บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 3 ขนมหวานน้อยเพื่อศิษย์พี่ใหญ่

หลังจากแยกกับจ้าวอวี้เฉินเมื่อวาน มู่หรงเย่วก็เอาแต่ครุ่นคิดถึงคำพูดของเขา

‘ข้าต้องไปพบอาจารย์’

‘กลับเรือนพักได้แล้ว’

‘อย่าลืมกินอาหารเช้าก่อนออกจากเรือนพัก’

แม้จะเป็นเพียงคำพูดธรรมดา แต่เด็กสาวกลับรู้สึกว่าศิษย์พี่ใหญ่ใส่ใจนางไม่น้อย อย่างน้อยเขาก็จำได้ว่านางมักออกจากเรือนพักโดยไม่กินอาหารเช้า

เมื่อนึกถึงเรื่องนี้ มู่หรงเย่วก็ยิ้มออกมา

ในเมื่อเขาจำได้ว่านางชอบอะไร นางก็ควรจดจำสิ่งที่เขาชอบบ้าง

ปัญหาคือจ้าวอวี้เฉินเป็นคนที่ไม่ค่อยแสดงความชอบหรือความไม่ชอบออกมา ต่อให้นางถามตรง ๆ เขาก็มักตอบเพียงว่าอะไรก็ได้ หรือไม่ก็ไม่จำเป็น

แต่มีอยู่เรื่องหนึ่งที่นางรู้แน่ชัด

ศิษย์พี่ใหญ่ไม่ชอบของหวาน

ดังนั้น หากจะทำขนมให้เขา นางต้องทำขนมที่หวานน้อย ไม่มันจนเกินไป และมีประโยชน์ต่อร่างกาย

“ใช่แล้ว! ขนมพุทราจีนผสมเก๋ากี้!”

มู่หรงเย่วตบโต๊ะเบา ๆ ดวงตาเป็นประกาย

ขนมชนิดนี้มีรสหวานอ่อนจากพุทราจีน ไม่จำเป็นต้องเติมน้ำตาลมาก ทั้งยังมีส่วนผสมของธัญพืชและเก๋ากี้ เหมาะสำหรับผู้ฝึกตนที่ต้องใช้พลังงานอยู่เสมอ

เมื่อคิดได้เช่นนั้น นางก็รีบลุกจากเก้าอี้ มุ่งหน้าไปยังโรงครัวทันที

“คุณหนูมู่หรง วันนี้อยากทำอะไรอีกหรือ”

แม่ครัวประจำสำนักเห็นเด็กสาวเดินเข้ามาก็เอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม

“ข้าอยากทำขนมให้ศิษย์พี่ใหญ่เจ้าค่ะ”

“อีกแล้วหรือ?”

“คราวนี้ไม่เหมือนเดิมเจ้าค่ะ ข้าจะทำขนมหวานน้อย ใส่พุทราจีนกับเก๋ากี้ ไม่ใส่น้ำตาลมากเกินไป”

แม่ครัวพยักหน้าอย่างเห็นด้วย

“ความคิดดีทีเดียว ขนมชนิดนี้เหมาะกับผู้ฝึกตน แต่เจ้าต้องระวังเรื่องสัดส่วน หากใส่พุทราจีนมากเกินไป เนื้อขนมจะเหนียวและหวานจัด”

“ข้าจะจำไว้เจ้าค่ะ!”

มู่หรงเย่วผูกผ้ากันเปื้อน ก่อนจะลงมือเตรียมส่วนผสมด้วยความตั้งใจ

นางเริ่มจากการหั่นพุทราจีนเป็นชิ้นเล็ก ๆ จากนั้นนำธัญพืชมาบดให้ละเอียด แล้วผสมกับแป้งและน้ำอุ่นตามคำแนะนำของแม่ครัว

ทุกอย่างดำเนินไปอย่างราบรื่น จนกระทั่งถึงขั้นตอนเติมน้ำผึ้ง

“ใส่เพียงเล็กน้อยก็พอแล้วนะ”

แม่ครัวกำชับ

“เข้าใจแล้วเจ้าค่ะ”

มู่หรงเย่วหยิบขวดน้ำผึ้งขึ้นมา ตั้งใจจะเทเพียงเล็กน้อย แต่ฝาขวดกลับเปิดออกกะทันหัน

พรวด!

น้ำผึ้งไหลลงในอ่างแป้งมากกว่าที่ควรจะเป็น

เด็กสาวแข็งค้าง มือยังถือขวดน้ำผึ้งอยู่

แม่ครัวเดินเข้ามาดู ก่อนจะถอนหายใจ

“นี่เจ้าเรียกเล็กน้อยหรือ?”

มู่หรงเย่วก้มมองอ่างแป้ง

“ข้าคิดว่ามันคงหวานขึ้นอีกนิดเดียวเจ้าค่ะ”

“หากเติมอีกนิดเดียวเช่นนี้ทุกครั้ง เกรงว่าศิษย์พี่ใหญ่ของเจ้าคงได้กินน้ำผึ้งแทนขนมแล้ว”

เด็กสาวหัวเราะแห้ง ๆ ก่อนจะรีบแก้ไขส่วนผสมด้วยการเติมแป้งและธัญพืชเพิ่ม

หลังจากนั้นนางก็นำแป้งใส่พิมพ์เตรียมนึ่ง แต่ด้วยความอยากให้ขนมออกมาสวยงาม มู่หรงเย่วจึงตั้งใจตกแต่งหน้าขนมด้วยเก๋ากี้ทีละเม็ด

นางวางเม็ดแรกลงตรงกลาง

เม็ดที่สองอยู่ด้านข้าง

เม็ดที่สาม...

“อ๊ะ!”

ปลายนิ้วของนางเผลอปัดถ้วยเก๋ากี้จนพลิกคว่ำ เม็ดเก๋ากี้จำนวนมากกระจายเต็มโต๊ะ บางส่วนตกลงพื้น บางส่วนกระเด็นเข้าไปในอ่างแป้ง

แม่ครัวหันมามอง

“คุณหนูมู่หรง!”

“ข้าไม่ได้ตั้งใจเจ้าค่ะ!”

มู่หรงเย่วรีบก้มเก็บเก๋ากี้ที่ตกบนโต๊ะ ทว่าขณะก้มลงไป เส้นผมที่ผูกไว้กลับหลุดลงมาเกี่ยวกับขอบอ่างแป้ง

เมื่อเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง ปลายผมของนางก็เปื้อนแป้งสีขาวไปเรียบร้อยแล้ว

แม่ครัวมองสภาพนั้น ก่อนจะหลุดหัวเราะออกมา

“ขนมยังไม่เสร็จ แต่เจ้ากลายเป็นขนมไปเสียแล้ว!”

มู่หรงเย่วรีบจับเส้นผมของตนเอง ก่อนจะย่นจมูกอย่างไม่พอใจ

“แม่ครัวเจ้าคะ ท่านอย่าเพิ่งหัวเราะ ข้ากำลังตั้งใจทำอยู่นะ!”

“ได้ ๆ ข้าไม่หัวเราะแล้ว”

แม้จะพูดเช่นนั้น แต่รอยยิ้มบนใบหน้าของแม่ครัวก็ยังไม่หายไป

ในที่สุดขนมก็ถูกนำเข้าไปนึ่ง มู่หรงเย่วยืนเฝ้าหม้ออย่างระมัดระวัง คราวนี้นางไม่กล้าเปิดฝาบ่อย ๆ อีก

เมื่อเวลาผ่านไป กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของพุทราจีนและธัญพืชก็ลอยออกมา

เด็กสาวสูดกลิ่นหอมอย่างพึงพอใจ

“หอมมากเลยเจ้าค่ะ!”

แม่ครัวเปิดฝาหม้อให้ ไอร้อนลอยขึ้นพร้อมกับเผยให้เห็นขนมสีเหลืองอ่อนที่เรียงอยู่ในพิมพ์

ทว่าขนมบางชิ้นกลับพองตัวจนล้นพิมพ์ ส่วนบางชิ้นยุบลงไปจนดูคล้ายแผ่นแป้งแบน ๆ

มู่หรงเย่วจ้องมองอยู่ครู่หนึ่ง

“เหตุใดจึงไม่เหมือนในตำราเลยเจ้าคะ”

แม่ครัวหยิบขนมชิ้นหนึ่งขึ้นมาดู

“เพราะเจ้าเติมน้ำผึ้งมากไป และนวดแป้งไม่สม่ำเสมออย่างไรเล่า”

มู่หรงเย่วยู่ปาก

“แต่กลิ่นหอมดีนะเจ้าคะ”

“เรื่องกลิ่นหอมข้าไม่เถียง”

นางเลือกขนมที่มีรูปร่างดีที่สุดใส่ลงในกล่องไม้ แล้วใช้ผ้าสะอาดเช็ดคราบแป้งบนใบหน้า

“ข้าจะนำไปให้ศิษย์พี่ใหญ่ชิมเจ้าค่ะ!”

ช่วงบ่าย จ้าวอวี้เฉินกำลังนั่งอ่านตำราอยู่ใต้ต้นสนข้างลานฝึกกระบี่

ไม่นานนัก เงาร่างเล็กในชุดสีชมพูก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า

“ศิษย์พี่ใหญ่!”

เขาเงยหน้าขึ้นมอง ก่อนจะเลื่อนสายตาไปยังกล่องไม้ในมือของนาง

“วันนี้มีอะไรอีก”

“ขนมเจ้าค่ะ!”

“ข้าบอกแล้วว่าไม่ชอบของหวาน”

“ข้าจำได้เจ้าค่ะ!”

มู่หรงเย่วรีบเปิดฝากล่อง เผยให้เห็นขนมชิ้นเล็ก ๆ ที่ตกแต่งด้วยพุทราจีนและเก๋ากี้

“นี่ไม่ใช่ขนมหวานทั่วไปนะเจ้าคะ ข้าใส่น้ำผึ้งเพียงเล็กน้อย มีธัญพืช พุทราจีน และเก๋ากี้ รสชาติไม่หวานจัด ทั้งยังเหมาะสำหรับผู้ฝึกตนด้วย!”

จ้าวอวี้เฉินมองขนมในกล่อง ก่อนจะมองใบหน้าของนาง

“เจ้าทำเอง?”

“แน่นอนเจ้าค่ะ ข้าตั้งใจทำให้ท่านโดยเฉพาะเลย!”

เขาหยิบขนมขึ้นมาหนึ่งชิ้น ลองกัดเพียงเล็กน้อย

มู่หรงเย่วยืนรอฟังคำตอบอย่างคาดหวัง

“เป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ?”

“หวาน”

รอยยิ้มของนางค่อย ๆ หุบลง

“แต่ข้าใส่น้ำผึ้งไม่มากแล้วนะเจ้าคะ”

“สำหรับข้า ยังถือว่าหวาน”

“เช่นนั้นท่านลองกินอีกคำสิ บางทีคำที่สองอาจไม่หวานแล้วก็ได้”

จ้าวอวี้เฉินเงยหน้ามองนาง

“เจ้าเข้าใจคำว่าหวานน้อยผิดไปหรือไม่”

“ข้าเข้าใจถูกแล้วเจ้าค่ะ เพียงแต่ข้าอาจใส่น้ำผึ้งมากไปนิดเดียว”

“นิดเดียว?”

เขาเหลือบมองขนมในมือ

“หากเจ้าใส่มากกว่านี้อีกหน่อย เกรงว่าข้าคงต้องดื่มน้ำตามทั้งวัน”

มู่หรงเย่วหัวเราะออกมา ก่อนจะยื่นกระบอกน้ำที่เตรียมมาด้วยให้เขา

“ข้าก็เตรียมน้ำมาให้แล้วเจ้าค่ะ!”

จ้าวอวี้เฉินรับกระบอกน้ำไปดื่มหนึ่งอึก จากนั้นจึงวางลงข้างตำรา

“คราวหน้าไม่ต้องทำมาแล้ว”

“เพราะท่านไม่ชอบหรือเจ้าคะ”

“อืม”

มู่หรงเย่วก้มมองขนมในกล่องอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นด้วยรอยยิ้ม

“ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ ครั้งหน้าข้าจะลดน้ำผึ้งลงอีก แล้วเพิ่มธัญพืชให้มากขึ้น รับรองว่าท่านจะต้องกินได้!”

“ข้าไม่ได้รับปากว่าจะกิน”

“เช่นนั้นข้าจะทำให้อร่อยจนท่านปฏิเสธไม่ลงเลยเจ้าค่ะ!”

จ้าวอวี้เฉินมองเด็กสาวที่มีแป้งติดอยู่ตรงปลายผมเล็กน้อย ก่อนจะยื่นมือไปหยิบเศษแป้งออกให้โดยไม่พูดอะไร

มู่หรงเย่วชะงัก ดวงตากลมโตมองเขาอย่างประหลาดใจ

“ศิษย์พี่ใหญ่ ท่านกำลังช่วยข้าอยู่หรือเจ้าคะ?”

“มีแป้งติดผมเจ้า ดูไม่เรียบร้อย”

เขากล่าวเพียงเท่านั้นแล้วกลับไปอ่านตำราต่อ

มู่หรงเย่วยกมือแตะเส้นผมของตนเอง รอยยิ้มค่อย ๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้า

แม้เขาจะไม่ชอบขนมที่นางทำ แม้จะพูดจาเย็นชาเหมือนทุกครั้ง แต่เขาก็ยังสังเกตเห็นแม้กระทั่งเศษแป้งเล็ก ๆ บนเส้นผมของนาง

เด็กสาวเก็บกล่องขนม ก่อนจะเอ่ยขึ้นอย่างมุ่งมั่น

“ศิษย์พี่ใหญ่! คราวหน้าข้าจะทำขนมที่ไม่หวานเลยสักนิด แล้วท่านต้องยอมชิมของข้าอีกนะเจ้าคะ!”

จบตอนที่ 3

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel