Chapter 2 ไม่ได้กลับมาเพราะรัก 
Chapter 2
ไม่ได้กลับมาเพราะรัก
นารินในวัยมัธยมปลาย แม้จะแอบรักหรือชอบเขาสักเพียงใดหากแต่ฝ่ายชายไม่ได้มีใจให้สักนิด แต่นารินก็ยังหวังว่าสักวันวีรันจะหันมามองเธอบ้าง เด็กสาวมัธยมปลายเช่นเธอมีความรักครั้งแรกกับเพื่อนสนิทของตัวเอง แน่นอนว่าก็อยากให้เขารักตอบ... แต่ความจริงมันไม่ใช่อย่างนั้น
ใบหน้าหวานของหญิงสาวนั่งส่องกระจกอยู่ที่โต๊ะเครื่องแป้งภายในห้องนอนสุดหรูหราโออ่าของคฤหาสน์ชมลวรวรรณซึ่งเป็นบ้านของเธอ
“วันนี้คุณนารินสวยมากเลยนะคะ คุณวีเห็นต้องชอบแน่ ๆ”
ป้าแจ่ม หัวหน้าแม่บ้านช่วยนารินแต่งตัวในวันนี้รวมไปถึงดาหลาที่เป็นเด็กในอุปการะของคุณพ่อและยังเป็นเด็กรับใช้ภายในบ้าน
“สวยจริงริน พอแต่งหน้าอ่อน ๆ แบบนี้แล้วดูเปลี่ยนเป็นคนละคนเลย ดูโตแล้วก็สวยขึ้นมาก”
ดาหลา หญิงสาวหน้าตาสะสวยที่มีดีกรีเป็นถึงดาวโรงเรียนยังเอ่ยปากชมเพื่อน หรือจะเรียกอีกตำแหน่งก็คือเจ้านายสาว...ดาหลาเป็นเพียงสาวรับใช้
“ขอบคุณมากนะดาหลา ป้าแจ่ม รู้สึกมั่นใจขึ้นเยอะเลยค่ะ แต่ไม่รู้ว่าวีจะรู้สึกเหมือนกันหรือเปล่า”
เธอยิ้มแหย ๆ ที่บ้านมักเปิดโอกาสให้ครอบครัวของวีรันมาทานข้าวด้วยกันบ่อย ๆ เพื่อที่จะคุยสานต่อกันเรื่องธุรกิจ
คนตัวเล็กลุกขึ้นพร้อมกับหมุนตัวช้าๆ ชุดเดรสสีเหลืองสดใสแขนตุ๊กตาพร้อมกับผมสีดำยาวประบ่ามีหน้าม้าซีทรูบางเบา เธอออกจะเป็นผู้หญิงหน้าตาธรรมดาไม่ได้สะสวยโดดเด่น
ดาหลายกมือขึ้นตบแปะ ๆ
“เพอร์เฟ็กต์ นี่แหละลูกสาวคนเล็กของชมลวรวรรณ เป็นความภาคภูมิใจของคุณท่านจริงๆ นาริน... เธอน่ารักมาก”
นารินยิ้มขวยเขิน
“ลงไปด้านล่างกันเถอะนะคะ คุณท่านทั้งคู่น่าจะรออยู่ด้านล่างแล้ว”
“ค่ะป้าแจ่ม” นารินยิ้มน้อยๆ ก่อนจะเดินจูงมือกับดาหลาลงไปยันชั้นหนึ่งของคฤหาสน์ ดาหลาสวมชุดเดรสสีขาวแขนยาวดูสุภาพพร้อมกับผมสีน้ำตาลอ่อนลอนยาวสยายเต็มหลัง ไม่ต้องแต่งแต้มอะไรเยอะแต่หน้าตาของดาหลาก็สวยโดดเด่นจนเป็นที่พึงใจของใครหลายคน
“ว้าว สวยจังเลยลูกแม่...”
คุณหญิงนิราชมลูกสาวพร้อมกับเดินเข้ามาสวมกอด
“ไปกันได้แล้วคุณ ป่านนี้ชนินทร์คงถึงสนามบินแล้ว”
ชนินทร์ คุณชายอนันต์พ่อของนารินหมายถึงก็คือพี่ชายของเธอ ลูกชายคนโตของตระกูลชมลวรวรรณที่ไปเรียนมหาวิทยาลัยอยู่ที่ประเทศอเมริกา
เพียงได้ยินชื่อว่าชนินทร์ ดาหลาก็มีสีหน้าร้อนผ่าว ผงะไปเล็กน้อยพร้อมกับริ้วแดงขึ้นที่ใบหน้า
“ดีใจจังเลยค่ะจะได้เจอพี่นินทร์...”
“ใช่ เดี๋ยวเราจะพาพี่นินทร์ไปที่เกาะแล้วก็เชิญคนจากวิรันดำรงกุลมาด้วย งานนี้ต้องมัดใจวีรันให้ได้นะจ๊ะลูกสาว”
คุณหญิงนิราลูบหัวลูกสาวอย่างเอ็นดู ส่วนคุณอนันต์ผู้เป็นพ่อคลี่ยิ้มบางเบาแล้วส่ายหัวไปมา
“ไม่เอาน่าคุณ... ลูกเราเป็นผู้หญิง อย่าไปปลูกฝังความคิดแบบนั้น”
“แหม อนันต์ คุณก็รู้นี่คะว่าวิรันดำรงกุลกำลังจะมีโปรเจคธุรกิจร่วมกับเรา แถมทั้งคู่ก็เป็นคู่หมั้นกันไม่เห็นจะน่าเกลียดตรงไหนสักหน่อย ลูกสาวเราก็ออกจะสวยซะขนาดนี้ ยังไงลูกชายบ้านนั้นก็ต้องปลื้มอยู่แล้วค่ะ”
ได้ยินแบบนั้นนารินก็หน้าเสียไปเล็กน้อย.. สิ่งที่มารดาพูดออกจะเกินจริง เธอไม่เห็นว่าวีรันจะสนใจเธอตรงไหนเลย
เวลาต่อมา
รีสอร์ตชมลวรวรรณบนเกาะส่วนตัวของตระกูล
ตระกูลของนารินมีธุรกิจคือทำรีสอร์ตที่ตั้งอยู่บนเกาะส่วนตัวที่แสนจะไพรเวท รับรองแต่ลูกค้าวีไอพี เรียกได้ว่าบังกะโลแต่ละหลังค่าเข้าพักหลักแสนทุกคืน
ดาหลาเองก็มาที่นี่ด้วยในวันนี้ หน้าที่ของเธอคือเป็นสาวรับใช้คอยช่วยพนักงานบนเกาะเสิร์ฟอาหารทั้งยังทำหน้าที่ในส่วนอื่นๆ ตอนอยู่ที่คฤหาสน์ในตัวเมืองดาหลาก็ทำหน้าที่เป็นสาวรับใช้เช่นกัน
“วี ตักผัดผักใส่กุ้งให้น้องทานบ้างสิลูก ของโปรดน้องเลยนะ”
แม่ของวีรันบอกลูกชายที่นั่งอยู่ด้านข้าง เขาแอบเบ้หน้าเล็กน้อยแต่ก็เก็บอาการก่อนจะยื่นมือไปตักอาหารด้วยช้อนกลางใส่จานให้กับนารินตามคำพูดของแม่
นารินนั่งอยู่ตรงข้ามเขา ใบหน้าสวยเขินเป็นริ้วแดง
ทั้งสองครอบครัวนั่งพูดคุยกันอยู่ในห้องอาหารแบบส่วนตัวของรีสอร์ตที่หรูหราโออ่า มีโคมไฟยาวห้อยระย้าลงมาพร้อมกับการตกแต่งจากไม้สักที่ดูเรียบหรูและเข้ากับบรรยากาศชายหาดซึ่งอยู่ไม่ไกล เสียงหัวเราะคลอขึ้นเบาๆ
สองครอบครัวพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องธุรกิจที่จะลงทุนร่วมกันรวมถึงการหมั้นหมายในอนาคตของเด็กทั้งคู่ หลังจากส่งเข้าเรียนมหาวิทยาลัยจนจบก็จะให้แต่งงานกันในทันที
“ขอตัวไปเข้าห้องน้ำนะครับ”
เขาบอกกับแม่เบาๆ ก่อนจะเดินออกไป นารินจับจ้องมองแผ่นหลังกำยำนั้นก่อนจะหลบสายตาลง
“เอ่อ... เดี๋ยวหนูมานะคะ”
เธอเอ่ยบอกกับทุกคนบนโต๊ะอาหารเบาๆ หลังจากที่วีรันเดินไปได้ไม่นาน
ความรู้สึกที่นารินสงสัยเคลือบแคง... เธอจะพิสูจน์มันด้วยตัวเองในวันนี้
ดวงตากลมโตจับจ้องมองแผ่นหลังกำยำที่เดินเรียบชายฝั่งออกมา ผู้หญิงที่ยืนอยู่ริมทะเล... ดาหลา ใบหน้าสะสวยยืนกอดอกมองออกไปด้านหน้า เหม่อมองทะเลที่ไกลสุดลูกหูลูกตา
คนตัวใหญ่เดินเข้าไปพร้อมกับทักทายด้วยรอยยิ้ม
“ไงดาหลา... ยืนชมวิวอยู่เหรอ”
นารินแอบยืนดูอยู่ห่าง ๆ ... ทั้งที่วันนี้เธอแต่งตัวสวยน่ารักกว่าครั้งไหน ใบหน้าที่ปกติมักจืดชืดวันนี้กลับแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอาง แต่วีรันไม่ได้สนใจเลยสักนิด
“วีรัน เอ่อ มีอะไรหรือเปล่า?”
ดาหลาปล่อยมือที่กอดอกลงแล้วหันมามองชายร่างสูงที่ยืนอยู่ตรงหน้าอย่างแก้เก้อทำตัวไม่ถูกนัก...เรียนอยู่ที่โรงเรียนเดียวกัน เคยคุยกันอยู่บ้าง หากแต่ดาหลาพยายามเว้นระยะห่างไม่สนิทกับเพื่อนชายคนนี้เพราะรู้ว่าเป็นคู่หมั้นของนาริน
“เปล่า...ก็แค่อยากเดินออกมาคุยกับเธอ”
“เอ่อ น่าจะไม่เหมาะสม เข้าไปในห้องอาหารเถอะป่านนี้พวกผู้ใหญ่คงรอคุยกับวีอยู่นะ”
แม้จะมีสถานะเป็นคู่หมั้นของลูกสาวเจ้านาย หากแต่อยู่โรงเรียนก็เป็นเสมือนเพื่อนกัน เพราะเพื่อน ๆ ของดาหลาก็สนิทกับพวกเพื่อน ๆ ของวีรัน
“แต่เรายังไม่อยากไป...อยากคุยกับดาก่อน”
ร่างแกร่งเดินต้อนเข้าไปใกล้พร้อมกับดาหลาที่ถอยหลังหนี
แต่แล้วก็มีลมพายุพัดเข้ามาจนทรายกระเด็นเข้าที่ดวงตากลมโตของดาหลา
“อ๊ะ...” เธอยกมือขึ้นจับเข้าที่เปลือกตาของตัวเองด้วยความตกใจ
“เป็นอะไรหรือเปล่า?” เขาก้าวเข้าไปหาเธอใกล้ขึ้นเรื่อย ๆ พร้อมกับยกมือขึ้นจับใบหน้าสวยแล้วยื่นใบหน้าเข้าไปใกล้ดูแนบชิด หากมองจากไกลๆ คงคิดว่ายืนจูบกันอยู่
นารินเห็นแบบนั้นใจสั่นระส่ำ ยกมือขึ้นจับกุมหัวใจของตัวเองไม่ให้เต้นแรง ดาหลาไม่ได้มีท่าทีหลงรักวีรัน มีแต่คู่หมั้นของเธอที่พยายามเข้าหาผู้หญิงคนอื่น...นารินเข้าใจได้ว่าเรื่องนี้ดาหลาไม่ผิด
ทำไมนะ...เราพยายามแค่ไหนก็ไม่เคยมีค่ามากพอในสายตาของวีเลย...ต้องทำอะไรอีกถึงจะหันมามองกัน
ใจดวงน้อยมันตอดตุ๊บ ๆ ดาหลาเมื่อฝุ่นออกจากตาแล้วก็ผละตัวออกจากวีรัน
“ขอตัวก่อนนะ...”
เธอผละตัวออก ทิ้งให้วีรันคู่หมั้นของนารินจับจ้องมองเรือนร่างสวยของหญิงสาวดาวโรงเรียนซึ่งก้าวเท้ายาว ๆ เดินจากไปดูรีบร้อน
โดยหารู้ไม่ว่าในอีกมุมหนึ่ง นอกจากนารินแล้ว ยังมีดวงตาคมคายคู่เย็นชาจับจ้องมองเรื่องราวระหว่างเธอกับวีรันอยู่ด้วยเช่นกัน...สายตาของชนินทร์พี่ชายของนาริน
หลายปีต่อมา
เสียงลมอ่อนพัดผ่านพุ่มไม้ในสวน คฤหาสน์หลังงามสงบเงียบในยามสาย นารินนั่งอยู่บนม้านั่งหินใต้ต้นลีลาวดี กลิ่นดอกไม้จาง ๆ ลอยมากับลม เธอเหม่อมองแสงแดดที่สะท้อนบ่อปลาอย่างไร้จุดมุ่งหมาย
นารินสวมชุดกระโปรงบางเบาสีครีม ข้างกายมีหนังสือนิยายหวานแหววเปิดค้างไว้ แต่ไม่มีสายตาใดจดจ่อ ตัวหนังสือเลือนรางเพราะความคิดที่วกวนไม่รู้จบ
“ลูกยังไม่เข้าไปข้างในอีกเหรอ...”
เสียงนุ่มของแม่หรือคุณหญิงนิราดังขึ้นจากด้านหลัง น้ำเสียงนั้นนิ่ง เรียบ แต่ก็ทำให้นารินตื่นจากภวังค์ได้
เธอหันไปมองหญิงวัยกลางคนผู้ยังงามสง่าแม้กาลเวลาผ่านไปยืนนิ่งอยู่ตรงขอบทางเดิน ริมฝีปากมีรอยยิ้มจางที่อ่านไม่ออกว่าอ่อนโยนหรือฝืนทน อาจจะเพราะสงสารลูกสาวคนเล็กที่ถูกถอนหมั้นมานานหลายปี...
“มีอะไรเหรอคะแม่” เธอถามเบา ๆ
“แม่มีข่าวจะบอก… เรื่องลูกชายของวิรันดำรงกุล”
มือที่วางบนหน้าตักกำแน่นโดยไม่รู้ตัว ดวงตาเธอมีแววสั่นไหว
“วีรัน...เขาถอนหมั้นหนูไปนานแล้วนี่คะ…”
เสียงเธอเบาราวกับสายลม
“ใช่” คุณหญิงนิราพยักหน้า
“แต่เขาจะกลับมา เขามาขอหมั้นลูกสาวแม่ใหม่อีกครั้ง”
นารินนิ่งไป ดวงตาคู่นั้นมองต่ำ สะท้อนภาพอะไรบางอย่างในใจ ทั้งขม ทั้งกล้ำกลืน ทั้งไม่อยากรับรู้
“วีกลับมาเพราะอะไรคะ เพราะหนู… หรือเพราะเงื่อนไขทางธุรกิจที่เรากับเขาตกลงกัน”
ไม่มีคำตอบทันทีจากแม่ มีเพียงเสียงใบไม้เสียดสีกันเบา ๆ และกลิ่นชื้นของดินหลังฝนที่เพิ่งหยุดตกเมื่อคืน
“บางที… ชะตาอาจกำลังพาให้ทุกอย่างกลับเข้าที่เข้าทางของมัน ลูกชายจากวิรันดำรงกุลเหมาะกับลูกสาวแม่ที่สุดแล้วจ้ะ” แม่พูดราวคนปลอบใจ แต่คำพูดนั้นเหมือนลมเย็นที่พัดผ่านใจเธอไปเฉย ๆ ไม่ได้ช่วยอะไรสักเท่าไหร่
เธอหันไปมองสวนที่แสงแดดส่องกระทบเงาไม้พาดลงบนพื้น ลึก ๆ ในใจเธอรู้ว่า…
วีรันกลับมาไม่ใช่เพราะรัก แต่เพียงเพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจ
เพราะคนที่เขารักคงจะเป็นดาหลาเพื่อนสนิทของนาริน
เขาไม่ได้รักเธอแม้แต่น้อย...ไม่เลย
