Chapter 3 เริ่มจะเกินหน้าที่
Chapter 3
เริ่มจะเกินหน้าที่
ขนมผิงนักศึกษาสาวฝึกงานชั้นปีที่สี่ทำงานที่คฤหาสน์แห่งนี้มาเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ มีโอกาสได้เจอหน้าพ่อของคุณหนูซาเนียอยู่บ่อยครั้ง และทุกคราที่เห็นเขาใจเธอจำต้องเต้นแรงเสมอ
“หล่อใช่มั้ยล่ะคุณศรัณย์น่ะ” หลังจากทำงานมาได้สักพักก็เริ่มสนิทกับสาวรับใช้ที่คอยดูแลในคฤหาสน์อายุรุ่นราวคราวเดียวกับเธอชื่อว่าเจน
“หล่ออะไรล่ะเจน...” ขนมผิงทำหน้าเขินอายยกมือขึ้นตีไหล่ของเจนเบา ๆ ขนมผิงเป็นคนน่ารักทำให้สนิทกับผู้คนได้ง่าย
“แหม ใครเขาก็พูดกันว่าคุณศรัณย์เป็นคุณพ่อลูกติดที่ฮอตที่สุด หรือเธอไม่คิดอย่างนั้นล่ะจ๊ะ?”
เจนทำสีหน้าเพ้อฝัน ทำงานอยู่ที่นี่แต่ไม่เคยคิดอาจเอื้อมเกินไปไกล เพียงแต่ชื่นชมในความหล่อเหลาของใบหน้าแสนคมคายก็เท่านั้นเอง
“ก็หล่อดี... แต่นั่นเจ้านาย ไม่ควรคิดเป็นอื่น”
ขนมผิงว่าพลางยิ้มเจื่อน ไม่ได้บอกเพื่อนที่เป็นสาวรับใช้ บอกตัวเองต่างหาก...
“ใครได้เป็นเมียคงสบายไปทั้งชาติ”
“เธอชอบคุณศรัณย์เหรอ?” ขนมผิงเอ่ยถามสาวรับใช้ที่ยืนอยู่ข้างกัน ทั้งคู่กำลังยืนมองศรัณย์นั่งเล่นกับคุณหนูซาเนียอยู่ที่ริมสระว่ายน้ำ
“เปล่า คนอย่างพวกเราจะไปมีวาสนาเป็นเมียเจ้านายได้อย่างไรกันล่ะ หมายถึงผู้หญิงที่จะได้แต่งเข้ามาเป็นภรรยาและเป็นว่าที่คุณหญิงของรันรวีต่างหาก”
เจนว่าอย่างเพ้อฝัน ส่วนขนมผิงทำได้เพียงยิ้มเจื่อน ควบคุมใจตัวเองไม่ให้คิดรู้สึกอะไรเพราะมันจริงอย่างที่เจนสาวรับใช้คนนี้ว่า คนอย่างพวกเรา...จุกจังคำนี้
“นั่นสินะ... คนอย่างประธานบริษัทจะมามองลูกน้องอย่างเราได้ยังไง”
ขนมผิงพึมพำกับตัวเอง แม้จะรู้สึกว่าใจสั่นทุกครั้งเมื่อมองหน้าเขา หากแต่ตอนนี้คงต้องพยายามเก็บอาการไม่คิดเกินเลยไปไกล
“นั่น! คุณศรัณย์มองมาทางนี้แล้ว คงจะเรียกให้เธอเข้าไปดูคุณหนูซาเนีย”
เจนรีบผลักหลังเพื่อนให้เดินไปทางสระว่ายน้ำ ส่วนตนเองนั้นกลับเข้าคฤหาสน์ไปทำหน้าที่สาวรับใช้ต่อ
ขนมผิงรีบเดินมาทางสระว่ายน้ำ ร่างเล็กในชุดนักศึกษากระโปรงยาวกรอมเท้าดูเรียบร้อยเดินเข้ามาหาพ่อลูกแห่งรันรวี เอ็นจีเนียริ่ง
“มีอะไรหรือเปล่าคะคุณศรัณย์?”
“ไปยืนซุบซิบอะไรกันตรงนั้น ทำไมไม่เข้ามาเล่นกับซาเนีย”
“เอ่อ คือ ฉันเห็นคุณเล่นอยู่กับคุณหนูซาเนียจึงไม่อยากรบกวนค่ะ”
บางทีเธอควรให้เวลาพ่อลูกได้อยู่ด้วยกันตามลำพัง
“หน้าที่ของเธอคืออะไร? ดูแลซาเนีย” เขากดเสียงต่ำแสดงถึงอำนาจความเป็นเจ้าของคฤหาสน์รันรวีที่มีอำนาจเหนือกว่านักศึกษาตัวเล็ก ๆ อย่างเธอ ขนมผิงไม่ใช่เด็กฝึกงานธรรมดา สถานะเธอตอนนี้เทียบเท่าพนักงานกินเงินเดือน ต้องทำงานอย่างดีไม่ควรบกพร่องใด ๆ เลย
“ขอโทษค่ะที่บกพร่องไป... รอบหน้าจะไม่เป็นแบบนี้อีก”
ขนมผิงรู้สึกว่าตนเองถูกตำหนิ เธอประสานมือกุมไว้ด้านหน้าอย่างเรียบร้อยพร้อมกับก้มหน้านิดหน่อย คุณหนูซาเนียลุกขึ้นจากตักพ่อซึ่งกำลังนั่งเล่นกันอยู่บนเก้าอี้ริมสระว่ายน้ำ เด็กสาวเดินเข้ามาหาขนมผิง
“ไม่เป็นไรนะคะพี่ผิง คุณพ่ออย่าดุพี่สาวสิ...พี่สาวเพิ่งมาทำงานที่นี่อาจจะยังไม่รู้ว่าต้องทำอะไรบ้าง”
หนูน้อยซาเนียพูดจาฉลาดเฉลียวทำเอาผู้เป็นพ่อคลี่ยิ้มออกมา
“พ่อไม่ได้ดุค่ะซาเนีย”
ร่างแกร่งลุกขึ้นยืนจากเก้าอี้จนเต็มความสูง เดินเข้ามาหาคนตัวเล็กที่กำลังโดนจับมือเอาไว้โดยหนูน้อยซาเนีย
“แต่พ่อมีเรื่องอยากคุยกับพี่สาวสักหน่อย เดี๋ยวซาเนียออกไปเล่นกับแม่บ้านรอก่อน”
“แต่ซาเนียอยากเล่นกับพี่คนสวย”
“เดี๋ยวค่อยเล่น” เสียงทุ้มกล่าวพร้อมกับทำหน้าตาจริงจัง หนูน้อยซาเนียสลดลงทันที รู้ว่าพ่อกำลังจริงจังและไม่ได้พูดเล่น แม้ตามปกติจะเป็นพ่อที่ใจดีแค่ไหนก็ตามแต่เมื่อถึงเวลาที่ต้องจริงจังศรัณย์ก็ใช่ว่าจะคุมลูกสาวไม่ได้
“ค่ะคุณพ่อ” ท้ายที่สุดหนูน้อยซาเนียจำต้องยอมปล่อยมือออกจากขนมผิงพร้อมกับช้อนดวงตากลมโตแสนไร้เดียงสาขึ้นมองพ่อและพี่เลี้ยง
“เดี๋ยวหนูออกไปรอข้างนอกนะคะพี่ผิง”
“จ้ะ เดี๋ยวพี่จะออกไปเล่นด้วยนะคะคุณหนูซาเนีย”
ขนมผิงเองไม่อาจคัดค้านอะไรได้ ปล่อยให้คุณหนูในชุดกระโปรงบานสุดน่ารักเดินจากออกไป ส่วนตัวเองต้องทำท่าสงบเสงี่ยมเจียมตัว เดินเข้าไปหาคุณศรัณย์ที่ยืนอยู่หน้าโซฟา เธอก้มหน้าสูดหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะเงยหน้าสบตาเขา เรือนร่างสวยในชุดนักศึกษาจากสถาบันที่เรียน แม้จะทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงเด็กแต่อย่างไรเธอก็เป็นนักศึกษาฝึกงานจึงแต่งตัวให้เรียบร้อยที่สุดโดยสวมชุดของสถาบัน
“มีอะไรอยากจะคุยกับฉันหรือเปล่าคะท่านประธาน?”
เขาขยับเท้าเข้ามาใกล้อีกนิด ยกมือขึ้นเชยคางพี่เลี้ยงสาวแล้วจับจ้องมองด้วยดวงตาคมคายที่แสนเย้ายวนมีเสน่ห์ ขนมผิงสะดุ้งเฮือกตกใจ ไม่เคยมีใครแตะต้องเนื้อตัวเธอใกล้ชิดเพียงนี้
“เก็บของเข้าห้องพักเรียบร้อยดีแล้ว?” เขาไม่ได้คุยกับเธอมานับสัปดาห์ ยุ่งกับงานเข้าแต่บริษัท เพิ่งจะมีเวลาอยู่บ้านก็วันนี้
“เรียบร้อยดีแล้วค่ะ” ขนมผิงตอบรับ เธอเก็บของเข้าที่เรืยนคนใช้เรียบร้อยดี ห้องสะอาดสะอ้านและกว้างใหญ่กว่าห้องแม่บ้านทั่วไปเพราะเธอมาในฐานะพี่เลี้ยงของคุณหนูซาเนียและเป็นนักศึกษาฝึกงาน
“กลางคืนไม่ต้องนอนที่นั่น”
“เอ๋...ค คุณหมายความว่าอย่างไรคะ”
“นอนกับซาเนียที่คฤหาสน์จะเหมาะกว่า”
“ตะ แต่ว่า...มันจะเหมาะสมหรือคะ?”
ออกจะดูอาจเอื้อมเกินไปสำหรับขนมผิงที่เป็นนักศึกษาจน ๆ ให้นอนบนเตียงกับคุณหนูลูกสาวเจ้าของคฤหาสน์รันรวีที่แสนใหญ่โตโออ่า เต็มไปด้วยข้าทาสบริวารรับใช้ รวมถึงอำนาจเงินที่มากโขค้ำฟ้า ขนมผิงไม่อาจเอาตัวเข้าไปใกล้เทียบเคียงได้
“หน้าที่เธอคือดูแลซาเนีย... ดูแลให้ใกล้ชิดที่สุด”
เขาบอก ใจดวงน้อยเต้นระส่ำ มือที่เชยคางของเธอยังคงไม่ปล่อยไปไหน ดวงตากลมโตจ้องมองเขาราวกับหลงเสน่ห์กับสิ่งยั่วยวนตรงหน้า...ใบหน้าหล่อคมคายที่กระชากใจสาวทั่วทั้งจังหวัดที่อาศัยอยู่ อันตรายต่อใจเหลือเกิน...คุณศรัณย์ รันรวี
“ค่ะ ฉันจะดูแลคุณหนูซาเนียให้ดีที่สุด”
ท้ายที่สุดแล้วเธอก็ตกปากรับคำ คืนนี้ขนมผิงคงต้องย้ายตัวเองจากการนอนที่เรือนคนใช้ขึ้นมานอนอยู่ที่ห้องนอนของคุณหนูซาเนีย
สิ่งที่น่ากลัวคือ...ห้องข้าง ๆ คือห้องของคุณศรัณย์ พ่อของคุณหนูซาเนียที่แสนน่ารัก
มันจะใกล้ชิดเกินไปไหมนะ? ขนมผิงตริตรองกับตัวเองในใจก่อนจะพยายามส่ายหน้าไม่นึกถึง หน้าที่ของเธอคือดูแลคุณหนูเท่านั้นอย่าคิดไปไกล
ช่วงหัวค่ำ
“วันนี้พี่สาวจะอ่านนิทานให้ฟัง.. หนูน้อยหมวกแดง”
ขนมผิงมานอนกับคุณหนูซาเนียบนเตียง พร้อมกับกอดร่างน้อย ๆ เอาไว้ มืออีกข้างถือหนังสือนิทาน
“ดีใจจังเลยพี่ผิงขึ้นมานอนด้วย หนูเองไม่ชอบนอนคนเดียวสักเท่าไหร่”
“งั้นเหรอคะ... งั้นต่อไปนี้พี่ผิงจะขึ้นมานอนกับคุณหนูนะ เดี๋ยวจะอ่านนิทานให้ฟังนะคะ”
“อ่านเลยค่ะอ่านเลย”
“หนูน้อยหมวกแดงเข้าไปในป่า... ถือตะกร้าใส่ของไปเยี่ยมคุณยาย...”
เมื่ออ่านไปได้สักพักหนูน้อยซาเนียก็เผลอหลับไป ขนมผิงในตอนนี้สวมชุดนอนแขนยาว ขายาว สีชมพูลายหัวใจ เธอพับหนังสือการ์ตูนเก็บแล้ววางลง และกำลังปิดโคมไฟแสงสีส้มที่โต๊ะหัวเตียงแต่แล้วก็ต้องชะงักเมื่อได้ยินเสียงเปิดประตูดัง แอ๊ดด เธอหันไปมองก็พบกับร่างแกร่งกำยำที่เปิดเข้ามา
“คุณศรัณย์..” คนตัวเล็กตกใจสะดุ้งโหยง ไม่คิดว่าเขาจะเข้ามาหาลูกสาวในเวลานี้
“ซาเนียหลับแล้วเหรอ” เขาเดินเข้ามาใกล้นั่งลงข้างเตียงที่เธอนอนอยู่ เธอนอนขดตัวอยู่ในผ้าห่มไม่อยากให้เขาเห็นตัวเองที่สวมชุดนอนดูไม่เรียบร้อย ใบหน้าสวยเต็มไปด้วยความตระหนกตกใจ
“คุณหนูหลับไปแล้วค่ะ”
“งั้นเหรอ งั้นเธอก็ว่างแล้ว?”
“ไม่ว่างค่ะ ฉันก็กำลังจะนอนไงคะ”
“ขอรบกวนเวลาสักนิดคงไม่เป็นไร”
“คุณศรัณย์มีอะไรเหรอคะ?”
“ตามฉันไปที่ห้องสักแปป”
“ห ห้องของคุณศรัณย์งั้นเหรอคะ!? ” คนตัวเล็กตื่นตกใจ เขยิบตัวลุกขึ้นจากที่นอน จับจ้องมองดวงตาคมคายคู่นั้น
“ทำงานเมื่อยตัว อยากได้คนนวด”
ใจดวงน้อยสั่นรัวเพียงนึกถึงคำว่านวด เรือนร่างแกร่งของท่านประธานแห่งรันรวี เอ็นจีเนียริ่ง เขากำลังจะให้เธอถึงเนื้อถึงตัวเพียงนั้นเชียวหรือ ขนมผิงควรปฏิเสธ หากใกล้ชิดเกินไปกลัวใจจะคิดเป็นอื่น คิดในสิ่งที่มันเป็นไปไม่ได้...
“ฉันนวดไม่เป็นหรอกค่ะ”
“เดี๋ยวผมสอน...ก็แค่จับ แล้วก็บีบ คงไม่ยากใช่มั้ย?”
ท้ายสุดแล้วไม่อาจปฏิเสธคำรบเร้าของท่านประธานแห่งรันรวี เอ็นจีเนียริ่งได้ คนตัวเล็กจำใจลุกขึ้นจากที่นอนแล้วเดินตามหลังเขาไปช้า ๆ ห้องของศรัณย์อยู่ข้างคุณหนูซาเนียของเธอนี่เอง
ร่างเล็กเดินตามร่างแกร่งกำยำเข้าไปภายในห้อง ห้องนี้กว้างใหญ่กว่าห้องเด็ก มีห้องน้ำในตัว และหรูหรา มีเตียงขนาดคิงไซส์พร้อมกับผ้าปูที่นอนสีดำสลับลายขาวดูดุดันตามสไตล์ความเป็นชาย
เขาเดินมาหยุดข้างเตียงพร้อมกับหันหลังมาจ้องหน้าเธอที่เดินตามเขามา คนตัวเล็กในชุดนอนลายหัวใจสีชมพูดูบ้องแบ๊วเกินไปเมื่อเทียบกับความดุดันจากสไตล์การแต่งห้องของเขา รวมถึงเรือนร่างที่ดูเล็กอรชรนั่น...จะรับขนาดของเขาไหวไหมหนอ?
“ผมนอนลง คุณขึ้นมานวด”
“เอ่อ ค่ะ จะพยายามอย่างสุดความสามารถ”
แม้เป็นสิ่งที่ไม่ถนัดแต่ในเมื่อถลำลึกเดินตามมาแล้วเธอก็จะทำ
ขายาวของประธานบริษัทหนุ่มก้าวขึ้นเตียงก่อนจะนอนคว่ำหน้าลง เขาอยู่ในชุดนอนลายตารางแขนยาวขายาวสีขาวสลับน้ำเงิน
ขนมผิงก้าวขึ้นไปบนเตียงสีดำของคุณพ่อลูกติดซึ่งเนื้อหอมที่สุดในเวลานี้ สาวน้อยสาวใหญ่ต่างก้าวเท้าตบเข้าหาหวังอยากจะซบอกประธานบริษัทหนุ่ม หนุ่มวิศวกรไฟแรงที่บริหารงานจนบริษัทได้กำไรทะลุปรอทจนเกือบแตก ทั้งเก่ง ทั้งหล่อ ใครบ้างเล่าจะไม่สนใจ
คนตัวเล็กนั่งคุกเข่าบนเตียง มือเนียนเรียวลูบไล้ไปทั่วแผ่นหลังกำยำ ความสยิวก่อเกิดเมื่อมือเนียนค่อย ๆ นวดจากบ่าลงมาหลัง ละเมียดละไมทีละช้า ๆ
“อ่า...ขึ้นมาคร่อมสิ” เมื่อเห็นเธอนั่งคุกเข่ายังอยู่ข้าง ๆ ศรัณย์ก็อดเสนอขึ้นไม่ได้ คนตัวเล็กใจสั่นระรัวแต่ก็ทำตามที่เขาบอก เธอขึ้นมานั่งคร่อมโดยชันเข่าทั้งสองข้างออกจนเข่าเสียดสีกับเตียง เธอเริ่มลูบไล้เข้าที่ต้นขาแล้วนวดคลึงบีบเบา ๆ จากต้นขาลงมาจนเกือบถึงข้อพับ สลับไปอีกข้าง แต่สิ่งที่ทำให้เธอตกใจจนแทบอยากจะกระโดดลงจากเตียงก็คือ...ความแข็งขึงตรงกลางที่สัมผัสได้ว่ามันแข็งจนเป็นลำเป็นรูปเป็นร่าง
“อึดอัด เขยิบหน่อยจะพลิกตัว”
ศรัณย์สั่งเสียงพร่าเมื่อไม่อาจทนความแข็งขืนแห่งความเป็นชายของตนเองได้ คนตัวเล็กชันเข่าขยับขึ้นให้เขาได้พลิกตัว จากที่คว่ำหน้าก็เป็นเงยขึ้นมาแทน ลมหายใจผะแผ่วไม่เป็นจังหวะของขนมผิงทำเอาเขาเห็นแล้วแทบคลั่ง โคมไฟหัวเตียงสีส้มสลัวถูกเปิดเอาไว้ทำให้เขาเห็นใบหน้าสวยได้อยู่เลือนลาง
“คุณศรัณย์คะ...ตรงนั้นมัน”
เธอตกใจจนไม่อาจนวดต่อได้ แม้จะยังคร่อมอยู่บนขาของเขาทั้งสองข้าง เข่าชันเข้ากับเตียงหนานุ่มใหญ่
“แข็งแล้ว นวดมันสิ”
“ฉันนวดไม่เป็นหรอกค่ะ” เกิดมาเธอเคยทำอย่างนี้ที่ไหน ไม่เคยมีแฟนและไม่คิดจะมีจะรู้ได้อย่างไรว่าการนวดจุดอ่อนไหวผู้ชายมันต้องนวดอย่างไร
“นวดแบบที่เธอนวดเมื่อกี้”
เขาเงียบไปชั่วครู่ก่อนจะจองหน้าเธออย่างลึกซึ้งแล้วเอ่ยประโยคถัดไปออกมา ประโยคที่ขนมผิงฟังแล้วแทบคลั่ง
“หรือจะนวดมันด้วยปากของเธอก็ได้”
