Chapter 3 ความลับของชนินทร์
Chapter 3
ความลับของชนินทร์
สิ่งที่ดาหลาเกลียดที่สุดคือการที่ทุกคนพูดว่าเธอเป็นลูกแม่บ้าน เธอเกลียดการทำงานบ้าน เกลียดการทำความสะอาดทุกแขนง
พยายามไต่เต้าใช้เงินประกันจากการเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุทางเรือของพ่อและแม่มาจุนเจือดูแลตัวเอง ทั้งยังมีเงินสมทบจากพ่อของชนินทร์ที่เป็นเจ้าของรีสอร์ตที่พ่อกับแม่เธอทำงานอยู่มาช่วยดูแล
เธอเก่งและสวย..นี่ทำให้ดาหลามาอยู่จุดสูงสุดในวงการบันเทิงได้ แต่ความสุขนั้นกลับไม่จีรังยั่งยืน
เพราะคลิปหลุดนั่น...คลิปหลุดนั่นทำให้ชีวิตเธอจบลง!
กลางแสงแดดยามบ่าย ดาหลากำลังทำความสะอาดโต๊ะอาหารด้านนอกที่ตั้งอยู่ริมชายหาด มือของเธอเหนียวเหนอะไปด้วยเศษอาหารและคราบมันที่ล้างไม่ออกง่าย ๆ เหงื่อหยดลงข้างแก้ม แต่เธอไม่มีเวลาจะสนใจมัน
แม้ปกติจะเกลียดการทำความสะอาดมาก แต่ไม่รู้ว่าในคราวนี้ทำไมเธอถึงสามารถทำได้เพลิน ๆ โดยที่ไม่รู้สึกอะไรเลย เพราะในหัวมีความเครียดอยู่มาก การทำความสะอาดในเวลานี้จึงเหมือนเป็นการผ่อนคลายสำหรับเธอ
เสียงฝีเท้าหนักแน่นดังขึ้นเบื้องหลัง เธอไม่ต้องหันกลับไปดูก็รู้ว่าเป็นใคร
“ทำให้มันสะอาดๆ หน่อย ไปเป็นคุณนายในเมืองกรุงแค่ไม่กี่ปีเรี่ยวแรงหายไปไหนหมด หืม?”
น้ำเสียงเย้ยหยันของนายหัวชนินทร์ดังขึ้น
ดาหลาหยุดมือและหันกลับไป เธอพยายามข่มความโกรธที่ตีขึ้นในอก
“หนูก็ทำเต็มที่แล้ว”
“เต็มที่? อย่าตลกนักสิ ดูก็รู้ว่าทำแบบขอไปที”
เขาพูดพลางกวาดตามองโต๊ะที่ยังมีรอยเปื้อนหลงเหลืออยู่
คนตัวเล็กเม้มปากแน่น เธอไม่อยากตอบโต้เพราะรู้ว่ามันไม่มีประโยชน์ แต่ความอดทนของเธอก็ใกล้จะหมดลง
“ถ้าคุณนินทร์ไม่พอใจ ก็มาทำเองสิคะ” เธอพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา
ชนินทร์หัวเราะในลำคอ สายตาคมแฝงความเย้ยหยัน
“อย่ามาประชด เธอทำตัวเองให้ตกต่ำ แล้วหนีมาอยู่ที่นี่โดยไม่มีที่ไป ฉันจะปล่อยเธอให้ใช้ชีวิตสบาย ๆ ที่นี่เหรอ? ฝันไปเถอะ”
คำพูดของเขาเหมือนตบหน้าเธอแรง ๆ ดาหลารู้สึกเหมือนถูกบีบจนแทบหายใจไม่ออก
“คุณนินทร์เกลียดหนูขนาดนั้นเลยเหรอคะ?” เธอถามออกมาด้วยเสียงสั่นไหว ดวงตากลมสวยฉายแววเจ็บปวด
แต่ไหนแต่ไรมาชนินทร์ก็ไม่เคยเห็นจะชอบขี้หน้าเธอ มันไม่ใช่พึ่งมาเป็นแต่เป็นมาตั้งแต่เล็กๆ แล้ว ทำไมจะต้องคอยเฝ้ารังแกเธอที่เป็นลูกของแม่บ้าน เธอไม่ได้มีบทบาทอะไรสำคัญกับคนในตระกูลชมลวรวรรณเลยสักนิด
“ฉันไม่ชอบผู้หญิงที่ทำตัวไร้ค่า คลิปหลุดของเธอมันอื้อฉาวไปทั้งเมือง”
คำพูดนั้นเหมือนคมมีดที่กรีดลงกลางใจ ดาหลากลั้นน้ำตาไว้แน่น แต่ในหัวกลับมีคำถามที่เธอเองก็ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงอยากรู้
“แล้วคุณนินทร์รู้ได้ยังไงว่าในคลิปนั่นคือหนู? คุณเชื่อทุกสิ่งจากโลกโซเชียลง่าย ๆ เลยอย่างนั้นเหรอคะ?”
เขาเงียบไปชั่วขณะ แต่สายตายังคงเย็นชา
“คนในคลิปมันคือเธอนี่ นอนครางให้ผู้ชายเอาอยู่ถึงสองคนยังจะกล้าปฏิเสธอีกรึไง”
คนตัวเล็กแค่นขำในลำคอ เสียงหัวเราะนั้นเต็มไปด้วยความขมขื่น
“งั้นก็เชิญคุณนินทร์เกลียดหนูต่อไปเถอะค่ะ เพราะหนูคงไม่มีทางพิสูจน์อะไรให้คนแบบคุณเชื่อได้”
เธอวางผ้าขี้ริ้วลงบนโต๊ะอย่างแรง ก่อนจะเดินหนีไป ปล่อยให้ชนินทร์ยืนมองเธอด้วยความรู้สึกบางอย่างที่เริ่มก่อตัวขึ้น อาจจะเป็นความรู้สึกผิดรึเปล่านะ?
ในคืนนั้น
นายหัวชนินทร์นั่งอยู่บนเก้าอี้ในห้องทำงาน ภายในรีสอร์ตหรูส่วนตัว มองออกไปยังทะเลที่สะท้อนแสงจันทร์ ในหัวเขายังวนเวียนถึงคำพูดของดาหลา
“คุณนินทร์รู้ได้ยังไงว่าหนูผิด?”
คำพูดของดาหลามันดูเจ็บปวด หรือบางทีเขาไม่ควรเชื่อข่าวลือ?
แต่พฤติกรรมในอดีตของเธอก็ทำให้เขาประเมินในแง่ลบเอาไว้ก่อน
ลูกสาวแม่บ้านของรีสอร์ต...
เขาส่ายหน้า พยายามลบความคิดนั้นออกไป แต่กลับพบว่ามันยิ่งฝังแน่นในจิตใจ
ใช่แล้วล่ะ...ที่เขาเกลียดดาหลาเป็นเพราะว่าช่วงที่น้องสาวเขาเรียนอยู่ตอนมัธยมปลายซึ่งก็คือตอนมัธยมศึกษาปีที่สี่ ตอนนั้นเขาเรียนอยู่มหาวิทยาลัยปีสามแล้วกลับมาเยี่ยมบ้าน
ว่าที่คู่หมั้นของนาริน น้องสาวสุดที่รักของเขา... เขามารู้ภายหลังว่าสุดท้ายแล้วทางฝ่ายชายถอนหมั้นไปและนารินก็เสียใจมาก วันนั้นที่เขากลับมาที่รีสอร์ตหลังจากไปเรียนที่ต่างประเทศ
เขาเห็นดาหลายืนจูบอยู่กับผู้ชายคนนั้นริมทะเล...ไอ้วีรัน อดีตว่าที่น้องเขย แฟนสุดที่รักของยัยนาริน!
ก็เพราะเป็นแบบนี้ไงจะให้เขาทำตัวเป็นสุขอยู่ได้ยังไง ผู้หญิงเลี้ยงไม่เชื่อง...แว้งกัดเพื่อนสนิทตัวเอง
นี่เป็นสิ่งที่ชนินทร์เก็บครอบงำไว้ในจิตใจอยู่ตลอดเวลา ไม่คิดจะแพร่งพรายเรื่องนี้ให้ใครฟังเพราะสงสารนาริน น้องสาวของเขาช่างใสซื่อ ชนินทร์กลัวน้องสาวจะรับไม่ได้หากรู้เรื่องนี้
ตอนที่วีรันบอกเลิก น้องสาวเขาแทบเสียสติ กินไม่ได้ นอนไม่หลับ ตัดภาพมาที่ดาหลาลูกของแม่บ้านที่พ่อแม่เขาเอ็นดูเป็นอย่างมาก ทั้งยังสนิทกับนารินมาตั้งแต่ยังเล็ก เธอใช้ชีวิตอย่างปกติสุข ยิ้มหัวเราะได้บนความทุกข์ของเพื่อนสนิทตัวเอง
เขาเกลียดเธอ เกลียด!
เช้าวันต่อมา
“ไม่ไปไม่ได้เหรอยัยริน?” ดาหลามาส่งนารินที่ท่าเรือซึ่งตั้งอยู่หน้าเกาะส่วนตัวของชนินทร์
นารินบอกว่าจะออกจากเกาะประมาณหนึ่งสัปดาห์เพื่อไปทำธุระ
“ฉันนัดเดทล่วงหน้าเอาไว้นานแล้วน่ะสิ คงไม่ไปไม่ได้นะยัยดาหลา..”
นารินในชุดกางเกงยีนส์ขายาวกับเสื้อยืดสีขาวสบายๆ เอ่ยตอบเพื่อนรัก มือเล็กจับมือของดาหลาเพื่อนรักเอาไว้มั่น
“ไปแค่สัปดาห์เดียวก็กลับมาแล้ว ไม่ต้องกลัวเหงานะ ไปคุยเล่นกับยัยจอยก็ได้”
จอย เด็กสาววัยยี่สิบปี หลานของคุณหัวหน้าแม่บ้าน สวย หมวย อึ๋ม ยัยนี่ไม่ยอมไปเรียนในเมือง เลือกจะทำงานอยู่ที่เกาะแห่งนี้
“อืม...รีบกลับมานะ” ตอบเสียงเศร้า ดวงตากลมโตละห้อย พอไม่มีนารินอยู่ด้วยเธอมันก็เหมือนอยู่ตัวคนเดียว
“จ้ะ รอไม่กี่วันก็กลับมาแล้ว”
“ว่าแต่ที่บอกว่าไปเดทนี่ ไปเดทกับใครเหรอ?”
“อ๋อ แหะๆ ...วีรันไง เพื่อนร่วมห้องของเราสองคนตอนมอปลาย”
ได้ยินชื่ออดีตคู่หมั้นของเพื่อนรัก คนตัวเล็กก็ชะงักไปเล็กน้อย วีรันเป็นคู่หมั้นกับนาริน ทั้งคู่คบกันตั้งแต่สมัยเรียนมัธยม แต่ตั้งแต่วีรันได้เจอกับเธอที่เรียนอยู่ห้องข้าง ๆ วีรันก็ไม่สนใจนารินอีกแล้วมาตามจีบเธอแทน ดาหลาเป็นผู้หญิงที่สวยมาก สวยที่สุดในรุ่น... เป็นถึงดาวโรงเรียน
ไม่แปลกเลยที่วีรันจะปันใจมาให้ เพราะแม้ฐานะของวีรันกับนารินจะเหมาะสมกันมาก ดูเหมาะสมกันราวกับกิ่งทองใบหยก ธุรกิจต่อธุรกิจ เงินต่อเงิน ใครต่างก็ชมว่าเป็นคู่ที่เหมาะสม แต่นารินเป็นหญิงสาวหน้าตาน่ารักธรรมดา เธอไม่ค่อยชอบแต่งเนื้อแต่งตัวซึ่งนั่นทำให้ไม่ดึงดูดวีรันสักเท่าไหร่ เขาจึงปันใจหันมารักเพื่อนสนิทอย่างดาหลาแทน เพื่อนสนิทที่เป็นลูกของแม่บ้านภายในรีสอร์ตของนารินอีกที
“งั้นเหรอ กลับมาคบกันแล้วเหรอ ดีใจจังเลยนะ..”
ดาหลายิ้มบางเบาให้กับเพื่อนรัก นารินยิ้มอ่อนแต่ดวงหน้ามีความเขินอาย พวงแก้มขึ้นเป็นสีแดงระเรื่อ
“อื้ม ที่จริงก็เลิกกันไปสักพักนะ เพิ่งกลับมาคบกันเมื่อปีที่แล้วนี่เอง”
หลังจากเรียนจบแยกย้ายกันไปทำงานได้ประมาณสองถึงสามปี วีรันก็กลับมาเนื่องจากบ้านของเธอกำลังทำธุรกิจร่วมกับพ่อแม่ของเขา ทำให้สองครอบครัวต้องกลับมาพัวพันกันอีกครั้ง
นายหัวชนินทร์ที่ตอนนี้ขึ้นแท่นบริหารธุรกิจของตระกูลค้านหัวชนฝา แต่พ่อเขาก็ยังยืนยันว่าอยากจะให้นารินหมั้นหมายกับวีรัน
“ดีใจด้วยนะนาริน เธอรักวีรันมากเลยนี่”
ดวงหน้าสวยคม ดวงตากลมโตจ้องมองเพื่อนสนิท หัวใจของเธอวูบไหวเมื่อนึกถึงอดีต...
“อืม งั้นไปก่อนนะ เดี๋ยวจะเข้าเมืองสาย...”
เรือนร่างสวยของนารินเคลื่อนตัวเดิน เธออยู่ในชุดที่ดูธรรมดาไม่ใช่แบรนด์เนมอะไรแม้ว่าฐานะทางบ้านจะดีมาก ขาเรียวยาวก้าวขึ้นเรือสปีดโบ๊ทที่จอดรอเทียบท่าอยู่บริเวณหน้าเกาะ
“เฮ้อ ดีใจด้วยนะนาริน วีรัน ดีใจนะที่เห็นพวกเธอสองคนกลับมาคบกัน”
ดาหลาพึมพำ ส่งเพื่อนขึ้นเรือ โบกมือบ๊ายบายเสร็จก็เดินกลับเข้ามาที่รีสอร์ตหรูที่ตั้งอยู่ใจกลางเกาะซึ่งค่อนข้างไกลจากท่าเรือ
ภายในรีสอร์ตเป็นบังกะโลห้องแยก มีความส่วนตัวให้กับแขกแต่ละคน และบังกะโลแต่ละหลังก็มีสระว่ายน้ำส่วนตัวด้วย แน่นอนว่าดาหลาก็มาพักที่บังกะโลส่วนตัวนี้โดยมีนารินทำเรื่องให้และเธอไม่ต้องจ่ายค่าใช้จ่ายอะไรเลย
ดาหลาลำบากใจแต่นารินก็ยังยืนยันที่จะไม่คิดเงินเพื่อน
“หนูดาหลาจ๊ะ ป้าช่วยวานเอาน้ำส้มกับของว่างไปให้คุณชนินทร์ที่บังกะโลท้ายหาดหน่อยได้ไหม มันไกล แก่แล้วเดินไม่ไหว เดี๋ยวต้องไปทำความสะอาดให้บังกะโลของลูกค้าด้วย”
“ให้หนูเอาไปเหรอคะ...”
ร่างเล็กชะงักไปพลางมองถาดใส่น้ำส้มที่ถูกยื่นให้ ไม่ใช่ว่าขี้เกียจ แต่เธอแค่ไม่อยากไปเจอนายหัวชนินทร์จอมโหดนั่น
“ใช่จ้ะ แต่ถ้าหนูไม่สะดวก...”
ป้าแก้ว ป้าที่เห็นเธอมาตั้งแต่ยังเล็กกำลังจะใช้ให้เธอเดินไปท้ายหาด แต่ก็เกรงใจจึงชะงักไม่กล้าพูดต่อ
มือเล็กเอื้อมไปด้านหน้าแล้วแย่งถาดมาถือเอาไว้ในมือ
“เดี๋ยวหนูไปให้เองค่ะ ไม่ต้องเกรงใจนะคะใช้หนูได้เต็มที่เลย”
เธอพูดพร้อมกับถือถาดแล้วเดินจากไป เจ้านายแต่ละคนจะมีบังกะโลส่วนตัว ส่วนของนารินจะอยู่บริเวณ กลางหาดซึ่งตั้งไม่ไกลจากบังกะโลของลูกค้า ส่วนของนายหัวชนินทร์จะอยู่บริเวณท้ายหาด ซึ่งแน่นอนว่ามีความเป็นส่วนตัวสูงกว่าใคร ไม่ค่อยจะมีใครไปที่นั่นถ้าไม่ได้รับอนุญาต ถือว่าเป็นเขตหวงห้ามของนายหัวชนินทร์เลยก็ว่าได้
ร่างเล็กในชุดยูนิฟอร์มของพนักงานในรีสอร์ต เท้าเล็กที่สวมรองเท้าคัตชูสีขาวหัวตัดเดินย่ำทรายมาที่บังกะโลท้ายหาด
บังกะโลไม้สองชั้นที่ถูกตั้งไว้อย่างลับ ๆ เธอไม่เคยมาที่นี่เลยสักครั้ง...หากไม่ได้รับอนุญาตใครก็เข้ามาที่นี่ไม่ได้ทั้งนั้น
“เฮ้อ! เอาเถอะ ก็แค่เอาของว่างมาให้”
เธอลอบถอนหายใจกับตัวเองพร้อมกับเดินถือถาดขนมแล้วไปเคาะประตูบังกะโล
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
“นายหัวคะ หนูเอาถาดน้ำส้มกับขนมมาให้ค่ะ”
ไร้เสียงตอบรับ ภายในใจดวงน้อยคิดว้าวุ่นจะทำอย่างไรดี
แต่แล้วมือเล็กก็จับเข้าที่กลอนประตู ตัดสินใจเปิดเข้าไป เสียงประตูดัง แกร๊ก
ภายในบ้านที่เต็มไปด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้ราคาแพงว่างเปล่าไร้ซึ่งผู้คน ไม่มีใครอยู่ที่นี่เลย มองไปที่ห้องทำงานก็มีเพียงคอมพิวเตอร์ที่ถูกเปิดทิ้งเอาไว้
ทีวีตรงบริเวณห้องนั่งเล่นก็เปิดทิ้งเอาไว้ไม่ได้ปิด
“เอ๊ะ เขาหายไปไหนกันนะ หรือว่าจะหลับอยู่ที่ชั้นบน”
ดาหลาพึมพำกับตัวเอง เธอวางถาดลงที่โต๊ะหน้าทีวีซึ่งเป็นส่วนของห้องนั่งเล่น เรือนร่างเล็กเดินขึ้นไปบนชั้นสอง
“หรือว่าจะไม่สบาย...”
คิดเองเออเองพร้อมกับสาวเท้าเดินเข้าไป ร่างเล็กเดินมาหยุดอยู่ที่บริเวณหน้าห้องนอนชั้นสอง ประตูห้องนอนถูกแง้มเอาไว้
“นายหัวชนินทร์คะ....”
เธอกำลังจะเรียกเขาแต่แล้วก็ชะงักกับ ภาพที่ได้เห็นตรงหน้า ประตูที่ปิดไม่สนิทเผยให้เห็นร่างของหนุ่มสาวสองคนนอนคลอเคลียกันอยู่บนเตียงขนาดใหญ่ซึ่งมีผ้าปูที่นอนสีน้ำตาลเข้ากับเฟอร์นิเจอร์ไม้ครบเซ็ต
“อู้ย~ เบาสิคะ~ นายหัวขา มันใหญ่ จอยแน่นไปหมด”
