3 ขอจีบ
สายตาคมกริบกวาดมองใบหน้าสวยที่ขึ้นสีระเรื่อ แสงไฟจากรั้วบ้านสาดส่องกระทบริมฝีปากอวบอิ่มที่เผยอขึ้นเล็กน้อยอย่างเย้ายวน พิมมาดารู้สึกเหมือนถูกตรึงไว้ด้วยมนต์สะกด เธอพยายามจะยุติสถานการณ์นี้ด้วยการควักกระเป๋าสตางค์ออกมา
“ต้องขอโทษด้วยนะคะ คือฉันอยากจ่ายค่าไอติมเมื่อเช้า...” ระหว่างที่เธอส่งเงินให้เขาก็รีบยกมือปฏิเสธทันที
“ผมไม่รับครับ”
“แต่ผมขอมาเล่นกับเจ้าเอยทุกวัน... ได้มั้ยครับ?”
“ถ้าคุณสะดวก... ก็เชิญค่ะ”
“คุณพิมทำงานที่ไหนเหรอครับ” เขาถามเสียงพร่า สายตาจับจ้องไปที่กระดุมเสื้อเชิ้ตของเธอที่รั้งตึงตามจังหวะการหายใจที่หอบกระชั้น
“ถามทำไมคะ ฉันว่าชุดทำงานที่ฉันใส่เมื่อเช้า คุณก็น่าจะพอรู้แล้วมั้ง”
“ครับ คุณพิมทำงานเป็นผู้จัดการธนาคาร... แต่ผมอยากรู้ว่าคุณอยู่สาขาไหน” เขายิ้มกริ่มเมื่อเห็นเธอเริ่มเสียอาการ
“คุณไม่จำเป็นต้องรู้ค่ะ”
“งั้น... ผมขอเบอร์ติดต่อคุณพิมได้มั้ยครับ”
“บ้านเราอยู่ติดกัน คงไม่จำเป็นหรอกมั้งคะ” หญิงสาวปฏิเสธเสียงสั่นเล็กน้อย
“ทำไมล่ะครับ... หรือว่ากลัวแฟนคุณหึง?” คำถามนั้นราวกับปลายเข็มที่สะกิดโดนจุดอ่อนไหว ความโดดเดี่ยวที่ถูกฉาบไว้ด้วยมาดผู้จัดการสาวผู้แข็งแกร่งพังทลายลงเพียงชั่วครู่ เธอช้อนสายตามองเขา แววตานั้นไหวระริกและเปี่ยมไปด้วยแรงปรารถนาที่ซ่อนเร้น
“ฉันไม่มีแฟนค่ะ” เธอกระซิบตอบ น้ำเสียงที่เคยแข็งกร้าวบัดนี้แหบพร่าและสั่นไหวอย่างเห็นได้ชัด ฉลามยกยิ้มอย่างผู้ชนะที่รุกคืบเข้าใกล้เป้าหมาย
“งั้นผมขอจีบคุณได้มั้ยครับ” พิมมาดาใจเต้นโครมคราม เธอรวบรวมสติที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิด แล้วเอ่ยท้าทายกลับไปด้วยท่าทีที่พยายามจะรักษามาดเอาไว้
“ถ้าคิดว่าจีบติดก็ลองดูสิคะ แต่ฉันว่าคุณอย่าเสียเวลาเลย สู้เอาเวลาไปท่องตำราเรียนจะดีกว่า”
ฉลามไม่ได้ละสายตาไปจากใบหน้าสวยนั้นแม้แต่วินาทีเดียว เขายิ้มอย่างมีเล่ห์เหลี่ยมก่อนจะถอยออกมาเพียงก้าวเดียว
“กู๊ดไนท์ครับ คุณพิม...”
“กู๊ดไนท์ค่ะ” พิมมาดารีบหมุนตัวเข้าบ้านทันทีที่สิ้นเสียง ทิ้งให้ความร้อนแรงนั้นยังคงอบอวลอยู่เบื้องหลัง
ท่ามกลางความเงียบสงัดของหยาดน้ำค้างยามดึก แสงจันทร์นวลตาฉาบไล้ลงบนผิวกายขาวกระจ่างของพิมมาดาที่ยืนกลางสนามหญ้าหน้าบ้าน ลมกลางคืนพัดโชยมาเอื่อย ๆ ทว่ากลับไม่ช่วยให้ความร้อนรุ่มภายในใจของเธอลดน้อยลงเลย ชุดนอนผ้าซาตินสายเดี่ยวสีแชมเปญที่สวมอยู่นั้นแนบไปกับส่วนโค้งเว้าของร่างกายอย่างจงใจ เนื้อผ้าบางเบาจนเผยให้เห็นยอดทรวงอวบหยุ่นที่ขยับเขยื้อนยามเธอผ่อนลมหายใจเข้าออกอย่างเป็นจังหวะ
เสียงฝีเท้าเบา ๆ บนผืนหญ้าฝั่งตรงข้ามดึงสติของเธอกลับมา พิมมาดาหันไปตามเสียง และพบกับฉลามที่ยืนอยู่ริมรั้วฝั่งบ้านของเขา ชายหนุ่มอยู่ในชุดนอนกางเกงผ้าเนื้อนิ่มเพียงตัวเดียว เปลือยแผงอกล่ำสันที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามแข็งแกร่ง แสงจันทร์ดวงโตสะท้อนให้เห็นลอนหน้าท้องที่เรียงตัวสวยงามและไรขนอ่อนจาง ๆ ที่พาดผ่านหน้าท้องหายเข้าไปในขอบกางเกง
“เจ้าเอยหลับแล้วเหรอครับ?” เสียงทุ้มพร่ามัวของเขาดังขึ้นในความเงียบ ฉลามขยับกายเข้ามาชิดริมรั้วจนพิมมาดารู้สึกได้ถึงไอความร้อนจากร่างกายวัยหนุ่มที่แผ่ซ่านออกมา กลิ่นสบู่อ่อน ๆ หลังอาบน้ำผสมกับกลิ่นกายดิบ ๆ ของชายหนุ่มทำให้อะดรีนาลีนในกายของเธอพุ่งพล่าน
“ค่ะ... หลับไปได้สักพักแล้ว” พิมมาดาตอบเสียงแผ่ว ใบหน้าสวยร้อนผ่าวเมื่อสบเข้ากับดวงตาคมปลาบที่มองเธออย่างลึกซึ้ง... สายตาที่ไม่ได้หยุดอยู่แค่ใบหน้า แต่มันกวาดมองต่ำลงไปยังเนินอกขาวผ่องที่กระเพื่อมไหวอยู่ภายใต้ผ้าซาตินบางกริบ
“ดึกขนาดนี้... ทำไมถึงยังออกมายืนตากลมข้างนอกคนเดียวล่ะครับ?”
“หรือว่า... กำลังรอใครอยู่”
“เปล่าค่ะ แค่เดินมาดูไฟด้านนอกเฉย ๆ ” พิมมาดาพยายามเบือนหน้าหลบ แต่กลิ่นอายความแกร่งกร้าวของเขากลับครอบงำประสาทสัมผัสของเธอไปหมดสิ้น
“ถ้าคุณยังไม่นอน... จะรังเกียจไหมครับ ถ้าผมจะขอเข้าไปคุยด้วย”
“เสียใจค่ะ ฉันกำลังง่วงพอดี”
“เดี๋ยวสิครับคุณพิม”
หลายวันต่อมาพิมมาดาก็ยอมเปิดใจมากขึ้นเมื่อเห็นว่าลูกสาวจะได้มีเพื่อนเล่น บรรยากาศภายในบ้านของสาวสวยดีกรีผู้จัดการธนาคารดูมีชีวิตชีวา แสงไฟสีนวลตาขับเน้นให้ความอ่อนล้าจากการทำงานจางหายไป ทว่าความรู้สึกใหม่ที่เข้ามาแทนที่กลับเป็นความประหม่าที่แสนหวาน
“สวัสดีครับ” เสียงทุ้มเข้มดังขึ้นพร้อมกับการปรากฏตัวของร่างสูงใหญ่ ฉลามที่เดินเข้ามาในบ้านด้วยท่าทีสนิทสนม หลังจากลอบมองจนแน่ใจว่าเธอน่าจะทำอาหารเย็นเสร็จเรียบร้อยแล้ว
“พี่กำลังทำอาหารเย็นเสร็จพอดีเลยค่ะ” เธอรีบบอกพลางง่วนอยู่กับหน้าเตา ริมฝีปากหยักของชายหนุ่มพยายามซ่อนรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ยามมองแผ่นหลังเนียน