ตอนที่ 2: ปูมหลังครูบรรจุใหม่
หลังจากวางสายโทรศัพท์จากรุ่นพี่ที่คณะครุศาสตร์ที่โทรมาแสดงความยินดีเรื่องสถานที่บรรจุรับราชการครูใหม่ป้ายแดง ไทม์ หรือ อาจารย์ไทม์ ในอนาคตอันใกล้ ก็ทอดสายตามองออกไปนอกหน้าต่างบ้านเช่าหลังใหม่ แสงแดดรำไรยามเย็นทอแสงสีส้มละมุนละไมอาบไล้รั้วไม้สีขาวที่กั้นกลางระหว่างบ้านของเขากับบ้านข้าง ๆ บนโต๊ะทำงานไม้เนื้อแข็งที่เพิ่งจัดเสร็จ มีจานกระเบื้องลายดอกไม้เล็ก ๆ วางอยู่ บนนั้นมีซาลาเปาไส้ครีมสีเหลืองนวลส่งกลิ่นหอมกรุ่นชวนน้ำลายสอ
ชายหนุ่มเอื้อมมือไปหยิบซาลาเปาลูกกลมโตขึ้นมาบิออก ครีมคัสตาร์ดเนื้อเนียนอุ่น ๆ ทะลักออกมาตามรอยแยก ไทม์ส่งมันเข้าปากแล้วเคี้ยวช้า ๆ รสชาติหวานมันกลมกล่อมกำลังดีเลิศสมราคาคุยของเด็กสาวแก้มป่องคนนั้นจริง ๆ
“ซาลาเปา... งั้นเหรอ ชื่อเหมือนขนมเด๊ะเลย แถมยังกลมเหมือนกันด้วย”
ไทม์พึมพำกับตัวเองพลางจุดรอยยิ้มบางเบาที่มุมปาก ภาพของเด็กสาวในชุดเสื้อยืดสีพาสเทลที่ยืนเขย่งเท้า เกาะรั้วไม้ส่งยิ้มทะเล้นจนตาหยีแวบเข้ามาในหัว สำหรับไทม์แล้ว เธอเปรียบเสมือนภาพตัวแทนของความสดใสในวัยเยาว์ เป็นเด็กวัยรุ่นคราวมัธยมปลายตัวกะเปี๊ยกคนหนึ่งที่มองปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นเด็กอารมณ์ดีประจำซอย
ความสดใสและมิตรภาพที่ได้รับทันทีที่ก้าวเท้าเข้าซอยนี้มา ช่วยชโลมจิตใจที่เหนื่อยล้าของเขาได้เป็นอย่างดี
ถ้าพูดถึงเส้นทางการมาเป็นครูของไทม์ในวัยยี่สิบกว่า ๆ บอกเลยว่าไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ชายหนุ่มเพิ่งเรียนจบสายครูมาหมาด ๆ และเพิ่งผ่านการฝึกสอนสุดโหดหินจากโรงเรียนขนาดเล็กในชนบทห่างไกลความเจริญมาเป็นเวลาเต็มหนึ่งปีเต็ม ที่นั่น... ครูหนึ่งคนต้องสอนแทบทุกวิชา ตั้งแต่คณิตศาสตร์ ภาษาไทย ยัน พลศึกษา ไหนจะงานเอกสารกองโต งานซ่อมบำรุงโรงเรียน และการรับมือกับเด็กนักเรียนหลากช่วงวัยที่มีความพร้อมแตกต่างกัน ความเหน็ดเหนื่อยในตอนนั้นเกือบทำให้เขาถอดใจจากอาชีพพ่อพิมพ์ของชาติไปแล้วหลายครั้ง แต่เสียงหัวเราะของเด็ก ๆ และความมุ่งมั่นในอุดมการณ์ก็ทำให้เขาฮึดสู้จนผ่านมาได้
ปีนี้ ไทม์ตั้งหน้าตั้งตาอ่านหนังสือสอบแข่งขันอย่างหนักหน่วงแทบไม่ได้หลับไม่ได้นอน เขาสลัดความง่วงเหงาหาวนอน ขังตัวเองอยู่กับกองตำราและข้อสอบเก่า ๆ จนในที่สุดผลลัพธ์ของความพยายามก็ผลิดอกออกผล ชายหนุ่มสอบบรรจุติดอันดับต้น ๆ ของจังหวัด และได้รับสิทธิ์เลือกมาลงที่โรงเรียนมัธยมชื่อดังประจำจังหวัด ซึ่งเป็นโรงเรียนขนาดใหญ่พิเศษมีความพร้อมทั้งด้านบุคลากรและอุปกรณ์การสอน
การย้ายมาอยู่บ้านเช่าข้าง ๆ บ้านที่ทำซาลาเปานี้ จึงเป็นก้าวแรกสู่วิถีชีวิตข้าราชการครูอย่างเต็มตัวของเขา ไทม์ตั้งใจเอาไว้ว่าจะทำหน้าที่ ในฐานะอาจารย์ฐาปกรณ์ให้ดีที่สุด เคร่งครัดในระเบียบวินัย เป็นที่พึ่งให้ลูกศิษย์ และเว้นระยะห่างตามจรรยาบรรณวิชาชีพอย่างเหมาะสม
วันต่อมา ลมเอื่อย ๆ ยามเช้าพัดพากลิ่นอายความสดชื่นมาพร้อมกับเสียงนกร้อง ไทม์แต่งตัวในชุดลำลองสุภาพ สวมกางเกงยีนสีเข้มกับเสื้อเชิ้ตลายทางสีฟ้าอ่อน เขาตั้งใจจะออกไปสำรวจเส้นทางจากบ้านเช่าไปโรงเรียนเพื่อกะเวลาเดินทางล่วงหน้าก่อนเปิดเทอมจริง และไม่ลืมที่จะแวะร้านเบเกอรี่ชื่อดังแถวปากซอยเพื่อซื้อขนมเค้กและคุกกี้กล่องย่อม ๆ เป็นของตอบแทนมิตรภาพข้ามรั้วเมื่อเย็นวาน
ตอนที่เขาเดินกลับมาถึงหน้าบ้าน สายตาก็เหลือบไปเห็นร่างบางในชุดเอี๊ยมยีนขาสั้นทับเสื้อยืดสีขาวกำลังนั่งสัปหงกอยู่บนม้าหินอ่อนหน้าบ้านข้าง ๆ แก้มป่อง ๆ ของเธอนาบลงกับโต๊ะจนเนื้อแก้มกลม ๆ น่าเอ็นดู ในมือยังถือส้อมค้างไว้ที่มีขนมจีบเสียบอยู่เลยด้วยซ้ำ
“ตื่นสายขนาดนี้ วันเปิดเทอมจะไปโรงเรียนทันไหมเนี่ย” ไทม์ส่ายหัวขำ ๆ ก่อนจะเดินไปหยุดอยู่ที่ริมรั้วไม้สีขาวตัวเดิม
“น้องเปาครับ” ไทม์ส่งเสียงเรียกเบา ๆ
“อือ... ซาลาเปาไส้ครีมหมดแล้วค่ะแม่...” เด็กสาวละเมอพึมพำพ่นลมหายใจฟู่ ๆ ออกมา จนไทม์ต้องหลุดขำเสียงดังขึ้นอีกนิด คราวนี้เสียงหัวเราะทุ้มต่ำของชายหนุ่มทำให้ซาลาเปาสะดุ้งตื่น ตาโต ๆ เบิกกว้างขึ้นทันทีเมื่อเห็นว่าใครยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามของรั้ว
“เหวอ..พี่ไทม์” เปารีบสปริงตัวลุกขึ้นยืนตรงความง่วงหายวับไปในพริบตา เธอยกมือขึ้นเช็ดมุมปากตัวเองพัลวันเพราะกลัวจะมีคราบน้ำลายเปรอะเปื้อนโชว์พี่ชายข้างบ้านสุดหล่อ
“สวัสดีค่ะพี่ไทม์ แฮะ ๆ ลมมันเย็นนะคะ หนูเลยเผลอชัตดาวน์ตัวเองไปแป๊บนึง”
“ขยันหลับจริง ๆ เลยเรา” ไทม์แซวพลางชูกล่องขนมเค้กในมือขึ้น
"พี่ซื้อขนมมาฝากครับ ตอบแทนสำหรับซาลาเปาเมื่อวาน อร่อยมากเลยนะ”
เปาตาโตเป็นประกายแวววับเมื่อเห็นกล่องขนมวิบวับ เธอรีบซอยเท้าถี่ ๆ มาเกาะรั้วไม้ทันที ระยะห่างระหว่างทั้งสองคนเหลือเพียงแค่ไม่ถึงหนึ่งช่วงแขน กลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ แนวสปอร์ตเท่ ๆ จากตัวพี่ไทม์ลอยมาเตะจมูก จนเด็กสาว ม.5 แอบสูดหายใจเข้าลึก ๆ เก็บเกี่ยวโมเมนต์
" หล่อเอาเรื่องอีกแล้ว ขนาดใส่เสื้อเชิ้ตธรรมดายังเหมือนหลุดออกมาจากนิตยสารเกาหลีเลยอ่ะ" เปาแอบกรีดร้องและตั้งฉายาให้เขาในใจทันทีว่า ‘พี่ไทม์สุดหล่อข้างบ้าน’
“โห...พี่ไทม์ซื้อเค้กฝอยทองร้านดังซะด้วย เลือกร้านดังในย่านนี้เหมือนกันนะคะ เนี่ย... หนูรับไว้ด้วยความเต็มใจอย่างยิ่งยวดเลยค่ะ” เปารับกล่องขนมมาประคองไว้ราวกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์
“พี่ไทม์กินข้าวเช้าหรือยังคะ ให้หนูไปหยิบขนมจีบมาให้ไหม”
“ไม่ต้องแล้วครับ พี่เรียบร้อยแล้ว” ไทม์ยิ้มรับ พลางมองสำรวจเด็กสาวที่เอาแต่จ้องหน้าเขาตาแป๋ว
“แล้วเราล่ะ อยู่ ม. อะไรแล้วเนี่ย ดูท่าทางยังเด็กอยู่เลย”
“หนูอยู่ ม.5 แล้วค่ะพี่ไทม์ ไม่เด็กแล้วนะ โตพอที่จะรับผิดชอบตัวเองและ... และกินขนมได้เยอะ ๆ แล้วค่ะ” เปาเกือบหลุดปากพูดคำว่าโตพอที่จะมีแฟนได้แล้ว แต่ยังดึงสติทัน วันนี้เปายังไม่อยากโดนข้อหาเต๊าะผู้ใหญ่
“เปิดเทอมนี้ก็ขึ้น ม.5 เต็มตัวแล้วค่ะ โรงเรียนชายหญิงประจำจังหวัดตรงแถวหอนาฬิกานู่นนะคะ พี่ไทม์รู้จักไหมคะ”
คำตอบของซาลาเปาทำให้หัวใจของครูบรรจุใหม่กระตุกกึก ไทม์เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แววตานิ่งสนิทไปสามวินาที โรงเรียนประจำจังหวัดตรงหอนาฬิกา... นั่นมันโรงเรียนที่เขาต้องไปรายงานตัวเพื่อบรรจุเป็นอาจารย์นิ
“อ๋อ... รู้จักครับ โรงเรียนใหญ่โตและดังมากเลยนะนั่น” ไทม์ตอบเลี่ยง ๆ พยายามเก็บซ่อนความจริงบางอย่างไว้ในใจ ใบหน้าคมคายแสร้งทำเป็นราบเรียบเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทั้งที่ในใจเริ่มสั่นไหวกับความบังเอิญโลกกลมนี้
“ใช่ไหมละคะ โรงเรียนหนูดีมากเลย แต่อาจารย์ฝ่ายปกครองดุเป็นบ้าเลยพี่ไทม์ แถมนี่ได้ยินข่าวลือมาหนาหูมากว่าปีนี้จะมีอาจารย์บรรจุใหม่ย้ายเข้ามาเพียบเลย เพื่อนหนูในกลุ่มไลน์เมาท์กันในแซดว่าหนึ่งในนั้นมีอาจารย์ผู้ชายโหด ๆ ด้วย หนูละเสียวไส้ชะมัด กลัวจะแจ็กพอตได้มาเป็นครูประจำชั้นห้องหนู” เปาเบ้ปากบ่นอุบอิบตามประสาเด็กนักเรียน Gen Z ที่ขยาดสายตาอาจารย์ฝ่ายปกครอง โดยหารู้ไม่ว่าอาจารย์บรรจุใหม่ที่เธอกำลังนินทาระยะเผาขน ก็คือชายหนุ่มหน้านิ่งที่กำลังยืนฟังเธออยู่ตรงนี้
ไทม์แอบสูบหายใจเข้าปอดลึก ๆ พยายามกลั้นขำอย่างสุดความสามารถ เขากระแอมไอแก้เก้อหนึ่งที
“ระเบียบวินัยก็สำคัญนะน้องเปา อาจารย์เขาอาจจะไม่ได้โหดหรอก เขาแค่ต้องดูแลนักเรียนให้ทำตามกฎน่ะ”
“โหย...นี่พี่ไทม์พูดเหมือนพวกอาจารย์เลยอ่ะ แต่อย่างพี่ไทม์คงไม่ได้ทำงานสายโหด ๆ หรอกเนอะ ดูใจดี สปอร์ต กทม ขนาดนี้ พี่ไทม์ทำงานออฟฟิศหรือทำธุรกิจส่วนตัวเหรอคะ” เปายิงคำถามสืบประวัติรอบที่สอง ตาโตจ้องเขม็งหวังจะเคลียร์คัตความสงสัย
ไทม์ยิ้มมุมปาก นัยน์ตาคู่นั้นประกายความเจ้าเล่ห์และขี้เล่นออกมารวมกัน ชายหนุ่มแกล้งยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดูเวลา ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาสบตากับซาลาเปาที่กำลังลุ้นระทึก
“พี่ว่าพี่ต้องรีบออกไปทำธุระแล้วล่ะครับ เดี๋ยวสาย... เอาเป็นว่าเรื่องงานของพี่ เอาไว้เปิดเทอมแล้วน้องเปาก็คงจะรู้เองแหละครับ”
“อ้าว... ไหงทิ้งปมเป็นละครไทยแบบนี้ละคะพี่ไทม์” เปาทำหน้ามุ่ยแก้มป่อง ลมออกหูเบา ๆ ที่โดนพี่ชายข้างบ้านแกงเข้าให้
“ตั้งใจอ่านหนังสือเตรียมตัวเปิดเทอมนะครับน้องเปา อย่ามัวแต่นอนหลับคาโต๊ะม้าหินอ่อนล่ะ พี่ไปก่อนนะครับ” ไทม์โบกมือลาพร้อมส่งรอยยิ้มละลายใจให้เด็กสาวเป็นครั้งสุดท้ายของวัน
ก่อนจะเดินหันหลังกลับไปขึ้นรถยนต์ส่วนตัวที่จอดอยู่ ทิ้งให้เด็กสาว ม.5 ยืนถือกล่องขนมเค้กค้างเติ่ง บิดตัวไปมาด้วยความฟินและเขินจนแก้มแดงแจ๋เหมือนลูกมะเขือเทศสุก
“โอ๊ย คนอะไรหล่อฉลาด มีเลศนัยชวนค้นหาไปอีก เปิดเทอมเหรอ... ช่างมันเถอะ ตอนนี้ขอโฟกัสที่พี่ไทม์สุดหล่อข้างบ้านคนเดียวก็พอ”
ซาลาเปากระโดดกอดกล่องขนมเค้กแน่น เดินฮัมเพลงเข้าบ้านอย่างมีความสุข โดยที่สมองซีกซ้ายและซีกขวาของเธอไม่ได้เอะใจเลยสักนิดว่า ประโยคทิ้งท้ายที่ว่า ‘เปิดเทอมแล้วน้องเปาก็คงจะรู้เอง’ ของพี่ไทม์นั้น... มันคือคำเตือนภัยระดับสึนามิที่กำลังจะพัดถล่มชีวิตวัยมัธยมปลายอันแสนสงบสุขของเธอให้ว้าวุ่นใจ
