ตอนที่ 4 ทุกเหตุย่อมมีที่มา
"ฟู่หลางเทียน เจ้ารู้ตัวรึไม่กระทำสิ่งใดลงไป ข้า ข้า ล่ะ โอ๊ย ปวดหัว ปวดหัว"
"นายท่าน หยุดต่อว่าลูกฟู่เสียที คุณชายผู้สง่างามเช่นคุณชายฟู่นี่รึ จะไปขืนใจหญิงอัปลักษณ์อย่างคุณหนูหลิว เฮอะ! นางก็เสียกระไร อัปลักษณ์เช่นนางใครจะกล้าแต่งเข้าบ้านกัน เว้นแต่นางอยากแต่งเป็นฮูหยินตระกูลฟู่ เฮอะ!!
เฒ่าฟู่นายท่านใหญ่ของตระกูลฟู่ ครานี้ถึงกับเอ่ยปากตำหนิบุตรชายของตน
ด้านฟู่หลางเทียนยังคงเงียบ ไร้เสียงเอ่ยโต้ตอบใด ๆ อย่าว่าแต่แตะต้องเลย แม้จะเฉียดเข้าไปใกล้ตนล้วนรังเกียจนาง หากนางไม่ไปพัวพันกับว่าที่น้องเขยตนจนจะทำให้น้องน้อยของเขา 'ฟู่ฮวาซิน' ต้องเสียใจละก็เขาคงไม่ลดตัวลงไปนอนร่วมเตียงกับนางให้เสียเวลาเสียหรอก
"ฟู่หลางเทียน ไม่รู้แหละ เช่นไรข้าจะต้องทำให้ถูกต้อง เจ้าต้องหมั้นหมายกับนางมิเช่นนั้นถึงคราข้าดินกลบหน้าข้าคงมิมีหน้าไปพบท่านแม่เจ้าแน่”
นายท่านฟู่เอ่ยบอกบุตรชายด้วยน้ำเสียงเข้มและจริงจัง มารดาของยัยหนูหลิวและหลางเทียนนั่นเป็นสหายรักกัน หากรับรู้ถึงเรื่องที่บุตรตนทำวิญญาณนางเกรงว่าจะไม่เป็นสุขกระมัง เช่นนั้นตนต้องรีบทำทุกอย่างให้มันถูกต้องก่อนที่ข่าวจะแพร่สะพัดไปทั่วทั้งเมืองเสียก่อน
"เป็นเช่นนั้นก็แล้วแต่นายท่านฟู่เถอะขอรับ ลูกไปล่ะ แม่เล็กข้าจะออกไปดูร้านผ้าเสียหน่อย "
ใช่เขาอยากทำเช่นนี้เสียหน่อย เป็นนางที่ตอแยฮ่าวอี้ไม่เลิก ทำให้ฮวาซินต้องแอบมาร้องไห้กับตนอยู่หลายครั้ง ด้วยความรักน้องแล้วมีรึพี่ชายเช่นตนจะไม่หาวิธีช่วยนางจนต้องใช้วิธีนี้แหละ ทันใดนักพลันนึกไปถึงใบหน้าหวานของสตรีที่ตนกำลังเกี้ยวอยู่ในตอนนี้ 'ฟ่านหลี่หลิน' สาวงามผู้เป็นเพื่อนคนสนิทกับสาวเจ้าเนื้ออย่างเสี่ยวฟาง นางจิตใจดีที่ลดตนเองไปคบกับสตรีร้อยเล่ห์มารยาอย่างหลิวฟางอี้สตรีที่ตนนึกเกลียด
ส่วนร้านผ้าที่ฟู่กลางเทียนเอ่ยถึง คือหนึ่งในกิจการหลักของตระกูลฟู่ บรรดาลูกค้าที่มาซื้อมีตั้งแต่ชาวบ้านธรรมดาไปจนถึงคุณหนูคุณชายตระกูลใหญ่ และบรรดาราชวงศ์ก็มีมาซื้อเช่นกันจึงทำให้ร้านฟู่เทียนหลงเป็นที่ชื่นชอบของทั้งเหล่าสตรีและบุรุษในเมืองแห่งนี้ ซึ่งตั้งแต่บิดาวางมือให้ตนมาบริหารกิจการของร้านก็รุ่งเรืองขึ้นทำกำไรเข้าจวนนับว่าไม่น้อยเลยทีเดียวและชื่อเสียงก็เริ่มตีคู่ร้านของตระกูลหลิวขึ้นมาได้ในที่สุด
[จวนตระกูลหลิว]
"อ้าว คุณชายมู่ เชิญ ๆ นั่งก่อน ๆ วันนี้ลมอะไรหอบมารึนี่ถึงได้มาถึงตระกูลหลิวได้"
"ท่านลุงหลิว ข้ามาหาเสี่ยวฟางขอรับ เอ่อเรื่องนั้น"
ห่าวอี้เอ่ยคล้ายลำบากใจเรื่องที่เกิดขึ้นกับเสี่ยวฟางนั้นตนที่ฟูมฟักนางมาตั้งแต่เด็กก็ใจหายอยู่มิน้อย เสี่ยวฟางน้อยของเขาป่านนี้คงจะร้องไห้ขี้มูกโป่งไปเสียแล้วกระมัง
"อ่อ ลูกคนนี้ช่างทำให้ข้าขายหน้ายิ่งนัก นี่ทางนั้นก็ยังคงเงียบอยู่ หากข้าไปทวงถามเกรงว่าจะเป็นการเร่งรัดขายลูกสาวกินให้ชาวบ้านชาวเมืองได้นินทากันสนุกปากนั่นแหละ เฮ้อ "
เฒ่าหลิวมีสีหน้ากังวลอย่างเห็นได้ชัด แต่ไหนแต่ไรล้วนรับรู้ความทุกข์ของบุตรสาวตนมาตลอดแต่ด้วยภาระหน้าที่ ที่ต้องดูแลและทำอยู่จึงไม่ได้ตามใจรึเอาใจบุตรสาวคนเดียวของตนมากนัก เขารึคงไม่สามารถอยู่ดูแลนางไปได้ตลอดจึงได้แต่สอนให้นางเข้มแข็ง เข็ญเคี้ยววิชาทางการค้าให้นางตั้งแต่เด็กมิเช่นนั้นเมื่อสิ้นเขาแล้วเกรงว่าภายหน้านางคงจะต้องลำบากอยู่มาก
"ข้าได้ยินมาจากฮวาซินว่าตระกูลฟู่กำลังจัดเตรียมสินสอดเพื่อมาขอน้องเสี่ยวฟางอยู่ขอรับ ท่านลุงอย่าห่วงเลยเช่นไรมารดาฟู่หลางเทียนก็เป็นสหายคนสนิทกับท่านป้าหลิวเกรงว่าตระกูลฟู่คงมิละเลยหรอกขอรับ"
ห่าวอี้เองกล่าวออกมาก็อดใจหายเสียมิได้ เมื่อเอ่ยถึงเรื่องสินสอดที่ตระกูลฟู่เตรียมมาสู่ขอนาง
"อ้าว ห่าวอี้"
"ฮูหยินรอง"
"ไม่มากความ ๆ คนกันเองทั้งนั้น นี่มาหาเสี่ยวฟางรึ นางถูกตาเฒ่านี่กักบริเวณหนะ เสี่ยวฟางของข้าน่าสงสารยิ่งนัก"
ฮูหยินว่าน หรือแม่เล็กภรรยารองของบิดาเสี่ยวฟางป้องมือเอ่ยกระซิบ ห่าวอี้ เป็นการบอกเป็นนัย ๆ ว่าให้ช่วยลูกเลี้ยงตนด้วย ซึ่งตอนนี้นางถูกบิดาสั่งกัก บริเวณให้สำนึกตนอยู่ในเรือน ว่านเจียอีช่วยทั้งพูดทั้งเกลี้ยกล่อมก็แล้ว หลิวตงหยาง สามีตนหาได้ใจอ่อนไม่ เห็นทีคราวนี้คงจะโกรธจริง
"ฮึ หยุดเลยนะว่านเจียอี เจ้าไม่ต้องไปขอให้ห่าวอี้ช่วยให้เสียเวลาหรอก ปล่อยให้เสี่ยวฟางได้สำนึกตนเองเสียบ้าง เจ้าหนะตามใจนางจนเสียคน ฮึ! เป็นยังไงล่ะ นางถึงทำเรื่องงามหน้าเช่นนี้ยังไงเล่า"
"นายท่านก็ ข้า"
ว่านเจียอีเมื่อถูกพูดดักไว้ก็ทำอะไรไม่ถูกได้แต่ฟึดฟัดไปมาอย่างปฏิเสธไม่ได้ว่าตนนั้นตามใจลูกเลี้ยงจริง ๆ นางเลี้ยงมาตั้งแต่เด็กนางจึงรักและเอ็นดู เสี่ยวฟางเช่นบุตรสาวคนหนึ่ง เมื่อเห็นนางทุกข์ใจนางในใจของนางเองย่อมทุกข์ใจไปด้วยไม่ต่างกัน
"ท่านลุง ขอข้าพบเสี่ยวฟางเถอะนะขอรับ หากนางเสียใจจนเกิดเอ่อ คิดทำร้ายตนเองขึ้นมาจะทำเยี่ยงไรเล่าขอรับ"
มู่ฮ่าวอี้เอ่ยใช้ไม้ตายสุดท้ายจี้ใจนายท่านหลิว แต่ในใจตนนั้นกลับกังวลไม่น้อยเมื่อคิดไปถึงว่าสาวน้อยเสี่ยวฟางอาจจะเลอะเลือนคิดมากจนทำร้ายตนเองขึ้นมา เขานั้นจะทำเช่นไร
"เช่นนั้นก็รีบไปเถอะ เสี่ยวฟางของข้า เร็วเข้า ๆ ว่านเจียอี ข้าลืมนึกไปเลย เจิ้งซิน ยังคอยรับใช้นางอยู่ใช่รึไม่ ฮึ"
"ยังอยู่เจ้าค่ะ"
คนทั้งสามเร่งก้าวฝีเท้าเดินอาด ๆ ผ่านสวนดอกไม้ ลานน้ำพลุ ไปยังท้ายเรือนที่แบ่งให้เป็นพื้นที่ของบุตรสาวตน
"ควรวะนายท่าน"
เจิ้งซินที่กลับจากการเตรียมของว่างให้เสี่ยวฟาง รีบก้มหน้าทำความเคารพเมื่อเห็นนายท่านใหญ่ของจวน และฮูหยินเล็ก พร้อมทั้งคุณชายมู่ มายืนที่หน้าเรือนของคุณหนูตน
"เจิ้งซิน เสี่ยวฟางนางเป็นเช่นไรบ้าง"
"สบายดีเจ้าค่ะ คุณชายมู่ ตอนนี้คุณหนูกำลังท่องตำราอยู่เจ้าค่ะ"
"ว่าไงนะ/ห๊ะ"
หลิวตงหยางฉงนอยู่ไม่น้อย เจ้าเด็กเสี่ยวฟางนี้ขนาดถูกคุณชายตระกูลฟู่รังแกมา นางมิได้โศกเศร้าอยู่รึ เช่นใดถึงได้เปลี่ยนอารมณ์ได้รวดเร็วเพียงนี้กัน เมื่อเช้ายังร่ำไห้ปานจะขาดใจอยู่เลย เหตุไฉนเปลี่ยนอารมณ์ได้เร็วยิ่งนัก
มู่ฮ่าวอี้เองก็ไม่ต่างกัน ที่รีบเร่งมาหานางหวังว่าจะมาปลอบใจสาวน้อยให้หายโศกเศร้าเหตุใดยามนี้ถึงได้มีอารมณ์มาท่องหนังสือกันล่ะ
"เสี่ยวฟาง!!"
หญิงสาวที่นอนคว่ำอยู่บนเตียง มือกำลังป้อนองุ่นเข้าปากตนเองพร้อมกับพลิกอ่านตำราไปมาอย่างอารมณ์ดีถึงกับตกใจสำลักองุ่นออกมา เมื่อจู่ ๆ ก็มีคนเปิดประตูพรวดเข้ามาในห้องนอนนาง คราแรกนึกว่าเจิ้งซินที่รีบร้อนเกินเหตุแต่กลับเป็นบิดา แม่เล็ก และพี่ฮ่าวอี้ พลันใบหน้าก็สว่างวาบจากรอยยิ้มสวย รีบลุกขึ้นไปหาพวกเขาทันที
"ท่านพ่อ ท่านหายโกรธลูกแล้วรึเจ้าคะ/พี่ฮ่าวอี้"
เสี่ยวฟางรีบรัวถามบิดาและหันไปทักทายพี่ชายสุดหล่อที่ตนนับถือ
"เสี่ยวฟาง เจ้าเป็นเช่นไรบ้าง พี่ได้ยินข่าวจากท่านแม่ก็รีบตรงมาหาเจ้าเลย ข้าเป็นห่วงยิ่งนัก"
เสี่ยวฟางด้วยความดีใจที่หลายวันมานี้ไม่ได้เจอฮ่าวอี้นานเสียหลายจึงโผเข้าไปกอดด้วยความดีใจอย่างเคยชิน
"นี่ ๆ! น้อย ๆ เสี่ยวฟางเจ้าเป็นสตรีใยตรงเข้ากอดบุรุษอย่างฮ่าวอี้กันฮึ นี่โตกันแล้ววหาใช่ยามวัยเด็กไม่ อีกอย่างหากผู้ใดมาพบเจอคงเอาไปเล่าลือกันสนุกปากเป็นแน่ อีกอย่างฮ่าวอี้มีคู่หมั้นแล้ว ข้าเกรงว่าตระกูลฟู่จะเข้าใจผิดได้"
หลิวตงหยางเมื่อเห็นบุตรสาวโผเข้ากอดฮ่าวอี้ก็ตรงเข้าไปแยกทั้งสองออกจากกันทันที พอพูดถึงตระกูลฟู่ก็นึกโมโหสหายตนยิ่งนัก ที่ไม่ดูแลบุตรชายตนให้ดีปล่อยให้มาย่ำยีบุตรสาวของตนได้
"โธ่ ท่านพ่อข้ากับพี่ฮ่าวอี้เป็นพี่น้องที่นับถือกันและรักใคร่กันมากก็เท่านั้น ท่านก็รู้นี่นาข้าไม่มีพี่ชาย ยามโดนรังแกหากไม่ได้พี่ฮ่าวอี้ละก็ ข้า"
ใบหน้างามแกล้งหยุดพูดเสียงเศร้า ทำหน้าสลดมองมือที่ประสานกันอยู่อย่างน่าสงสาร
"เอ่อ เอาล่ะ ๆ พอ ๆ หากพวกเจ้าบริสุทธิ์ใจแก่กันข้าก็มิได้อะไร ไว้ก็อย่าไปทำเยี่ยงนี้ให้เป็นที่โจ่งแจ้งจนเป็นที่นินทาก็แล้วกัน เจ้าไม่เสียใจแล้วรึ"
"ท่านพ่อ ข้าไม่เป็นอะไรแล้วเจ้าค่ะ เกรงว่าน่าจะมีเรื่องเข้าใจผิดกันเสียมากกว่า ข้ามั่นใจว่าข้ายังมิได้โดนคุณชายฟู่เด็ดบุปผาแน่นอนเจ้าค่ะ"
"จริงรึ!!"
"แน่นอนเจ้าค่ะ!" เสี่ยวฟางเอ่ยออกมาอย่างมั่นอกมั่นใจ
"เช่นนั้นข้าจะเชื่อเจ้าได้เช่นไร เรื่องแบบนี้เกรงว่าเจ้าปกปิดข้ามิให้จับเจ้าแต่งงานกับฟู่หลางเทียนเสียกระมัง นี่! เสี่ยวฟางลูกพ่อ หลางเทียนก็มิได้เลวร้าย เจ้าลองพิจารณาเขาหน่อยนะอ่ะ อย่างน้อยก็ได้ร่วมหอกันแล้ว แม้นิสัยจะขัดใจพ่ออยู่หลายส่วน นะ"
"ไม่นะท่านพ่อ ให้คนมาตรวจข้าสิ ข้ามั่นใจจริง ๆ นะเจ้าคะ"
ไม่ถูกทำไมคนอย่างเสี่ยวฟางต้องยอมกันละ ในเมื่อข้ายังคงเป็นสาวบริสุทธิ์เกรงว่าเรื่องที่เกิดขึ้นกับตนคงมีคนเล่นแง่เป็นแน่ หากจะเป็นคุณชายฟู่ ย่อมเป็นไปไม่ได้นางกับเขาพูดกันนับคำได้แถมยังเคยโดนบุรุษเช่นเขาทำหยาบคายพูดจาดูถูกนางสารพัดยามเมื่อเห็นนางอยู่กับพี่ฮ่าวอี้ คู่หมั้นน้องสาวของตน แน่ถ้า..
"เช่นนั้น ข้าตรวจให้เอง"
"แม่เล็ก!"
ฮูหยินเล็กหรือแม่เล็กของเสี่ยวฟางเอ่ยขึ้น
