บทที่1.4
เสียงกรีดร้องของผู้คนดังขึ้นจากเบื้องหน้า หญิงสาวคว้าห่อผ้าของตน ของท่านยาย จากนั้นพาทั้งสองหลบจากม้าเทียมเกวียนนั่งลงที่ใต้พุ่มไม้หนา มองกลุ่มโจรที่ปะทะกับเจ้าหน้าที่มือปราบ
เสียงฝีเท้าสับสน ผู้คนวิ่งวุ่นแตกตื่น บ้างล้ม บ้างเหยียบกันเอง บ้างถูกธนูของโจรที่ยิงมาแบบสุ่มๆ หญิงสาวกดศีรษะของเสียนจิงลง ท่านยายเองก็กอดเด็กสาวแน่น “พี่สะใภ้ พวกเรา...ไม่หนีหรือ” เด็กสาวถามพร้อมกับมองชาวบ้านที่วิ่งเข้าไปในป่า
“รอก่อน” หญิงสาวมองความวุ่นวายตรงหน้า “ไปตอนนี้ไม่ได้ท่านยายอาจถูกชนล้ม ในป่าไม่รู้ว่ามีโจรดักซุ่มหรือไม่ อยู่ตรงนี้หลบให้ดีมีเจ้าหน้าที่อยู่”
วุ่นวายขนาดนี้หากเป็นนางคงแอบหลบไปตั้งแต่เห็นสิ่งผิดปกติแล้ว ทว่าตอนนี้นางมีคนสองคนให้ดูแล อีกทั้งยังเป็นเด็กกับคนแก่ เซี่ยฉิงสบถกับตัวเองเป็นรอบที่เท่าไหร่ก็นับไม่ถ้วน นางจะไม่อยู่ที่นี่ก็ได้ หลบเร้นเมื่อไหร่ก็เป็นอิสระเมื่อนั้น ทว่า...ที่นี่คือที่ไหน จะอยู่ต่ออย่างไร เป้าหมายเล่า
คนที่เคยมีเป้าหมายในการใช้ชีวิตชัดเจนด้วยการเป็นนักฆ่า อยู่ๆ ลืมตาก็กลายเป็นหญิงสาวแปลกหน้าที่ไม่รู้จัก แม้นางจะเป็นถึงหนึ่งในสิบนักฆ่าที่ร้ายกาจที่สุด แต่นางก็ยังต้องการเวลาและการปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อมใหม่
ความรับผิดชอบต่อสองชีวิตข้างกาย จึงเป็นเป้าหมายใหม่ที่อยู่ๆ นางก็แบกรับแบบงงๆ
เซี่ยฉิงมองไปรอบๆ คว้าท่อนไม้มาได้ท่อนหนึ่ง หญิงสาวสองคนถูกกลุ่มโจรลากออกไป นางดันเสียนจิงเข้าไปในอ้อมกอดท่านยายเสียน “อยู่ตรงนี้ หมอบให้ต่ำ อย่าขยับ อย่าไปไหน”
จากนั้นร่างปราดเปรียวก็พุ่งเข้าไป ใช้ท่อนไม้ฟาดแขนของโจรผู้นั้น ช่วยหญิงสาวสองคนกลับมาได้ ทว่าเสียงกรีดร้องด้านหลัง ทำให้เผลอสบถอีกรอบ อยู่ๆ ม้าก็วิ่งผ่านหน้า คว้าคอเสื้อของเสียนจิงขึ้นพาดหลังม้า
เสียงหัวเราะหยาบโลนทำให้หญิงสาวโกรธจัด ทว่าท่านยายเสียนที่ตกใจล้มหงาย “จิงจิง! หลานยาย! ช่วยด้วย! ช่วยหลานสาวของข้าด้วย! ใต้เท้ามือปราบ!! ใต้เท้า!”
โจรที่ขี่ม้าอีกคนหัวเราะเงื้อไม้ขึ้นฟาดลงไปที่ท่านยายเสียน เซี่ยฉิงขว้างไม้ในมือออกไปสกัด หญิงสาวกระโดดขึ้นถีบโจรผู้นั้นล้มลง ทว่า...ร่างกายนี้ที่ไม่อำนวยนักก็ล้มคว่ำเช่นกัน ผิวนุ่มแดงเป็นรอย เจ็บจนเกือบลุกไม่ขึ้น
นางสบถคำหยาบออกมากี่ครั้งแล้ววันนี้...
หญิงสาวมองทิศทางที่โจรผู้นั้นพาเสียนจิงไป เจ้าหน้าที่มือปราบหลายคนถูกสังหาร ความวุ่นวายเริ่มลดลงเพราะผู้คนแตกตื่นหลบหนีจากขบวนเดินทาง ท่านยายเสียนร่ำไห้จนหมดสติ
ไม่นานขบวนเดินทางก็หลงเหลือคนไม่ถึงครึ่ง...
“เรียนนายอำเภอ ดูเหมือนโจรกลุ่มนี้มีจุดประสงค์ที่ตัวคน พวกมันลักพาตัวสตรีและคนที่ดูมีฐานะเท่านั้น ทรัพย์สินส่วนหนึ่งถูกขโมยแต่ไม่มาก ที่หายไปคือคนขอรับ”
นายอำเภอมองขึ้นไปบนเขา “ได้ยินมาว่าบนเขามีโจรกลุ่มหนึ่งซุ่มลักพาตัวคนไปเพื่อเรียกค่าไถ่ ส่วนสตรีก็พาไปเพื่อบังคับให้แต่งงานและมีบุตร หลังจากนั้นจึงจะถูกขายเข้าหอนางโลม...”
เสียงร่ำไห้ดังขึ้นด้วยความสิ้นหวัง เด็กสาวในขบวนเดินทางล้วนถูกลักพาตัวไป อยู่ๆ หญิงสาวก็นึกถึงดวงตาอ้อนวอนด้วยความหวาดกลัวของเสียนจิง ท่านยายเสียนรู้สึกตัวก็ร่ำไห้ด้วยหัวใจที่แตกสลาย
เซี่ยฉิง...ลุกขึ้นยืนจากนั้นมองไปยังโจรที่ถูกสังหารซึ่งนอนอยู่ไม่ไกล นางลงมือถอดเสื้อผ้าของอีกฝ่าย เจ้าหน้าที่มือปราบมองนางด้วยสายตาตกตะลึง
“เจ้าจะทำอะไร”
“ข้าจะไปพาจิงจิงกลับมา”
ทุกคนเลิกคิ้วมองนางราวกับนางเพิ่งกล่าวถึงเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ “รอยเท้าม้ายังใหม่แกะรอยได้ไม่ยาก ใช้ม้าย่อมหมายถึงมีทางเข้า อยู่บนเขาพาคนไปด้วยย่อมช้า หากตามไปตอนนี้คงทัน หากรอช้าอยู่ที่นี่รอจนพวกมันพาคนถึงรังโจรก็ยากแล้ว” พูดจบก็มองเห็นมีดสั้น นางเก็บอาวุธของโจรแล้วมองไปรอบๆ “ขอยืมรถม้าเปลี่ยนชุดได้หรือไม่” นางหันไปถามนายอำเภอ
“แม่นาง...เจ้าเป็นสตรี ถ้าอย่างไร...”
