บท
ตั้งค่า

Chapter 10 ช่วยได้ไหม ?

Chapter 10

ช่วยได้ไหม?

แม้ว่าจะเป็นถึงเพื่อนน้องสาวเจ้าของรีสอร์ต แต่ดาราก็ไม่ได้รับการปฎิบัติที่ดีสักเท่าไหร่ สถานะที่ชนินทร์มอบให้เธอก็คือสาวรับใช้

หลังจากเขาจัดเธอจนเสร็จ ดาหลาผล็อยหลับไปไม่รู้ตัว ตื่นมาก็ไม่เจอเขานอนอยู่ข้างกายแล้ว มีเพียงไออุ่น จากด้านข้างที่บ่งบอกให้รู้ว่าเขาน่าจะเพิ่งออกไปจากห้องได้ไม่นานนัก

เช้าวันต่อมา เธอยังคงต้องปฏิบัติหน้าที่ไม่ได้รับการละเว้นใด ๆ แต่ตอนตื่นนอนมาก็พบกับเงินอีกหนึ่งหมื่นบาทที่วางอยู่ตรงโต๊ะหัวเตียง...ดาหลาไม่อยากรับมาเลยสักนิด ถ้าหากไม่ได้รับการติดต่อมาจากผู้จัดการส่วนตัวอย่างคุณปริม...ข่าวร้ายเช่นเดิม

[คุณปริม : น้องดาหลา บริษัทที่ผลิตสินค้าให้เราเขาจะยื่นคำฟ้องต่อศาลแล้วนะหากไม่นำเงินในส่วนที่เหลือไปจ่าย]

แชทจากคุณปริมทำเอาใจของหญิงสาวหวั่น...เงินมีมากก็หมดมาก ที่เก็บ ๆ ไว้ก็เริ่มร่อยหรอ ทั้งพอร์ตหุ้น ทองคำแท่ง เงินเก็บ สกุลเงินดิจิตอล ทั้งคอนโดก็ต้องขายทิ้งเพื่อนำเงินไปจ่ายหนี้ เธอเป็นดารามาได้เพียงประมาณสองปีกว่าเงินอาจจะมีไม่มากแต่พยายามกระจายการเก็บเงินให้ได้มากที่สุด

แต่ท้ายที่สุดก็จบลงเพียงเพราะข่าวเสื่อทเสียในโซเชียล ไม่ใช่เพียงแค่การรับงานพรีเซนเตอร์ที่โดนฟ้องแทบหมดตัว แต่ใจความสำคัญคือการลงทุนผลิตแบรนด์เครื่องสำอางดารินด้า บาย ดาหลา ที่เธอตั้งใจจะผลิตขาย แต่ดันเปิดตัวในช่วงกระแสตัวเองดราม่าพอดี ทำให้ไม่มีลูกค้าอุดหนุนเท่าที่ควร แรงซัพพอร์ตหายไป

ล็อตการผลิตมูลค่ากว่าสิบล้านที่เธอสั่งผลิตและตั้งใจทำการตลาดเป็นอย่างดี ท้ายที่สุดมีข่าวเสียหายโจมตีเล่นงานทำให้เธอขาดทุนยับ

[ดาหลา : สามารถเข้าไปเจรจาก่อนได้ไหมคะพี่ปริม ตอนนี้หนูก็แทบจะไม่มีเงินติดตัวอยู่แล้ว...เดี๋ยวอีกไม่กี่วันหนูจะเข้าเมืองแล้วลองเอาของแบรนด์เนมที่มีไปขายดู]

เธอไม่รู้ว่าคิดผิดหรือเปล่าที่หนีมาพักใจที่นี่ทั้งที่ปัญหายังไม่ได้เคลียร์ แต่ต่อให้ขายของแบรนด์เนมที่มีอยู่ทั้งหมดก็ไม่สามารถจ่ายให้โรงงานที่ผลิตเครื่องสำอางให้เธอได้จนหมดหนี้อยู่ดี

[คุณปริม : เงินตั้งหลายล้าน...แบรนด์เนมที่มีก็คงอุดไม่อยู่นะดาหลา]

คนตัวเล็กที่ยืนแชทอยู่ภายในบังกะโลสุดหรูหน้าซีดขึ้นมาทันตา ไม่ใช่แค่เธอที่คิดอย่างนั้น... ขนาดคุณปริมผู้จัดการส่วนตัวยังมองขาดว่าทรัพย์สินไม่สามารถใช้หนี้ที่เป็นได้ เพราะทรัพย์สินส่วนอื่นก็ขายเกือบหมดแล้ว

[ดาหลา : แล้วหนูควรทำยังไงดีคะพี่ปริม...]

เธอได้แต่ยืนหน้าเศร้า มือสั่นไปหมด...หรือว่าจะต้องติดคุกเพื่อแลกกับการใช้หนี้ หรือต้องยอมให้โดนฟ้องเสื่อมเสียชื่อเสียงไปมากกว่าเดิมแล้วก็หาเงินมาใช้หนี้ แต่งานในวงการตอนนี้จะมีอะไรให้เธอทำ?

[คุณปริม : พยายามติดต่อสปอนเซอร์แล้วก็ไม่มีใครรับงานให้เธอเลย แบรนด์ไหน ๆ ตอนนี้ก็มีพรีเซนเตอร์ตัวหลักของตัวเองแล้วทั้งนั้น]

[ดาหลา : นั่นสินะคะ...]

เธอทำหน้าเศร้า หากเป็นแค่เรื่องคลิปหลุดสังคมก็คงพร้อมจะให้อภัย หากแต่มันไม่ใช่แค่นั้น... คนในสังคมคิดว่าเธอคบหากับดาราหนุ่มชื่อดังที่เป็นคู่จิ้นในวงการ แต่แท้จริงแล้วเธอและหนุ่มคนนั้นเป็นเพียงเพื่อนกัน

นอกจากประเด็นเรื่องคลิปหลุด คนยังเข้าใจผิดคิดว่าเธอคบชู้ แถมยังควงชู้ถึงสองคน...ดาหลาอยากจะบ้าตาย

คนในอินเตอร์เน็ตสามารถพิมพ์อะไรก็ได้ทั้งที่มันอาจจะไม่เป็นความจริง แต่คนที่เสื่อมเสียที่สุดก็คือเจ้าตัวที่โดนโจมตีและถูกพาดพิง ทั้งเพื่อนชายที่เป็นคู่จิ้นก็ไม่ช่วยออกมาแก้ข่าวเพราะไม่อยากยุ่งกับเรื่องเสื่อมเสีย

แต่เรื่องนี้ดาหลาจะไม่โทษใคร...เพราะมันเหนื่อยเกินกว่าจะต้องโทษคนอื่นแล้ว เธอควรคิดแก้ปัญหา

[คุณปริม : ที่จริงมีนักการเมืองติดต่อพี่มา...อยากจะนัดทานข้าวกับดาหลา เธอจะว่ายังไง?]

มือไม้ของเธอสั่น ขาของเธอหยุดชะงักนิ่งเมื่อได้รับข้อเสนอนี้ ใจดวงน้อยสั่นระริก...

[ดาหลา : พี่ปริมก็รู้หนูไม่รับงานแบบนี้...]

มันไม่ใช่แค่เรื่องกินข้าวแน่ หากแต่อาจเลยเถิดไปถึงเรื่องอื่น...เช่นเรื่องบนเตียง

[คุณปริม : รู้น่ะมันรู้ แต่จะมีตัวเลือกอะไรมากมายสำหรับดาราที่มีข่าวฉาวอย่างเธอล่ะ ถ้าหากหยิบยืมใครได้ก่อนก็คงดี]

คุณปริมพิมพ์มา ท่าทางก็ดูสิ้นหวังไม่ต่างจากเธอ เป็นผู้จัดการส่วนตัวดาราแต่หากดาราในสังกัดตัวเองมีข่าวเสื่อมเสียก็กระทบกันไปหมด

[ดาหลา : เดี๋ยวหนูจะลองหาวิธีดูก่อนนะคะ แล้วจะติดต่อพี่ปริมไปอีกทีนะ แล้วก็...เดี๋ยวหนูจะโอนไปให้ก่อน สองหมื่นนะ หวังว่าทางโรงงานจะประวิงเวลาให้เราบ้าง]

[คุณปริม : อืม เดี๋ยวพี่จัดการให้]

ดาหลาถอนหายใจกับตัวเองอีกครั้ง เดินไปที่ห้องน้ำแล้วหยิบเน็ตติดผมมาสวมใส่ให้เรียบร้อยขมวดขึ้นเป็นมวย ส่องกระจกเช็คความเรียบร้อยเพื่อออกไปทำงานตามหน้าที่

ตอนนี้เป็นเวลาประมาณเจ็ดโมงเช้า ทางทีมแม่บ้านต้องมารวมตัวกันที่ลานด้านหลังเพื่อจะมอบหมายงานไปยังจุดต่าง ๆ ให้ครอบคลุม

“นี่ฉันต้องจับคู่กับนังดาหลาอีกแล้วเหรอเนี่ย”

ส้มสวมชุดยูนิฟอร์มของทางรีสอร์ต เธอเบ้หน้าเมื่อพบว่าคู่ที่ต้องทำงานด้วยในวันนี้คือดาหลา

ดาหลาจับจ้องมองใบหน้าของเพื่อนร่วมงานพร้อมถอนหายใจ

“แล้วคิดว่าฉันอยากจะคู่กับเธอหรือไง?”

“ผู้หญิงอย่างแกมีสิทธิ์เลือกด้วยเหรอ คบกับอีกคนแต่ไปเอากับอีกสองคนในคลิป ใครก็รู้กันทั่ว”

“รู้เรื่องของฉันดีเหมือนว่าอยู่ใต้เตียงฉันเลยนะส้ม”

ถึงคราวที่ต้องตอบโต้ เพราะวันนี้เธอเองก็ควบคุมอารมณ์ได้ไม่ดี... เพิ่งเจอเรื่องเครียดมาแต่เช้ายังจะเจอเพื่อนร่วมงานแซะอีก

“นี่! ตรงนั้นน่ะทะเลาะอะไรกัน?”

เป็นป้าแก้วที่เดินเข้ามาห้ามเมื่อสองคนโหวกเหวกโวยวาย

“ก็นังดาหลามันพูดจาหาเรื่องน่ะป้า”

ส้มวีนขึ้นมาพร้อมกับจ้องหน้าเพื่อนร่วมงานที่ไม่ได้อยากจะทำงานร่วมกัน

“พวกเธอนี่ยังไง...ทำตัวดี ๆ กับดาหลาหน่อยสิส้ม”

“ฉันก็ไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย แต่มันนั่นแหละหาเรื่อง”

ดาหลาตั้งท่าจะเถียงแต่ป้าแก้วก็ห้ามทัพเสียก่อนเพราะกลัวว่ามันจะยืดเยื้อไปมากกว่านี้

“งั้นเอาเป็นว่าวันนี้ส้มทำงานกับจอยแล้วกัน ส่วนดาหลาไปอยู่ที่ห้องสต๊อกของ คอยเตรียมอุปกรณ์ให้เพื่อนแล้วก็อยู่ที่ห้องซักรีดนะวันนี้ ไม่ต้องทำงานร่วมกันแล้ว...”

ป้าแก้วผู้เป็นหัวหน้าแม่บ้านพยายามที่จะหาทางออกที่ลงตัวที่สุดไม่ให้สองสาวตีกัน ซึ่งดาหลาก็พยักหน้ารับรู้เข้าใจ ก็ดีเหมือนกันไม่ต้องทำงานร่วมกับส้ม... แค่คอยบริการลูกค้าที่อยากจะซักรีดเสื้อผ้าแล้วก็จัดเตรียมสต๊อกพวกน้ำยาทำความสะอาดให้เพื่อน ๆ อาจจะมีเพื่อนอยู่ที่ห้องนั้นอีกคนแต่ก็คงไม่วุ่นวาย

เวลาต่อมา

ภายในห้องสต๊อกของซึ่งเต็มไปด้วยแกลลอนน้ำยา มีทั้งน้ำยาถูพื้น น้ำยาดันฝุ่น น้ำยาฆ่าเชื้อ น้ำยาล้างห้องน้ำ สารพัดอุปกรณ์ทำความสะอาดทั้งเครื่องดูดฝุ่น ไม้ถูพื้น ดาหลาอยู่ภายในห้องสต๊อกสลับกับห้องซักล้างซึ่งจะต้องเช็คและเตรียมผ้าปู ผ้านวม ท็อปเปอร์ให้กับเพื่อน ๆ และรอรับโทรศัพท์เผื่อมีลูกค้าโทรมาที่แผนกอยากจะนำเสื้อผ้าไปซักรีด

ติ๊ง เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น เธอรีบเดินไปรับโทรศัพท์ของโรงแรม...อย่างน้อยการทำงานที่นี่ก็ช่วยให้เธอหายฟุ้งซ่านเรื่องเครียด ๆ ไปได้บ้าง

‘แผนกซักรีดใช่ไหม...มารับผ้าที่บังกะโลของนายหัวที ได้รอบซักผ้าแล้วทำไมยังไม่มาเอาอีก’

เป็นเสียงของเลขาคนสนิท...ตะวันนั่นเอง ดาหลารู้จักดีเพราะโตมาไล่ ๆ กัน ตะวันก็เป็นลูกของคนงานในเกาะที่โตมาด้วยกันนี่แหละ

“พี่ตะวันเหรอ... เดี๋ยวหนูจะรีบไปเอาเดี๋ยวนี้เลย”

‘นั่นดาหลาเหรอ? ทำไมมาอยู่แผนกซักรีดล่ะ’

ตะวันถามอย่างแปลกใจ

“มีปัญหานิดหน่อยพี่ งั้นเอาเป็นว่าเดี๋ยวหนูจะไปรับเสื้อผ้าที่บังกะโลของนายหัวนะ”

ดาหลาขานรับพร้อมกับเตรียมวางสายโทรศัพท์ แต่ตะวันก็เรียกเอาไว้ก่อน...

‘เดี๋ยวพี่เอาไปให้เธอเองก็ได้’

ดาหลาชะงักไป... ในฐานะที่เป็นผู้หญิงทำไมจะดูไม่ออกว่าพี่ตะวันคิดอย่างไรกับเธอ

"ไม่เป็นไรหรอก สาวใช้คนก่อนเคยทำยังไง หนูก็จะทำอย่างนั้นล่ะ เดี๋ยวจะโดนว่าเอาได้อีกว่าเป็นคนโปรดของนายหัว”

เธอวางโทรศัพท์เตรียมเดินทางไปรับเสื้อผ้ามายังห้องซักรีดทันที เธอไหว้วานให้เพื่อนอีกคนที่ดูแลสต๊อกอยู่คอยรับโทรศัพท์ลูกค้า ส่วนเธอนั้นจะไปรับเสื้อผ้าของนายหัวที่บังกะโล เพื่อนร่วมงานพยักหน้างึกงักเมื่อเห็นว่านายหัวเรียกจึงไม่ได้ขัดอะไร

ขาเรียวยาวก้าวออกมาจากห้องสต๊อกตัดผ่านมาทางริมชายหาดเพื่อที่จะไปยังบังกะโลส่วนตัวของนายหัวจอมเถื่อนซึ่งตั้งอยู่ท้ายหาด... ผู้ที่ให้เงินเธอมาถึงสองหมื่น

ติ๊ง เสียงโทรศัพท์ของดาหลาดังขึ้นอีกครั้ง เป็นคุณปริมผู้จัดการส่วนตัว

[คุณปริม : นี่ดาหลา... จะให้พี่ปฏิเสธข้อเสนอของคุณทรงพลจริงเหรอ พูดตามตรงนะ... นอนกับเขาแค่สองเดือนก็คงได้เงินไปใช้หนี้แล้ว]

การที่ผู้จัดการส่วนตัวอย่างคุณปริมจะพิมพ์ประโยคนี้ออกมาได้ต้องใช้แรงกายแรงใจอย่างมากเพราะรู้นิสัยของดาหลาดี เพียงแต่อยากช่วยหาวิธีแก้ปัญหา ดาหลาจะได้หลุดพ้นจากหนี้ที่มันผูกตัวเอง

[ดาหลา : เดี๋ยวหนูจะลองหาวิธีของตัวเองดูก่อนนะพี่ปริม ยังไงเย็นนี้จะติดต่อไป]

เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาพิมพ์ ภายในใจแสนจะหนักอึ้ง...หากต้องยอมไปนอนกับนักการเมืองแก่ ๆ ลงพุงที่เธอไม่ได้รู้จักด้วยยอมตายเสียยังดีกว่า

หรือว่าเธอควรขอร้องชนินทร์... เขาจะช่วยเธอไหม?

หรือว่าจะเกลียดเธอมากกว่าเดิม

ดาหลาเฝ้าตั้งคำถามกับตัวเองในขณะที่เท้าซึ่งสวมรองเท้าคัทชูสีขาวหัวตัดยังคงย่ำพื้นทรายเพื่อมุ่งหน้าไปยังบังกะโลท้ายหาด

บางที... เธออาจต้องการความช่วยเหลือจากชนินทร์

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel