการกลับเข้ากองทัพอีกครั้งย่อมเตรียมการป้องกันไว้เป็นอย่างดี ด้านญาติผู้พี่ของนางหากพบปัญหาคงมีจดหมายมาถึงครอบครัวเอง