บทที่ 1.6
ผมยาวสยายยุ่งเหยิง เรือนกายสูงใหญ่ทว่าผอมราวกับคนป่วย ใบหน้าขาวซีด คิ้วเข้มเรียวยาวจรดหางตา ริมฝีปากบางรูปกระจับ จมูกโด่งคมสัน หากบอกว่าเขาเป็นสตรีปลอมตัวเป็นบุรุษก็ต้องมีคนเชื่อ ทว่านางมองปราดเดียวก็รู้ว่าเขาเป็นบุรุษ ชายมีฝีมือที่บอกว่านายถูกจับมา แท้ที่จริงก็คือคนคุ้มกันของชายหนุ่มผู้นี้
เพราะต้องแข่งกับเวลาจึงไม่มีเวลาพัก ช่วยคนได้ก็ต้องรีบเผ่น ทั้งหมดเดินลงเขาพยายามเงียบเสียงและเร่งฝีเท้า
ตลอดการหลบหนีหญิงสาวรับรู้ถึงสายตาของคนสองคน นายกับผู้ติดตามซึ่งอาจจะมีฐานะไม่ธรรมดา เซี่ยฉิงไม่สนใจสายตาสงสัยนั้น เพราะพวกเขาเป็นเพียงคนแปลกหน้า เสียงกระซิบของคนทั้งสองแน่นอนนางได้ยินทั้งหมด
“คุณชาย...”
“นางเป็นใคร”
“เป็นหนึ่งในผู้อพยพจากเมืองต้าเฉิงขอรับ วันนี้เป็นนางที่ทำให้ข้าน้อยตามมาช่วยท่านทันเวลา นางคิดเร็ว ลงมือเร็ว แกะรอยเก่งและแม่นยำ หาไม่หากกลุ่มโจรพวกนั้นรวมตัวกัน เกรงว่าคงไม่ง่ายที่จะเข้าช่วย”
“สตรีผู้หนึ่งทั้งยังอายุยังน้อย...”
“ตอนนางเตรียมตัวเปลี่ยนชุดมาช่วยคน ข้าน้อยแอบสอบถามชาวบ้านเรื่องของนาง ได้ยินมาว่าเป็นคุณหนูจวนคหบดีที่ล่มสลาย คนในตระกูลทะเลาะแย่งชิงทรัพย์สมบัติ บิดาของนางล้มป่วยจึงยกนางให้แต่งกับบัณฑิตคนหนึ่งเพื่อรักษาสินเดิม นางแต่งงานบิดาก็สิ้นใจ พวกนางทั้งสามกำลังเข้าเมืองหลวงเพื่อไปสมทบกับบัณฑิตผู้นั้น เขาไปเข้าสอบขอรับ”
“ฐานะของนางชัดเจน?”
“ขอรับ”
“แต่เมื่อครู่ที่นางไปช่วยคน ดูไม่คล้ายคุณหนูจวนคหบดีแม้แต่น้อย”
“เรื่องนี้...”
“เอาเถิด กลับไปรวมตัวกับขบวนอพยพแล้วจับตาดูไว้ ให้มั่นใจว่านางมิใช่คนของ...ฝ่ายอื่น”
“ขอรับ”
“ยังมีเรื่องอะไร”
“ข้าน้อยคิดว่าไม่น่าจะใช่ขอรับ”
“พูดต่อไป”
“ข้าน้อยเห็นการต่อสู้ของนางแล้ว แม้กระบวนท่าที่ใช้เด็ดขาดและหนักแน่น ทว่าสตรีนางนี้ไม่มีกำลังภายใน ฝ่ายนั้นไม่น่าจะส่งคนเช่นนี้มาลอบสังหารท่านขอรับ”
เซี่ยฉิงลอบถอนหายใจ นางเหลือบมองไปด้านหลัง เผลอสบตาเข้ากับบุรุษใบหน้างดงามผู้นั้น ได้ยินเสียงของเขากระซิบ “นาง...คงมิใช่ได้ยิน?”
นางหันกลับไป
“ไกลขนาดนี้เป็นไปไม่ได้ขอรับ”
หญิงสาวยิ้มที่มุมปากจากนั้นจูงม้าเดินต่อไปเงียบๆ
เมื่อกลับมาถึงถนนสายหลัก การนำทางเปลี่ยนเป็นคนที่รู้ทางมากกว่า หญิงสาวหันไปมองบุรุษสองคนที่ดูสุขุมที่สุด นายกับคนติดตาม...
“แม่นางเซี่ย”
“พี่สะใภ้ของข้าแต่งงานแล้ว” เสียนจิงกล่าวเสียงเบา “พวกท่านต้องเรียกนางว่าเสียนฮูหยินจึงจะถูก”
เซี่ยฉิงเลิกคิ้วก้มลงมองเสียนจิง ทว่านางก็ไม่ได้พูดอะไร แม้ยังมีท่าทีไม่ยอมรับ หรือไม่เต็มใจที่จะยอมรับ ทว่าการที่นางตามไปช่วยเสียนจิงกลับมา ก็ทำให้เด็กสาวสับสนและพยายามยอมรับตัวนาง ทั้งที่ก่อนหน้านี้มีอคติต่อกันมาโดยตลอด
อันที่จริงก็เข้าใจได้ เพราะเซี่ยฉิงเองก็ไม่เคยดีต่อใครเลย นอกจากตัวเองก็ดูเหมือนหญิงสาวไม่เคยรักและไว้ใจผู้ใดเช่นกัน
“เสียนฮูหยิน ข้าน้อยแซ่หยวน เป็นผู้คุ้มกันของคุณชาย”
“ข้าแซ่ลู่ ท่านเรียกข้าว่าคุณชายลู่ก็ได้” บุรุษหนุ่มที่มีใบหน้างดงามแย้มยิ้ม “ข้ายังไม่ได้ขอบคุณท่านอย่างเป็นทางการ หากไม่ได้ท่านเกรงว่าคงตามคนที่ถูกจับไปไม่ได้ง่ายๆ ได้ยินว่าท่านมีความสามารถในการแกะรอย ขอบคุณเสียนฮูหยินจริงๆ”
นางมองออกว่ากำลังถูกหยั่งเชิง “ข้าทำเพื่อช่วยน้องสาวของข้า ไม่ต้องขอบคุณ” นางก้มลงมองเสียนจิง “รีบนำทางเถิด จากตรงนี้คงต้องรบกวนผู้คุ้มกันหยวน”
เขาพยักหน้าจากนั้นเป็นคนนำทางไปยังป้อมทหารที่อยู่ไกลออกไปไม่ถึงสองชั่วยาม ทว่าตอนกำลังเดินทางไปได้ไม่ถึงครึ่งชั่วยาม หญิงสาวพลันชะงักหันกลับไปมองด้านหลัง
เห็นหญิงสาวหยุดเดินบุรุษแซ่ลู่จึงเดินย้อนกลับมาหานางเช่นกัน เขามองตามสายตาของหญิงสาว “เกิดอะไรขึ้นหรือ”
นางไม่ตอบก้มลงมองเสียนจิง “เจ้าไปหาผู้คุ้มกันหยวน ติดตามเขาเอาไว้อย่าออกห่าง บอกเขาว่าพวกเราถูกตาม ข้าจะไปดูสักหน่อย”
เสียนจิงมีท่าทีหวาดกลัว “แต่ว่า...”
