ตอนที่2
น่านฟ้าและปิ่นรักกลายเป็นเพื่อนกันนับตั้งแต่วันนั้นมา ครอบครัวของน่านฟ้าใจดีกับเธอมาก พ่อแม่ของเขาเอ็นดูปิ่นรักเหมือนเป็นลูกอีกคนทำให้ทั้งคู่สนิทกันไปโดยปริยาย และปิ่นรักได้รับสิทธิ์เข้าออกบ้านเขาได้ราวกับเป็นบ้านของตนเองเพราะเธอคือคนที่น่านฟ้าไว้ใจที่สุด
“น่าน น้องวีโรงเรียนข้างๆ ที่เคยขอเบอร์นายวันก่อนโทรมาอีกแล้วนะ” คนตัวเล็กเอ่ยบอกเพื่อนสนิทที่นอนหนุนตักเธออยู่พลางหันโทรศัพท์ของตนเองให้เขาดู แต่อีกคนกลับเมินหน้าหนีทำแชเชือนไม่สนใจ
“งั้นเหรอ เธอตัดสายทิ้งไปเถอะ ฉันไม่ค่อยชอบอะ” ด้วยความสนิทกันมากคำพูดของทั้งคู่จึงแปรเปลี่ยนไปตามกาลเวลา
“แล้วทำไมนายต้องให้เบอร์ฉันไปด้วย” ปิ่นรักเริ่มโวยวายเพราะน่านฟ้ามักจะให้เบอร์ของเธอกับสาวๆ ที่เข้ามาจีบ
“ก็ฉันไม่อยากให้เบอร์ตัวเองนี่นา รำคาญ” ชายหนุ่มวัยสิบแปดทำหน้าบูดบึ้งใส่เพื่อนสาวคนสวยที่สนิทที่สุด
“ก็ให้เบอร์มั่วๆ ไปสิ”
“แบบนั้นฉันก็กลายเป็นคนไม่ดีน่ะสิ” น่านฟ้ายังคงกลัวว่าตัวเองจะกลายเป็นคนไม่ดีหากให้เบอร์มั่วไป เขาจึงให้เบอร์ของปิ่นรักไปแทน แต่รู้ไหมว่าการที่เขาให้เบอร์เธอไปนั้นสร้างความปวดหัวให้เพื่อนมากแค่ไหน
“ฉันเหนื่อยกับนายแล้วนะ เมื่อไหร่จะเลิกตามติดฉันสักที” ปิ่นรักทำหน้าเบื่อหน่าย เพื่อนคนนี้ไม่ยอมไปไหนเสียทีทั้งที่จะจบมัธยมปลายอยู่แล้วน่านฟ้าก็ยังติดสอยห้อยตามไปเรียนมหาวิทยาลัยเดียวกันกับเธอ
“ก็อยู่กับเธอแล้วฉันมีความสุขนี่นา” น่านฟ้าพูดไปตามความจริง แต่สิ่งที่เขาพูดนั้นกลับทำให้ใครบางคนใจเต้นแรง
ความสัมพันธ์ของเธอกับเขามีคำว่าเพื่อนสนิทขีดเส้นไว้อย่างชัดเจน ทำให้ปิ่นรักไม่อาจคิดเกินคำว่าเพื่อนกับเขาได้ แม้ในใจจะปวดหนึบทุกครั้งที่เขามีแฟน เธอต้องคอยยิ้มแสดงความยินดีให้กับเพื่อนอยู่เสมอทั้งที่ตัวเองกำลังเจ็บปวดแต่ก็ต้องเก็บความรู้สึกเอาไว้
“ลุกขึ้นได้แล้ว ฉันเมื่อย”
“ไม่เอา ขอหนุนต่ออีกนิดนะ” ชายหนุ่มหลับตาพริ้มสบายใจเมื่อได้นอนหนุนตักนุ่มๆ ของเธอ
ปิ่นรักคือความสบายใจของน่านฟ้า ทว่าสำหรับเธอแล้วน่านฟ้าคือคนที่เธอแอบรักข้างเดียวมานานหลายปี หากย้อนเวลากลับไปได้เธอจะไม่พยายามทำตัวเป็นเพื่อนที่แสนดีแบบตอนนี้
“น่าน”
“หืมว่าไง?” ร่างหนาขานรับทั้งที่ยังหลับตา
“นายว่าเราจะเป็นเพื่อนกันอีกนานแค่ไหน” คำถามของปิ่นรักทำให้น่านฟ้าขมวดคิ้วเป็นปมก่อนจะลืมตาขึ้นมาจ้องหน้าเธอ
“ตลอดชีวิต” น่านฟ้าตอบอย่างไม่คิด
“งั้นเหรอ” คำตอบของเขาทำเอาเธอไปต่อไม่ถูก หากเป็นคนอื่นคงดีใจที่ได้มีเพื่อนดีๆ แบบนี้ แต่เธออยากเลื่อนขั้นจากการเป็นเพื่อนไปเป็นคนที่เขารักมากกว่า
“ถามอะไรของเธอเนี่ย”
“ก็แค่ถามเฉยๆ น่ะ”
“ฉันจะตามติดเธอไปทุกที่นั่นแหละจนกว่าจะแก่ตายเลย”
“ไม่คิดจะมีแฟน มีครอบครัวบ้างเลยหรือไง”
“ต่อให้มีฉันก็จะตามติดเธอไปตลอด” น่านฟ้าติดเธอแจมาตั้งแต่ประถม ยิ่งพอบ้านอยู่ไม่ไกลกันความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็ยิ่งแน่นแฟ้นขึ้นกว่าเดิม
“เมื่อไหร่จะโตสักทีนะนายเนี่ย”
“ใครบอกว่าฉันไม่โต” น่านฟ้ารีบลุกขึ้นมาเถียงกลับ เขาตัวโตกว่าเธอเกือบเท่าตัว ทั้งความสูง ทั้งขนาดตัว และที่สำคัญเบื้องล่างของเขานั้นน่าภาคภูมิใจที่สุดแล้ว ต้องขอบคุณพ่อที่ให้มาเยอะ
“ช่างเถอะ ฉันจะกลับบ้านแล้ว” ปิ่นรักเหนื่อยที่จะเถียงด้วย เธอลุกขึ้นเก็บของใส่กระเป๋าเตรียมตัวกลับบ้านก่อนจะมืดเสียก่อน
“ให้ไปส่งไหม”
“ไม่ต้องหรอก ฉันปั่นจักรยานมา”
“อืม”
“ไปละนะ เจอกันพรุ่งนี้”
“ปิ่น!” เสียงทุ้มตะโกนเรียกเพื่อนก่อนที่เธอจะเดินออกจากห้องไป
“ว่า?”
“เรื่องคอนโดฯ ใหม่น่ะ เธอตัดสินใจหรือยัง” น่านฟ้าเอ่ยถามถึงที่อยู่ใหม่ที่ใกล้มหาวิทยาลัยกว่าบ้านตอนนี้
“อืม...ฉันคงอยู่หอพักใกล้ๆ ดีกว่า”
“ทำไมล่ะ แล้วคอนโดฯ ที่เราไปดูกันล่ะ”
“ค่าเช่ารายเดือนมันแพงไปน่ะ แม่ฉันจ่ายไม่ไหวหรอก” แม่เธอเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวที่ทำงานคนเดียว ปิ่นรักจึงไม่อยากให้แม่ต้องเหนื่อยไปมากกว่านี้
“ฉันออกให้ก่อนก็ได้นะ เราจะได้อยู่ใกล้ๆ กันไง”
“ไม่เอาหรอก อยู่คนละที่กันก็ไม่เห็นเป็นไรเลย” เธออยากแยกกับเขาบ้าง เผื่อจะได้มีเวลาทำใจเมื่อเขามีคนรัก
“งั้นเราอยู่ด้วยกันไหมล่ะ แชร์ห้องกันไง คอนโดฯ นั้นก็มีแบบสองห้องนอนด้วย”
“จะบ้าหรือไง ฉันเป็นผู้หญิงนายเป็นผู้ชายนะจะอยู่ด้วยกันได้ไง คนอื่นเข้าใจผิดกันพอดี”
“ไม่เห็นเป็นไรเลย เราเป็นเพื่อนกันนี่นา” น่านฟ้าเน้นย้ำคำว่าเพื่อนอีกครั้งทำเอาหัวใจดวงน้อยของเธอกระตุกวูบ
“แยกกันอยู่นั่นแหละดีแล้ว ยังไงตอนเรียนก็เจอกันอยู่ดี” เธอคงต้องจำให้ขึ้นใจว่าเขาคือเพื่อน และสถานะเพื่อนจะไม่มีวันแปรเปลี่ยนเป็นอย่างอื่นไปได้
หากต้องการรักษาความสัมพันธ์นี้ให้ยาวนานเธอต้องเลิกคิดเกินเลยมากกว่าคำว่าเพื่อนกับเขา ถึงจะยากแต่เธอต้องทำใจให้ยอมรับมันให้ได้ ถ้าไม่อยากทำให้ทุกอย่างที่พยายามมาจนถึงวันนี้ต้องพังทลายลงด้วยความโลภของตัวเอง
“เอาแบบนั้นก็ได้” น่านฟ้ายอมทำตามที่เพื่อนบอกแม้จะเสียดายที่ไม่ได้อยู่ใกล้กัน แต่เขาเข้าใจดี ครอบครัวของปิ่นรักไม่ได้ร่ำรวย แม่ของเธอเป็นเสาหลักของบ้านและการเข้าเรียนมหาวิทยาลัยก็มีค่าใช้จ่ายมากพออยู่แล้ว
“ไปก่อนนะ แม่รอกินข้าวอยู่”
“อืม ถึงแล้วส่งข้อความมานะ”
“รู้แล้วน่า” ปิ่นรักโบกมือร่ำลาเพื่อนก่อนจะเดินออกจากห้องนอนไป
ทันทีที่ประตูห้องปิดลงใบหน้าสวยก็หุบยิ้มทันควัน เธอจำเป็นต้องรักษาความสัมพันธ์นี้ต่อไปเรื่อยๆ อย่างน้อยการได้อยู่ข้างเขาในฐานะเพื่อนย่อมดีกว่าถูกเขาเกลียด
“ฉันจะทนต่อไปได้อีกนานแค่ไหนนะ” เสียงหวานพึมพำกับตัวเองเบาๆ หากสักวันเธออดทนต่อไม่ไหวเธอคงต้องเปิดเผยความรู้สึกของตนเองให้เขารับรู้ แต่หลังจากเขารู้แล้วจะเป็นอย่างไรต่อก็ไม่อาจเดาได้
ปิ่นรักปั่นจักรยานกลับบ้านของตนเองด้วยใจที่ยังพะวงถึงสถานะเพื่อนสนิทที่เธอแอบคิดไม่ซื่ออยู่คนเดียว แต่ไม่นานก็ต้องสะบัดหัวไล่ความคิดทั้งหมดออกไปเพื่อไม่ให้ตัวเองฟุ้งซ่าน
