บท
ตั้งค่า

บทที่ 1.7

“พวกเขาจะดูแลเจ้า” นางเหลือบมองบุรุษแซ่ลู่

“ข้าจะดูแลนางเอง ข้าสัญญาว่านางจะปลอดภัย”

หญิงสาวมองไปยังเจ้าหน้าที่มือปราบสองคน “ขอธนูกับลูกธนูให้ข้า ทั้งหมดเลย” นางมีท่าทางจริงจังแต่ก็ไม่ได้ลนลาน เป็นความเยือกเย็นที่หาได้ยากยิ่ง ในสตรีที่เผชิญสถานการณ์เช่นนี้ กระทั่งทำให้บุรุษอย่างพวกเขารู้สึกประหลาดใจ

หญิงสาวประคองใบหน้าของเสียนจิงด้วยสองมือ “กลับไปหาท่านยายก่อน แล้วข้าจะรีบตามไป ท่านยายเป็นห่วงแย่แล้ว”

เสียนจิงมีท่าทางลังเล น้ำตาคลอหน่วย ทั้งหวาดกลัว หวาดหวั่น ทั้งก้าวเดินอย่างเชื่อฟัง ทั้งหันมามองนางด้วยสายตาหลากหลาย ดวงตาคู่นั้น...

เซี่ยฉิงถอนหายใจกับตัวเอง ในที่สุดก็พบสาเหตุที่นางยินยอมแบกรับภาระนี้แล้ว เพราะดวงตาของเสียนจิงเหมือนกับดวงตาของจื่อลั่ว เพื่อนสนิทที่สิ้นใจไปแล้วนั่นเอง

เนื่องจากอุทกภัยครั้งใหญ่ของเมืองต้าเฉิง ราชสำนักส่งแม่ทัพหยางมายังเมืองหนานอู๋ สร้างป้อมทหารเอาไว้เพื่อรองรับชาวบ้านที่อพยพมายังที่ปลอดภัย

นอกจากแม่ทัพหยางแล้ว สุยหนิงโหวเองก็ได้รับราชโองการให้นำกองกำลังมาปราบปรามโจรป่า เนื่องจากมีข่าวการถูกปล้นฆ่าและลักพาตัวบ่อยครั้ง

ความอดอยาก อาหารขาดแคลน พืชพรรณถูกทำลาย บุรุษที่ไม่ได้มีตำแหน่ง ไม่มีฐานะ พอจะจับอาวุธได้ เพื่อให้อยู่รอดจึงผันตัวกลายเป็นโจร เข่นฆ่า แย่งชิง ลักพาตัวผู้คน จากนั้นซ่อนตัวในป่าลึก หรือไม่ก็ขึ้นไปอยู่บนเขาที่ยากแก่การโจมตี

เสิ่นเหยียนเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าทีเริ่มมีเมฆตั้งเค้ามืดครึ้ม “ฝนกำลังจะตกแล้ว มิสู้พวกเราย้อนกลับป้อมก่อน วันนี้คงไม่อาจหาทางขึ้นเขาไปยังที่ซ่อนกลุ่มโจรแล้ว” เขาถอนหายใจเพราะฝนตกไม่เพียงไม่อาจแกะรอย แต่อาจเป็นสาเหตุให้พวกเขาหลงทางเสียเอง

ชายหนุ่มหันกลับไปมองบุรุษอีกคนที่อยู่บนหลังม้า เขาสวมเสื้อคลุมหนาหนักทั้งที่อากาศก็ไม่ได้หนาวเหน็บ ใบหน้าหล่อเหลาท่าทีสุขุมเยือกเย็น “อาจารย์เยียน”

“หากเกิดการปะทะและเราหลงทาง เช่นนั้นเรามีแต่จะเสียเปรียบ ซื่อจื่อตัดสินใจเถิด” เยียนหลันเฟิงเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า จากนั้นพยักหน้าให้อวี้จือ อีกฝ่ายจูงม้าหันหลังกลับ

เสิ่นเหยียนมองผู้เป็นอาจารย์ด้วยสายตาห่วงใย การมาเมืองหนานอู๋ครั้งนี้ เขามั่นใจว่าจะจัดการทุกอย่างได้เรียบร้อย ด้วยมีผู้เป็นอาจารย์ติดตามมาด้วย ถึงอย่างนั้นเพราะสุขภาพของเยียนหลันเฟิงอ่อนแอมาก เขาไม่อาจปล่อยให้ผู้เป็นอาจารย์ตรากตรำอยู่ข้างนอกนานนัก

เยียนหลันเฟิง... อายุสิบสองสอบผ่านองครักษ์อวี่หยางส่วนพระองค์ ฮ่องเต้พระราชทานป้ายทองขั้นสี่ เป็นองครักษ์ที่ฝีมือเก่งกาจที่สุด

อายุสิบสี่เข้าร่วมการสอบเคอจวี่ ได้เป็นเจี้ยหยวน ที่อายุน้อยที่สุดของแคว้น อายุสิบห้าได้เป็นฮุ่ยหยวน

ไม่มีใครรู้ว่าเพราะเหตุใดเด็กหนุ่มอายุน้อยและอนาคตไกล เหตุใดจึงเปลี่ยนจากฝ่ายบู๊เป็นฝ่ายบุ๋น กระทั่งในวันที่เขาสอบได้ที่หนึ่งและได้เป็นจ้วงหยวนในวัยเพียงยี่สิบ ฮ่องเต้ทรงพระราชทานตำแหน่งปราชญ์หลวงแห่งแผ่นดิน มีรับสั่งให้สร้างสำนักศึกษาหลวงหย่งจง ทั้งยังให้เยียนหลันเฟิงเป็นผู้ดูแล คัดเลือก รวมไปถึงพิจารณาการรับอาจารย์เข้าสอน และบัณฑิตที่เข้าเรียน

ผู้คนไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเยียนหลันเฟิง ทว่าตระกูลเสิ่นรู้ดีที่สุด!!

ปีนั้น...อวี้กั๋วกงสิ้นใจ เดิมทีเยียนหลันเฟิงสมควรสืบทอดบรรดาศักดิ์แทนบิดา ทว่าอยู่ๆ เขากลับหายหน้าหายตาไปไม่ปรากฏตัว ฮองเฮาเกรงว่าในตระกูลเยียนจะวุ่นวายจนไม่อาจควบคุม รับสั่งให้เยียนหนานเฟิ่ง ทายาทคนที่สองของอวี้กั๋วกงขึ้นรับตำแหน่งอวี้กั๋วกงทันที

หลังจากเยียนหนานเฟิ่งรับสืบทอดตำแหน่งแล้ว จึงมีผู้ที่พบเห็นเยียนหลันเฟิง อีกทั้งยังพบว่าเขาย้ายออกจากจวนอวี้กั๋วกง แยกบ้านออกมาท่ามกลางความงุนงงของผู้คน!!!

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel