Chapter 4 นวดด้วย ‘ปาก’
Chapter 4
นวดด้วย ‘ปาก’
“หรือจะนวดมันด้วยปากของเธอก็ได้” สิ้นคำของท่านประธานแห่งรันรวี เอ็นจีเนียริ่ง ขนมผิงแทบอยากแทรกมุดตัวเองลงไปข้างเตียงอย่างเอียงอาย ไม่รู้ว่าเขาพูดมันออกมาจากปากได้อย่างไร
“คุณศรัณย์ พูดอะไรก็ไม่รู้” ทำทีไม่สนใจ แต่มือเล็กนวดคลึงต้นขาของเขาเบา ๆ ใจดวงน้อยพยายามระงับอารมณ์อย่างสุดพลัง ในขณะที่นวดขา มือเล็กย่ำนวดเข้าที่ต้นขาแกร่งกำยำ แต่กลับพบเห็นความเป็นชายที่ชูชันดันนูนขึ้นมาท่ามกลางกางเกงชุดนอนลายตารางสีขาวน้ำเงิน เธอพยายามเบี่ยงสายตา เปลี่ยนมือไปนวดที่ขาแกร่งอีกข้างแต่แล้วหลังมือมันไม่รักดีกลับไปโดนเข้าที่แท่งลำร้อน
“ถ้าไม่คิดทำให้ ก็อย่าโดนมัน” เขาว่าออกมาอย่างทรมาน ดวงตาปรือเปยจับจ้องมองนักศึกษาสาวฝึกงานที่อยู่ใต้โอวาท ไม่คิดบังคับให้เธอทำในสิ่งที่ไม่ต้องการ
เห็นความทรมานที่ปูดโปน ขนมผิงก็ลอบกลืนน้ำลายลงคอ มือเธอยังคงบีบค้างอยู่ที่ต้นขาเขา กางเกงแทบขาดเพราะมันดีดตึงสูงใหญ่ หากทิ้งนานกว่านี้กางเกงนอนตัวนี้คงขาดเป็นแน่ เจ้าเอ็นลำโตมันทั้งใหญ่ทั้งยาว
“คุณศรัณย์ทรมานมากเลยหรือคะ?” เธอเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วงกลัวว่าเขาจะเจ็บปวดทรมาน
“ทั้งแสบ... ทั้งปวด แล้วก็ทรมานมาก” ศรัณย์เสียงแผ่วดูน่าสงสาร คุณศรัณย์ที่ในตอนกลางวันดูดุดันและเคร่งเครียด แต่ในตอนนี้ยามกลางคืนที่เขาอยู่บนเตียงพร้อมกับแท่งลำยาวที่ชูชันขึ้นปราดเปรียว เขากลับดูเป็นชายที่น่าสงสาร เหมือนต้องการความช่วยเหลือจากเธอ
ดวงตากลมโตระริกเต็มไปด้วยแววความลังเลว่าควรจะทำเช่นไร หากแค่นวด...ด้วยปากอย่างที่เขาว่า มันคงไม่เสียหายอะไรใช่ไหม? บางทีอาจช่วยให้คุณศรัณย์หายทรมานข้ามผ่านค่ำคืนที่แสนจะยากลำบากนี้ไปได้
“หากหนูนวดด้วยปาก คุณจะดีขึ้นใช่ไหมคะ?”
ใช่ว่าหญิงสาวจะไม่รู้จักเรื่องอย่างว่า เธอก็เคยดูหนังผู้ใหญ่ผ่านตามาบ้าง ด้วยอายุเท่านี้แม้จะไม่เคยมีประสบการณ์จริงกับชายคนไหนเลยก็ตาม แต่คงไม่อาจปฏิเสธได้ว่าตอนนี้ เธอเริ่มมีอารมณ์ น้ำใสเริ่มไหลเยิ้มภายในกลีบสงวนสองข้างที่ปิดสนิทอยู่ภายใต้กางเกงในสีขาวสะอาดตาซึ่งถูกปิดทับด้วยกางเกงนอนสีชมพูลายรูปหัวใจ
ศรัณย์จับจ้องมองนักศึกษาสาวซึ่งตอนนี้กำลังนั่งอยู่บนตัวของเขา ยังคงบีบนวดต้นขาค้างเอาไว้ แม้รู้ว่าไม่สมควรที่จะเล่นกับนักศึกษาใต้โอวาทของตัวเอง เธอเป็นเด็กฝึกงานภายในบริษัทที่ถูกดึงตัวมาดูแลลูกสาวของเขาที่คฤหาสน์ งานคนละภาคส่วนกันก็ทำให้เด็กคนนี้ต้องปรับตัวมากอยู่แล้ว หากเขาจะดึงขึ้นมาเป็น ของเล่นชั่วคราว อาจจะทำให้เด็กสาวคนนี้ต้องปรับตัวหนักกว่าเดิม
เขาช่างใจกับตัวเองอย่างหนัก รู้ว่าไม่ควรแต่ความยั่วเย้าของขนมผิงทำเอาปฏิเสธได้ยาก...
เขาอยากเอากับเธอ หลงเสน่ห์เด็กปีสี่ในคราบชุดนักศึกษาที่แสนยั่วเย้า แม้จะได้พบคนสวย ๆ มาหลายคนแต่ไม่มีใครดึงดูดได้เท่ากับเธอคนนี้เลย
“หากได้ปากช่วย คงดีขึ้นมาก” เขาว่าเสียงพร่าพร้อมกับจ้องมองเธอที่คร่อมอยู่บนตัวของเขาในตอนนี้ ขนมผิงทำใบหน้าเขินอายพร้อมกับริ้วแดงที่ขึ้นบนแก้มระเรื่อทั้งสองข้าง
“คุณศรัณย์... พูดอะไรก็ไม่รู้” รู้สึกเขินอายกับคำพูดของเขาจนไปต่อไม่ถูก ร่างแกร่งไม่รอให้เธอต้องพูดพร่ำทำเพลงอะไรไปมากกว่านี้ พลิกเกมกลายเป็นว่าจับตัวเธอให้นอนอยู่ใต้พันธนาการแล้วเขาก็กระโดดขึ้นมาคร่อมตัวของเธอเอาไว้แทน
ขนมผิงตกใจตาโตสะดุ้งโหยง ไม่คิดว่าศรัณย์จะรุกเร็วเช่นนี้ และเธอยังไม่เคยมีประสบการณ์เลยสักครั้งกับเรื่องอย่างว่า
“คุณศรัณย์จะทำอะไรคะ...”
ถามเสียงพร่าพลันในใจก็เต้นตึกทำตัวไม่ถูก
“เมื่อยเนื้อเมื่อยตัว อยากให้คุณช่วยบรรเทา”
ศรัณย์ประธานบริษัทหนุ่มในตอนนี้ก็ไม่อาจควบคุมตัวเองให้เป็นปกติได้ ร่างกายอันยั่วเย้าของเด็กสาวปีสี่ทำเอาเขาระส่ำไปทั้งกาย ทั้งที่มีผู้หญิงมากมายเข้าหาพร้อมพลีกายแต่เขากลับไม่เคยแล...แต่พอเป็นเธอคนนี้ มันพิเศษไปกว่าทุกคน
มือแกร่งปลดกระดุมเสื้อชุดนอนของตัวเองออกทีละเม็ดอย่างช้า ๆ ดวงตาแสนเว้าวอนจับจ้องมองเธอไม่ห่าง เพียงสักพักกางเกงนอนตัวบางลายตารางสีน้ำเงินสลับขาวก็ถูกถอดออก โยนลงข้างเตียงราคาแพงอย่างไม่ใยดี
ความใหญ่โตชูเด่นปรากฏได้เห็น แท่งลำร้อนใหญ่ที่แทบจะใหญ่เท่าแขนของขนมผิงทำเอาเธอวาบหวามใจ ดวงตากลมโตสั่นริกจับจ้องมองมัน แท่งเอ็นยาวสะท้อนเป็นประกายอยู่ในดวงตากลมวาวของเธอ
“ค คุณศรัณย์ ของคุณ...ใหญ่เสียยิ่งกว่าในหนังที่ฉันเคยได้ดู ฉันรับไม่ไหวหรอกค่ะ”
เมื่อเห็นขนาดใหญ่ ๆ นั้นอย่างเต็มตา ขนมผิงเลือกที่จะปฏิเสธ คงไม่อาจมีอะไรกันได้เพราะขนาดไซส์ที่มันใหญ่โตเกินมนุษย์มนานั่น
“ยังไม่ลองจะรู้ได้อย่างไร?” เขาตอบเสียงไม่พอใจพร้อมกับยกมือขึ้นชักเจ้าแท่งลำร้อนนั้นขึ้นลงให้หัวเห็ดสีแดงเปิดเบิกโชว์จนคนตัวเล็กใจสั่นยิ่งกว่าเดิม
“ใหญ่ขนาดนั้น ฉันยอมให้คุณทำไม่ได้หรอกค่ะ”
เธอยังคงพยายามปฏิเสธพร้อมส่ายหน้า แต่มีหรือที่ศรัณย์จะฟัง เขาคร่อมตัวเธอเอาไว้แล้วเลื่อนขึ้นมาจนถึงใบหน้าสวย จับแท่งลำร้อนยัดเข้าที่ปากเล็ก ขนมผิงตกใจเมื่อความร้อนใหญ่ถูกส่งผ่านเข้ามาภายในอุ้งปากของเธอ ดวงตาโตแทบเหลือก จับจ้องมองใบหน้าของศรัณย์
“อ่ก อื่อ อื้ม~”
ความใหญ่โตคับแน่นอยู่ในอุ้งปากสวย
“นวดด้วยปากของคุณสิ เดี๋ยวมันก็ลื่นจนพร้อมใช้งาน รับรองว่าไม่เจ็บ...”
ศรัณย์ว่าด้วยถ้อยคำลามก ขนมผิงเขินอายจนแทบอยากจะเอาหน้าซุกหนี หากแต่ทำไม่ได้เพราะตอนนี้ปากของเธอถูกยัดเข้ามาด้วยลำเอ็นร้อนใหญ่
ขนมผิงจำต้องตามน้ำไป อ้าปากเรียวอมและเลียวนที่ปลายหัวเห็ดสีแดงอย่างช้า ๆ ตามที่เคยได้ดูและศึกษามา ศรัณย์กดเอ็นลึกเข้ามาจนเกือบจะถึงคอหอย ขนมผิงสะดุ้งโหยงตกใจแต่ก็พยายามประคับประคองแท่งลำใหญ่นั้นแล้วโลมเลียราวกับกำลังกินไอติมอย่างละเมียดละไม
“อ่า ซี๊ดแบบนั้น..ขนมผิง”
เขาครางฮือพอใจเมื่อเธออมได้ดีอย่างเป็นงาน ไม่อยากจะเชื่อว่านี่คือครั้งแรกของพี่เลี้ยงสาวคนสวย หรือเธอโกหกเขากันนะ? เรื่องที่ว่าไม่เคยมีแฟน
เมื่อแท่งลำร้อนวับวาวจนพึงพอใจ เขาชักแท่งลำออกมาจากอุ้งปากสวย เลื่อนตัวลงมาด้านล่างจับหมับเข้าที่ขอบกางเกงนอนสีชมพูลายหัวใจของเธอแล้วดึงมันออกผ่านลอดเรียวขาสวย กระดุมเสื้อถูกปลดออกและโยนเสื้อทิ้งไปใต้ล่างข้างเตียงกองสุมอยู่กับชุดนอนของเขาเอง
ขนมผิงยกมือขึ้นปิดเนินเนื้ออก ไม่ยอมให้เขาได้มองอย่างเต็มตาเพราะรู้สึกกระดากอายจนเกินไป
“อย่า อย่ามองนะคะ...” ว่าอย่างนั้นทั้งที่เขายันกายชันเข่าอยู่ตรงกลางกายของเธอ ต้นขาเรียวถูกแยกออกจากกันจนน้ำใสไหลซึมออกมา
“ถ้าไม่ให้ดูข้างบน ผมจะเลียข้างล่าง”
ร่างแกร่งก้มหน้าลงไป มือหนาประคองดันต้นขาอวบทั้งสองข้างจนแยกแบะออกจากกัน แลบลิ้นเลียปาดที่ติ่งเม็ดสวาทอย่างช้า ๆ โลมเลียกลีบสวยอย่างเป็นงาน
“อ่า ค คุณศรัณย์... แบบนั้น หนูจะไม่ไหวเอา...”
รู้สึกซ่านไปทั้งกายอย่างที่ไม่เคยเป็น ขนมผิงพยายามจะขยับตัวถอยหนีออกจากใบหน้าหล่อที่ฝังลิ้นเข้ามาในกลีบสวย หากแต่เขาไม่ปล่อยง่าย แขนทั้งสองข้างล็อคต้นขาไว้แล้วซุกหน้าละเลงลิ้นอย่างใจปรารถนา ความหวานจากร่องสวยทำเอาศรัณย์รู้สึกฮึกเหิมกว่าเดิม
“อืม~ หวานมากจริง ๆ ...”
มือเรียวเล็กของขนมผิงกำผ้าปูที่นอนข้างกายแน่น รู้สึกตัวเองแทบจะถึงจุดปลายทางของสวรรค์ แต่แล้วก็ถูกขัดจังหวะอย่างที่ไม่น่าให้อภัยโดยเสียงเคาะประตูจากมือเล็กๆ ก๊อก ก๊อก ก๊อก
“คุณพ่อขา...พี่ผิงไปไหน ทำไมหนูนอนอยู่คนเดียวในห้อง”
เสียงของหนูน้อยซาเนียทำขนมผิงตกใจรีบผละตัวออกจากเขา ศรัณย์เองก็รีบลุกขึ้น หยิบเสื้อผ้าข้างเตียงมาสวมใส่และโยนชุดนอนให้กับขนมผิง
“รีบใส่ชุดซะ ผมจะออกไปหาซาเนีย”
แม้อยากทำเรื่องอย่างว่ากับเด็กฝึกงานคนนี้เหลือเกิน แต่ลูกสาวยังคงเป็นคนสำคัญที่สุด เขารีบสวมชุดนอนของตัวเองแล้วเดินออกไปหน้าห้อง ก่อนออกไปไม่ลืมที่จะปิดโคมไฟเสียก่อนให้ห้องมืดที่สุดเท่าที่จะทำได้ หนูน้อยซาเนียจะไม่เห็นว่ามีใครซ่อนตัวอยู่ในห้อง
แอ๊ดดดด เสียงประตูถูกเปิดออกอย่างช้า ๆ พร้อมกับร่างแกร่งกำยำที่สูงกว่า 185 เซนติเมตรของศรัณย์ เขาก้มหน้ายิ้มให้กับลูกสาวที่ตัวเตี้ยกว่าหลายสิบเซน
“เป็นอะไรไปลูกซาเนีย”
“คุณพ่อขา พี่ผิงหายไปไหนก็ไม่รู้ หนูนอนอยู่คนเดียวตื่นมากลางดึกก็ไม่เจอใคร...”
ซาเนียพูดด้วยน้ำเสียงหวาดกลัวดูน่าสงสาร เขาย่อตัวลงโอบกอดลูกสาวเอาไว้แน่น
“เดี๋ยวพ่อพาไปส่งที่ห้องนอนนะคะ อีกสักพักพี่สาวคงจะตามไปนอนที่ห้อง คงไปเข้าห้องน้ำหรือลงไปดื่มน้ำในครัวมั้งครับลูก”
ศรัณย์เอ่ยอย่างใจดี กอดลูกสาวเอาไว้เพื่อให้ความอบอุ่น
“ค่ะคุณพ่อ งั้นเรากลับไปรอพี่ผิงที่ห้องกันนะ”
เด็กสาวว่า เขาจูงมือลูกสาวเตรียมเดินออกไป ก่อนเดินออกไปเขาหันมาในห้องเหลือบมองขนมผิงที่ตอนนี้แต่งตัวเรียบร้อยแล้ว เขาทำท่าพยักหน้าเหมือนกับบอกให้เธอรับรู้ว่าอีกสักพักค่อยตามไปที่ห้องนอนของน้องซาเนีย
ขนมผิงพยักหน้ารับรู้พร้อมกับทำสีหน้าเจื่ิอน ๆ ยังรู้สึกเขินอายว่าเมื่อครู่ทำอะไรลงไป...เธอพลีกายให้พ่อของซาเนียได้เห็นเรือนร่างทุกส่วนสัด
แล้วแบบนี้จะมองหน้าเขาต่อไปอย่างไรดีล่ะ?
ขนมผิงไม่รู้ตัวเลยว่าควรจะทำตัวเช่นไรต่อจากนี้ ความเผลอไผลเพียงชั่วครู่อาจส่งผลให้เธอทำงานที่นี่ได้ลำบาก
ต่อจากนี้จะมองหน้าซาเนียก็คงมองอย่างลำบากใจ รู้สึกผิดกับสิ่งที่ทำลงไป
โชคดีที่ไม่ถลำตัวไปมากกว่านี้.. ขนมผิงจะไม่ทำมันอีก ได้แต่คิดกับตัวเอง แล้วตั้งหน้าตั้งตาเตรียมตัวเดินไปที่ห้องนอนของคุณหนูซาเนีย
มันจะต้องไม่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นอีก จำไว้ผิง!
