บท
ตั้งค่า

Chapter 16 สาเหตุที่ดาหลาหายไป

Chapter 16

สาเหตุที่ดาหลาหายไป

นี่เป็นครั้งแรกที่วีรันโดดงานของตัวเองทิ้งไว้ให้เลขาอย่างคิมเคลียร์ สาเหตุก็เพราะนาริน...เธอคนนี้ทำให้หัวใจของเขามันกระสับกระส่าย เธอหลบหน้าเขามาหลายวัน เหตุใดจึงทำแบบนั้น?

“เธอนี่มัน...กวนใจดีจริงๆ”

พร่ำกับตัวเองก่อนจะก้าวเท้ายาว ๆ เข้ามาภายในคฤหาสน์ แต่ก็ชนเข้ากับน้ำหนึ่งที่กำลังถือแก้วน้ำส้มมาพอดี

ผลัก น้ำส้มถูกเทใส่ชุดสูทของเขาเต็ม ๆ วีรันสะบัดตัวออกพร้อมกับสบถออกมาเบา ๆ อย่างหัวเสีย

“บ้าเอ้ย” เขาจับชุดสูทของตัวเองพร้อมกับทำสีหน้าเหนื่อยหน่าย น้ำหนึ่งสาวใช้เมื่อเห็นดังนั้นก็เลิกลั่กหันซ้ายหันขวา

“ตายจริง...ขอโทษนะคะคุณวี พอดีฉันรีบจะเอาน้ำส้มไปเสิร์ฟคุณนารินที่ห้องนั่งเล่นน่ะค่ะ”

“อืม...ช่างมัน เดี๋ยวฉันจะขึ้นไปเปลี่ยนชุด”

“ให้หนูบอกคุณนารินไหมคะว่าคุณวีรันกลับมาบ้าน?”

เขาที่กำลังก้าวเดินชะงักขาลงเมื่อสาวรับใช้พูดถึงนาริน

“ไม่ต้อง”

“ค่ะ” น้ำหนึ่งยกมือเกาหัวแกรก ๆ มึนงงเล็กน้อยว่าทำไมวันนี้คุณวีถึงกลับมาเร็ว แต่เหนือสิ่งอื่นใดคือไม่ยอมให้บอกคุณนารินว่าเขากลับมาแล้ว

“เป็นคู่หมั้นคู่หมายที่แปลกกันจริง ๆ เฮ้อ เกือบไปแล้วน้ำหนึ่งเอ้ย...เกือบโดนไล่ออก” น้ำหนึ่งส่ายหัวไปมาพร้อมกับรีบเก็บแก้วน้ำส้มกลับไปยังครัวเพื่อจะเตรียมแก้วใหม่มาเสิร์ฟให้กับคุณนาริน

นารินนั่งอยู่บนโซฟากำมะหยี่สีน้ำตาลทองในห้องรับแขกโอ่อ่า โคมไฟคริสตัลเหนือศีรษะทอแสงสลัวลงมา ขับให้ใบหน้าที่เคยสดใสของเธอดูหม่นเศร้า และซีดเผือดจนไร้ชีวิตชีวา

ในมือของเธอถือโทรศัพท์เอาไว้แน่น ไม่มีข้อความตอบกลับจากเพื่อนรักอย่างดาหลา

“ดาหลา...เธอหายไปไหนนะ”

ชื่อที่เธอกดหาผ่านทุกช่องทาง ทั้งไลน์ โทรศัพท์ อินสตาแกรม และแม้กระทั่งอีเมล ทุกอย่างเงียบงัน ไม่มีร่องรอย

“ทำไมเธอถึงไม่ตอบฉันเลยล่ะดาหลา… หรือว่าเธอเกลียดฉันไปแล้วจริง ๆ …”

เสียงพร่ากระซิบต่ำแทบไม่ได้ยินในลำคอของเธอเอง เป็นเพราะวันนั้นนารินไปขอให้ดาหลาทำให้วีรันเลิกรักหรือเปล่า ดาหลาจึงเกลียดเธอ นารินกลัวเหลือเกิน...

ข้าง ๆ กัน บนบันไดวนที่ทอดยาวลงมา วีรัน คู่หมั้นหนุ่มกำลังเดินลงมาจากชั้นบนด้วยสีหน้าบึ้งตึง เขาใส่เสื้อเชิ้ตปลดกระดุมคอหลวม ๆ ไม่มีความนุ่มนวล ที่ที่เขามุ่งตรงคือห้องนั่งเล่น

เมื่อเข้ามาภายในห้องนั่งเล่นเพียงปรายตามองเธอแวบหนึ่ง ก่อนจะเดินไปหยิบน้ำจากตู้เย็นเล็ก

“จะนั่งเงียบแบบนี้ทั้งวันเลยหรือไงนาริน เป็นอะไรไป”

คำถามธรรมดา แต่เสียงพูดกลับเย็นชาและห่างเหินจนนารินหยุดนิ่งไปครู่หนึ่ง

เธอไม่ตอบ ยกมือขึ้นปิดใบหน้าไว้ เพื่อจะกลั้นน้ำตาที่จวนจะไหลออกมา

“ช่วยทำตัวให้มีชีวิตหน่อย ไม่ใช่ทำตัวเหมือนศพเดินได้”

“วีรัน…”

เธอหันไปมองเขาด้วยแววตาอ่อนแรง

“ริน...ติดต่อดาหลาไม่ได้”

วีรันชะงักไปเมื่อคู่หมั้นสาวพูดถึงดาหลา ผู้หญิงที่เขาเคยรัก เขาวางขวดน้ำลงกับโต๊ะอย่างแรงจนมีเสียงดัง

“หมายความว่าไง?” เขาถาม

ใบหน้าสวยซีดเซียว แต่เลือกตอบตามความจริง

“ไม่กี่วันก่อน รินไปหาดาหลาที่เกาะเพื่อคุยเรื่องของวี”

“นาริน!? เธอไปคุยอะไร!?” วีรันรู้สึกไม่พอใจ เธอกำลังก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวและหัวใจของเขา

“ขอให้ดาหลาทำให้วีเลิกรักเธอ รินไปขอร้องดาหลาที่นั่น แต่ตอนนี้ติดต่อไม่ได้เลย ที่สำคัญคือ...”

นารินห้วงหายใจติดขัด ไม่กล้าที่จะพูด

“สำคัญคืออะไร!?” วีรันถามย้ำเน้นเสียง เขารู้สึกไม่พอใจเธอ

“พี่นินทร์บอกดาหลาหายตัวไป ติดต่อไม่ได้...ส่วนเหตุผลยังไม่ชัดเจนว่าหายไปเพราะอะไร แต่รินกลัว...กลัวว่าดาหลาจะหายไปเพราะคำพูดของริน”

นารินจำใจสารภาพพร้อมน้ำตา ส่วนวีรันรู้สึกโกรธเกรี้ยวเธอ...

“นาริน! ทำไมทำแบบนั้น ไปพูดกับดาหลาทำไม!?”

เขาเดินดุ่มมาตรงหน้า แววตาฉายแววไม่พอใจ นารินก้มหน้างุดลงพื้นไม่กล้าสบตา

“ถ้าดาหลาเป็นอะไรไป...ฉันจะไม่มีวันให้อภัยเธอนาริน!”

คำพูดของเขาเหมือนฉุดหัวใจของนารินลงไปจมกับพื้น เขาไม่เคยแคร์เธอเลยสักครั้ง

คนที่วีรันรักคือดาหลา ไม่ว่าจะยังไงเขาก็ไม่มีวันหันมามองเธอหรอก ไม่มีวัน...

ทิ้งไว้เพียงความว่างเปล่าให้นารินนั่งอยู่ในห้องนั่งเล่นคนเดียว คิดไว้แล้วว่าถ้าหากบอกวีรันไปเขาจะต้องโกรธเธอแน่ แต่นารินไม่คิดปฏิเสธหรือโกหก เธอคิดว่าตนเองเป็นสาเหตุที่ทำให้ดาหลาหายไปจริง ๆ ถึงแม้ว่าเพื่อนรักอาจจะหายไปด้วยสาเหตุอื่นก็ตาม

“หวังว่าพี่นินทร์จะตามหาเธอเจอนะดาหลา... ฉันขอโทษ หากให้ฉันเลือกตอนนี้ระหว่างคู่หมั้นที่ไม่เคยรักกับเพื่อนสนิทอย่างเธอ ฉันขอเลือกเพื่อนสนิทดีกว่า”

นารินตระหนักรู้แล้วว่าวีรันไม่เคยรักเธอเลย แม้จะไม่มีดาหลาเขาก็ยังไม่รักเธออยู่ดี

น้ำตาสีใสไหลพรั่งพรูออกมาจากดวงตากลมโต ดูน่าสงสารยิ่งนัก

เช้าวันต่อมา

หลังจากพูดคุยกันเรื่องดาหลาเสร็จ วีรันกับนารินก็ไม่ได้พูดคุยอะไรกันอีกเลย เช้านี้เป็นวันที่เขาต้องเข้าบริษัทหากแต่นารินไม่ลงมาส่ง ไม่ทำอาหารเหมือนอย่างที่เคยเป็น เธอเฉยชากับเขามาก

“อาหารพวกนี้ ใครเป็นคนเตรียม?” วีรันที่เดินเข้ามาในห้องอาหารยามเช้าตวัดตาไปมองใจดีสาวรับใช้ที่กำลังตักข้าวใส่จานให้กับผู้เป็นเจ้านาย

“ป้าอุ่นเป็นคนจัดการค่ะคุณวี”

“แล้วนารินยังไม่ลงมาอีกเหรอ” เขาถามพร้อมกับตวัดสายตาไปมองทางประตูห้องอาหาร ไม่มีวี่แววของคนตัวเล็กที่จะเปิดเข้ามา

“คุณรินยังไม่ลงมานะคะ จะให้ดิฉันขึ้นไปตามไหมคะคุณวี”

ใจดีเอ่ยถามอย่างกระตือรือร้นเมื่อเจ้านายหนุ่มเอ่ยถามถึงเจ้านายสาว แสดงว่ายังพอมีความหวังที่ทั้งคู่จะรักกัน ใจดีและน้ำหนึ่งในตอนนี้เชียร์นารินให้เป็นคุณผู้หญิงของวิรันดำรงกุลอย่างสุดหัวใจ จะหาเจ้านายสาวที่ไหนที่ใจดีและไม่เหยียดหยามสาวรับใช้ได้เท่ากับนาริน

“ไม่ต้อง รีบเสิร์ฟสิจะรีบออกไปทำงาน”

เสียงทุ้มเอ่ยบอกทำท่าทางไม่สนใจ

“ค่ะ ๆ จะรีบเสิร์ฟให้เดี๋ยวนี้” ใจดีพยักหน้างึกงักแล้วรีบจัดจานให้กับเจ้านายเพราะกลัวว่าจะโดนดุ

เป็นเช้าที่ไม่สดชื่นเอาซะเลยสำหรับวีรัน เขาทะเลาะกับนาริน ใจยังห่วงหาอาทรดาหลาอยู่มาก

ที่บริษัทวิรันดำรงกุล

วีรันในวันนี้มีสีหน้าเคร่งเครียด ส้มหวานที่เดินนำเอกสารมาให้เซ็นก็อดทักขึ้นไม่ได้

“เป็นอะไรไปคะคุณวี สีหน้าเคร่งเครียดเชียว?” เธออยู่ในชุดเดรสรัดรูปสีน้ำตาลกระโปรงทรงแคบ ยืนอยู่ด้านหน้าโต๊ะของวีรันแล้วแอ่นตัวลงพร้อมกับดันเอกสารให้เขาเซ็น เนินอกอวบกับเสื้อแบบกระดุมคอวีทำให้เห็นเนินอกอวบเอ่อล้นออกมา

วีรันเบือนหน้าหนี ไม่อยากให้ใครว่าได้ว่าเป็นเจ้านายจอมหื่นที่จ้องแต่จะส่งสายตาลามกให้กับลูกน้อง

“เปล่า ไม่มีอะไร”

ส้มหวานยิ้มกริ่ม ยืดตัวขึ้นเต็มความสูง วีรันหันกลับมามองเธออีกครั้งพร้อมกับเซ็นเอกสารที่เธอนำมาให้

“สีหน้าดูไม่มีความสุขเลยนะคะ มีเรื่องอะไรก็ปรึกษาส้มได้นะ”

“เธอจะไปเข้าใจอะไร...” เขาบ่นพึมพำเซ็นเอกสารส่งมอบให้เธอ แต่ส้มหวานไม่ได้เดินออกไปซะทีเดียว

“ถ้าเล่าให้ฉันฟัง บางทีฉันอาจจะช่วยอะไรคุณได้บ้างนะ”

“ไม่มีอะไร” เขาปฏิเสธ ไม่คิดจะสานสัมพันธ์กับผู้ช่วยเลขา

“ให้ฉันช่วยนวดไหล่ก็ได้นะคะ...” ส้มหวานวางเอกสารลงที่โต๊ะอีกครั้งก่อนที่จะเดินเลียบโต๊ะผ่านมาจนกระทั่งหยุดยืนอยู่ด้านหลังของวีรัน เขานั่งเหยียดตัวอยู่บนเก้าอี้หนังตัวแพง

“บอกว่าไม่มีอะไร เธอออกไปได้แล้ว” วีรันปฏิเสธ เสียงแข็ง ในตอนนี้เขาต้องใช้สมองคิดเรื่องอื่นๆ ทั้งเรื่องงาน เรื่องดาหลา ไหนจะเรื่องนาริน

“ให้ฉันช่วยนวดตัวคุณ คุณจะได้ผ่อนคลายนะคะ... ไหล่แข็งไปหมดแล้ว”

ส้มหวานยกมือเรียวกดเข้าที่ไหล่ทั้งสองข้างของเขาแล้วย่ำมือนวดอย่างช้า ๆ เป็นจังหวะ

“อ่า...” จากที่กำลังจะผลักไสไล่ส่งเธอออกไป แต่การลงไม้ลงมือของส้มหวานกลับทำให้เขารู้สึกผ่อนคลาย จังหวะการกด จังหวะการนวด ทุกอย่างมันดีไปหมดจนทำวีรันเคลิบเคลิ้ม

“เป็นไงคะ แบบนี้ชอบหรือเปล่า”

เธอยังคงนวดวนอยู่ที่ไหล่ทั้งสองข้าง เลื่อนลงที่คอ แล้วลากมือเรียวกดลึกลงมาด้านหลัง

“อืม~ นวดดีนี่”

“นอกจากนวดไหล่ให้คุณวีแล้ว ฉันยังช่วยคุณผ่อนคลายได้มากกว่านี้อีกนะคะ”

ส้มหวานก้มหน้าลงมา กระซิบบอกเขาข้างหูพร้อมกับเริ่มนวดวนมาที่แผงอกวีรันด้านหน้า มือของเธอไล้มาเรื่อย ๆ จมูกโด่งชนเข้าที่แก้มสาก

ผลั่กก เสียงเปิดประตูดังขึ้นอย่างกระทันหัน

“วี ส้มหวาน...” ภาพบาดตาของคนทั้งคู่ที่ดูใกล้ชิดกันเกินกว่าคำว่าลูกน้องและเจ้านายทำเอาสตรีผู้มาเยือนถึงกับอ้าปากค้าง ดวงตากลมโตตกตะลึง

“นาริน มาได้ยังไง?” วีรันจ้องมองหญิงสาวซึ่งยืนอึ้งอยู่ด้านหน้าประตูห้อง ในมือเธอถือถุงข้าวจากร้านอาหารชื่อดัง เขาสะบัดมือของส้มหวานที่กำลังนวดไหล่เขาออก

ทั้งที่ไม่ได้ทำอะไรผิด แต่ทำไมถึงรู้สึกร้อนรนก็ไม่รู้ที่นารินเข้ามาเจอเขาและส้มหวานอยู่ในจังหวะเช่นนี้ ทั้งที่บริสุทธ์ใจไม่ได้คิดเป็นอื่น เป็นแค่การนวดธรรมดาเท่านั้น

“รินสิต้องถาม วีกับส้มหวานกำลังทำอะไรกัน ไหนว่ามาทำงานไง...นี่มัน...ไม่ใช่แล้ว...” นารินเสียงสั่น ไม่อยากจะเชื่อกับภาพที่เห็นตรงหน้า เพื่อนที่เธอรักกับว่าที่สามี...

“มันไม่มีอะไรนะนาริน พอดีฉันแค่... เข้ามานวดไหล่ให้วีรันน่ะ”

“ไม่มีอะไรงั้นเหรอ แต่ภาพที่เห็นมันไม่ใช่นะ!” นารินรีบเดินเข้ามา วางถุงกับข้าวที่ตั้งใจจะซื้อมาง้อคนตัวใหญ่ไว้บนโต๊ะดังตึง เธอปรี่ตัวเข้ามาหาส้มหวานพร้อมกับกระชากข้อมือของเพื่อนสนิทให้หันมาประจันหน้ากับตัวเอง

“อธิบายมาสิส้มหวาน นี่มันอะไร!? ทำไมเธอกับวีรันถึงใกล้ชิดกันขนาดนี้?” ถามไปก็เสียงสั่นไป ตากลมโตน้ำตาคลอ

วีรันลุกขึ้นหยัดยืนเต็มความสูงจากที่ตอนแรกนั่งเก้าอี้หนังราคาแพง

“หยุดนะนาริน เธอไม่มีสิทธิ์มาทำกริยาแบบนี้ในที่ทำงานของฉัน”

วีรันโวยวาย ปรี่ตรงเข้ามาหาสองสาว แต่นารินบีบข้อมือของส้มหวานแรงขึ้นพร้อมกับเขย่าตัว

“ทำไมอ่ะส้ม ทำแบบนี้ทำไม... เราเป็นเพื่อนสนิทกันไม่ใช่เหรอ ไม่ว่าจะมีเรื่องอะไรฉันก็พร้อมจะแชร์ให้เธอฟัง แต่ทำไมถึงทำกันแบบนี้”

“เปล่า...มันไม่ได้มีอะไรจริง ๆ นะนาริน เธอกำลังเข้าใจผิด” ส้มหวานแสร้งตีหน้าเศร้าทำบีบน้ำตา วีรันเห็นแบบนั้นก็พยายามจะห้าม

“นาริน เลิกงี่เง่าแล้วกลับบ้านไปซะ” เขากระชากตัวนารินออกมาให้ห่างจากส้มหวาน มือของเธอที่บีบแขนของส้มหวานหลุดออก ด้วยความที่นารินตัวเล็กและบอบบางกว่าวีรันยู่มากจึงทำให้เธอตัวแทบปลิวเมื่อเขาจับกระชาก

“ปล่อยนะวี รินจะคุยกับส้มหวานให้รู้เรื่อง”

“ฉันไม่มีอะไรจะคุยกับเธอหรอกริน ก็บอกว่ามันไม่มีอะไร...”

“ไม่เชื่อ ฉันไม่เชื่อ!” นารินปรี่ตัวหมายจะมุ่งหาส้มหวานแล้วคาดคั้น แต่แล้ววีรันก็ดึงกระชากเธออย่างแรงจนนารินล้มลงเข่ากระแทกกับพื้น

เธอล้มลงไปนั่งพับเพียบที่พื้นห้องทำงานของวีรัน ว่าที่สามีที่เธอเฝ้ารักเฝ้าทะนุถนอม

“ว๊าย!!” ส้มหวานตกใจยกมือขึ้นกุมปากอุทาน แต่ก็เป็นแค่การเสแสร้งเท่านั้นเพราะภายในกำลังยิ้มเยาะที่นารินโดนกระทำเช่นนี้

“ฮึก ๆ วีทำไมทำกับเราแบบนี้ ทำไมถึงใจร้ายกับเราได้ขนาดนี้”

นารินน้ำตาคลอ นั่งพับเพียบอยู่กับพื้น มือยันพื้นเอาไว้ ดวงตาคู่สวยเชยมองคนที่ยืนอยู่ สายตาของวีรันก้มต่ำจับจ้องมองเธอ

ใจของเขาเองมันก็หน่วงหนึบที่เผลอทำตัวรุนแรงกับนาริน แต่เพราะเธองี่เง่าเขาจึงต้องหาทางปราบกำราบให้อยู่หมัด

“กลับไปซะนาริน ที่นี่ไม่ใช่ที่ของเธอ”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel