Chapter 5 หวงแบบไร้สถานะ
Chapter 5
หวงแบบไร้สถานะ
ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่ขนมผิงย้ายกลับมาที่ห้องของคุณหนูซาเนียและนอนกอดเด็กน้อยวัยหกขวบเอาไว้แน่น ส่วนศรัณย์กลับไปนอนที่ห้องของตัวเอง เพียงนึกถึงเขา ลมหายใจก็สะดุดติดขัด อกกระเพื่อมอย่างที่ไม่เคยเป็น
เธอก้มหน้าลงมองหนูน้อยซาเนียที่อยู่ในอ้อมแขน ส่วนล่างของตนเองยังคงชื้นแฉะจากการถูกโลมเลียแต่ไม่ได้สานต่อเนื่องจากถูกขัดจังหวะ
“นี่มันความรู้สึกบ้าอะไรกันเนี่ย...” พึมพำกับตัวเองพลางนึกถึงตอนที่เธอกับเขาทำมันอย่างมูมมามราวกับคนหิวโหย
ทางด้านของศรัณย์ เขากลับมาที่ห้องนอนของตัวเองซึ่งอยู่ห้องข้าง ๆ ซาเนียนี่เอง ศรัณย์สับสนว่าตนเองทำอะไรลงไปกับนักศึกษาฝึกงานที่อยู่ใต้โอวาท
“เป็นอะไรของมึงวะศรัณย์...ปกติไม่เห็นเป็นงี้กับใคร”
เขานั่งลงบนเตียงยกมือขึ้นกุมหัว สับสนได้สักพักก็เลื่อนตัวขึ้นไปนอนพิงหลังเข้ากับหัวเตียง ก้มลงมองแท่งลำร้อนที่ยังคงชูชันไม่ยอมสงบโดยง่าย พยายามระงับสติตัวเองแต่ยากเสียเหลือเกิน
จะให้ลากตัวของเธอมาที่ห้องแล้วจับกด กระทำในสิ่งที่ตนต้องการก็หาใช่เรื่อง เดี๋ยวซาเนียคงได้มาเคาะประตูอีกคืนนี้เด็กน้อยฝันร้ายคงจะนอนไม่สงบ
เขาหยิบโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่ข้างหัวเตียงขึ้นมาหมายจะโทรหาวิทย์คนสนิทเพื่อให้เรียกผู้หญิงมาบริการที่นี่เพราะอาการกำหนัดมันกำเริบจนแทบทนไม่ไหว หากแต่มือก็ชะงักลง...ตระหนักได้ว่าไม่ต้องการใคร เขาแค่อยากทำมันกับเธอ
“อ่า บ้าฉิบ! คุณนี่มันกวนใจดีจริง ๆ เข้ามารบกวนถึงในความคิดผมเชียวเหรอ”
เพียงหลับตานึกถึงใบหน้าสวย ๆ ของขนมผิงซึ่งเป็นพี่เลี้ยงของลูกสาวตัวเอง รอยยิ้มแสนหวานที่คลี่ขึ้นบนใบหน้า ดวงตากลมโตพร้อมกับนัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนนั่น ปกติเธอมักใส่ชุดนักศึกษาเรียบร้อย หากแต่ในจินตนาการของศรัณย์เธอกำลังสวมชุดนักศึกษารัตติ้ว กระโปรงทรงเอที่ยาวเพียงแค่คืบปิดแทบไม่พ้นกางเกงชั้นใน ยิ่งนึกถึงก็ยิ่งคึกจนไม่อาจข่มตาหลับนอนได้ในคืนนี้
มือแกร่งควักแท่งลำเอ็นออกมาพร้อมกับสาวขึ้นลงช้า ๆ หลับตาพริ้มเงยหน้าสูดอากาศพลางจินตนาการไปถึงคนตัวเล็กเมื่อครู่ที่เขาได้เห็นเนื้อนวลอกพร้อมกับร่องสวยที่ฉ่ำแฉะ
“อื้ม~ ผิง ขนมผิง” เสียงครางดังออกมาจากริมฝีปากสากหนาของความเป็นชาย ลำเอ็นร้อนปูดโปนเต็มไม้เต็มมือ เขาชักมันด้วยมือของตนเองแต่หากได้เธอช่วยคงดีกว่า
คิดถึงโพรงปากนุ่มนิ่มนั่น... จินตนาการไปจนถึงขั้นหากได้สอดกระแทกเข้าไปในร่องสวย ป่านนี้เขาจะมันส์ถึงใจขนาดไหนกันนะ
มือแกร่งสาวแท่งเอ็น แรงขึ้นเร่งจังหวะทีละน้อย ไม่สกัดกั้นเอาไว้ได้อีกต่อไป น้ำสีขาวขุ่นพุ่งแรงออกมาจนเลอะหน้าขาที่ยังคงสวมกางเกงนอนเอาไว้อยู่
“อ่า... ขนมผิง อ้ากว้าง ๆ แบบนั้น...” เขาจินตนาการไปถึงว่ากำลังฉีดน้ำใส่เธอแล้วคนตัวเล็กก็นอนดิ้นเร่าหน้าแดงซ่านอยู่ใต้พันธนาการ
เสร็จสมอารมณ์กำหนัดพร้อมกับลาวาสีขุ่นที่พวยพุ่งจนเลอะเทอะ เขารู้สึกละอายแก่ใจเบา ๆ ที่เอาเด็กสาวนักศึกษาฝึกงานมาจินตนาการลามกเช่นนี้
หากแต่เธอดูเต็มใจที่จะให้เขาทำ หากไม่โดนขัดจังหวะโดยซาเนียซะก่อน คืนนี้เขาและเธอคงได้เสียเป็นเมียผัวกันแน่
เช้าวันต่อมา
หญิงสาวสวมชุดนักศึกษาพาคุณหนูซาเนียลงมาทานอาหารเช้าด้วยกันที่ห้องอาหารของคฤหาสน์รันรวี ดวงตากลมโตเปรยปรือราวคนนอนไม่พอ เธอคิดทบทวนเรื่องราวระหว่างตัวเองกับพ่อของซาเนียทั้งคืน เหตุที่เกิดขึ้นมันถลำลึกไปถึงเพียงนั้นได้ไงกันนะ... เธอพลีกลายให้เขาชื่นชม แม้จะยังไม่ถึงขั้นที่เรียกว่าเสียตัว แต่เพียงอีกก้าวก็เกือบจะพลาดพลั้งไป
“เป็นอะไรไปคะพี่ผิง เหม่อเชียว”
หนูน้อยซาเนียที่นั่งอยู่ด้านข้างเอ่ยถามเมื่อเห็นว่าพี่เลี้ยงสาวนิ่งไป ขนมผิงในชุดนักศึกษาที่ถือช้อนข้าวต้มค้างเอาไว้ถึงกับทำหน้าเหลอหลา รีบแก้ตัวกับเด็กน้อยที่ตัวเองต้องดูแล
“เปล่าค่ะคุณหนู พี่แค่คิดอะไรเพลิน ๆ นิดหน่อย”
“หรือว่าจะเป็นเรื่องหัวใจกันน๊าา ผู้หญิงสวย ๆ แบบพี่ขนมผิงต้องมีผู้ชายเข้ามาจีบเยอะแน่เลย”
ซาเนียคลุกคลีกับพวกสาวใช้อายุรุ่นราวคราวเดียวกันกับขนมผิง วัยสาวแบบนี้จะมีปัญหาอะไรนอกจากเรื่องหัวใจ ซาเนียเป็นเด็กคิดโตเกินกว่าอายุและแสนเฉลียวฉลาดจริง ๆ
“คุณหนู...ใครสอนเรื่องพวกนี้มาคะเนี่ย?”
“ก็เห็นพี่เจนพูดกับพวกพี่ ๆ สาวรับใช้ที่อยู่ในห้องครัว ซาเนียก็แค่จำมาค่ะ”
เด็กน้อยพูดอย่างไร้เดียงสา เธอกำลังคิดคำพูดว่าจะบอกอย่างไรกับหนูน้อยดีว่าเรื่องพวกนี้เป็นเรื่องของผู้ใหญ่ จะตำหนิติเตียนนั้นก็คงไม่ได้เพราะเธอเป็นถึงคุณหนู ลูกสาวคนเดียวของคุณศรัณย์ รันรวี ประธานบริษัทรันรวี เอ็นจีเนียริ่ง
“คุยอะไรกันอยู่คะซาเนีย?”
น้ำเสียงทุ้มเอ่ยดังขึ้นจากด้านหลัง ไม่ใช่เพียงหนูน้อยที่ตกใจ แต่ขนมผิงเองก็สะดุ้งจนตัวโยนด้วยเช่นกัน ศรัณย์เดินก้าวเท้ายาว ๆ มานั่งที่หัวโต๊ะอาหาร โต๊ะอาหารตัวยาวที่นั่งได้นับสิบคน มีแจกันใส่ดอกไม้สดวางอยู่ตรงกลางดูหรูหราและโออ่า
“คุณพ่อ...ซาเนียตกใจหมดค่ะ”
“พ่อถามว่าทำอะไรอยู่ หืม? คุยอะไรกันอยู่”
เขาถามย้ำ พร้อมกับยกมือเรียกให้สาวรับใช้มาเสิร์ฟอาหาร อาหารเช้าในวันนี้คือข้าวต้มกุ้ง ขนมผิงเองก็นั่งรับประทานข้าวเช้าร่วมกับศรัณย์ด้วยเช่นกัน
“ไม่มีอะไรหรอกค่ะ คุยเล่นกับคุณหนูเท่านั้นเอง”
ขนมผิงพูดขึ้นเพราะกลัวว่าคุณหนูซาเนียจะโดนดุเพราะความแก่นแก้ว แต่เด็กไม่ได้ผิดอะไร...เพียงแต่จำมาจากพฤติกรรมของสาวรับใช้ที่ดูแลก็เท่านั้น
“งั้นเหรอ แล้ววันนี้เดี๋ยวต้องออกไปข้างนอกกับพี่สาวใช่ไหม”
“ใช่ค่ะคุณพ่อ วันนี้ซาเนียต้องไปเรียนเปียโนที่โรงเรียนสอนดนตรี เดี๋ยวพี่ผิงเองก็จะตามไปด้วย”
เด็กน้อยพูดอย่างดี๊ด๊า ตั้งแต่พี่เลี้ยงสาวคนนี้เข้ามา ช่างถูกใจหนูน้อยเหลือเกิน ใจดีและใจเย็นไม่ค่อยดุเธอสักเท่าไหร่ ตามใจแต่ก็ไม่ได้ตามใจเสียทุกอย่างจนดูเอาหน้า ความพอดิบพอดีนี้ต้องยกให้กับนางสาวขนมผิงนักศึกษาสาวฝึกงานที่ถูกดึงตัวมาดูแล แม้ไม่เคยมีประสบการณ์แต่เธอเลี้ยงเด็กได้เป็นอย่างดี
“ตั้งใจเรียนนะครับลูก เดี๋ยวสิ้นเดือนคุณครูที่โรงเรียนแจ้งมาว่าจะมีแข่งเปียโนต้องไปแสดงขึ้นเวทีด้วย”
“ใช่ค่ะคุณพ่อ”
“เดี๋ยวพ่อก็จะไปเชียร์ด้วยนะ จะเคลียร์ตารางงานแล้วไปดูซาเนียเล่นเปียโน”
“ถ้าพ่อว่างหนูจะดีใจม๊าก มากก”
หนูน้อยซาเนียดีอกดีใจเฝ้ารอให้ถึงวันที่เธอจะได้ไปแสดงสดเปียโน
เวลาผ่านไปสักพัก ช่วงเกือบเที่ยงของวัน ซึ่งใกล้กับช่วงคุณหนูซาเนียต้องไปเรียนเปียโนที่โรงเรียนสอนดนตรี
ติ๊ง เสียงแชทโทรศัพท์มือถือของคนตัวเล็กดังขึ้น เธอหยิบขึ้นมาพร้อมกับพิมพ์ตอบ ประโยคที่คนอีกฝ่ายพิมพ์มาทำให้เธอต้องย่างเท้าออกมาที่หน้าคฤหาสน์เพื่อรอรับของบางอย่าง
สายตาของศรัณย์จับจ้องมองเธอ เขากำลังจะไปที่ลานจอดรถเพื่อไปที่บริษัทแต่ก็เจอกับหญิงสาวในชุดนักศึกษาเดินออกไปที่คฤหาสน์ริมรั้ว
ชายร่างสูงในชุดนักศึกษาชายแขนยาวกับกางเกงสแลคสีดำยิ้มระรื่นพร้อมกับยื่นถุงอะไรบางอย่างมาให้ คนตัวเล็กยิ้มรับถือไว้ในมือ
ปกติเขาไม่ค่อยสนใจผู้หญิงคนไหนนักหรอก หากแต่กับคนตัวเล็กที่เข้ามาเป็นพี่เลี้ยงสาวได้เพียงแค่สัปดาห์เดียว กลับทำให้ใจดวงแกร่งมันสับสนอย่างที่ไม่เป็นตัวเอง
เขาจับจ้องมองภาพนั้นอย่างไม่พอใจ หญิงกับชายยืนหัวเราะต่อกระซิกกันสองต่อสอง แบบนี้มันสมควรแล้วหรือ ทั้งที่เมื่อคืนเธอเพิ่งจะพลีกายเกือบให้เขามีอะไรด้วยอยู่นี่เอง
ชายคนนั้นโบกมือลาพร้อมกับขนมผิงที่เดินถือถุงบางอย่างพร้อมกับรอยยิ้มจาง ๆ เดินกลับเข้ามาภายในตัวคฤหาสน์
“ไหนว่าไม่มีแฟน? แล้วไอ้ผู้ชายที่มายืนเกาะรั้วอยู่หน้าบ้านผมมันคือใคร”
ร่างแกร่งสูงกว่า 185 เซนติเมตรเดินล้วงกระเป๋ากางเกงเข้ามา เขาขมวดคิ้วมุ่นไม่พอใจเมื่อเห็นว่าขนมผิงไม่เป็นไปดังคาด คิดว่าจะเป็นผู้หญิงเรียบร้อยไม่ยุ่งกับชายใด แต่ที่ไหนแล้วคนสนิทเป็นผู้ชายมาส่งของให้กันถึงหน้าสถานที่ทำงาน
“ว้าย! ตกใจหมดเลยค่ะ จู่ ๆ ก็โผล่มา”
“ยืนคุยกับผู้ชาย? ที่บอกไม่มีแฟนคือโกหก?”
“คุณศรัณย์..คุณกำลังเข้าใจผิดแล้วค่ะ”
“ผิดตรงไหน เห็นอยู่กับตา”
ขนมผิงโดนต้อน เธอลอบถอนหายใจออกมาแผ่วเบา ชายตรงหน้ากำลังเข้าใจผิดอย่างมหันต์
“แล้วถ้าฉันจะมีแฟน มันแปลกตรงไหนล่ะคะ”
ยอกย้อนกลับอย่างไม่กลัว
“เคยบอกแล้วไง ระหว่างดูแลซาเนียผมไม่ต้องการให้คุณมีแฟน”
“เป็นแค่นายจ้าง ไม่ใช่เจ้าชีวิตของฉันสักหน่อยค่ะ”
ขนมผิงเถียงสู้ ศรัณย์จับมือของเธอกระชากตัวของเธอให้เข้าหาตัวเอง
“อย่าปากดี...ขนมผิง”
“อะ เอ่อ..” เจนสาวรับใช้เดินผ่านมาทางนี้เพื่อที่จะแจ้งว่าตอนนี้คุณหนูซาเนียรออยู่ที่ลานจอดรถ เตรียมพร้อมที่จะออกไปเรียนเปียโน
เขาปล่อยมือออกจากขนมผิง จากที่ใกล้กันก็ผละออกมา เธอรู้ดีว่าเขาคงไม่อยากให้ใครรับรู้เรื่องราวที่มันไม่ปกตินี้ ความสัมพันธ์ระหว่างพี่เลี้ยงของลูกสาวกับคุณพ่อลูกติดที่เป็นเจ้านายของเธอ มันไม่สมควรอย่างยิ่งเลย
“มีอะไรหรือเปล่าเจน?” ขนมผิงเอ่ยถามพร้อมกับปรับสีหน้าให้เป็นปกติ
“คุณหนูซาเนียรออยู่ที่ลานจอดรถแล้วนะ พร้อมจะไปเรียนแล้วล่ะ”
“อื้ม... งั้นฉันขอตัวนะคะคุณศรัณย์ คุณหนูคงรอนานแล้ว”
เขาไม่ตอบอะไรเพียงแต่มองตามแผ่นหลังเล็กไปอย่างช้า ๆ ส่วนเจนก็รีบออกไปจากตรงนี้ได้ทันท่วงที
ไม่รู้เป็นอะไร...คนตัวใหญ่รู้สึกหงุดหงิดเป็นอย่างยิ่งที่หญิงสาวคุยกับชายอื่น ผู้ชายในชุดนักศึกษาที่ดูจะรุ่นราวคราวเดียวกับเธอมากกว่าเขา
ปฎิเสธไม่ได้เลยว่าขนมผิงในตอนนี้มีผลต่อหัวใจของเขาเหลือเกิน
ศรัณย์หงุดหงิด หงุดหงิดเหลือเกิน...อยากจะครอบครองเธอแต่เพียงผู้เดียว ไม่ให้ใครมาแตะต้องหรือแม้แต่พูดคุย
หากจะบอกว่า หวง ก็คงไม่ผิดนัก...
หวงแบบไร้สถานะ... แบบนี้มันผิดหรือเปล่า?
