Chapter 12 เจ้าชีวิต
Chapter 12
เจ้าชีวิต
ชีวิตของดาหลาเปรียบเสมือนกับนกที่โตมาอย่างโดดเดี่ยว อยู่ในกรงไร้ซึ่งอิสระ...แสงสว่างในชีวิตที่เธอเฝ้ามองอย่างมีความสุขก็ได้จากไป...ชนินทร์ย้ายไปเรียนที่อเมริกา น้อยครั้งมากที่จะได้เจอเขากลับมา
เมื่อดาหลาโตพอจวบจนถึงวันที่เข้ามหาวิทยาลัยได้เธอเลือกที่จะเรียนในกรุงเทพและใช้เงินประกันชีวิตพ่อและแม่ที่เสียชีวิตลงจากอุบัติเหตุทางเรือมาใช้ในการศึกษาเล่าเรียน
ในวันนี้เธอโตพอที่จะแข็งแกร่งและก้าวเดินหยัดยืนด้วยตัวเอง หากแต่โตมาจนถึงอายุยี่สิบห้าปีเธอก็ไม่เคยแลตามมองชายอื่นอีกเลย แม้ว่าจะทำงานในวงการบันเทิงที่เจอพระเอกมากหน้าหลายตา หล่อเหลาแค่ไหนเธอก็ไม่มอง ไฮโซน่ะหรือไม่มีสน เธอโฟกัสแค่การทำงานเพื่อให้ลืมอดีตที่เติบโตมาอย่างโดดเดี่ยว แต่ก็ยังโชคดีที่มีคุณท่านจากตระกูลชมลวรวรรณอุปการะดูแล ทั้งยังมีนารินเพื่อนสนิทที่ให้กำลังใจและพูดคุยกับเธออยู่บ่อย ๆ
แต่ตอนนี้หญิงสาวกำลังถูกรุมเร้าด้วยปัญหาชีวิตอีกครั้ง ร่างเล็กนั่งกอดเข่าตัวเองอยู่บนเตียงพร้อมกับจ้องมองแชทในมือถือที่ถูกส่งมาจากคุณปริมผู้จัดการส่วนตัว จดหมายการทวงหนี้อย่างเป็นทางการจากบริษัทผลิตเครื่องสำอาง
ถ้อยคำเกลียดชังจากคนที่คอมเม้นต์ในข่าวของเธอจากเพจข่าวต่าง ๆ ที่นำไปลงในโซเชียลมีเดีย
‘ใส ๆ แต่แอ๊บ... ร้ายมาก’
‘ดาหลาควงสอง’
‘นอกใจแซมใช่มั้ย?’
‘แซม ดาหลา คู่นี้ยังไงกันนะ คู่จิ้นหรือว่าคู่จริง’
‘แซมร้องไห้ แฟนนอกใจไปควงสอง’
‘นมเล็ก ดูแล้ว’
‘มีวาร์ปไหมครับ?’
คอมเม้นต์ต่าง ๆ ที่เธอได้อ่านทำเอาน้ำตาถึงกับซึม นี่ขนาดผ่านมาตั้งหลายเดือนแล้ว...คนก็ยังไม่ลืมกันไปอีก
“เอาล่ะ...พอได้แล้วดาหลา แกจะต้องไม่ร้องไห้ ยังมีอีกหลายอย่างที่ต้องทำจะมัวมานั่งเศร้าไม่ได้”
ยกมือขึ้นตีหน้าตัวเองเบา ๆ เพื่อเป็นการเรียกสติให้จบจากฝันร้าย ก้าวเท้าลงจากเตียงพร้อมกับผ้าขนหนูเพื่อไปอาบน้ำให้สดชื่น
สำหรับดาหลาการไปหาชนินทร์ไม่ใช่หน้าที่ มันเป็นเสียงหัวใจของเธอที่บ่งบอกว่าให้ทำ
ไม่ได้คิดอยากจะรับเงินจากเขา หรือว่าปอกลอกเอาสมบัติอะไรจากชนินทร์เลย
หากแต่ตอนนี้เธอต้องการใช้เงิน...การเอ่ยกับเขาบางทีมันก็อาจจะดีกว่าการยอมไปหลับนอนกับนักการเมืองที่เธอไม่ได้รู้จัก
อย่างไรเสียชนินทร์ก็เป็นผู้ชายที่เธอชอบ ดาหลาไม่ได้รู้สึกลำบากใจที่จะต้องนอนกับเขาในทุกค่ำคืน
บังกะโลส่วนตัวของชนินทร์
ร่างแกร่งนั่งทำงานอยู่ภายในห้องทำงาน เอนตัวพิงกับโซฟาหนังตัวหรูบุหนังอย่างดีหนานุ่ม เขาอยู่ที่นี่ในยามค่ำคืนเพียงคนเดียว ส่วนเลขาคนสนิทอย่างตะวันตอนนี้กลับไปยังบ้านพักของตัวเองแล้ว
ความสัมพันธ์ที่เกินเลยระหว่างเขาและดาหลาไม่มีใครล่วงรู้ มีเพียงคนสองคนที่ร่วมกันทำและรู้กันอยู่แค่นี้
ดวงตาคมคายจ้องมองเอกสารเกี่ยวกับทัวร์ลูกค้าวีไอพีที่กำลังจะมาพักที่รีสอร์ตในอีกไม่กี่วันข้างหน้า หากแต่ใจก็ว้าวุ่นเมื่อนึกถึงสายตาคู่นั้นของตะวันที่จ้องมองผู้หญิงของเขาเมื่อตอนกลางวัน
แม่งโคตรไม่ชอบ... ไม่ชอบให้ใครมองเธอแบบนั้น
ชนินทร์ไม่รู้ว่าตัวเองเป็นอะไร มันคืออาการหึงหวงงั้นเหรอ แต่เขาจะหึงหวงดาหลาไปทำไมในเมื่อเขาเกลียดเธอจะตาย
ก๊อก ก๊อก ก๊อก แต่แล้วเสียงเคาะประตูก็ทำลายโสตประสาทที่กำลังคิดฟุ้งซ่าน ชนินทร์วางเอกสารลงบนโต๊ะแล้วเอ่ยตอบ
“เข้ามาได้”
แอ๊ด เสียงประตูไม้ถูกเปิดออก ร่างอรชรสวยสดงดงามในชุดนอนสีขาวแขนยาวแบบกระโปรง ผมลอนสีบรอนด์ถูกปล่อยยาวไปถึงกลางหลัง เวลาเธออยู่ในชุดนี้ช่างดูสวยไร้เดียงสา...เหมือนกับชนินทร์ได้ย้อนกลับไปเห็นดาหลาในวัยเด็กอีกครั้ง
เธอเดินเข้ามาด้วยท่าทีประหม่า ไม่ว่าจะต้องเผชิญหน้ากับชนินทร์สักกี่ครั้งก็ไม่ชินเอาเสียเลยในสถานะใหม่ที่เขามอบให้ นอกจากสาวรับใช้ยังจะต้องเป็นนางบำเรอในยามค่ำคืนของเขา
“มาช้า... มัวทำอะไรอยู่?” น้ำเสียงดุดันเอ่ยขึ้น เขาลุกขึ้นหยัดยืนเต็มความสูงเดินเข้ามาหาเธอที่ยืนอยู่ตรงหน้าประตู ดาหลาเงยหน้าสบตาเขา
“กว่าจะอาบน้ำทำงานเสร็จก็ดึกแล้วค่ะ”
กว่าจะไปทานข้าวที่โรงครัว ต้องเจอกับสายตาของเหล่าสาวใช้ด้วยกันที่มองอย่างเหยียดหยาม ซ้ำร้ายเพื่อนร่วมงานยังเกลียดขี้หน้า
“ไม่ใช่ว่ามัวแต่คุยกับผู้ชายคนอื่นในเกาะใช่มั้ย? ที่นี่ไม่มีเศรษฐีรวย ๆ ให้เธอจับหรอก...มีแต่คนงานกับพนักงานรีสอร์ต”
น้ำเสียงของเขาดูเรียบนิ่งแต่ก็แฝงไปด้วยความดูถูก ใจดวงน้อยโกรธกรุ่นแต่ก็ไม่แสดงอาการ
“หนูก็ไม่ได้หวังจะจับใคร แค่ทำงานแต่ละวันก็เหนื่อยแล้วค่ะ”
“คิดแบบนั้นได้ก็ดี” เขาต้อนดาหลาจนจนมุมชนเข้ากับกำแพง ยกมือข้างนึงยันกำแพงแล้วก้มลงมองหน้าเธอ สายตาของนายหัวจอมเถื่อนเลื่อนมาหยุดอยู่ที่ริมฝีปากเล็กสีแดงก่ำ มันช่างยั่วเย้าจนเขาไม่อาจถอดถอนตัวไปได้
กำลังจะก้มหน้ามาประกบปากจูบ แต่แล้วมือของดาหลาก็ยกขึ้น ใช้นิ้วชี้จิ้มไปที่ริมฝีปากของเขาไม่ให้เข้ามาใกล้ ชนินทร์ชะงักตัวไป คิ้วขมวดมุ่นเมื่อโดนหักห้าม
“ทำไม จะเรียกเงินเพิ่ม?” ทำไมเขาจะไม่รู้ว่าหญิงสาวต้องการเงิน สำหรับสาวใช้ที่สถานะต่ำต้อยกว่าเขาไต่เต้าไปทำงานเป็นดาราอยู่เมืองกรุง แต่กลับเจอข่าวดราม่าเล่นงานจนไม่มีทางไป สิ่งที่ดาหลาต้องการตอนนี้ก็คงจะเป็นเงิน
“หนู...หนูมีเรื่องที่จะต้องบอกคุณ”
เอ่ยด้วยน้ำเสียงหวาดหวั่น กลัวว่าเขาจะเกลียดเธอมากกว่าเดิม กลัวว่าเขาจะด่า แต่ถ้าหากไม่ทำเช่นนี้เธออาจจะโดนฟ้องซึ่งต้องติดคุก งานพรีเซนเตอร์ก็ไม่มีที่ไหนจ้างเธออีกแล้ว ยิ่งงานกินข้าวกับนักการเมืองนี่ขอค้านหัวชนฝาไม่ทำเด็ดขาด
“มีอะไรก็รีบพูด” เขาเร่งเราให้เธอได้พูดปัญหาของตัวเอง แม้พอจะเดาออกว่าคงไม่พ้นเรื่องเงิน
“หนู...หนูต้องการใช้เงินค่ะ”
จ้องหน้าเธอนิ่ง ภายในใจยิ้มหยันอย่างรู้ทัน คิดไว้แล้วผู้หญิงอย่างเธอจะมีอะไรนอกจากเรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ
“แล้วเธอ...ต้องการสักเท่าไหร่ล่ะ” เขายกมือขึ้นบีบคางเธอเบา ๆ จับมันเชิดขึ้น ดวงตากลมโตมีแววไหวสั่นแต่ก็กั้นใจพูดตัวเลขที่ต้องการออกไป
“หนูต้องการเงินแปดล้านบาท คุณพอจะช่วยหนูได้ไหมคะ?”
ดาหลาต้องเลือกว่าจะเอาทางเลือกหรือทางรอด ในตอนนี้คำตอบในหัวของเธอมันชัดเจนว่าเธอขอเลือกทางรอด ผู้จัดการของเธอยังต้องกินต้องใช้ ดาหลาไม่อยากให้คนรอบตัวต้องมาลำบากเพราะเธอไปด้วย
แต่ชนินทร์กับนิ่งชะงักไป ไม่ใช่ตัวเลขที่มากมายอะไรสำหรับเขา เพียงแต่...เขาแค่แอบเผื่อใจไว้เล็กน้อยว่าน้องสาวเพื่อนคนนี้จะไม่เห็นเขาเป็นตัวสูบเงินเหมือนกับผู้หญิงคนอื่น แต่ที่ไหนได้...
ดาหลามองเขาเป็นเอทีเอ็มไม่ต่างจากผู้หญิงคนอื่นเลยสักนิด
เธอไม่ได้ต่างจากผู้หญิงที่เขาเคยเจอมา...พวกหญิงค้าบริการที่ใช้แล้วก็ทิ้ง แต่สิ่งที่อันตรายสำหรับชนินทร์คือเขาไม่อาจทิ้งดาหลาได้ ยังคงติดใจในเรือนกายอวบอัด
“แปดล้าน เงินจำนวนนี้ไม่ได้มากสำหรับฉัน แต่กับเธอแล้วก็คงมากโขอยู่”
“...” ดาหลานิ่งเงียบ เธอสัมผัสถึงแรงบีบที่คางที่ออกแรงมากกว่าเดิม เนื้อตัวสั่นเทา
“งั้นบอกมาหน่อย เงินแปดล้านฉันจะได้อะไรกลับคืนมาบ้างจากเธอ?”
ชนินทร์เป็นนักธุรกิจ หากเขาต้องเสียเขาก็จะต้องได้กลับมามากกว่า
“หนูจะยอมเป็นผู้หญิงของคุณ...รองรับคุณทุกที่ทุกเวลา หนูจะไม่บ่น จะมีแค่คุณเพียงคนเดียว...ทั้งชีวิตนี้หนูขอมอบให้กับคุณ แบบนี้คุณพอใจมั้ยคะ?”
ดาหลารู้ดีว่าข้อเสนอที่เธอให้จะต้องมากพอ ชนินทร์ไม่ใช่คนที่ยอมเสียผลประโยชน์ของตัวเอง สำหรับดาหลาแล้วเธอนั้นไม่มีที่ไป จะกลับไปทำงานที่กรุงเทพก็คงยาก งานแม่บ้านที่รีสอร์ตเงินเดือนก็ไม่ใช่น้อย ที่สำคัญการเป็นผู้หญิงของชนินทร์เปรียบเสมือนการเติมเต็มหัวใจของเธอที่มันแร้นแค้นแห้งผาก
เพราะเขาเป็นเสมือนแสงสว่างในชีวิตที่เธอเฝ้าจ้องมองมาตั้งแต่อายุยังน้อย จนแม้กระทั่งตอนนี้เธอก็ยังอยากจะมองดวงหน้าของเขาอยู่ในทุกวัน
อยากครอบครอง
แม้รู้ว่าในอนาคตอาจจะต้องเจ็บ...แต่ดาหลาก็ตัดสินใจที่จะเลือกทางนี้
“ทั้งชีวิตเธอมอบให้ฉัน? อืม... ฉันชอบคำนี้”
เขายิ้มเยือกเย็นอย่างพอใจ ริมฝีปากกระตุกปากยิ้ม
“งั้นจำเอาไว้ว่าทั้งชีวิตนี้ของเธอ...ต้องมอบให้ฉันคนเดียว”
เขาบดขยี้จูบลงมาบนริมฝีปากเล็กอย่างรุนแรงและเร่าร้อน ร่างบางผงะไปเล็กน้อยแต่ก็จูบตอบเขา ลิ้นร้อนพัลวัลเกี่ยวรัดฟัดเหวี่ยงแลกน้ำลายกันอย่างดุเดือด
มือแกร่งไล้ไปทั่วเรือนร่างเล็ก บีบเข้าที่อกอวบภายใต้ชุดนอนสีขาวแขนยาวดูเรียบร้อยไร้เดียงสาต่างจากใบหน้าซ่านแดงของหญิงสาวในตอนนี้เสียเหลือเกิน
ความปวดหนึบที่กลางกายใหญ่ดุดันขึ้นผ่านกางเกงสแลคสีดำ เขาอยากจะปลดเปลื้องเสียตอนนี้...ไม่ว่ายังไงร่างกายก็ไม่อาจจะต่อต้านผู้หญิงที่ชื่อดาหลานี้ได้เลย
เธอยั่วเย้าและดึงดูดสายตามากกว่าหญิงค้าบริการที่เขาเคยเรียกใช้ ชนินทร์ดุนดันลิ้นตักตวงหาความหวานภายในโพรงปากอ่อนนุ่ม
ทั้งชีวิตเธอมอบให้เขา...ชนินทร์แค่นยิ้มอยู่ในใจ เขาชอบคำนี้นะ
ความรู้สึกที่ได้ครอบครอง ความรู้สึกที่ตอนนี้เขาได้เป็นเจ้าชีวิตของเธอ ชี้เป็นชี้ตาย จะบีบก็ตายจะคลายก็รอด
และสำหรับคืนนี้...เธอคงต้องรับศึกหนัก
