บทที่ 1.3
เบื้องหลังการแต่งงานครั้งนี้มีเพียงเซี่ยฉิงและสามีเท่านั้นที่รู้ความจริง ข้อตกลงการแต่งงานคือ...เขาแต่งกับนางเพื่อให้นางรักษาสินเดิมของมารดา จากนั้นพานางออกมาจากตระกูลเซี่ย
ต่อมาหลังบิดาของหญิงสาวสิ้นใจเขาออกเดินทางไปเข้าสอบ นางรั้งอยู่ดูแลท่านยายและน้องสาวของอีกฝ่าย
ตระกูลเซี่ยกำลังจะล่มสลาย การค้าขาดทุนเหล่าญาติแตกแยกไม่สามัคคี นายท่านเซี่ยมีบุตรสาวคนเดียวก็คือเซี่ยฉิง เพื่อให้หญิงสาวแยกบ้านออกไปก่อนที่ทุกอย่างจะถูกผลาญไปจนสิ้น นายท่านเซี่ยจึงขอร้องคนที่ตนเคยช่วยชีวิต ให้หญิงสาวได้แต่งออกจากจวนตระกูลเซี่ย
ทว่าเขาคงนึกไม่ถึงว่าเซี่ยฉิงกับ...เสียนอวิ๋นจะกล้าทำสัญญาแต่งงานขึ้น!
หญิงสาวรู้สึกนับถือเซี่ยฉิงผู้นี้อยู่บ้าง ในยามอับจนหนทางถึงขั้นยอมแต่งงาน จากนั้นเพียงรอวันอย่าขาดกับบุรุษแปลกหน้า เพื่อให้ได้ทรัพย์สมบัติของมารดามาเสวยสุขคนเดียว แม้แต่วันที่บิดาสิ้นใจก็ยังไม่กลับไปดูใจ
จะว่าไปในความทรงจำที่หญิงสาวได้รับรู้ นับว่าเซี่ยฉิงคนนี้เป็นสตรีชั่วช้าใจดำยิ่ง ขนาดมีสัญญาที่จะดูแลท่านยายกับเสียนจิงน้องสาวของสามี ทว่านางกลับทำแบบขอไปที ให้ทั้งสองอดมื้อกินมื้อ แม้มีข้าวกิน มีที่นอน ไม่ลำบากเช่นเมื่อก่อน แต่ก็ไม่นับว่าสุขสบายนัก
เห็นสายตาหวาดระแวงสงสัยของเสียนจิง มองความใจดีของท่านยายเสียนที่เสมอต้นเสมอปลาย แม้ว่าหญิงสาวจะเคยปฏิบัติไม่ดีด้วย เซี่ยฉิงได้แต่ถอนหายใจเสียงเบา
วันนี้ชาวบ้านกำลังเดินทางอพยพ นายอำเภอกำลังรวบรวมผู้คนเพื่อออกเดินทาง ในขบวนจะมีเจ้าหน้าที่มือปราบคอยคุ้มกัน เพื่อให้การเดินทางเป็นระเบียบเรียบร้อย หลีกเลี่ยงการปล้นฆ่าแย่งชิง เนื่องจากอุทกภัยครั้งนี้ร้ายแรงยิ่ง
ซานเหอย่วนของเซี่ยฉิงอยู่สูงขึ้นไปบนเขา บ้านหลังไม่ได้ใหญ่มากทว่าเทียบกับชาวบ้านในหมู่บ้าน ก็นับว่ามีฐานะกว่าคนอื่นๆ
ทรัพย์สิน...เซี่ยฉิงเป็นคนฉลาด เงินที่มีแลกเป็นทองฝังเอาไว้ตามจุดต่างๆ ตั๋วเงินมีบ้างบางส่วน เครื่องประดับถูกรื้อค้น ที่ซ่อนไว้ยังอยู่ สิ่งสำคัญเช่นโฉนดมีบันทึกพอคัดลอกใหม่ได้ ทว่าก็ยังไม่แน่นอนเพราะเขื่อนแตกแล้ว นับจากนี้น้ำจะลดหรือไม่ จะลดไม่ลด ก็ยังต้องคอยดูกันอีกหลายเดือน
ที่สำคัญคือจะมีการซ่อมเขื่อน หรือทางการจะให้ย้ายไปอยู่ที่อื่นก็ยังไม่ได้ข้อสรุป ด้วยบัดนี้ศึกสงครามก็นับว่าทำให้แคว้นต้าเหยาสูญเสียทรัพยากรไปมากมาย
“ฉิงเอ๋อร์เจ้ามาดื่มน้ำหน่อยเถิด” ท่านยายเสียนส่งเสียงเรียก หญิงสาวมองไปรอบๆ สายตาระแวดระวังตอนรับน้ำมา
เห็นเสียนจิงยังคงมองนางราวกับไม่ไว้ใจ นางรับน้ำมาจากนั้นดื่มพร้อมกับส่งเสียงกระซิบบอก “ท่านยาย ลงมาก่อนเถิด”
ทั้งสองเลิกคิ้วมองนางด้วยความสงสัย “ท่านยายชราแล้วเดินลำบาก” เสียนจิงไม่เห็นด้วยแต่พูดจบก็รีบหดคอ ราวกับกลัวว่าจะถูกดุด่า
เซี่ยฉิงเข้าใจได้เพราะอีกฝ่ายมักถูกด่าทอตบตีบ่อยครั้ง แม้เซี่ยฉิงไม่ได้ลงมือเอง แต่คนที่ตบตีก็เป็นสาวใช้ของอีกฝ่ายซึ่งตอนนี้หายไปกับสายน้ำ ถึงอย่างนั้น...เสียนจิงก็ยังกลัวถูกตีอยู่ดี
“เด็กดี เชื่อฟังข้า พาท่านยายลงมาก่อน” นางกล่าวเสียงเบาสายตามองไปรอบๆ
ท่านยายเสียนมองตามสายตาของหญิงสาว “มีอะไรหรือ”
นางสบตากับท่านยายเสียน “หากม้าตื่นแล้วพวกท่านยังอยู่บนนั้นจะอันตรายเกินไป”
ท่านยายเสียนดูแล้วแม้ชราแต่นางไม่ได้โง่ เมื่อมองไปรอบๆ ถนนที่ถูกป่าสนโอบล้อมนี้กลับเงียบงันเกินไปไม่มีแม้แต่เสียงนกร้อง “จิงจิงพวกเราลงเดินยืดเส้นยืดสายหน่อยเถิด”
เซี่ยฉิงจูงม้าแหวกคนเดินเท้าออกมาข้างทาง ทุกคนไม่ได้สงสัยเพราะหากอยากพักก็จะมีคนแยกออกมาริมถนน
เพิ่งผูกม้ากับต้นไม้เสียงบางอย่างก็แหวกอากาศเข้ามา โชคดีที่ท่านยายกับเสียนจิงลงจากรถม้าแล้ว เพราะเจ้าม้าตื่นตกใจยกสองข้าหน้าขึ้นส่งเสียงร้องดังลั่น
