บท
ตั้งค่า

Chapter 11 แสงสว่าง

Chapter 11

แสงสว่าง

ร่างเล็กอรชรเดินมาจนถึงบังกะโลส่วนตัวของนายหัวชนินทร์ เป้าหมายในวันนี้ที่เธอมาก็เพื่อรับเสื้อผ้าที่ใส่แล้วนำไปยังห้องซักรีด เนื่องจากถึงรอบการซักผ้าของเจ้านายแล้ว หากแต่ยังไม่มีสาวใช้คนไหนมารับเสื้อผ้าไปเลย

เดินทางมาจนถึงที่พักก็พบกับตะวัน หนุ่มรุ่นพี่ภายในเกาะที่เติบโตมาพร้อม ๆ เธอ รุ่นราวคราวเดียวกับชนินทร์

“สวัสดีค่ะพี่ตะวัน ไม่ค่อยได้เจอกันเลยนะคะ”

เงยหน้าจับจ้องมองตะวันที่ยืนอยู่บริเวณตีนบันไดของบังกะโลที่ยกพื้นสูง ในมือเขาถือถุงผ้าสีครีมสำหรับใส่เสื้อผ้าของผู้เป็นเจ้านาย

“ดาหลา...” เขาเดินมาใกล้เธอพร้อมกับถือถุงผ้านั้นมาด้วย

“ขอบคุณนะคะ นะ... หนูขอตัวก่อนนะ”

เธอรับถุงผ้ามาถือไว้ในมือ สบดวงตาคู่คมของตะวันหนุ่มผิวแทนที่อยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวแขนสั้นกับกางเกงสแลคขายาวสีดำ ใบหน้าของเขาเหมือนมีเรื่องอยากจะคุยกับเธอ

“เดี๋ยวสิ...” มือหนาคว้าจับเข้าที่แขนของดาหลาเพื่อให้เธอหยุดก่อน เธอตกใจ แต่ก็หันไปตามแรงดึง

“พี่ตะวันมีอะไรหรือเปล่า เดี๋ยวหนูต้องรีบกลับไปทำงานเพราะเพื่อน ๆ รออยู่ที่นั่น”

อ้างอะไรได้ก็อ้างในตอนนี้ เธอไม่สามารถที่จะยืนใกล้ชิดกับพวกผู้ชายคนอื่นได้แล้ว...ดาหลาตกเป็นของชนินทร์ทั้งตัวและหัวใจ เรียกได้ว่าได้กับคนที่แอบชอบมานาน

กลัวว่าชนินทร์มาเจอแล้วจะเข้าใจผิดเอาได้

“ก็แค่...อยากจะถามว่าเธอเป็นยังไงบ้าง? เธอไม่ควรต้องมาทำงานเป็นแม่บ้านอยู่ที่นี่เลย...”

แววตาของเลขาหนุ่มดูเป็นห่วงหญิงสาว เคยเห็นดาหลาเป็นน้องเป็นนุ่ง หากแต่ใจตอนนี้คิดไม่ซื่อ...อยากจะคิดเกินน้องเสียอย่างนั้น

“มันเป็นหน้าที่นี่คะ ตอนนี้หนูเองก็ไม่ใช่ดาหลาที่เป็นดาราดังอีกแล้ว...ทรัพย์สินเงินทองที่เคยมีก็หมด กลับมาเป็นดาหลาที่เป็นลูกของแม่บ้านกับคนสวนนี่แหละ”

ดาหลาส่ายหน้าเบา ๆ แล้วระบายยิ้มอ่อนบนใบหน้าสวย เธอรับได้แล้วกับสิ่งที่เกิด ไม่ได้กดดันเท่ากับช่วงแรกๆ ...

“ทำอะไรกันอยู่?”

ชนินทร์จากที่ทำงานอยู่ภายในห้องทำงานของบังกะโล ผิดสังเกตเมื่อเห็นว่าลูกน้องหนุ่มหายตัวมานานเกินไปจึงลงมาดู...แต่ภาพที่เห็นตรงหน้าทำเอาเลือดในกายเขาสูบฉีดแล่นพล่าน

ดาหลากำลังยืนคุยกับตะวัน สีหน้าท่าทางดูออเซาะฉอเลาะน่าสงสาร

ยั่วผู้ชายอีกแล้ว นี่คือสิ่งที่นายหัวชนินทร์คิด สายตาผู้ชายด้วยกันมองแล้วรู้ได้เลยว่าลูกน้องตัวเองคิดยังไงกับผู้หญิงตรงหน้า

” ไม่ทำงานรึไงตะวัน?”

“ผมกำลังจะขึ้นไปครับคุณนินทร์...ผมเอาผ้ามาให้ดาหลา”

ตะวันพยักพเยิดไปทางถุงผ้าที่ใส่เสื้อผ้าซึ่งตอนนี้อยู่ในมือของดาหลา

ชนินทร์ทำสีหน้าเรียบนิ่งดูแฝงไปด้วยความเย็นชา... หากแต่ภายในใจคิดอะไรใครเล่าจะรู้

ตะวันไม่รู้เลยว่าผู้หญิงที่ตัวเองแอบปลื้ม กลายเป็นคนพิเศษของเจ้านายไปเสียแล้ว

ตอนกลางวันดาหลาสถานะคือแม่บ้าน ในตอนกลางคืนเธอก็เป็นแม่บ้านที่คอยรับใช้เจ้านายเช่นกัน... แต่เป็นการ รับใช้บนเตียง

“ปกติสาวใช้มาเอาผ้าก็เข้ามาเอง ไม่เห็นจำเป็นต้องให้เลขาของเจ้าของเกาะมาทำหน้าที่หยุมหยิมพวกนี้”

สายตามองอย่างรู้ทัน ตะวันทำหน้าเรียบนิ่งและสลดลงเล็กน้อย ที่จริงมันก็ไม่ใช่หน้าที่ของเขา เพียงแต่เมื่อรู้ว่าผู้หญิงที่จะมารับผ้าของเจ้านายในวันนี้คือดาหลา ตะวันก็รีบเป็นคนจัดแจงและนำผ้ามาให้เอง...เขาทำเกินหน้าที่

“พี่ตะวันคงแค่อยากช่วยค่ะ”

ดาหลาที่ยืนอยู่ด้านล่าง จ้องมองชนินทร์ที่ยังยืนอยู่บนตัวบังกะโล ขาแกร่งกำยำยาวก้าวเท้าเดินลงมาจากบันไดหน้าบังกะโลทีละขั้นจนมาหยุดยืนอยู่ในจุดที่ทั้งสองคนกำลังเผชิญหน้ากันอยู่

“ถ้าไม่มีอะไรก็เข้าไปทำงานได้แล้วตะวัน ฉันมีอะไรจะคุยกับดาหลาสักหน่อย”

“แต่ว่า...” ท่าทางของตะวันไม่อยากจะขึ้นไป ตามปกติไม่เคยขัดใจเจ้านายเลยสักครั้ง หากแต่ถ้าเป็นเรื่องของดาหลาเขายังอยากจะยืนหยัดอยู่ตรงนี้ ไม่ได้มีโอกาสมากนักที่จะได้เจอกับรุ่นน้องที่โตมาด้วยกัน

“จะขัดคำสั่ง?” ชนินทร์ปรายสายตาไปมองพร้อมกับกดสีหน้าดุ ตะวันชะงักไปพยายามบอกกับใจตัวเองว่าสถานะเป็นเพียงข้ารับใช้ของเจ้านายหนุ่มซึ่งเป็นเจ้าของเกาะที่เขาเติบโตมา

“ไม่ครับ...ผมจะขึ้นไปที่ห้องทำงานของคุณนินทร์เดี๋ยวนี้”

ตะวันเลิกอาลัยอาวรณ์ แม้จะรู้สึกไม่พอใจเล็กน้อยที่เจ้านายจะคุยกับผู้หญิงที่เขามีใจให้เพียงสองต่อสอง หากแต่ด้วยความเป็นลูกน้องจะทำอะไรได้ ตะวันได้แต่ก้มหน้ายอมรับแล้วเดินเข้าไปภายในตัวบังกะโล

เหลือเพียงดาหลาที่ถือถุงผ้าไว้ในมือ ใบหน้าของเธอดูซีดลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อต้องเผชิญหน้ากับผู้ชายที่เป็นเสมือน ปีศาจบนเตียง เอาเธอจนชอกช้ำทำงานแทบไม่ไหวแต่ก็ไม่เคยจะมีคำสั่งให้เธอได้พัก

ดาหลายังคงทำตัวเหมือนสาวใช้ทั่วที่ต้องทำงานอย่างหนัก เนื้อมือเนียนนุ่มที่ทาแฮนด์ครีมยี่ห้อแพงมาโดยตลอดตอนนี้เริ่มกลับมาหยาบกระด้างเหมือนครั้งในวัยเด็ก

เขาเดินเข้ามาใกล้เธอหลังจากที่ตะวันหายลับตาไปแล้ว ร่างแกร่งสูงกว่า 187 เซนติเมตรที่อยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวกับกางเกงสแลคสีดำดูเรียบร้อยแม้ว่าจะอยู่บนเกาะที่อากาศร้อน

เขาก้มหน้าลงจรดสายตามองหญิงสาวที่ตัวเตี้ยกว่าตัวเอง หลังมือยกขึ้นไร้เข้าที่แก้มนวล ดาหลาสะดุ้งโหยง

“คะ คุณชนินทร์...เดี๋ยวก็มีใครมาเห็นเข้าหรอกค่ะ”

ยิ้มเอียงอายหลุบสายตาต่ำ ยิ่งมองใบหน้าหล่อคมคร้ามนี้แล้ว ก็ยิ่งรู้สึกว่าใจตัวเองเต้นไม่เป็นจังหวะ

“มองไอ้ตะวันตาเยิ้มเชียว เก็บแรงที่อ่อยผู้ชายเอาไว้ครางดัง ๆ ให้ฉันฟังบนเตียงดีกว่านะดาหลา”

“คุณนินทร์... ทำไมพูดแบบนี้คะ นั่นมันพี่ตะวัน เขาโตมาพร้อม ๆ กับหนู หนูจะไปมองเขาด้วยสายตาแบบนั้นทำไม”

เธอไม่ได้มองอ่อย รู้ว่าตะวันมีใจแต่เธอนั้นไม่ได้คิดอะไรด้วยเลยสักนิด นายหัวใจร้ายกำลังปรักปรำเธออยู่

“ดูจากสีหน้าท่าทางก็รู้แล้ว อย่าแอ๊บให้มาก”

ดาหลาอ้าปากค้าง ดวงตาเบิกกว้าง ไม่คิดเลยว่าตัวเองจะโดนใส่ร้ายซึ่งหน้า

เธอพยายามควบคุมอารมณ์ไม่ให้ตวาดหรือโกรธ ไม่ว่าเขาจะว่ายังไงสุดท้ายแล้วเธออธิบายไปก็ยังเชื่ออย่างนั้นอยู่ดี เหนื่อยจะอธิบาย

“คืนนี้มาหาฉันที่บังกะโล”

เขาก้มหน้าลงกระซิบที่ข้างหูเธอ

“แล้วอย่าให้ใครเห็น” กระซิบทิ้งท้ายอีกครั้งก่อนที่จะหันหลังให้เธอแล้วเดินจากขึ้นไปที่ชั้นบนของบังกะโล

ดาหลาหัวใจเต้นสั่นรัว... ไม่ว่าจะเผชิญหน้ากับเขาสักกี่ครั้งหัวใจก็ไม่อาจต้านทานได้

ย้อนไปเมื่อ 11 ปีที่แล้ว

ในตอนนั้นดาหลาอายุได้เพียง 14 ปี หญิงสาวหน้าตาสะสวยผู้ถูกรับอุปการะเลี้ยงดูให้ดีกว่าเด็กบนเกาะคนอื่น ๆ เธอได้ไปเรียนโรงเรียนดี ๆ ในเมือง ได้ไปอาศัยอยู่ที่คฤหาสน์ชมลวรวรรณซึ่งอยู่ในตัวเมืองของจังหวัด

ได้พักอยู่ที่เรือนคนใช้กับป้าแวว หัวหน้าคนใช้ภายในคฤหาสน์

เรือนคนใช้หลังเล็กถูกตั้งห่างออกมาจากตัวคฤหาสน์ใหญ่ ดาหลากำลังนั่งทบทวนการบ้านที่ได้รับมาจากคุณครูประจำชั้น

แต่แล้วเสียงจากด้านนอกก็เรียกความสนใจให้เธอได้

“ดาหลา...อยู่หรือเปล่า?”

เป็นเสียงของนารินเพื่อนสนิทที่เรียนโรงเรียนเดียวกัน

“นาริน...” สาวน้อยอายุเพียงสิบสี่เดินออกมาจากเรือนคนใช้ ดูเพียงปราดเดียวก็รู้เลยว่าโตมาต้องสวยมากแน่ ดาหลาเดินออกมาจากบ้านหลังเล็กพบเจอกับลูกของเจ้านายที่ยืนอยู่หน้าบ้าน นารินในชุดนักเรียนคอนแวนต์แขนยาวจั๊มเอว คอเสื้อเป็นแบบคอผูกสีขาว พร้อมกับกระโปรงสีกรมท่า ถักเปียสองข้าง จับจ้องมองหน้าเพื่อนสาว

“มีข่าวดีจะบอกล่ะ!” นารินยิ้มกว้าง ดาหลาที่ตอนนี้เธอเองก็อยู่ในชุดนักเรียนคอนแวนต์ กำลังตั้งตารอฟังข่าวดีที่เพื่อนว่า

“มีอะไรเหรอนาริน? ข่าวดีอะไร”

“อีเมลล์ตอบรับจากมหาวิทยาลัยที่อเมริกาถูกส่งมาแล้ว พี่ชนินทร์จะได้ไปเรียนมหาวิทยาลัยที่อเมริกาล่ะ! เก่งไหมล่ะพี่ชายฉัน”

นารินว่าพร้อมยิ้มกว้าง แต่ดาหลากลับใจแป้ว...ชายหนุ่มที่เธอลอบมองเขามาตั้งแต่อายุได้เพียงสิบสอง ใครจะหาว่าเธอแก่แดดแก่ลมก็ว่าไป หากแต่ใจของคนไม่อาจห้ามกันได้ แอบปลื้มพี่ชายเพื่อนที่ห่างกับตัวเองถึงห้าปี แถมยังเป็นลูกของเจ้านายซึ่งสถานะทางสังคมต่างกับเธออย่างชัดเจน

“ง งั้นเหรอ... เก่งจังเลยนะคุณชนินทร์เนี่ย”

“ไปที่คฤหาสน์เถอะนะ ทุกคนกำลังแสดงความยินดีกับพี่นินทร์อยู่”

นารินจับเข้าที่มือของดาหลาแล้วรีบวิ่งพากันไปที่คฤหาสน์หลังใหญ่

“เก่งจริง ๆ ลูกชายพ่อ” คุณอนันต์ หรือที่เรียกกันว่าคุณท่านซึ่งเป็นประมุขใหญ่ของตระกูลชมลวรวรรณตอนนี้นั่งอยู่ในห้องรับแขกบนโซฟาหลุยส์ตัวหรู ด้านข้างคือภรรยาอย่าง คุณนิรา

“ลูกชายของเราก็คงจะเก่งเหมือนคุณนะคะอนันต์”

สองสามีภรรยามองหน้ากันอย่างภาคภูมิใจในตัวลูกชายที่ได้เข้าเรียนมหาวิทยาลัยติดอันดับท็อปของโลก

ชนินทร์ ในวัยสิบเก้าปีที่ยังคงทำใบหน้าเข้มขึมแต่ก็เหยียดยิ้มมุมปากเล็กน้อย สายตาของเขาตวัดมาทางเด็กสาวสองคนที่พากันวิ่งเข้ามาในห้องรับแขกของคฤหาสน์

“พี่นินทร์...” นารินปล่อยแขนของดาหลาและวิ่งเข้าไปกอดพี่ชายตัวเองที่นั่งอยู่ที่โซฟา เธอนั่งลงข้าง ๆ พี่ชายด้วยเช่นกัน ดาหลามองภาพครอบครัวที่ดูแสนอบอุ่นแล้วก็ได้แต่จุกอยู่ในอก...พ่อกับแม่เธอเสียชีวิตตั้งแต่เธอยังเล็ก

“ว่าไงตัวแสบ” ชนินทร์ที่ปกติมักจะเย็นชาแต่กับน้องสาวแล้วเขาอ่อนโยนเสมอ

“แบบนี้หนูก็คงเหงาแย่ถ้าพี่ต้องไปเรียนอเมริกา”

“ไม่ต้องอ้อนพี่เลยนาริน พี่เขาไปเรียนที่นั่นก็ดีอยู่แล้วอนาคตจะได้กลับมาช่วยบริหารธุรกิจให้บ้านเราได้”

แม่ของเธอว่าพร้อมกับจ้องมองลูกสาวลูกชายที่นั่งอยู่ที่โซฟาตัวตรงข้าม พลันสายตาของหญิงวัยกลางคนก็เหลือบไปเห็นเด็กสาวที่ยืนอยู่หน้าห้องรับแขกด้วยท่าทีประหม่า

“เข้ามานี่สิจ๊ะดาหลา มานั่งข้างนารินมา”

สายตาเรียบเฉยของชนินทร์เปรยไปมองเด็กสาวที่ไม่เคยอยู่ในสายตา...ดาหลาเด็กหญิงวัยสิบสี่ที่แสนจะธรรมดาไม่ได้มีอะไรให้เขาต้องชื่นชมเป็นพิเศษ

ดาหลายังคงนิ่งไม่กล้าก้าวเข้าไป นารินรีบลุกขึ้นจากโซฟาแล้วก็จับแขนเพื่อนพร้อมกับลากให้มานั่งข้าง ๆ กัน ทั้งสามคนนั่งอยู่ที่โซฟาเดียวกันโดยที่มีนารินกั้นกลาง ใจดวงน้อยเต้นตึกตักเมื่อรู้ว่าได้อยู่ใกล้เขา...ห่างกันแค่นารินกั้นนี่เอง

“หนูเป็นคนไปชวนดาหลามาเองค่ะ ชวนกันมาแสดงความยินดีกับพี่ชนินทร์ที่สอบติดมหาวิทยาลัยที่อเมริกา”

นารินยิ้มร่าเริง

“แค่สอบติดแล้วไปเรียนเอง ไม่ใช่เรื่องพิเศษอะไรสักหน่อย”

เขาว่าพลางหัวเราะกับท่าทีตื่นเต้นเป็นเด็กน้อยของน้องสาว

“แหม มหาวิทยาลัยติดท็อปของโลกเลยนะคะไม่ใช่แค่ธรรมดาแล้ว” นารินยังคงอวยพี่ชายอย่างสุดตัว ส่วนดาหลาใจลึก ๆ แอบไม่อยากให้เขาไป...ใบหน้าหล่อเหลาราวกับรูปปั้นที่เธอเฝ้าชื่นชมอยู่คนเดียวเงียบ ๆ หากขาดเขาไปชีวิตของเธอคงจืดชืดไร้ซึ่งสีสัน แค่ชีวิตที่ต้องเติบโตมาโดยไม่มีพ่อมีแม่มันก็หนาวหัวใจเกินพอแล้ว

แสงสว่างเดียวในชีวิตที่ดาหลาหลงใหลกำลังจะจากเธอไป...

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel