บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 3: คืนก่อนเปิดเทอมอันแสนวุ่นวาย

กลิ่นหอมของน้ำซุปต้มจืดกระดูกหมูหัวไชเท้าลอยอบอวลไปทั่วทั้งบ้านไม้สองชั้นของครอบครัวซาลาเปา เสียงตะหลิวเคาะกับกระทะดังเป็นจังหวะจากฝีมือของแม่นิ่มที่กำลังผัดผักบุ้งไฟแดงเป็นเมนูสุดท้ายสำหรับมื้อเย็น ค่ำคืนนี้บรรยากาศในบ้านดูคึกคักเป็นพิเศษ เพราะมันคือคืนก่อนวันเปิดเทอมใหญ่ วันที่เด็กนักเรียนทั่วประเทศต่างพากันจัดกระเป๋าสลัดคราบมนุษย์สลอธที่นอนอืดมาตลอดสามเดือน เพื่อเตรียมตัวไปเผชิญโลกความจริงในเช้าวันรุ่งขึ้น

รวมถึง ‘ซาลาเปา’ ที่ตอนนี้กำลังนั่งหน้านิ่วคิ้วขมวดอยู่บนโต๊ะกินข้าว มือหนึ่งถือปากกาเคมี อีกมือหนึ่งกำลังพยายามใช้ลิควิดเปเปอร์ลบชื่อชั้น ‘ม.4/2’ บนปกสมุดเล่มเก่าเพื่อเขียนเปลี่ยนเป็น ‘ม.5/2’ อย่างเอาเป็นเอาตายเพราะบางเล่มเธอยังไม่ได้ใช้

“โอย... ทำไมไอ้ลิควิดนี่มันแห้งช้าจังเลยค่ะแม่ หนูรีบนะเนี่ยเดี๋ยวต้องไปทำตารางสอนต่ออีก” เปาบ่นอุบอิบ แกล้งทำเป็นเป่าลมออกจากปากใส่หน้าสมุดจนแก้มป่อง

‘พ่อเชียร’ เจ้าของอู่ซ่อมรถมอเตอร์ไซค์ปากซอย ผู้เป็นหัวหน้าครอบครัวและเป็นคุณพ่อสายฮา เดินเช็ดมือเข้ามาในบ้านพอดี แกเห็นลูกสาวตัวดีกำลังวุ่นวายก็หลุดขำ

“โถ... ยัยเปาเอ๊ย ตอนปิดเทอมน้า เรียกให้มาช่วยพ่อล้างรถล่ะบ่นปวดหลัง ทีตอนคืนก่อนเปิดเทอมล่ะไฟลนก้นลุกขึ้นมาขยันเชียวนะเรา”

“พ่ออะ เขาเรียกว่าบริหารเวลาแบบลุ้นระทึกต่างหากละจ๊ะ ยิ่งตื่นเต้น สมองยิ่งแล่น” เปาเถียงข้าง ๆ คู ๆ ตามประสาเด็กแสบ Gen Z

“จ้า ๆ สมองแล่นจนเนื้อเค้กฝอยทองที่พี่ข้างบ้านซื้อมาฝากเมื่อวาน หายวับเข้าปากแกไปครึ่งปอนด์ในเวลาไม่ถึงสิบนาทีเนี่ยนะ” แม่นิ่มเดินถือถ้วยกับข้าวมาวางบนโต๊ะ พลางส่งสายตาจับผิดมาที่ลูกสาว

“พูดถึงเค้ก... พ่อเชียร รู้ยังว่าบ้านยายสายที่ร้างไปนาน ตอนนี้มีหนุ่มรูปหล่อมาเช่าอยู่แล้วนะ แถมหน้าตาดี กิริยามารยาทก็ใช้ได้ ยัยเปานี่เดินตัวบิดเป็นเลขแปดตั้งแต่วันแรกที่เขามาจอดรถหน้าบ้านเลย”

“อ้าว เฮ้ย! จริงเหรอแม่” พ่อเชียรหูผึ่งทันที แกเลิกคิ้วมองลูกสาวตัวดีที่ตอนนี้หน้าเริ่มขึ้นสีชมพูระเรื่อแข่งกับสีซาลาเปาไส้แยมสตรอว์เบอร์รี

“หนุ่มที่ไหนวะย้ายมาอยู่ข้างบ้านเราเนี่ยนะ หล่อขนาดไหนกันเชียว จะสู้พ่อเชียรสมัยหนุ่ม ๆ ขี่มอเตอร์ไซค์ส่งแก๊สได้เหรอ”

“โอ๊ยพ่อ! อย่าเอาความหล่อระดับโอปป้าเกาหลีของพี่ไทม์ไปเทียบกับยุค90 ของพ่อเลยนะ มันคนละเวย์กันเลย” เปารีบโพล่งขึ้นมาปกป้องพี่ไทม์สุดหล่อข้างบ้านทันควัน จนพ่อเชียรถึงกับหมั่นไส้

“แหนะ ๆ มีการเรียกพี่ไทม์ซะเสียงหวานเชียว ยัยลูกคนนี้” พ่อเชียรแกล้งทำเสียงล้อเลียน ยื่นหน้าเข้ามาแซวใกล้ ๆ

“ระวังเถอะ แอบไปส่องเขามาก ๆ ถ้าเขาเกิดทำงานเป็นพวกมิจฉาชีพหรืองานสีเทาขึ้นมาจะหนาว พ่อเห็นวัน ๆ ขนแต่ลังอะไรไม่รู้เข้าบ้าน แถมยังทำตัวลึกลับ ถามอะไรก็ไม่ยอมบอกอีก”

“พ่อก็พูดเกินไป พี่ไทม์เขาออกจะดูดี ไม่มีทางเป็นมิจฉาชีพหรอกจ้า อย่างมากก็เป็น มิจคิดถึง... เอ๊ย! เป็นคนทำงานออฟฟิศนั่นแหละ!” เปาเถียงสู้ยิบตา ท่าทางเลิ่กลั่กแถมยังหยิบผักบุ้งเข้าปากแก้เขิน ทำเอาทั้งพ่อและแม่พากันหัวเราะร่าขำขันในความคลั่งรักแบบเด็ก ๆ ของลูกสาว

“เอาเถอะ ๆ จะเป็นอะไรก็ช่างเขา แต่คืนนี้แกต้องรีบกินข้าว รีบไปนอนเลยนะเปา พรุ่งนี้เปิดเทอมวันแรกขืนไปสายตั้งแต่วันแรกมีหวังได้โดนอาจารย์ฝ่ายปกครองคนใหม่ทำโทษกวาดลานจอดรถแน่ ได้ยินมาว่าปีนี้โรงเรียนแกเข้มงวดเรื่องเวลา ระเบียบมากนะ” แม่นิ่มเอ่ยเตือนสติด้วยความเป็นห่วง

“รับแซ่บคร้าคุณผู้หญิง นิ่มนวลชวนฝัน คืนนี้หนูเปาจะจำศีลตั้งแต่สี่ทุ่มเลยค่ะ” เปายกมือทำท่าตะเบ๊ะรับคำสั่ง ก่อนจะก้มหน้าก้มตาจัดการกับข้าวตรงหน้าอย่างเอร็ดอร่อย โดยในใจยังคงแอบคิดถึงใบหน้าคมคายและรอยยิ้มละมุนของพี่ชายข้างบ้านอยู่เป็นระยะ

เวลาล่วงเลยผ่านไปจนถึงเวลาสี่ทุ่มครึ่ง...

ภายในห้องนอนชั้นสองของซาลาเปา ไฟเพดานถูกปิดลงนานแล้ว เหลือเพียงแสงไฟสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะรูปลาบูบู้สีชมพูที่ส่องสว่างอยู่มุมห้อง เด็กสาวในชุดนอนลายตารางหมากรุกสีเขียวนอนแผ่อยู่บนเตียงนุ่ม ดวงตาโตทั้งสองข้างเบิกกว้างจ้องมองเพดานห้องท่ามกลางความมืด

"นอนไม่หลับ... นอนไม่หลับเลยโว๊ย" เปาร้องตะโกนในใจพลางดิ้นขลุกขลักไปมาบนเตียง

มันเป็นอาการคลาสสิกของเด็กนักเรียนในคืนก่อนเปิดเทอม สมองมันเอาแต่คิดวุ่นวายไปหมด ทั้งเรื่องเพื่อน ๆ ในห้องว่าจะยังจับกลุ่มกันเหมือนเดิมไหม วิชาเรียน ม.5 จะยากขึ้นขนาดไหน และที่สำคัญที่สุด... ภาพใบหน้าของพี่ไทม์ชายหนุ่มข้างบ้านดันลอยวนเวียนอยู่ในหัวสลับกับตารางสอนซะงั้น!

“โอ๊ย ใจเต้นแรงทำไมเนี่ยะ พรุ่งนี้ต้องตื่นหกโมงเช้านะเว้ย” เธอยกมือขึ้นทุบหน้าอกตัวเองเบา ๆ พยายามข่มตาหลับแต่ก็ไร้ผล ลมพัดเอื่อย ๆ ผ่านผ้าม่านหน้าต่างเข้ามาจนแอบรู้สึกร้อนรุ่มในใจ

สุดท้ายเปาก็ทนความอึดอัดไม่ไหว เธอตัดสินใจลุกขึ้นจากเตียงเดินเตาะแตะไปที่หน้าต่างห้องนอนเพื่อจะเปิดรับลมให้อากาศถ่ายเทเผื่อจะง่วงขึ้นมาบ้าง ทันทีที่สองมือผลักบานหน้าต่างไม้ออกไป สายตาของเธอก็เหลือบไปเห็นแสงไฟสีส้มสว่างวาบมาจากห้องนอนชั้นสองของบ้านฝั่งตรงข้าม... บ้านของพี่ไทม์นั่นเอง

หน้าต่างห้องของพี่ไทม์เปิดกว้างอยู่เช่นกัน ระยะห่างระหว่างสองหน้าต่างห่างกันเพียงแค่ความกว้างของซอยและพุ่มไม้กั้น ซึ่งมันใกล้พอที่จะทำให้เปามองเห็นเหตุการณ์ฝั่งนู้นได้อย่างชัดเจน

ที่ริมหน้าต่างบ้านนู้น มีโต๊ะทำงานไม้ตั้งอยู่ ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งในชุดลำลองสวมเสื้อยืดสีดำธรรมดา ๆ กำลังนั่งหลังตรง หน้าตาเคร่งเครียดอยู่ใต้แสงโคมไฟสีส้ม บนโต๊ะของเขาเต็มไปด้วยกองเอกสารขนาดหนาปึก สมุดบันทึกเล่มใหญ่ และหน้าจอแล็ปท็อปที่เปิดค้างไว้ มือเรียวขยับเขียนอะไรบางอย่างลงบนกระดาษอย่างรวดเร็ว สลับกับการยกมือขึ้นนวดขมับตัวเองเบา ๆ ท่าทางดูจริงจังและเหน็ดเหนื่อยกับการเตรียมงานอะไรบางอย่าง

"โห... พี่ไทม์ยังไม่นอนอีกเหรอเนี่ย ดึกขนาดนี้แล้ว ทำงานเยี่ยงทาสบริษัทเลยป่ะเนี่ย น่าสงสารชะมัด" เปาคิดในใจพลางเกาะขอบหน้าต่างจ้องมองภาพนั้นตาไม่กะพริบ แสงไฟสีส้มอบอุ่นที่ส่องกระทบใบหน้าด้านข้างของเขา ยิ่งส่งให้พี่ชายข้างบ้านดูหล่อละมุนและดูอบอุ่นลึกลับขึ้นไปอีกสิบเท่า

เหมือนว่าชายหนุ่มจะสัมผัสได้ถึงสายตาที่จ้องมองมา ไทม์วางปากกาลงช้า ๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาแล้วหันมองมาทางหน้าต่างบ้านของเธอ

"เฮ้ย! อิบอ๋ายแล้ว เขาเห็นแล้ว" เปาสะดุ้งโหยงตัวแข็งทื่ออัตโนมัติ คิดจะมุดหัวหลบหลังผ้าม่านแต่ก็ไม่ทันการณ์เสียแล้ว เมื่อนัยน์ตาเรียวคมคู่นั้นสบเข้ากับดวงตาโต ๆ ของเธอเข้าอย่างจังผ่านความมืดมิดของค่ำคืน

แทนที่จะทำหน้าดุหรือโกรธที่โดนแอบส่อง พี่ไทม์กลับหลุดยิ้มบาง ๆ ออกมา รอยยิ้มละมุนที่เปาแพ้ทางส่งผ่านความมืดตรงมาถึงเธอ ชายหนุ่มยกมือขึ้นช้า ๆ แล้วโบกมือทักทายเธอเบา ๆ ท่ามกลางแสงดาวที่ส่องประกายอยู่บนฟ้า

หัวใจของเด็กสาว ม.5 เต้นรัวเป็นกลองชุดในคอนเสิร์ตวงร็อก เธอหน้าร้อนผ่าวจนคิดว่าถ้าจุดไฟแช็กก็น่าจะระเบิดได้ เปารีบยกมือขึ้นโบกมือตอบกลับไปแบบเก้ ๆ กัง ๆ พลางส่งยิ้มแหย ๆ แก้เขิน

ไทม์ชี้มือไปที่นาฬิกาข้อมือของตัวเอง จากนั้นก็ทำมือเป็นท่านอนหลับส่งสัญญาณบอกเด็กสาวแก้มป่องฝั่งตรงข้ามว่าดึกแล้วทำไมยังไม่นอน รีบไปนอนได้แล้วครับ

เปาทำปากยื่นใส่หน้าต่างฝั่งนู้น แกล้งทำท่าทางลูบท้องตัวเองแล้วชี้ไปที่กองหนังสือเพื่อจะสื่อสารกลับไปว่า หนูตื่นเต้นจนนอนไม่หลับต่างหากเล่า

ท่าทางกวน ๆ แสบ ๆ ของซาลาเปาทำเอาครูหนุ่มบรรจุใหม่ที่กำลังเครียดกับการเตรียมแผนการสอนล่วงหน้าถึงกับหลุดขำออกมาจนไหล่สั่น ความเครียดที่สะสมมาทั้งวันมลายหายไปตนหมด เมื่อได้เห็นความเปิ่นของเด็กสาวข้างบ้าน ไทม์พยักหน้ารับรู้ ก่อนจะทำท่าสู้ ๆ ส่งข้ามฝั่งมาให้เธออีกครั้ง แล้วหันกลับไปสนใจกองงานตรงหน้าต่อ

เปายืนพิงขอบหน้าต่าง มองดูแผ่นหลังกว้างของพี่ไทม์ที่กลับไปทำงานต่อด้วยความรู้สึกอุ่นซ่านไปทั้งหัวใจ ความว้าวุ่นใจและอาการตื่นเต้นนอนไม่หลับเมื่อครู่ ถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกปลอดภัยและผ่อนคลายอย่างน่าประหลาด

เด็กสาวจับขอบบานหน้าต่าง ค่อย ๆ ดึงมันปิดลงช้า ๆ เพื่อไม่ให้รบกวนสมาธิของคนฝั่งนู้น เธอกระโดดกลับขึ้นเตียงนอน คราวนี้เธอกอดหมอนข้างแน่นพลางอมยิ้มจนแก้มตุ่ย คืนก่อนเปิดเทอมที่แสนวุ่นวายกลับกลายเป็นค่ำคืนที่แสนพิเศษอย่างไม่น่าเชื่อ

“พี่ไทม์สุดหล่อข้างบ้าน... ขอบคุณที่ช่วยเยียวยาจิตใจคืนก่อนเปิดเทอมนะคะ” เปาพึมพำกับความเงียบแววตาเต็มไปด้วยประกายความหวัง

“นี่แหละ ต้องเป็นจุดเริ่มต้นของมิตรภาพเพื่อนบ้านที่ดีชัวร์ ๆ เปิดเทอมปีนี้ต้องมีแต่เรื่องดี ๆ แน่นอน เปาขอคอนเฟิร์ม”

เด็กสาวหลับตาลงพร้อมกับรอยยิ้มเปี่ยมสุข โดยที่ในหัวสมองอันน้อยนิดของเธอยังคงไม่ได้เฉลียวใจเลยสักนิดว่า แผนการสอนหนาปึกที่พี่ไทม์กำลังนั่งทำตาตั้งอยู่จนดึกดื่นค่ำคืนนั้น... มันคือแผนการสอนวิชาภาษาไทยระดับชั้น ม.5 และรายชื่อนักเรียนในใบรายชื่อที่พี่ไทม์เพิ่งจะเซ็นชื่อกำกับไปเมื่อห้านาทีก่อน... ลำดับที่ 18 มันถูกเขียนเอาไว้ชัดเจนว่า ‘นางสาวเปมิกา กมลดวงใจ’ หรือตัวเธอเองนั่นแหละ

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel